Sujate Wanchat 2560/04/11 12:03
Thumb lg classic motorcycle

เสน่ห์แห่งยานยนต์สองล้อ! รวม 15 รถมอเตอร์ไซด์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล!

1066 Pepper

มอเตอร์ไซด์มันก็เเค่รถเครื่องสองล้อ สำหรับขับขี่ทั่วไป ใช๋!! เเต่ยกเว้น 15 รุ่นรถมอเตอร์ไซด์ที่จะนำเสนอนี้ เพราะมันคือตัวอย่างความคลาสสิกสวยงาม ตลอดกาล

vehicle Big Bike classic Motorcycle

รถมอเตอร์ไซด์ ที่คลาสสิก ตลอดกาล ท้าทายต่อกาลเวลา ดูตอนไหนก็ไม่คลายความสวยงามน่าหลงไหล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่ฝังอยู่ภายในโครงร่างอันโดดเด่นของมัน มันก็คือมอเตอร์ไซด์สองล้ออันทรงคุณค่านี่เเหล่ะครับ ซึ่งความมีเอกลักษณ์ของมันเเต่ละรุ่นจะส่งผลต่อการออกเเบบมอเตอร์ไซด์ในรุ่นต่อๆมา บทความนี้เราจะพามาดูมอเตอร์ไซด์สุดคลาสสิก 15 เเบบ ที่เเต่ละเเบบถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติด้านเทคโนโลยีเเละการออกเเบบของเเต่ละค่าย เเบรนด์ดัง เรามาดูกันว่ามีรุ่นไหน เเบรนด์อะไรบ้า

1. 1936 HARLEY-DAVIDSON EL

บิ๊กไบค์รุ่น 1936 Harley-Davision EL นี้ ถือเป็นการออกเเบบที่เป็นการกำหนดมาตรฐานให้กับมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์รุ่น heavyweight เลยก็ว่าได้ ด้วยชื่อเสียงเรื่องเครื่องยนต์ 61-cubic-inch Knucklehead V-twin เเละเป็นเครื่องยนต์ overhead-valve engine รุ่นเเรก ที่ทรงพลัง ด้วยสไตล์ที่เปลือยเครื่องยนต์ ถังน้ำมันรูปทรงหยดน้ำตา (teardrop) เเละการจัดวางตำเเหน่งคอนโซลที่ติดตั้งเข็มวัดความเร็วที่ลงตัว ถือเป็นการกำหนดรูปเเบบมาตรฐาน ที่ทำให้มีผู้เลียนเเบบมากมาย

2. 1959 TRIUMPH T120 BONNEVILLE

มันคือจุดสุดยอดของรถมอเตอร์ไซด์สไตล์อังกฤษ ที่เปิดตัวในชื่อ อเมริกัน อย่างชัดเจน ความสำเร็จสำคัญของ Triumph ที่ได้มีการจดบันทึกไว้คือการขับขี่ด้วยความเร็วทางเรียบที่ Utah's Bonneville Salt เครื่องยนต์ของมันเป็นเเบบ twin-carb ที่มีสมรรถนะสูง Triumph T120 Bonneville สามารถทำความเร็วได้สูงสุดที่ 100 ไมล์ต่อชั่วโมงได้อย่างไม่ยาก ในปี 1963, นักเเสดงอย่าง Steve McQueen ได้ขี่ Bonneville ในหนังเรื่อง "The Great Escape" เเละในปี 1967 นักเเสดงอย่าง Evel Knievel ได้ควบเจ้า Triumph รุ่นนี้ข้าม น้ำพุในพระราชวังค์ Caesar ใน Las Vegas เเต่การมาของรถมอเตอร์ไซด์สมรรถนะสูงจากค่ายญี่ปุ่น ทำให้ Triumph ถึงกับต้องสูญพันธุ์ไปช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งในปี 1984 เเละปี 2001 ซึง Triumph Bonneville 790 ก็ถูกนำกลับมาเพื่อสร้างตำนานรถมอเตอร์ไซด์คลาสสิกอีกครั้ง

3. 1969 HONDA CB750 FOUR

ทันทีที่มีการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซด์ Honda CB750 รุ่นนี้ออกมา มันก็กลายเป็นของเเปลกที่มีความน่าเชื่อถือในเเวดวงมอเตอร์ไซด์ขึ้นมาทันที มอเตอร์ไซด์รุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นการทำให้วงการรถมอเตอร์ไซด์เข้าสู่ยุคใหม่เเห่งสมรรถนะเลยก็ว่าได้ เพราะมันทำให้รถมอเตอร์ไซด์อังกฤษเเละอเมริกาเเบบสองสูบกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปเลย รถรุ่นนี้ได้มีการปฏิวัติใช้เครื่องยนต์ที่เเหวกเเนว เป็นระบบเเบบ transverse, overhead-cam 4-cylinder เเละคาบูเรเตอร์ 4 ตัว ซึ่งดูค่อนข้างซับซ้อน เเต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของฮอนด้า เรื่องของความเร็วนั้น มันสามารถวิ่งได้ 1/4 ไมล์ในเวลาเพียงเเค่ 13 วินาทีเท่านั้น CB750 สามารถวิ่งระยะทางไกล เเละพร้อมกับมีคนนั้นซ้อนท้ายได้อย่างสบายๆ เเละสามารถควบคุมการทรงตัวได้เป็นอย่างดี มีระบบเบรคเเบบดิสเบรค มันถูกเรียกได้ว่าเป็น "มอเตอร์ไซด์ญี่ปุ่นเเห่งความเป็นสากล" (universal Japanese motorcycle) เลยทีเดียว

4. 1970 HONDA CT70 TRAIL

ถ้าถามคนรุ่นพ่อรุ่นเเม่เรา ที่เป็นประชากรในช่วงยุคเบบี้บูมเมอร์ (baby boomer) ว่าพวกเขาส่วนใหญ่เริ่มต้นชีวิตการขับขี่มอเตอร์ไซด์อย่างไร ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะตอบว่า เริ่มจาก Trail 70 นี่เเหล่ะ มันเป็นมอเตอร์ไซด์คันจิ๋ว เเต่เเจ๋วนะครับ เพราะมันเล็กพอที่เด็กจะขับขี่มันได้ เเล้วก็มีพลังมากพอที่ผู้ใหญ่จะนั่งเเละขับขี่มันบนท้องถนน เเละสามารถขับขึ้นเขาได้เลยเเหล่ะครับ ซึ่งรถรุ่นนี้ก็เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของค่ายฮอนด้าเค้าเลยหล่ะ เพราะฮอนด้าได้คุยว่าเขาสามารถขายรถรุ่นนี้ได้ถึง 100,000 คันในปี 1970 ปีเดียว

5. 1975 HONDA GL1000 GOLD WING

ทางฮอนด้าเค้าบอกว่า เค้าขอเรียกรถรุ่น GL1000 Gold Wing นี้ว่าผลงานประดิษฐกรรมทางด้านยานยนต์เเละมอเตอร์ไซด์ที่มีเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เลยว่างั้น ด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ liquid-cooled flat-4 1000 cc ที่เป็นการยกระดับข้อจำกัดเรื่องกำลัง ทำให้มันมีความน่าเชื่อถือสูง ด้วยวิสัยทัศน์ของวิศวกรฮอนด้าน ในการสร้างรถมอเตอร์ไซด์ระดับคุณภาพห้าดาว Gold wing จึงได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นรถมอเตอร์ไซด์สำหรับเดินทางไกล ที่มีกระเป๋าสัมภาระติดรถอยู่ที่ท้ายรถ มันสามารถวิ่งได้เป็นระยะทางถึง 1,000 ไมล์ในหนึ่งวันเลยทีเดียวครับ

ุ6. 1977 HARLEY-DAVIDSON LOW RIDER

สำหรับรถ Low Rider Harley-Davison รุ่นนี้ได้รับการออกเเบบให้ดูดิบ เถื่อน สมกับความเป็นชาย มาในเทนสีดำ ที่โชว์ให้เห็นเครื่องยนต์ รวมถึงลักษณะเด่นของท่อไอเสีย ล้อทั้งสองข้างที่ทำจากอะลูมิเนียม สีเงินวาวดัดกับสีดำของรถอย่างโดดเด่นมีสไตล์ รวมถึงการจัดวางตำเเหน่งเบาะนั่งให้ต่ำ เเละเเฮนจับเป็นเเบบ drag-style handlebar เเละ raked fork มันเป็นรถมอเตอร์ไซด์ประเภท ครุยเซอร์ ผสมผสานระหว่างรถเเข่งกับรถช็อปเปอร์ทั่วไป ที่ดูดิบ เถือน มีสไตล์จริงๆครับ

7. 1981 BMW R 80 G/S

BMW ได้นำเสนอคอนเซ็ปรถมอเตอร์ไซด์สำหรับการท่องเที่ยวเเบบ off-road ไว้ในรถรุ่นนี้เรียบร้อยเเล้ว ซึ่งปัจจุบันรถพวกนี้มันถูกเรียกว่า Adventure Bike มันเป็นรถที่มีการปรับเปลี่ยนดัดเเปลงจากรถเเข่ง ให้กลายเป็นมอเตอร์ไซด์ off-road ที่สามารถขับขี่ไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นท้องถนนมอเตอร์เวย์ หรือสมบุกสมบันอย่างขี่ขึ้นภูเขาเเล้ว ด้วยเครื่องยนต์ 796cc R 80 G/S ทำให้รถรุ่นนี้สามารถลุยไปได้ทุกที่จริงๆครับ เเละไม่นานมันก็ถูกมองว่าเป็นรถเพื่อการท่องเที่ยว เเละกลายเป็นโมเดลรถมอเตอร์ไซด์ของ BMW ที่ขายดีที่สุดได้โดยไม่ยาก

8.1984 KAWASAKI ZX900 NINJA

ด้วยเครื่องยนต์ double-overhead-cam, 16-valve, liquid-cooled ของรถมอเตอร์ไซด์รุ่นนี้ ทำให้ให้มันคือจรวดสไตล์ร็อคดีๆบนท้องถนน ที่คนต้องหันมามอง ด้วยขุมกำลังขนาด 113 เเรงม้า ที่ตั้งวางอยู่บนเเชสซีน้ำหนักเบา ทำให้นินจารุ่นนี้สามารถวิ่งทำความเร็วได้สูงสุดถึง 145 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซด์ที่มีความเร็วสูงสุด คู่ควรกับเงินที่คุณจะจ่ายออกไปอย่างมากเพื่อได้ครอบครองเป็นเจ้าของมันสักคัน ซึ่งสำหรับรถรุ่นนี้ Tom Cruse ซึ่งรับบทเป็น Maverick ในหนังเรื่อง Top Gun ขี่นั้นดูเเล้วโคตรเท่ห์เลยครับ

9. 1985 SUZUKI GSX-R 750

สำหรับ Suzuki GXS-R หรืออีกชื่อหนึ่งที่เร้าใจคือ Gixxer เป็นมอเตอร์ไซด์ที่ได้รับการออกเเบบอย่างดีให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ด้วยรูปโฉมใหม่ที่เน้นสมรรถนะการทำงานเเละรูปทรงที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย มีสไตล์ การออกเเบบรถรุ่นนี้ฉีกเเนวออกจากกฎเกณฑ์ของมอเตอร์ไซด์ซูเปอร์ไบค์เพื่อการเเข่งขันสไตล์อเมริกันไปเลยครับ GSX-R เป็นมอเตอร์ไซด์ที่มีน้ำหนักเบา โครงของมันทำจากอะลูมิเนียม ทำให้มีน้ำหนักเพียงเเค่ 395 ปอนด์เท่านั้น ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซีของมอเตอร์ไซด์รุ่นนี้ เเละการจัดวางตำเเหน่งที่เหมาะสมลง ที่นั่งที่ทำให้นักบิดเอนตัวหมอบลงอย่างสบาย เเละไฟหน้าคู่ที่เก๋ไก๋ ตัวเเสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า GSX-R ไม่เคยอ่อนข้อในเรื่องสมรรถนะมอเตอร์ไบค์ให้กับรถรุ่นใด จึงเป็นอีกทางเลือกที่ตัดออกไม่ได้สำหรับสิงห์นักบิดในช่วงเวลานั้นเลยทีเดียวครับ

10. 1993 DUCATI M900 MONSTER

สำหรับเจ้าปีศาจสีเเดงรุ่นนี้ มันมาพร้อมเครื่องยนต์อันทรงพลังเเละ โครงเเบบ tubular trellis ที่เปลือยให้เห็นเครื่องยนต์ที่เป็นขุมกำลังของมัน สำหรับ Ducati รุ่น M900 นี้ถือเป็นรถมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์ เเบบ "เปลือยเครื่องยนต์" (nake bike) ที่ได้รับการออกเเบบโดย Miguel Galluzzi ซึ่งเป็นการออกเเบบที่ลงตัว มีความเเข็งเเกร่ง ดุดัน สมชาย (muscular) M900 นี้สามารถขายได้ถึง 250,000 คัน

11. 1998 YAMAHA YZ400F

สำหรับ 1998 YAMAHA YZ400F นี้เป็นมอเตอร์ไซด์วิบาก off-road เครื่องยนต์ 4 จังหวะที่ได้รับการออกเเบบมาเป็นอย่างดี ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 450 ซีซี นี้มีความสามารถในการเเข่งขันได้กับมอเตอครอส 2 จังหวะ 250 ซีซีได้ สำหรับเครื่องยนต์ 390 ซีซี ที่มีพร้อมกับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว เเละใช้เทคนิคใหม่ในการทำโครงรถ ทำให้รถมีน้ำหนักเบาเเละกะทัดรัดขึ้น เเม้ว่าจะมีน้ำหนักมากกว่ารถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะ เเต่อัตราส่วนการอัดของเครื่องยนต์ของรุ่นนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า มันมีข้อได้เปรียบในการเเข่งขันมากกว่า เเละในปี 1998 ก็เป็น Doug Henry ที่สามารถคว้าเเชมป์ AMA motorcross บนเบาะของรถ TZ400F รุ่นนี้

12. 2014 ZERO SR

สำหรับมอเตอร์ไซค์ Zero คือมอเตอร์ไซค์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า ตอบโจทย์ของการอนุรักษ์พลังงานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ในขณะเดียวกันก็สวยงามไร้ที่ติด้วยรูปโฉมลักษณะเดียวกันกับบิ๊กไบค์ ต่างกันแค่เพียงการใช้เครื่องยนต์เท่านั้น เพราะฉะนั้น มอเตอร์ไซค์ Zero จึงเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ตอบโจทย์สิงห์นักบิดที่ต้องการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจจะห้ามใจไปกับรูปโฉมเท่ๆของบิ๊กไบค์นั่นเอง

ZERO SR มาพร้อมกับขนาดเล็กกะทัดรัดทว่าแฝงความดุดันสไตล์Nake bike ไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีขุมพลังอันน่าทึ่งด้วยมอเตอร์ ไฟฟ้าซึ่งอยู่ที่ 67 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ในขณะที่เวลา 3.3 วินาทีมอเตอร์ไซค์คันนี้ก็มีอัตราเร่งอยู่ที่ 0- 100 กิโลมเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว พร้อมกันนั้นยังสามารถรักษาอัตราเร็วของมอเตอร์ไซค์ไว้ได้ที่ 137 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่หากคุณต้องการบิดมอเตอร์ไซค์ให้แรงๆก็สามารถใช้ความเร็วได้สูงสุดถึง 164 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ทั้งนี้ผู้ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์จะต้องใช้เวลาในการชาร์จไฟเพื่อให้รถนั้นมี พลังงานอย่างเต็มที่เป็นเวลา 8.1 ชั่วโมง แต่หากใช้ระบบที่เรียกว่า Quick Charger ก็จะใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง ส่วนราคาของมอเตอร์ไซค์คันนี้อาจจะต้องเตรียมใจกันไว้สักหน่อย ด้วยการขับขี่ระบบไฟฟ้า

13. 2014 EBR 1190RX

2014 EBR 1190RX กว่าสามทศวรรษที่ผ่านมาของการแข่งรถวิศวกรรมและประสบการณ์การผลิตเข้าไปในรถจักรยานยนต์ที่เราทำทุก คุณจะไม่ผิดหวังกับการตั้งค่าสายตาในการสร้างใหม่ล่าสุดของเรา: 2014 EBR 1190RX จะได้รับการสร้างขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นจนจบด้วยความภาคภูมิใจและความสุขความรักอย่างไม่หยุดยั้งที่จะนำคุณอีกกีฬาจักรยานยนต์ระดับโลกจากหัวใจของอเมริกา

2014 อีบีอาร์ 1190 อาร์เอ็กซ์ ใหม่ถนนทางกฎหมายรถจักรยานยนต์ประสิทธิภาพสูงดำเนิน EBR ของรูปแบบการกำหนด 1190RX และเป็นทายาทสายตรงของ EBR แข่งพันธุ์ จำกัด 1190RS Super Bike ในขณะที่ 1190RX หุ้นเครื่องยนต์ 1190cc พี่น้องของตนและหลายของการปฏิบัติงานพิเศษ EBR และคุณสมบัติการจัดการการเสริมสร้างก็คือการออกแบบใหม่ที่สร้างขึ้นที่จะเชื่องถนน wildest และปลุกผู้ขับขี่ที่ต้องการมากที่สุด “นี่คือสุดยอดของทศวรรษที่ผ่านมาจากการอุทิศตนนวัตกรรมและการทำงานเป็นทีม” ผู้ก่อตั้ง Erik Buell กล่าวว่า “เราได้รับการทำงานในการสร้างเครื่องของผู้ขับขี่ที่บริสุทธิ์และแบรนด์โลกที่แท้จริง”

2014 อีบีอาร์ 1190 อาร์เอ็กซ์ รถจักรยานยนต์มีน้ำหนักเพียง£ 419 และถูกสร้างขึ้นรอบ 72 ° V-Twin ของเหลวระบายความร้อนด้วยเครื่องยนต์สี่จังหวะด้วยการกำจัดของ 72.6 ลูกบาศ์ก (1190cc) ไฟขึ้นหน่วยและมันจะตอบแทนคุณด้วยกำลังสูงสุด 185 แรงม้าที่รอบต่อนาที 10.600 และ 137.8 นิวตันเมตรของแรงบิดที่ 8200 รอบต่อนาที

ราคา 2014 อีบีอาร์ 1190 อาร์เอ็กซ์ อยู่ที่ 18,995 เหรียญสหรัฐ EBR ได้เปิดเผยอย่างเต็มที่ของทุก 1190RX ใหม่ รถจักรยานยนต์มีทั้งหมดจะต้องได้รับการพิจารณารูปแบบการเล่นกีฬาสุดประทับใจที่มันถูกติดตั้งด้วยเทคโนโลยีล่าสุดในการดำเนินธุรกิจ

14. 2015 HARLEY-DAVIDSON STREET 500/750

สำหรับในปี 2015 นี้ต้องบอกว่าค่ายดังจากอเมริกาอย่าง HARLEY-DAVIDSON รุกตลาดเดินหน้าอย่างเติมตัว โดยได้ปล่อย 2015 HARLEY-DAVIDSON Street XG 750 และ XG 500 ทั้งสองรุ่นนี้มาเป็นตัวช่วยให้กับสิงห์นักบิดหน้าใหม่ ๆ ที่ยังไม่คุ้นกับการล่องตะลอนไปตามแสงตะวัน ในชุดแบบชาวฮาร์เลย์ ถ้าจะพูดถึงรถทั้งสองรุ่นนี้มันจะมีหน้าตาเหมือนกันมากราวกับคัดลอกกันออกมา สำหรับการแบ่งแยกนั้น สามารถแบ่งได้ตามขนาด ของเครื่องยนต์นั่นก็คือ 500 ซีซี และ 750 ซีซี ตามลำดับ จุดที่สังเกตได้ในแต่ละรุ่น ก็คือ ถ้าหากเป็นรุ่น 750 ซีซีนั้น จะใช้การมิลลิ่งตัวเส้นขอบของเสื้อสูบเพื่อโชว์ให้เห็นสีของโลหะที่จะมีความใกล้เคียงกับโครเมี่ยม นับรวมได้ 8 เส้นต่อ 1 สูบ และที่เห็นได้ชัดเจนอีกหนึ่งที่ ก็คือฝาครอบกรองอากาศซึ่งจะมีการแจ้งบอกไว้อย่างชัดเจนเลยว่าเป็นรถขนาดไหนเท่าไร อย่างไร และส่วนสุดท้ายที่สังเกตได้ก็คือ การเล่นเส้นที่ขอบคล้ายๆ กับเสื้อสูบ ถ้าเป็นในรุ่นของตัว 500 ซีซี จะมีสีดำสนิททั้งวงนั่นเอง

15. 2015 HONDA NM4

สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่น่าสนใจที่สุดในยุคนี้ก็คือ Honda NM4 ซึ่งหลายๆคนไม่ได้นึกฝันมาก่อนเลยว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้จะเปิดตัวในปีนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อ Honda NM4 เปิดตัวจึงสามารถสร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการสิงห์นักบิดเลยทีเดียว

สำหรับเครื่องยนต์ของบิกไบค์ที่น่าสนใจแห่งปีอย่าง Honda NM4 นั้นใช้เครื่องยนต์ 670cc twin-cylinder ในส่วนของเฟรมเหล็กของบิ๊กไบค์คันนี้ก็ได้ถูกปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน พร้อมทั้งมีความชันน้อย และมีมุมเลี้ยวล้อหน้าเป็นแนวครุยเซอร์ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ายามที่สิงห์นักบิดขับขี่มอเตอร์ไซค์คันนี้เท้าของคุณก็จะยื่นไปที่บริเวณด้านหน้าในส่วนของผ่านวางเท้าซึ่งมีความกว้างขวาง ในขณะเดียวกันนั้นเบาะที่นั่งขับก็มีความสูงอยู่ที่ 650 มม แต่ทว่าไม่ได้ทำให้การเอื้อมจับแฮนด์นั้นลำบากแต่อย่างใด ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือเบาะนั่งสำหรับผู้โดยสารที่สามารถพับขึ้นเป็นใช้เป็นพนักพิงเพิ่มความสะดวกสบายได้อีกด้วย

ความโดดเด่นที่ทำให้หลายคนประทับใจเพียงแรกเห็นก็คือจมูกรถที่มาพร้อมกับปีกลักษณะแลดูคล้ายคลึงกับปีกค้างคาว โดยส่วนนี้จะทำเป็นแฟร์ริ่งส่วนบน ทำให้การขับขี่ด้วยความเร็วสูงเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความกว้างมากพอที่จะป้องกันลมปะทะในส่วนหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ถือว่าHonda ทำได้อย่างน่าประทับใจสิงห์นักบิดเลยทีเดียว

คุณคิดว่าคุณชอบรุ่นไหนที่สุด

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


ดารา AV สุดแจ่ม
สาวเซ็กซี่พร้อมขยี้หัวใจ

คำค้นหาที่ใกล้เคียง


vehicle Big Bike classic Motorcycle