Ploynil Chitima 2561/01/09 12:24
Thumb lg 6a4e2a03 8a0f 4f04 be31 41b5e54089fe

อันตรายของ "โรคเสพติดมือถือ" โรคจริงไม่อิงนิยายของภัยร้ายใกล้ตัว

226 Pepper

ใครว่าโรคเสพติดมือถือเป็นแค่เรื่องหลอกลวงให้เราหันไปทำอย่างอื่น นอกจากพฤติกรรมสังคมก้มหน้า โรคนี้มีจริงและอันตรายกว่าที่คิดเยอะ ไม่เชื่อมาดู!

phone Man health smartphone boy Nomophobia

ใครว่าโรคเสพติดมือถือเป็นแค่เรื่องหลอกเด็ก เป็นแค่กุศโลบายให้เราหันไปทำอย่างอื่น นอกเหนือจากพฤติกรรมสังคมก้มหน้าที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก แท้จริงแล้วโรคนี้มีอยู่จริงและอันตรายกว่าที่พวกเราคิดเยอะมาก หากว่าเรายังไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ และกลับมาดำเนินชีวิตในแบบที่เคยทำเมื่อครั้งยังไม่มีสมาร์ทโฟน

Pepper จะพาทุกท่านไปพบกับความจริงของโรคเสพติดมือถือ โรคนี้จะมีอาการเป็นอย่างไร ต้องรักษายังไง และจะป้องกันมันไม่ให้เกิดขึ้นได้ยังไง มาดูเลย!

อาการของ "โรคเสพติดมือถือ"

โรคเสพติดมือถือ หรือ โรคกลัวการขาดมือถือ (Nomophobia) ถือเป็นโรคยอดฮิตของสังคมปัจจุบัน ที่นับวันจะมีผู้ป่วยทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่รู้ตัวสักนิดว่าตนนั้นป่วยด้วยโรคเสพติดมือถือเสียแล้ว โดยผู้ป่วยทุกคนจะใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับโทรศัพท์มือถือแทบตลอดวัน และหากขาดมันไปแล้วล่ะก็ จะร้อนใจ กระวนกระวาย จนแทบทนไม่ได้สักวินาทีเดียว ราวกับว่าอวัยวะส่วนที่ 33 ของร่างกายได้ถูกพรากไปเลยทีเดียว

ปัญหาสุขภาพจิต กับ โทรศัพท์มือถือ

มีข้อมูลการค้นคว้าวิจัยมากมายที่ระบุว่า โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนทำให้ผู้คนมีปัญหาด้านสุขภาพจิตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่พวกเขาและคนรอบข้างไม่รู้ตัว เรามาดูกันดีกว่าว่าโทรศัพท์มือถือส่งผลอะไรต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้งาน และมีข้อเสียอย่างไรบ้าง

#5 โทรศัพท์มือถือทำให้ผู้คนวางแผนฆ่าตัวตายมากขึ้น

ชีวิตที่ถูกผูกติดอยู่กับสังคมภายใต้โลกโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายมากขึ้น ไม่ว่าจากอาการซึมเศร้า ความไม่พอใจในสิ่งที่มีหรือชีวิตที่เป็นอยู่ ความกดดัน อึดอัดใจ การแก่งแย่งชิงดี รวมไปถึงสภาวะความเครียดต่างๆ จากการเข้าถึงชีวิตของผู้อื่นมากจนเกินไปและเกิดการเปรียบเทียบนั่นเอง

#4 โทรศัพท์มือถือส่งผลโดยตรงต่อประสาทและสมอง

การใช้โทรศัพท์มือถือส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทและสมองของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างของหน้าจอโทรศัพท์ ไปจนถึงความเครียดจากการใช้งาน ซึ่งเกิดจากความรู้สึกต่างๆ ที่ประเดประดังเข้ามาระหว่างการใช้ เห็นได้ชัดจากการใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนก่อนเข้านอน ไม่ว่าจะเป็นการคุยแชทผ่านโซเชียลมีเดีย เล่นเกม หรือดูคลิปวีดีโอ ล้วนส่งผลทำให้ระบบประสาทและสมองตื่นตัว จนเกิดอาการนอนไม่หลับทั้งสิ้น

#3 โทรศัพท์มือถือทำให้ผู้คนเป็นโรคซึมเศร้า

สืบเนื่องจากการวางแผนฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเป็นแค่เพียงการคิด การวางแผน หรือการพยายามทำ ล้วนเป็นทั้งต้นเหตุและผลพวงของวงจรโรคซึมเศร้า ที่ไม่มีวันหายไปจากสมองและหัวใจของบรรดาผู้ถูกสมาร์ทโฟนครอบงำทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะการซึมเศร้าจากการเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับผู้อื่น หรือการซึมเศร้าเพราะความอึดอัดกดดันด้วยสาเหตุต่างๆ ก็ตามที

#2 โทรศัพท์มือถือทำให้การควบคุมอารมณ์แย่ลง

ไม่ใช่เฉพาะพัฒนาการของเด็กเท่านั้นที่ช้าลงจากการเล่นสมาร์ทโฟน ไอแพด หรือเครื่องเล่นเกมประเภทต่างๆ การควบคุมอารมณ์ของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ติดสมาร์ทโฟนเป็นชีวิตจิตใจของแย่ลงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอารมณ์โกรธหรือเศร้าโศกเสียใจ ซึ่งมักได้รับการแสดงออกจากผู้ติดสมาร์ทโฟนอย่างรุนแรงเสมอ

#1 การเสพติดโทรศัพท์มือถือเทียบเท่าสารเสพติด

การเสพติดโทรศัพท์มือถือขั้นรุนแรง มีผลเทียบเท่าการเสพสารเสพติด เนื่องจากส่งผลต่อระบบประสาท สมอง และความคิด รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ชีวิตประจำวันของเราดำเนินไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ขาดการสังคมกับคนรอบข้าง รวมทั้งเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายอีกด้วย

จะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็น "โรคเสพติดมือถือ" หรือไม่!?

หากอยากทราบว่าเราเป็นโรคเสพติดมือถือหรือไม่ ก็ขอให้ทำแบบทดสอบต่อไปนี้

- คุณต้องพกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา และต้องวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ๆ ตัว

- คุณรู้สึกกังวลใจมากถ้าโทรศัพท์มือถือไม่ได้อยู่กับตัว หรืออยู่ใกล้ตัว

- คุณหมกมุ่นอยู่กับการเช็คข้อความ และอัพเดทข้อมูลข่าสาวนในสมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา

- คุณอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มืถือขึ้นมาดูบ่อย ๆ เพราะห้ามใจไม่ไหว แม้ไม่มีเรื่องเร่งด่วนก็ตามที

- เมื่อมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น คุณจะวางภารกิจตรงหน้าทั้งหมด เพื่อเช็คข้อความในโทรศัพท์

- หากคุณยังไม่สามารถตรวจเช็คโทรศัพท์มือถือได้หลังเสียงแจ้งเตือนดัง คุณจะไม่มีสมาธิทำอะไรทั้งสิ้น รวมไปถึงลุกลี้ลุกลน กระวนกระวายใจจนกว่าจะได้จับโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง

- สิ่งแรกที่คุณทำก่อนนอนและหลังตื่นนอนก็คือ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

- คุณชอบจดๆ จ้องๆ โทรศัพท์เป็นประจำ ระหว่างทำกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น ระหว่างรับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ ขับรถ หรือระหว่างนั่งรอหรืออยู่บนพาหนะสาธารณะ

- คุณกลัวโทรศัพท์ตัวเองหาย แม้ว่าจะวางอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม

- คุณไม่สามารถปิดโทรศัพท์มือถือได้ แม้แต่เวลานอน

- คุณใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนในโลกออนไลน์หรือผ่านโซเชียล มากกว่าคุยกับเพื่อนฝูงที่อยู่ตรงหน้า

- พิสูจน์ด้วยการไม่หยิบจับโทรศัพท์มือถือสัก 1 ชั่วโมง หากไม่สามารถทำได้ แสดงว่าคุณป่วยเป็นโรคนี้เข้าเสียแล้ว

รู้จักโรคเสพติดมือถือกันไปแล้ว ใครที่รู้ตัวว่ากำลังถูกโรคนี้ครอบงำก็อย่าลืมถอยออกมาตั้งหลักกันก่อนจะมีอาการมากกว่าที่เป็นอยู่ดีกว่านะ

เพื่อนๆ เสพติดมือถือกันไหมเอ่ย?

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


ดารา AV สุดแจ่ม
สาวเซ็กซี่พร้อมขยี้หัวใจ

คำค้นหาที่ใกล้เคียง


phone Man health smartphone boy Nomophobia