★Eknarin★ 2562/03/06 14:52
Thumb lg 0608b316 a375 4aed b886 b75b8df75d6e

เมื่อปัญญาประดิษฐ์เข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ เป็นไปได้ไหมที่คนเราจะรักกับ AI

112 Pepper

เมื่อปัญญาประดิษฐ์เข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ และมนุษย์ยังไม่หยุดที่จะรัก เป็นไปได้ไหมที่คนเราจะรักกับ AI

ai Artificial intelligence ปัญญาประดิษฐ์ ความรัก อนาคต เทคโนโลยี คนกับ AI

เราเคยเชื่อว่า ‘รักไม่มีพรมแดน’ และความรักของหลายๆ คู่ก็พิสูจน์คำพูดนี้ว่าเป็นความจริง เราได้เห็นความพยายามในการทำลาย ‘กำแพง’ เรื่องความรักมามากมาย ตั้งแต่ความรักต้องห้ามระหว่างสองตระกูลในนิยายโศกนาฏกรรมอย่าง โรมิโอและจูเลียต ในปี 1597 ความรักระหว่างสองสัญชาติ สองผิวสี (แอฟริกัน-อเมริกันและอเมริกัน) ในอเมริกาช่วงปี 1960 และปัจจุบัน 2019 การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน (Same-sex marriage) ซึ่งทุกกำแพง ตระกูล ชนชั้น เชื้อชาติ สีผิว และเพศ ต่างก็ค่อยๆ ถูกทำลายลงเพื่อพิสูจน์ความเชื่อนี้

และถ้าในอนาคต วันที่การแต่งงานระหว่างคนเพศเดียวกันเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายแล้ว อะไรจะเป็น ‘กำแพง’ ต่อไป

#1.จริงหรือ ที่คนจะรักกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ถึงแม้ฟังดูว่าจะเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันที่จะเกิดขึ้นในนิยายเท่านั้น แต่หากเรามองดูดีๆ ณ ตอนนี้เรามีสภาพแวดล้อมครบถ้วนที่จะทำให้เกิดความรักระหว่างคนกับ AI ทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และที่สำคัญ ความเหงาที่กระจายอยู่ทั่วสังคมในปัจจุบัน

Blade Runner 2049 ภาพยนตร์ที่สร้างจากหนังสือ Do Androids Dream of Electric Sheep?

หากคุณเคยดูหนังหรือเคยอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ เรื่องราวความรักระหว่างคนและ AI ถูกพูดถึงมาอย่างมากมาย ทั้งนิยายคลาสสิกอย่าง ‘Do Androids Dream of Electric Sheep’ , ภาพยนตร์เหงาๆ Her รักดังฟังชัด ภาพของความรักระหว่างมนุษย์กับ AI ถูกฉายซ้ำให้เรารับชมบ่อยครั้ง แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของหนังและนิยายเหล่านี้คือสร้างความบันเทิง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็คือการทำนายอนาคต ภาพที่สังคมมนุษย์จะแนบชิดกับปัญญาประดิษฐ์จนเกิดความรัก

# 2.AI ก้าวหน้าจนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของความรักแล้วหรือ?

ถึงการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไปจนถึง AI ในทุกวันนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างมาก แต่มันก้าวหน้าจนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของความรักแล้วหรือ?

เราคงเห็นข้อความที่ว่า AI จะทำให้งานหลายๆ งานต้องหายไป แน่นอนว่าตอนนี้ AI เริ่มมีความฉลาดเพียงพอที่จะเข้ามาแทนที่งานบางงานที่ไม่ต้องการทักษะที่ซับซ้อนได้แล้ว แต่เรื่องความรักล่ะ AI มีบทบาทอย่างไร

ในประเทศญี่ปุ่น มีงานวิจัยจาก National Institute of Population and Social Security Research ที่สำรวจประชากรที่ยังไม่ได้แต่งงาน พบว่า 70 % ของประชากรเพศชายและ 60% ของประชากรเพศหญิงนั้น ‘ยังไม่มีแฟน’ แต่ถึงพวกเขาไม่มีแฟน ก็ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากมีความสัมพันธ์

บริษัท Vinclu เห็นความต้องการจุดนี้ จึงทำการสร้าง Gatebox อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ช่วยดูแลบ้านผ่านระบบออนไลน์ (คล้ายๆ กับ Google Home, Amezon Echo) แต่สิ่งที่ Gatebox พิเศษกว่าคือการมีตัวละครเสมือนที่คอยติดต่อกับผู้ใช่อย่าง ‘อาซึมะ ฮิคาริ’

สิ่งที่ทำให้อาซึมะ พิเศษ คือความ ‘ใกล้ชิด’ ที่อาซึมะมอบให้คุณ

‘รีบกลับมาบ้านเร็วๆน้า’

นี่อาจเป็นข้อความที่เธอส่งหาคุณ เมื่อคุณอยู่บนรถไฟฟ้าขากลับจากที่ทำงาน ถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความห่วงใย ความหวง และบอกให้ผู้อ่านรู้ว่ามีคนกำลังรออยู่ที่บ้าน กล้าปฏิเสธไหมว่ามันทำให้คนโสดอมยิ้มได้ อาซึมะถูกออกแบบมาให้เหมือนมีชีวิต นอกจากเปิดไฟ เปิดแอร์ ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช็คอีเมล หรือค้นหาข้อมูลที่คุณต้องการ อาซึมะยังสามารถพูดคุย ถามไถ่คุณ รวมไปถึงส่งคุณเข้านอน และปลุกคุณไปทำงานได้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คงเป็นความสัมพันธ์ที่ใครหลายคนต้องการ

แหล่ง: https://www.youtube.com

หรือหากเราจะพูดถึงเรื่องเซกส์ ที่ต้องยอมรับว่านี่คือสิ่งสำคัญในชีวิตคู่ Abyss Creations ก็ได้สร้าง ‘Realdoll’ ตุ๊กตาที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองชีวิตเซกส์โดยเฉพาะ ทั้งการออกแบบที่เหมือนจริง วัสดุที่ให้สัมผัสเหมือนผิวมนุษย์ และทีสำคัญที่สุด คือการประสาน AI ที่ชื่อ Harmony เข้าไปในตุ๊กตา Realdoll และ Harmony สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ จดจำ และสามารถเรียนรู้รสนิยม (ทางเพศ) ของเจ้าของ และตอบโต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติได้ด้วย

ยังไม่รวมถึงข่าวที่ Google Assistant ผู้ช่วย AI ของกูเกิ้ลมีฟีเจอร์ในการสื่อสารกับมนุษย์ ที่นอกจากจะสื่อสารเข้าใจชัดเจนแล้ว ยังแนบเนียนและเป็นธรรมชาติราวกับกำลังสื่อสารอยู่กับมนุษย์จริงๆ

ซึ่งจากที่ดูตอนนี้เราก็สามารถพูดได้ว่า AI กำลังถูกพัฒนาให้เข้าใกล้ความเป็นมนุษย์อย่างถูกที่ถูกทาง และเห็นความเป็นไปได้ที่ชัดเจน แต่ถึงแม้ AI จะเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ แต่มนุษย์เองจะพิศวาส AI ได้จริงๆ หรือ

#3.มนุษย์เองจะพิศวาส AI ได้จริงๆ หรือ?

ในญี่ปุ่น หลายครั้งเรามักได้ยินข่าวทำนองที่ว่า หนุ่ม (หรือสาว) แต่งงานกับตัวละครในเกมหรือการ์ตูนที่พวกเขาหลงรัก ซึ่งเจตนาของพวกเขานั้นไม่ใช่แค่การทำเพื่อความสนุก แต่มาจากความต้องการของพวกเขาจริงๆ เช่นในกรณีล่าสุดที่นาย อากิฮิโกะ คนโดะ แต่งงานกับตัวละคร จากโปรแกรมสังเคราะห์เสียง Vocaloid ที่ชื่อ ฮัตสึเนะ มิกุ โดยนายอากิฮิโกะได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่กับ มิกุ อย่างจริงจัง ซึ่งนี่ก็แสดงให้เห็นว่า ยังมีบางคน (หรือหลายคน) มองว่าความรักกับมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องการ

เดวิด เลวี่ นักเขียนชาวอเมริกันเจ้าของผลงานหนังสือ Love and Sex with Robots ได้เขียนประโยคหนึ่งไว้ในหนังสืออย่างน่าสนใจว่า “ความรักกับหุ่นยนต์จะเป็นธรรมชาติไม่ต่างกับมนุษย์” และได้กล่าวอีกด้วยว่า หุ่นยนต์ (หรือตุ๊กตา) และ AI จะเป็นคำตอบของปัญหาความสัมพันธ์ที่มนุษย์พบเจอ ‘ปัญหาส่วนมากที่หลายๆ คนต้องทรมานคือการที่เขารู้สึกว่า เขาไม่มีใครรัก และไม่ได้มอบความรักให้ใคร และถ้าพวกเขาเหล่านั้นได้มีคนให้รักและมอบความรักให้ มันจะเป็นเรื่องที่วิเศษมาก’

ดร. ลอล่า เบอร์แมน ศาสตราจารย์ประจำ Northwestern University ได้ให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ไว้ว่า ‘ความได้เปรียบที่จะทำให้คนหลงรักกับ AI ได้มากกว่า คือในโลกนี้ ยังมีคนอีกมากมายที่ยังมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม เรื่องอารมณ์ ซึ่งทำให้พวกเขาโดนแปลกแยกจากสังคม แต่เทคโนโลยีอย่าง AI จะช่วยให้พวกเขาได้เข้าใจปฏิสัมพันธ์แบบที่ควรมี’

สอดคล้องกับงานวิจัยของมหาลัยแสตนฟอร์ด ที่เสนอว่า ในอนาคตมีแนวโน้มที่มนุษย์จะรู้สึกใกล้ชิดกับ AI ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะแนวคิดที่ว่า AI หรือหุ่นยนต์เป็นสิ่งสังเคราะห์จะน้อยลงตามกาลเวลา เนื่องจากความใกล้ชิดในชีวิตประจำวันระหว่าง AI กับมนุษย์ ซึ่งทำให้มนุษย์มีสิทธิ์ที่จะ ‘รัก’ กับ AI

แต่งานวิจัยชิ้นเดียวกันนี้ก็ได้ทิ้งให้ขบคิดกับคำถามเดิม ‘เราจะสามารถตกหลุมรักหุ่นยนต์ที่คิดไม่เองไม่ได้ แต่รักเราเพราะถูกโปรแกรมมาได้จริงๆ หรือ’

หรือหากทำได้ ความรักจะเป็นสิ่งที่สามารถโปรแกรมลงบน AI ได้จริงหรือ

#4.ความรักจะสามารถถูกโปรแกรมลงบน AI ได้จริงๆหรือ?

จากหนังสือ Close Engagements with Artificial Companions: Key Social, Psychological, Ethical and Design Issues ที่ผู้เขียนได้ชี้ไว้ว่ายังมีโจทย์อีกมากมายที่ผู้สร้างต้องแก้เพื่อที่จะทำให้ AI และหุ่นยนต์เข้าใจความซับซ้อนของอารมณ์มนุษย์ได้ ตั้งแต่การตรวจจับสัญญาณ พฤติกรรมที่สอดคล้องกับอารมณ์ และโต้ตอบกับอารมณ์นั้นอย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

เพราะสุดท้ายแล้ว เราต้องอย่าลืมว่า ความรักคือหนึ่งอารมณ์ที่ซับซ้อนที่สุดของมนุษย์ เราสามารถหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ในบางกรณี ทั้งเรื่องของฮอร์โมน สัญชาติญาณ แต่สุดท้ายแล้วความรักก็ยังไม่สามารถหารูปแบบที่ตายตัว และหาสมการที่อธิบายพฤติกรรมที่ชื่อ ‘ความรัก’ นี้ได้เสียที

ในอนาคต เชื่อว่าวันที่ประเด็นเรื่องความรักจะ Shift มาเป็นเรื่องระหว่างมนุษย์กับ AI จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนา มันค่อยๆ บีบเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์จริงๆ กับ AI ให้ชิดขึ้นเรื่อยๆ เราเห็น AI ที่ฉลาดพอจะทำงานแทนมนุษย์ในบางงานได้แล้ว ในอนาคต เราก็น่าจะได้เห็น AI ที่ฉลาดพอจะโต้ตอบบทสนทนาที่ลื่นไหล เล่นมุก ตบมุก หรือพูดเรื่องความรักได้อย่างแน่นอน

เทคโนโลยีคือสิ่งมหัศจรรย์ มันเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์เราครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างทั้งรอยยิ้มและบาดแผลให้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และหากมนุษย์และ AI ไปถึงจุดที่สามารถพัฒนาความรักซึ่งกันและกันได้แล้ว ความรักระหว่างมนุษย์และ AI ยังต้องพบเจอคำถามทั้งด้านศีลธรรม จริยธรรม ที่ต้องตอบสังคมให้ได้ ไม่ต่างจากความรักที่เคยเป็นสิ่งต้องห้ามในอดีต

แต่สุดท้ายแล้ว ความรักที่มนุษย์โปรแกรมลงบน AI หรือสิ่งที่ AI เรียนรู้เรื่องความรักนั้น จะสามารถทดแทนความรักที่ซับซ้อนและทรงพลังที่มนุษย์มีให้ด้วยกันได้ไหม หรือเป็นเพียงชุดของคำสั่งของมนุษย์และการปฏิบัติตามอย่างไร้การขัดขืนของเครื่องจักรแทน

#คุณคิดว่า AI จะเข้าใจเรื่องความรักได้ไหม

Preload

Author

Thumb lg e9f8e894 b6d8 4684 b610 2b9701dc518f

★Eknarin★

นักอ่านที่มีงานอดิเรกเป็นนักเขียน ชอบกินปลาดิบและเรื่องราวในสังคมพอๆกับน้องบีมวง Fever

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!