★Eknarin★ 2562/03/28 13:25
Thumb lg 0842aa85 97cd 4e9a 96eb acd52a73b501

จริงหรือที่การเมืองไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน?

259 Pepper

รัฐบาล การเมือง เป็นเรื่องไกลตัวไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปจริงๆ หรือ

การเมือง การเลือกตั้ง Politics ชีวิตประจำวัน รัฐบาล บ้านเมือง

เชื่อว่าตอนนี้ หัวข้อพูดคุยที่เป็นประเด็นหลักของหลายๆ คนคงไม่พ้นเรื่องการเมือง แต่ก็คงมีหลายคนที่สงสัยว่า การเมือง การเลือกตั้ง รัฐบาล มันเกี่ยวข้องอะไรกับเรา หรือมีแนวคิดที่ว่า ใครจะเป็นรัฐบาลก็ไม่ทำให้เรารวยขึ้นหรอก คำพูดนี้จริงหรือไม่ รัฐบาล การเมือง เป็นเรื่องไกลตัวไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปจริงๆ หรือ

#1. การเมืองคืออะไร

หากคุณกูเกิลคำว่า ‘การเมือง’ จะมีผลการค้นหาขึ้นมามากมาย การเมืองคือศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดศาสตร์หนึ่งของมนุษย์ ดังนั้นไม่แปลกที่จะมีผู้คนมากมายให้คำนิยามที่หลากหลายเกี่ยวกับการเมือง ทั้ง อ.ณรงค์ สินสวัสดิ์ ที่ได้อธิบายว่า “การเมือง เป็นการต่อสู้ช่วงชิง การรักษาไว้และการใช้อำนาจทางการเมือง” หรือนิยามของเพนนอคและสมิธที่ว่า “การเมือง หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับอำนาจ สถาบันและองค์กรในสังคม” และคำนิยามที่น่าจะตรงกับเรื่องที่เราพูดกันในวันนี้ มาจากเดวิด อีสตัน ที่ว่า “การเมือง เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในการจัดสรรแจกแจงสิ่งที่มีคุณค่าต่าง ๆ ให้กับสังคมอย่างชอบธรรม”

แม้จะมีหลายคำนิยามและความหมาย แต่สิ่งที่เชื่อมนิยามทั้งหมดเข้าด้วยกันคือคำว่า ‘อำนาจ’ ดังนั้น จะกล่าวว่าการเมืองคือเรื่องของอำนาจระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครองก็คงชัดเจนที่สุด

#2. อะไรคืออำนาจระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง

ก่อนจะไปหาคำตอบ ผมขอพาย้อนอดีตสักนิด เพราะการเมืองนั้นเข้ามามีความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ทันทีที่เริ่มมีสังคม ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า การเมืองนั้นมีอายุที่เก่าแก่มามากกว่าอารยธรรมด้านศิลปะหรือวิทยาศาสตร์แขนงใดๆ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจกับผู้อยู่ใต้อำนาจนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนวิทยาการด้านอื่นๆ เช่นด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์เพื่อการสงคราม ในยุโรปสมัยก่อนศิลปินมักจะมีขุนนาง หรือเจ้านครเป็นผู้ผู้อุปถัมภ์ (Patron) เพื่อให้ศิลปินสร้างผลงานให้ตน ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าผู้ครองนคร ศิลปินผู้ถูกอุปถัมภ์เดิมย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

โอเค ทั้งคุณและผมต่างก็ไม่ใช่ศิลปินยุคกลางสักหน่อย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เราจะคุยกันในวันนี้ล่ะ ผมยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาเพื่ออธิบายให้เห็นภาพชัดที่สุดด้านการเมื่อ ความสัมพันธ์ ระหว่างผู้มีอำนาจและผู้อยู่ใต้อำนาจ เจ้านครอุปถัมภ์ ให้เงินทองอาหารแก่ศิลปินเพื่อให้สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ให้แก่ตน เพื่อที่ตนจะได้ใช้เพื่อพัฒนา เพื่อปกป้องเมือง เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่เมืองของตน ซึ่งสิ่งที่เชื่อมโยงทั้งคู่ ทั้งผู้กุมอำนาจ และผู้อยู่ใต้อำนาจ ไว้ด้วยกันนั่นก็คือ “ผลประโยชน์” ที่เป็นแบบ “ต่างตอบแทน”

เมื่อเข้าสู่รัฐสมัยใหม่ จากผู้ครองนครก็ได้พัฒนามาเป็นรัฐบาล เกิดกฎหมายเพื่อรองรับความสัมพันธ์แบบให้ผลประโยชน์ต่างตอบแทนขึ้นมาเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ของตน ทั้งการจัดสรรทรัพยากรด้านอุปโภคบริโภคทั้งไฟฟ้า ประปาให้แก่ประชาชน แลกกับภาษีที่ประชาชนต้องจ่ายให้รัฐบาล ความสัมพันธ์นี้ดำเนินต่อเนื่องจนเป็นเหมือนเรื่องปกติ เราเสียภาษีโดยศิโรราบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ ซึ่งรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่ต้องส่งมอบผลประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ประชาชนตามกฎหมาย งั้นความสำคัญของการเมืองเรื่องแรกที่เราเห็นได้ชัดคือ ผลประโยชน์

#3. บทบาทของการเมืองที่มีต่อชีวิตประจำวัน

การเมืองมีผลโดยตรงกับชีวิตประจำวันของเราในแง่ของผลประโยชน์ที่พึงได้จากรัฐ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าเงินภาษีที่เราจ่ายไปนั้นจะถูกนำไปใช้ในบริการสาธารณะด้านไหน เช่น บริการสาธารณสุข การศึกษา หรือการป้องกันประเทศ หรือจะให้ชัดไปเลย ถ้าคุณมีลูก ลูกของคุณจะได้รับการฉีดวัคซีนพื้นฐานหรือไม่ หรือลูกของคุณจะได้เข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือไม่ นั่นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

ลองมองไปรอบๆ ตัว การเมืองในแง่ของผลประโยชน์ที่เราพึงได้จากรัฐนั้นฝังอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถนน การขนส่งสาธารณะที่เราใช้อยู่ทุกวันก็ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากเงินภาษีของเราทั้งสิ้น ซึ่งรัฐก็มีอำนาจในการเข้าไปกำกับดูแลราคาของบริการเหล่านี้ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ของประชาชน เช่นที่มักจะทำในช่วงเทศกาล หรือจะเป็นราคาของกาแฟที่อยู่ข้างๆ คุณ ที่พร้อมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามราคาภาษีที่รัฐกำหนด จำนวนของตำรวจที่ดูแลพื้นที่ของคุณ จำนวนช่องของทีวี ราคาของคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้พิมพ์บทความนี้อยู่ เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ต 3G ของคุณที่ใช้อ่านบทความนี้ที่ล้วนแล้วแต่เริ่มมาจากการจัดการของรัฐทั้งสิ้น

นอกจากหน้าที่ของผู้จัดสรรให้แล้ว รัฐยังทำหน้าที่เป็นผู้ “ยึด” ทรัพยากรบางอย่างไปจากคุณไปด้วย เริ่มด้วยภาษีบางประเภทที่กำหนดผู้ต้องเสียชัดเจน เช่นภาษีเงินได้บุคคล อากรแสตมป์ ไปจนถึงทรัพยากรบางอย่างซึ่งปกติแล้วควรเป็นของคุณ เช่นกรณีหากคุณพบ ‘น้ำมัน’ ในพื้นที่ครอบครองของคุณ รัฐมีสิทธิ “ยึด” เอาน้ำมันนั้นไปเป็นของรัฐได้ด้วยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม

เหล่านี้คือความเกี่ยวข้องระหว่างการเมืองกับชีวิตประจำวันของเรา แต่ในแง่มุมที่ลึกซึ้งกว่านั้น เช่นด้านวัฒนธรรม การเมืองก็เข้ามามีบทบาทไม่น้อย เช่นในแง่ของการสร้างอัตลักษณ์ร่วมเพื่อความเป็นปึกแผ่น คำว่า ‘สวัสดี’ ที่เป็นคำทักทายประจำชาติไทยนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นการสืบทอดมาหลายร้อยปีอย่างที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เริ่มจาก พระยาอุปกิตศิลปสาร ในสมัยที่สอนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้เป็นคำทักทายในคณะ ก่อนที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเห็นชอบให้ใช้คำว่า "สวัสดี" เป็นคำทักทายอย่างเป็นทางการของประเทศ ซึ่งตอนนี้คำว่าสวัสดีก็กลายเป็นคำทักทายที่ฝังแน่นอยู่ในวัฒนธรรมของคนไทย

ซึ่งในสมัยจอมพล ป. เป็นช่วงที่เราจะเห็นความสัมพันธ์ของการเมืองกับวัฒนธรรมอย่างชัดเจน รัฐมีส่วนสำคัญในการ‘ขึ้นรูป’ วัฒนธรรมที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันมากมาย อาทิ สั่งห้ามประชาชนกินหมากโดยเด็ดขาด ให้ผู้หญิงเลิกนุ่งโจงกระเบน เปลี่ยนมานุ่งผ้าถุงแทน ให้สวมหมวก สวมรองเท้า ซึ่งมีการกำหนดโทษผู้ที่ฝ่าฝืนทั้งจำคุกและปรับเงิน เหล่านี้แสดงถึงความสัมพันธ์ที่รัฐมีต่อประชาชนในแง่ของวัฒนธรรม

#4. รัฐบาลที่เก่ง vs รัฐบาลที่ไม่เก่ง

ถ้าเราพบว่าการเมืองมีความสัมพันธ์กับเราในทุกแง่มุมแล้ว คำถามที่ว่า ใครจะเป็นรัฐบาลก็ไม่ทำให้เรารวยขึ้นหรอก นั้นสะท้อนความจริงแค่ไหน จริงอยู่ที่ว่าในระบบทุนนิยมเสรีนั้นปัจเจกบุคคลย่อมมีความสำคัญ หากใครมีความสามารถมากก็ย่อมตักตวงผลประโยชน์ได้มากกว่า แต่จริงๆ แล้ว รัฐบาลที่ทำหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพจะสร้างโอกาสให้กับปัจเจกบุคคลได้อย่างเท่าเทียมมากกว่ารัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ

เช่นหากรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ย่อมสามารถใช้ทรัพยากร (ภาษี พื้นที่ ฯลฯ) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแปรรูปออกมาเป็นบริการสาธารณะได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่น สามารถสร้างโรงพยาบาลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น สร้างโรงเรียนเพื่อให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษาได้ยิ่งขึ้น สร้างถนน ส่งมอบไฟฟ้าและประปาให้ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพราะสิ่งเหล่านี้คือช่องทางในการเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตัวเองของประชาชนทั้งสิ้น

หากรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพขึ้นมาบริหารย่อมไม่สามารถส่งมอบบริการสาธารณะต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ประชาชน ทำให้ระหว่างคนที่มีอันจะกิน มีทรัพยากรพร้อมกว่าอยู่แล้ว มีช่องว่างที่ห่างขึ้นและได้เปรียบคนที่มีทรัพยากรน้อยกว่า สุดท้ายก็จะกลายเป็นว่าเฉพาะคนที่รวยอยู่แล้วเท่านั้นที่จะรวยขึ้นไปได้ แต่คนทั่วไปยังต้องดิ้นรนเพื่อเข้ารับบริการที่เขาควรจะได้โดยไม่ต้องดิ้นรน

ซึ่งมาถึงจุดนี้ ทุกคนคงจะเห็นภาพแล้วว่าการเมืองนั้นสำคัญและเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร และความแตกต่างระหว่างรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพและด้อยประสิทธิภาพมีอย่างไรบ้าง แล้วการเลือกตั้งล่ะ มันสำคัญกับการเมืองอย่างไร และมันสำคัญกับเราอย่างไร

เพราะทั้งหมดที่เราพูดกันวันนี้ เราพูดเกี่ยวกับเรื่องของ “อำนาจ” ครับ ซึ่งอำนาจที่ว่ามันก็ยิ่งใหญ่ซะจนสามารถทำให้คนทั้งประเทศต้องเดินตามเช่นเดียวกับที่เราพูดคำว่าสวัสดีในทุกวันนี้ อำนาจดังกล่าวคือ “อำนาจอธิปไตย” ซึ่งการเลือกตั้งนั้นแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้อยู่ใต้อำนาจ - อำนาจ - ผู้กุมอำนาจ หรือ ประชาชน - อำนาจอธิปไตย - รัฐบาล

เพราะการเลือกตั้ง คือพิธีการที่ประชาชนส่งมอบอำนาจอธิปไตย (ที่เดิมเป็นของประชาชนทุกคน) ให้แก่ รัฐบาล เพื่อเป็นตัวแทนในการใช้อำนาจนั้น นั่นทำให้เราเห็นถึงที่มาของอำนาจว่ามาจากประชาชน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจึงเป็นรัฐบาลที่ยึดโยงกับประชาชนที่สุด ทั้งในแง่ของนโยบายที่สะท้อนความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ความชอบธรรมในการทำกิจการ และความเชื่อมั่นจากประชาชน ที่สำคัญกว่านั้น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังสามารถถูกต่อรองจากประชาชนภาคส่วนต่างๆ ถูกตรวจสอบจากภาคประชาชน และองค์กรอื่นๆ ได้อย่างอิสระ เพราะรัฐบาลนั้นถืออำนาจอธิปไตยที่ได้ (ยืม) มาจากประชาชนเท่านั้น

เราสามารถลุกขึ้นมาบอกว่ารัฐบาลกำลังทำผิด เราสามารถลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลมอบบริการที่เราต้องการได้ เมื่อเรารู้สึกว่ากาแฟราคาแพงไป เราสามารถลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมภาษีเมล็ดกาแฟ น้ำตาล หรือต้นทุนอื่นๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการลดราคากาแฟได้ และการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง เป็นวิธีเดียวที่เราจะได้มาซึ่งรัฐบาลที่เรามีสิทธิ์ทำแบบนี้

การเมืองนั้นแนบแน่นกับชีวิตของเรากว่าที่เรารู้สึก ในทุกๆ ย่างก้าวของเราล้วนผูกพันกับอำนาจรัฐที่มองไม่เห็น แต่มันปรากฏชัดในโทรศัพท์ของคุณ รถไฟฟ้าที่คุณขึ้น กาแฟที่คุณดื่ม ตั๋วหนังที่คุณดูกับแฟน แม้แต่คำพูด สวัสดี ที่คุณใช้ทักทายในทุกวัน กระทั่งวันที่คุณเกิด การเมืองก็ได้มอบสถานะสัญชาติไทยเพื่อผูกพันดูแลคุณได้โดยอัตโนมัติ

แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่อำนาจอันยิ่งใหญ่ของการเมือง มันก็ไม่เคยขออนุญาตที่จะเกี่ยวข้องกับคุณเลย

# คิดว่าการเมืองเกี่ยวข้องกับชีวิตคนเรามากน้อยแค่ไหน

Preload

Author

Thumb lg e9f8e894 b6d8 4684 b610 2b9701dc518f

★Eknarin★

นักอ่านที่มีงานอดิเรกเป็นนักเขียน ชอบกินปลาดิบและเรื่องราวในสังคมพอๆกับน้องบีมวง Fever

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!