LilReindeer 2562/05/13 16:50
Thumb lg 8923f17b 2015 4a35 a09d 961e14c2c392

ทริควิธีเก็บเงินเเบบฉบับ First Jobber

111 Pepper

อย่าปล่อยเวลาให้ล่วงเลย เริ่มเร็วก็มั่นคงเร็ว กับวิธีเก็บเงินดี ๆ สำหรับเด็กจบใหม่

การเงิน วางแผนเกษียณ การเก็บเงิน วัยทำงาน First Jobber ไลฟ์สไตล์ การลงทุน

สวัสดีบรรดานักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะเริ่มทำงานทุกคน หลาย ๆ คนอาจจะวาดฝันไว้ถึงอิสระทางการเงิน ว่าต่อแต่นี้ไปเราจะได้มีเงินใช้เป็นของตัวเอง ซื้ออะไรที่อยากได้ โดยไม่ต้องรอขอเงินพ่อแม่กันแล้ว แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น อาจจะไม่เป็นแบบนั้น สำหรับวุฒิปริญญาตรีโดยทั่ว ๆ ไป ที่มีอัตราเงินเดือนปัจจุบันที่ประมาณ 15,000 บาท เอาเข้าจริง ๆ ไปเจอค่าเช่าบ้าน ค่ามือถือ ค่าเดินทาง ค่ากินค่าอยู่ ค่าประกันสังคม ฯ นี่ยังไม่นับเผื่อบางคนที่อาจจะต้องส่งเสียเลี้ยงดูที่บ้านอีก คิดไปคิดมาแค่นี้ก็แทบจะหมดแล้ว

ดังนั้นสำหรับใครที่อยู่ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้คิดวางแผนล่วงหน้า ไป ๆ มา ๆ รู้อีกที 10 ปีผ่านไป ก็อาจจะไม่มีเงินเก็บแถมดีไม่ดี อาจจะยาวไปจนถึงไม่มีเงินที่เพียงพอสำหรับการเกษียณอายุกันด้วย ซึ่งเรื่องนี้แม้จะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวแต่จริง ๆ แล้ว ควรจะคิดวางแผนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มทำงานเดือนแรกเป็นการดีที่สุด ฟังแล้วก็อย่าเพิ่งวิตกกันเกินเหตุไปก่อน เพราะทุกอย่างยังเริ่มต้นทัน วันนี้เราจึงมีข้อคิดเทคนิคดี ๆ ให้บรรดา First Jobber ทั้งหลายเอาไปใช้เพื่อจะได้มีเงินเก็บกันเยอะ ๆ

#1. อย่าเพิ่งรีบก่อหนี้ระยะยาว

ความอยากได้อยากมี รวมไปถึงการที่ระบบขนส่งสาธารณะในบ้านเราที่ไม่สะดวกสบาย ทำให้เด็กจบใหม่หลาย ๆ คนมีแนวคิดว่าอยากจะมีรถยนต์เป็นของตัวเอง แถมปัจจุบันเซลล์ต่างก็หยิบเอาโปรโมชั่นต่าง ๆ มาล่อลวงให้เราซื้อได้ง่ายดายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดาวน์ 0 บาท ผ่อนระยะยาว ฯ ทำให้หลายคนเผลอตกหลุมลงไปโดยไม่ทันได้คำนวณถึงอัตราดอกเบี้ยว่าจะต้องสูงขึ้นไปอีก

นอกจากนี้การมีรถยนต์ซักหนึ่งคัน ไม่ใช่แค่ค่าผ่อนที่ต้องคำนึงถึง แต่จริง ๆ แล้วเราจะต้องคิดเผื่อไปถึงค่าน้ำมัน ค่าตรวจเช็กตามระยะเวลา รวมไปถึงค่าประกันต์รถยนต์ค่าต่อภาษีในปีหน้าด้วย ดังนั้นใครที่เผลอใจร้อนรีบซื้อรถตั้งแต่ตอนจบใหม่ๆ ล่ะก็ แทนที่เงินของคุณจะได้เอาไปเก็บหรือไปลงทุนให้งอกเงย ก็จะต้องกลายมาเป็นค่าผ่อนและดูแลรถยนต์ซะหมด

#2. เก็บแบบอัตโนมัติ

ต้นปีทีไร หลาย ๆ คนก็จะตั้งปนิธานในเรื่องการเก็บเงินเอาไว้ ว่าจะประหยัดบ้าง จะเหลือเงินเยอะ ๆ เอาไว้ฝากธนาคารยามสิ้นเดือน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เมื่อมีเงินอยู่ในมือแล้ว หลายคนก็มักจะเผลอตัว เอาไปกินเอาไปใช้กันจนหมดซะก่อน ดังนั้นสิ่งที่จะแก้ปัญหานี้ได้ก็คือ เก็บก่อนใช้ ไม่ใช่เหลือแล้วค่อยมาเก็บ

การเก็บก่อนใช้ให้ได้ผลนั้น ต้องอาศัยความมีวินัยมาก ๆ ซึ่งหลายคนก็อาจจะมีปัญหาเรื่องเวลาหรือการหลงลืมกันได้ ดังนั้นให้ใช้วิธีเก็บเงินแบบหักอัตโนมัติกันไปตั้งแต่วันเงินเดือนออกกันไปเลยโดยการหักเงินจำนวนนี้เพื่อเก็บนั้น ควรเป็นการเก็บแบบที่เอาออกมาใช้ได้ยากหน่อย สำหรับพนักงานบริษัททั่วไปแล้วก็อาจจะใช้วิธีเก็บในรูปของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไปลงทุนซื้อกองทุนต่าง ๆ หรือจะซื้อหุ้นสหกรณ์สำหรับหน่วยงานที่มีสหกรณ์ก็เป็นรูปแบบการลงทุนที่ดี อย่างเรื่องของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในหน่วยงานนั้นนอกจากส่วนที่เราเก็บแล้วทางบริษัทยังมีส่วนที่สมทบให้อีกด้วย แบบนี้เงินก็จะทวีคูณเพิ่มได้เร็วขึ้นไปอีก

#3. หักภาษีสิ้นเปลือง

สำหรับวิธีนี้ก็เหมือนเป็นการทำโทษตัวเองกลาย ๆ เวลาที่ใช้เงินไปกับสิ่งที่ถือว่าของสิ้นเปลืองหรือฟุ่มเฟือยนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น การกินอาหารมื้อพิเศษ การไปดูคอนเสิร์ต การซื้อของแบรนด์เนม เป็นต้น โดยคุณอาจจะตั้งเกณฑ์เอาไว้ว่า ถ้ามื้อไหนกินแพงเกินมื้อละ 500 บาท จะหักเงินฝากเข้าบัญชีเป็นภาษีสิ้นเปลืองของตัวเอง 10% หรือ 50 บาท สำหรับวิธีนี้แม้ว่าเงินที่เก็บเพิ่มได้จะเป็นจำนวนไม่มากนัก แต่ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยเตือนใจเราไว้ด้วย ว่าในแต่ละเดือนเผลอใช้เงินไปกับอะไรที่สิ้นเปลือง หรือเกินตัวไปรึเปล่า

#4. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายและวางแผนงบประมาณ

เรื่องบัญชีรายรับรายจ่ายอาจจะคุ้นหู แต่หลายคนอาจจะงงว่าจะต้องวางแผนงบประมาณยังกะเราเป็นหน่วยงานราชการกันเลยเหรอ ก็ต้องบอกว่าใช่เลย เพราะการทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้นเป็นเพียงบทสรุปย้อนหลังสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว ซึ่งถ้าเผลอใช้เกินไปแล้วก็คงจะย้อนเวลากลับไปไม่ได้ แต่ถ้าจะวางแผนเก็บเงินให้ได้ผลดีควรมีการวางแผนงบประมาณไว้ล่วงหน้า ว่าแต่ละเดือนเรามีรายได้รวมเท่าไหร่ รายจ่ายประจำมีอะไรบ้าง เหลือเก็บแค่ได้แค่ไหน เดือนไหนจะมีรายจ่ายพิเศษเกิดขึ้นรึเปล่า การทำแผนไว้แบบนี้จะช่วยให้เรามีแนวทางในการใช้เงินได้ดีขึ้น และมีแผนรองรับสำหรับรายจ่ายพิเศษต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น

#5. เพิ่มคุณค่าให้ตัวเองหรือหารายได้เพิ่ม

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ อาจจะยังไม่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรมากนัก เราควรแบ่งเวลาในการพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ เช่น เรียนรู้ในเรื่องงาน ฝึกทักษะภาษา คอมพิวเตอร์ เรียนทำอาหาร ถ่ายรูป หรือเรียนรู้เรื่องการลงทุน ฯ เพราะสิ่งเหล่านี้นาน ๆ ไปก็จะเป็นการเพิ่มความรู้และคุณค่าในตัวเรา อันจะเป็นประโยชน์ในด้านความก้าวหน้าในการทำงาน หรือการเปิดโอกาสให้สามารถนำสิ่งที่เรียนรู้เหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง

#6. หาวิธีสนุก ๆ ในการเก็บเงิน

เก็บเงินเฉย ๆ อาจจะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกเบื่อ การเปลี่ยนวิธีเก็บเงินให้มีความสนุกสนานหรือน่าสนใจก็ช่วยได้มาก ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ก็มีอยู่หลากหลาย เช่น เก็บแบงก์ 50 เก็บแบงก์ใหม่ หรือบางคนที่ชอบลุ้นโชค อาจจะยอมอดใจไม่ซื้อหวย แต่เลือกที่จะเก็บเงินเป็นจำนวนตามเลขท้าย 3 ตัวที่ออกในแต่ละงวดแทน แหมแค่ฟังก็น่าสนุกและดูท้าทายแล้วใช่ไหมล่ะ

อ่าน ๆ ดูแล้วคิดว่าพอจะทำกันได้ซักกี่ข้อ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น และะมีภาระเยอะก็อาจจะตั้งต้นด้วยจำนวนน้อย ๆ ก่อนก็ได้ เช่น เก็บให้ได้ซัก 10% ของเงินเดือน แล้วค่อยขยับขยาย เพราะถ้ารีบเร่ง หรือเคร่งครัดกับตัวเองจนเกินไป ก็อาจจะทำให้เครียดจนเกิินไปได้ ประหยัดได้แต่ก็อย่าลืมจัดสรรงบสำหรับให้ความสุขกับตัวเองกันด้วย การเก็บเงิน และการลงทุนก็เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเวลาถึงจะเห็นผล ดังนั้นสำหรับ First Jobbers ที่เริ่มต้นได้เร็ว ก็จะยิ่งได้เปรียบ เรามาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจและวางแผนด้านการเงินกันแต่เนิ่น ๆ กันดีกว่า

บทความนี้ให้ความรู้ด้านการเงินกับคุณหรือไม่

Preload

Author

Thumb lg dc3b7fbb da79 47c6 90a0 86ccc8ecfef4

LilReindeer

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!