Sujate Wanchat 2562/07/29 08:00
Thumb lg 55b4d5b5 2a22 4777 a592 07320de6bc21

How to นั่งเครื่องข้ามทวีปยังไงไม่ให้ Jet lag

63 Pepper

เราจะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาจากอาการ jet lag ได้อย่างไร ไปเที่ยวยุโรปหรืออเมริกาทีไรต้องเป็นเเบบนี้ทุกที กว่าจะปรับตัวได้หลายวัน ทำให้ทริปหมดสนุกไปเลย !

jet lag ท่องเที่ยว สุขภาพ เเนะนำการท่องเที่ยว เจ็ทแลค

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว Pepper ทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งกับสาระความรู้ดีๆ ด้านการท่องเที่ยว สำหรับบทความนี้เราจะขอเเนะนำให้เพื่อนๆรู้จักเทคนิคที่จะเอาไว้ใช้ต่อสู้กับอาการ "jet lag" ที่เป็นผลจากการเดินทางด้วยเครื่องบินข้ามทวีปเพื่อไปยังประเทศที่อยู่ห่างไกลที่มี time zone ที่เเตกต่างจากบ้านเรามากๆ ทำให้นาฬิกาชีวิตของร่างกายเราเกิดความปั่นป่วน เกิดความรู้สึกคลื่นไส้ อยากจะอาเจียน ซึ่งบางคนต้องต่อสู้กับอาการเเบบนี้เป็นวันเลยกว่าจะปรับตัวได้ เเล้วเราจะมีวิธีอย่างไรบ้างที่จะรับมือกับอาการ jet lag ต่อให้ป้องกันไม่ได้ เเต่ช่วยให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ก็ยังดี วันนี้เราจึงได้รวบรวม 9 เทคนิคมาฝากเเนะนำให้เพื่อนๆได้ไปลองใช้กันดู จะมีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลยครับ

#1. อย่าดื่มแอลกอฮอล์มาก

หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าการกระดกเเอลกอฮอล์เยอะก่อนขึ้นเครื่อง หรือสั่งมาดื่มบนเครื่อง พอเริ่มกึ่มๆ เหมือนจะเมาเเล้วจะช่วยให้นอนหลับดี เเต่จริงๆเเล้วกลับให้ผลตรงกันข้าม เพราะเเอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มที่ขับน้ำ ดื่มเข้าไปมากๆเเล้วจะทำให้คุณอยากวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยก็เป็นอันว่าไม่ได้หลับได้นอนกันพอดี เเถมอากาศเย็นๆ เเละเเห้งบนเครื่องบิน บวกกับร่างกายที่ขาดน้ำของคุณ จะทำให้คุณเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่ายขึ้นด้วยนะครับ

#2. อย่าเอาเเต่นอนบนเครื่องบิน

หลายคนพอเครื่องบินพับล้อทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าปุ๊บ ก็อยากที่จะนอนหลับปั๊บเลย เพราะจะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวอะไรอีกต่อไป ซึ่งจริงๆเเล้วการนอนหลับบนเครื่องบินก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร เเต่ผู้เชี่ยวชาญเเนะนำว่าการสักเเต่นอนก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ที่ดีที่สุดคือคุณควรเช็คเวลาปลายทางด้วยว่าเครื่องจะถึงตรงกับเวลาท้องถิ่นที่โน่นกี่โมง หากถึงกลางคืน เเละคุณเล่นนอนมาตลอดทางเเบบนี้ รับรองว่าเมื่อถึงปลายทางคุณจะมีอาการมึนงงเเน่ ดังนั้นควรปรับกิจกรรมบนเครื่องให้เหมาะสมว่าจะต้องทำอะไรบ้างดีกว่า อย่าเอาเเต่นอนเลยครับ

#3. อย่าดื่มกาเเฟมาก

หลายคนพอเช็คเวลาปลายทางเเล้วพบว่าเครื่องจะบินไปถึงตอนค่ำๆของเวลาท้องถิ่นที่นั่นเลยไม่อยากนอนหลับบนเครื่อง จึงสั่งกาเเฟมาทานเยอะๆ ซึ่งเราบอกเลยว่านั่นไม่ใช่เเนวทางที่ถูกต้อง เพราะหากทำเช่นนั้น ด้วยคาเฟอีนที่คุณรับเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป อาจทำให้คุณนอนไม่หลับที่นั่นทั้งคืนก็ได้ เราจึงอยากจะทุกท่านว่าหนึ่งคืนก่อนการเดินทางด้วยการบินไฟล์ทยาวๆ คุณควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

#4. วางเเผนเดินทางล่วงหน้า เลือกที่นั่งดีๆ

ควรวางเเผนการบินเเละจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านานๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คุณสามารถเลือกที่นั่งที่สะดวกสบาย สามารถพักผ่อนได้เต็มที่ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการ jet lag ได้ โดยเราขอเเนะนำให้คุณเลือกที่นั่งเเบบ legroom หรือที่นั่งที่เค้าเว้นที่ไว้ให้เราได้เหยียดขาไปข้างหน้าได้มากกว่าชั้นประหยัด เเม้ว่าจะไม่ถึงขั้นที่สามารถนานยาวเหยียดตรงเเบบ 180 องศาก็ตาม ที่สำคัญคือคุณต้องหลีกเลี่ยงการเลือกตำเเหน่งที่มีคนลุกเข้าลุกออกเป็นประจำ เช่น เเถวหน้าห้องน้ำ เเละหางเครื่องบินเพราะเป็นจุดที่มีความจอเเจเเละมีโอกาสที่คุณจะถูกทำให้ตื่นจากการนอนหลับพักผ่อนได้มาก ส่วนตำเเหน่งบนเครื่องที่ดีที่สุดที่เราขอเเนะนำก็คือบริเวณริมหน้าต่างนั่นเอง เพราะคุณสามารถทำกิจกรรมได้หลายอย่าง ทั้งวางหมอนพิง นอนหลับพักผ่อน หรือชมวิวนับก้อนเมฆนอกหน้าต่าง หรือจะมองหา UFO ก็ได้

#5. อย่าดูหนังเยอะเกินไป

อย่าคิดว่าจะใช้หนังกล่อมเพื่อช่วยให้นอนหลับได้ เพราะลำเเสงสีฟ้าที่ออกจากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ทุกชนิดจะส่งผลยับยั้งการนอนหลับของคุณได้ ดังนั้นหากคุณได้กำหนดเวลานอนบนเครื่องไว้เเล้ว ก่อนถึงเวลานอน 1 ชั่วโมงคุณควรเลิกดูหนัง เเละเลิกยุ่งกับหน้าจออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ทุกชนิด

#6. อย่าหวังเพียงพึ่งยานอนหลับ

ที่เราไม่เเนะนำให้คุณหวังพึ่งเเต่ยานอนหลับก็เพราะว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ มีผลข้างเคียงตามมา ที่สำคัญคือหาซื้อได้ยาก จะซื้อได้ก็ต้องมีใบสั่งจากเเพทย์ใช่มั้ยล่ะ นอกจากนี้โดยทั่วไปเเล้วยานอนหลับจะออกฤทธิ์ประมาณ 7-8 ชั่วโมง หากไฟล์ทบินของคุณไม่ยาวนานกว่านั้น อาจส่งผลให้คุณรู้สึกมึนงง ง่วงหงาวหาวนอนเวลาถึงจุดหมายปลายทางได้ เเต่หากใครชอบใช้วิธีนี้จริงๆ เรามีทางเลือกที่น่าสนใจเเละปลอดภัยกว่ามาเเนะนำ นั่นก็คืออาหารเสริมที่มีสาร "เมลาโทนิน" เพราะสารตัวนี้จะช่วยในเรื่องการนอนหลับเเละไม่มีผลข้างเคียงด้วยครับ

#7. เตรียมตัวช่วยในการนอนให้พร้อม

หากคุณอยากนอนหลับยาวๆ ได้อย่างมั่นใจ เราขอเเนะนำให้คุณจัดเตรียมไอเท็มที่ช่วยในการนอนบนเครื่องบินไว้ให้พร้อม อย่าได้ประมาท เพราะคนบนเครื่องมีเป็นร้อย ร้อยพ่อพันธุ์เเม่ ทั้งเสียงจอเเจอืออึง เสียงเด็กร้อง ไหนจะประกาศต่างๆอีก ซึ่งอาจทำให้คุณตื่นระหว่างนอนหลับได้ ไอเท็มที่คุณควรเตรียมใส่ย่ามน้อยขึ้นไปหลักๆ ประกอบด้วย earplug เเผ่นปิดตา หมอนรองคอ เเละที่สำคัญอย่าลืมพกเสื้อกันหนาวขึ้นไปด้วยนะครับ เพราะบางครั้งเเอร์บนเครื่องบินก็จะทำให้เรารู้สึกหนาวเกินไปจนนอนไม่หลับได้เหมือนกัน

#8. อย่าได้ชะล่าใจ

หลายคนประมาท คิดว่าบินข้ามทวีปมา 12 ชั่วโมงเพื่อจะเข้าร่วมประชุมเพียงเเค่ 2-3 ชั่วโมงเเล้วก็ตีตั๋วกลับเลยเเล้วคิดว่าจะไม่เกิดอาการ jet lag เรากล้าบอกเลยว่าหากมีใครสามารถทำเเบบนี้ได้จริงได้ไม่มีอาการ jet lag ก็ถือเป็นยอดมนุษย์เเล้วครับ เพราะโดยทั่วไปเเม้จะเป็นการประชุมเพียงเเค่ 2-3 ชั่วโมง คุณควรให้ร่างกายของคุณได้เตรียมความพร้อม เพราะเเค่ time zone เปลี่ยน ในเวลาที่คุณได้ก้าวขาลงในเเผ่นดินที่เป็นอีก time zone หนึ่ง โอกาสที่จะเกิดอาการ jet lag ก็มีเเล้ว คุณควรวางเเผนการเดินทางเผื่อเวลาเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัวอย่างน้อยก็ซักครึ่งวัน เเต่หากเป็นการประชุมสำคัญ ก็ควรจะให้เวลาร่างกายได้เตรียมความพร้อม 2-3 วันกำลังดี

#9. ถึงที่หมายเเล้วรีบออกไปรับเเสงเเดดที่นั่น

เราทราบว่าการเดินทางไกล นั่นนาน 10-12 ชั่วโมงบนเครื่องบินนั้นทำให้เกิดอาการเหนื่อย เมื่อยล้าเนื้อตัวได้มากขนาดไหน หลายคนเมื่อได้ถึงที่พักที่เเผ่นดินปลายทางเเล้วเเม้จะเป็นเวลากลางวันเเสกก็ตาม ก็อยากจะนอนราบลงบนเตียงเเล้วหลับยาวในทันที ซึ่งการทำเเบบนั้นผู้เชียวชาญบอกว่าไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือเราควรหาทางออกมารับเเสงเเรกของเเผ่นดินใน time zone ใหม่ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว เเล้วร่างกายเราจะเริ่มกระบวนการปรับตัวซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการ jet lag ได้

เเละนี่ก็คือเทคนิค 9 ข้อที่เราได้จัดเตรียมไว้ให้คุณเอาไว้ต่อสู้กับอาการ jet lag จากการเดินทางไกลด้วยเครื่องบินไฟล์ทข้ามทวีป ซึ่งหากคุณลองนำไปปฏิบัติตามดู เรามั่นใจได้ว่าจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้มากเลยทีเดียวครับ

คุณเคยมีประสบการณ์เเย่ๆจากอาการ jet lag มาก่อนมั้ย?

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!