Miss P♡ 2562/10/23 17:00
Thumb lg fc0ceced b3f2 4ba2 b377 ddc8447cf05c

รู้จัก Single malt อีกขั้น เพื่อการจิบที่รื่นรมย์กว่าที่เคย

910 Pepper

ใครหลายคนที่เคยลิ้มรส Single malt whisky คงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติของวิสกี้มีความซับซ้อนมากเลยทีเดียว แล้วที่มันของมันคืออะไร ไปดูกัน

TheSingleton SingleMalt SingleMaltMasterclass

ใครหลายคนที่เคยลิ้มรส Single malt whisky คงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติของวิสกี้มีความซับซ้อนมากเลยทีเดียว แล้วที่มาของความซับซ้อนมันคืออะไร ไปทำความเข้าใจด้วยกัน

เหล้า Single malt และบรรยากาศในงาน

เหล้า Single malt และบรรยากาศในงาน

หากคุณไม่ใช่นักดื่มวิสกี้ สิ่งจะได้รู้ต่อไปนี้อาจเป็นเหมือนความรู้ใหม่หน้าแรกๆ ในหนังสือเกี่ยวกับวิสกี้ซึ่งมีให้อ่านได้เป็นพันๆ หน้า ถ้าเข้าใจสเต็ปนี้แล้วก้าวต่อไปก็ไม่ยาก ขึ้นอยู่กับว่ารสชาติขมอมหวานซ่อนกลิ่นใดให้ผู้ดื่มได้ลิ้มลอง

Whiskey or Whisky วิสกี้มีตัว E หรือไม่?

เหล้า Single malt และการบรรยายที่มาของ Whisky

ก่อนกระดกแก้วดื่มวิสกี้ต้องรู้เรื่องนี้ก่อนว่าสะกดแบบไหนก็ไม่มีผิด แต่เราต้องเข้าใจในรากของภาษาเสียก่อน Whiskey ที่สะกดด้วยตัว e มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไอร์แลนด์ แต่เมื่อไปกลั่นในสกอตแลนด์เขาจะสะกดต่างกัน ตัดตัว e ทิ้งไปกลายเป็น Whisky พอรู้เรื่องนี้แล้วแค่มองจากขวดเราอาจจะพอเดาได้ว่าเหล้า Whiskey ขวดนี้กลั่นจากประเทศอะไร

เหล้า Whiskey จากไอร์แลนด์และอเมริกาจะสะกดแบบนี้ ส่วน Whisky จากสกอตแลนด์ ญี่ปุ่น แคนาดา เวลล์ จะสะกดแบบนี้

ไวน์มาจากองุ่น เบียร์มาจากยอดข้าว แล้วเหล้าวิสกี้มาจากอะไร?

วิสกี้ก็คือข้าวเช่นกัน หรือเราจะเรียกว่ามันเป็นธัญพืชก็ได้ เพราะวิสกี้มาจากข้าวบาร์เลย์ หมักกับน้ำสะอาดและยีสต์ เราอาจะได้ยินประเภทของวิสกี้ที่หลากหลาย และแยกไม่ได้ว่าแต่ละอันนั้นต่างกันยังไง

เหล้าซิงเกิลมอลต์และกลิ่นต่างๆ

ทุกอย่างมันเริ่มจากที่ประเทศแถบสกอตแลนด์หรือไอร์แลนด์ที่ทำการเกษตรปลูกข้าวบาร์เลย์กันเยอะ ก็เลยเอามากลั่นเป็นเหล้าซะเลย ในยุคแรกๆ จะใช้ข้าวบาร์เลย์ 100% ไม่ผสมข้าวชนิดอื่น กลั่นจากโรงกลั่นเพียงแห่งเดียว บ้านไหนที่กลั่นวิสกี้ขายสามารถเอาไปแลกข้าวของในตลาดได้แทนเงิน วิสกี้ประเภทนี้เราเรียกว่า Single malt whisky ที่กว่าจะมาเป็นเหล้าซิงเกิลมอลต์ จะใช้ข้าวบาร์เลย์ 100% ที่หลายๆ คนนิยมดื่มกันมันก็มีขั้นตอนไม่ยากแต่ก็ไม่น้อยอยู่ ทำการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล นำน้ำตาลไปละลายกับน้ำให้ได้เป็นแอลกอฮอลล์

อย่างแรกเลยเขาจะนำข้าวบาร์เลย์มาบดและสีจนได้เป็นมอลต์ แล้วนำมอลต์ไปผสมกับน้ำอุ่น แล้วตัวธัญพืชจะทำการ malting หรือแตกตัว เติมยีสต์เข้าไปเพื่อทำการหมักให้ได้เป็น wash หน้าจะคล้ายๆ กับเบียร์ แล้วก็เอา wash ไปกลั่นในหม้อทองแดงอย่างน้อยสองรอบให้แอลกอฮอลล์เข้มข้นขึ้น ลดปริมาณน้ำและดูดสิ่งปนเปื้อนออกไป และรูปร่างของหม้อทองแดงนี้ก็มีผลกับรสชาติวิสกี้ด้วยเหมือนกัน เสร็จขั้นตอนนี้จะได้น้ำใสๆ ในชื่อเรียกว่า White Spirits

สุดท้ายเป็นขั้นตอนของถังไม้โอ๊ค บ่มวิสกี้นานไม่ต่ำกว่าสามปี แล้วหน้าตาของวิสกี้จะเกิดจากการดูดซึมสี และรสชาติจากถังไม้โอ๊ก ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้ถังวิสกี้แต่ละถังจะมีรสชาติต่างกัน และวิสกี้ที่บรรจุขวดจากสก๊อตแลนด์จะต้องมีปริมาณแอลกอฮอลล์ไม่น้อยกว่า 40%

อีกแบบเราคุ้นหูก็คือ Blended Scotch Whisky เป็นเหล้าที่นำสองประเภทบนมาผสมกันเพื่อสร้างรสชาติที่แตกต่าง คือเมื่อได้ Single malt whisky มาแล้วก็นำไปผสมกับ Single grain whisky

ส่วน Blended Malt Whisky จะเป็นวิสกี้ที่เอา Single malt whisky จากหลายแหล่งผลิตมาผสมกันให้ได้รสชาติใหม่ๆ

และสุดท้ายที่หาไม่ค่อยได้แล้วอีกเช่นกันก็คือ Blended Grain Whisky คือวิสกี้ที่นำเอา Single grain whisky จากหลายๆ แหล่งผลิตมาผสมกัน

ต่อมารัฐบาลในยุคนั้นแก้ปัญหาด้วยการเก็บภาษีอากรบ้านที่ปลูกข้าวบาร์เลย์ ชาวไร่ก็เลยเปลี่ยนไปปลูกข้าวชนิดอื่นแทน และกลั่นเหล้า Single Grain Whisky แทนซะ เป็นเหล้าที่ใช้ข้าวอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่บาร์เลย์ 100 เปอร์เซ็นต์ กลั่นที่โรงกลั่นเพียงแห่งเดียว ปัจจุบันแทบจะหาเหล้าชนิดนี้ไม่ได้แล้ว

ก้าวแรกสำคัญ เลือกขวดที่ใช่ ใช้แค่รสนิยม

เหล้าซิงเกิลมอลต์พร้อมเสิร์ฟบนถาด

เราเชื่อว่าการเริ่มต้นในสิ่งใดก็ตามนั้นมีความสำคัญกับก้าวต่อไป วิสกี้ขวดที่ใช่ อาจไม่ต้องมีราคาแพงลิบ ให้เวลาทดลองแล้วใช้รสนิยมของเราเลือกรสชาติที่ถูกลิ้น ถูกกลิ่น ถูกใจ แล้วจะรู้ว่ารสชาติแบบไหนที่เป็นตัวเราที่สุด

สีที่ต่างกันไม่ใช่รสชาติหรือความแรงที่เข้มขึ้น แต่เป็นถังที่ใช้บ่มและถังไม้แต่ละชนิดก็มีส่วนในรสชาติของวิสกี้ด้วย การทดลองที่ดีควรใช้แก้วสีน้ำเงินเข้มที่จะทำให้เราไม่ถูกสีของเหล้า เป็นสิ่งเร้าต่อความรู้สึกในการลิ้มรส

เทคนิคการจิบเหล้าซิงเกิลมอลต์

เทสต์สเต็ปแรกด้วยการดมกลิ่นเบาๆ เทคนิคคือใช้จมูกข้างเดียวและอ้าปากเล็กน้อยให้กลิ่นได้หมุนเวียน จะทำให้เรารับกลิ่นได้ดีขึ้น แล้วเมื่อจิบเข้าไปไม่ค้างในปากนาน สัมผัสอาฟเตอร์เทสต์ก่อนจะดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไป แล้วจิบต่อไปเราจะได้รสชาติที่ต่างกัน

ความแตกต่างของเหล้า Single Malt ที่มาจากเขตต่างๆ

เมื่อกางแผนที่สกอตแลนด์ดูแล้ว เราแบ่งพื้นที่ในการบ่มวิสกี้ใหญ่ๆ ได้ 4 เขต เราจะเล่าไล่จากรสที่ดื่มง่ายไปสู่รสชาติเข้มข้น

Single Malt จากเขต Lowland

Single Malt Glenkinchie 12 Year Old Whisky

สัมผัส Lowland พื้นที่ราบลุ่มและเหลือโรงกลั่นอยู่น้อยกว่าทุกเขตในสกอตแลนด์ ด้วย Glenkinchie 12 Year Old Whisky เป็นเหล้าซิงเกิลมอลต์ที่เราได้กลิ่นหวานของน้ำผึ้ง ไม้และซิตรัส ซ่อนเครื่องเทศเอาไว้เบาๆ เมื่อจิบแรกผ่านไปเราได้รสของซิตรัสกับเครื่องเทศได้ความเผ็ดนิดๆ ก่อน ส่วนไม้จะมาในช่วงของอาฟเตอร์เทสต์ สั้นๆ ไม่ยาวนาน เหมาะกับดื่มคู่กับอาหารเรียกน้ำย่อย

Pairing with : ถ้าจะไม่จับคู่กับอาหารเรียกน้ำย่อยหรือ Cullen skink ซึ่งเป็นซุปของสกอตแลนด์ ก็ให้ไปปิดท้ายกับ Cheesecake ได้เลย

Single Malt จากเขต Highland

Single Malt Dalwhinnie 15 Year old whisky

เดินทางสู่ Highland ดินแดนใหญ่โรงกลั่นตั้งกายจายอยู่ทั่วไป Dalwhinnie 15 Year old whisky ที่มีความหมายว่าจุดนับพบ จากการผ่านโรงกลั่นทั่วเขตไปเจอกับ Dalwini บนภูเขาพื้นที่ๆ เย็นจนกว่าเขตอื่น มีกลิ่นของไม้และเครื่องเทศที่ชัดเจนขึ้น ได้รสน้ำผึ้ง ไม้และเผ็ดหน่อยๆ กลืนสบายรู้สึกสมูธในคอ

Pairing with : เหมาะที่จะดื่มกับ crème brûlée หรือพุดดิ้งขนมปัง

Single Malt จากเขต Speyside

Single Malt The Singleton of Dufftown 12 Year old whisky

เขตไฮไลท์ Speyside ที่ได้ The Singleton of Dufftown 12 Year old whisky มาพรีเซนต์ พื้นที่นี้คือพื้นที่ทองคำของโรงกลั่นวิสกี้ขึ้นชื่อเรื่องความหอม กลมกล่อมทั้งกลิ่นและรสชาติที่ดี The Singleton คือการนำเอารสชาติเหล้าซิงเกิลมอลต์ของทั้งสกอตแลนด์มาอยู่รวมกันเอาไว้ในขวดเดียว กลิ่นฟรุ๊ตตี้เบอร์รี่มีความชัด ไม้ที่ถูกเบิร์นด้วยไฟ แอบได้รสชาติของวานิลลาและผลไม้แห้งเพิ่มขึ้นมา กลิ่นควันจะมาในช่วงอาฟเตอร์เทสต์

ใครชอบวานิลลาและมอลต์จะชอบจิบต่อไปมากขึ้น ความจริงแล้วแบรนด์นี้มีช่วงปีที่บ่มนานกว่า ก็คือ 15 และ 18 ปี ที่ได้รสสัมผัสที่เข้มข้นขึ้น เหมาะกับคนที่พร้อมก้าวสู่สเต็ปต่อไปของซิงเกิลตัน

Pairing with : ลองแพร์กับซี่โครงหมู หรือไม่ก็ตักแพร์ครัมเบิ้ลแล้วดื่มคู่กันดูสักแก้ว เพราะแพร์จะทำให้รสชาติฟรุ๊ตตี้ในวิสกี้ออกมามากขึ้น ส่วนวานิลลาของครัมเบิ้ลจะทำให้เราได้กลิ่นไม้ได้ดีขึ้น

Single Malt Talisker 10 Year Old Whisky

Single Malt จากเขต Isle of Skye

แต่สายกลิ่นสโมคจะต้องชอบ Talisker 10 Year Old Whisky ตัวแทนเขตสุดท้าย Isle of Skye ที่ได้กลิ่นควันและทะเลเด่นชัด เหล้าซิงเกิ้ลมอลต์แก้วนี้มีความแตกต่างถูกสร้างสรรค์โดยทะเล โรงกลั่นตั้งอยู่ริมทะเลบ่มนานสิบปีด้วยคลื่น สาหร่าย และน้ำทะเล จิบแรกความหวานสั้น ทดแทนด้วยวานิลลา และกลิ่นของไม้ยาวนาน

Pairing with : ถ้าไม่แพร์ริ่งกับอาหารทะเลก็ต้องเป็นชีสเท่านั้น เลือก Comté Cheese ที่เป็นชีสฝรั่งเศส จะให้ดีควรเป็นแบบ extra-aged เพื่อได้ได้รสสไปซ์ของวิสกี้มากขึ้น

เหล้า Single malt และบรรยากาศในงาน

ดื่มวิสกี้แบบใดก็ไม่มีผิดถูก

การดื่ม Single Malt Whisky แบบต่างๆ

ชาวสกอตแลนด์หรือไอร์แลนด์เองเขาก็มีวิธีดื่มวิสกี้ที่หลากหลาย แต่เพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงไม่เจือปนใดๆ วิสกี้ทั้งหลาย รวมถึงเหล้า Single malt จะถูกดื่มแบบไม่ผสมอะไรเลย เขาเรียกว่า Neat หลายคนเข้าใจว่าเพื่อแสดงความเป็นผู้ชาย ดื่มเหล้าขมได้ไม่ผสมน้ำ แต่ความจริงแล้วเราว่าเป็นวิธีการของคนที่คุ้นเคยกับรสชาติ และต้องการจะสัมผัสมันอย่างใกล้ชิด ผสมอะไรเพิ่มเติมก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นชายลดลง

ที่เขาเรียกกันติดปากว่า On The Rock แต่เห็นน้ำแข็งก้อนกลมใหญ่เพียงก้อนเดียวในแก้ว ความจริงแล้วว่ากันว่ายุคก่อนใช้ก้อนหินจริง ถูกทำความสะอาดและทำให้เย็นโดยอากาศและน้ำสะอาด เพราะเมื่อวิสกี้สัมผัสความเย็นโดยฉับพลันจะทำให้น้ำมันบางอย่างเผยตัวออกมา เมื่อจิบแล้วรสขมจะชัดเจนขึ้น สโมคโผล่มา ความหวานเบาบางไป

แต่หากอยากเพิ่มรสชาติหวานของวิสกี้ ลดความขม ดื่มง่ายขึ้น Dash the water ผสมน้ำลงไปในอัตรา 1:1 จะทำให้ดื่มง่ายขึ้นอย่างที่เข้าใจจริงๆ เพราะแอลกอฮอลล์จะเจือจาง มีกลิ่นดอกไม้ผลไม้ชัดขึ้นกว่าสโมคหรือไม้

Single Malt Whisky แก้วเหล้าของ Singleton

“เบลนด์วิสกี้” คืออะไร? ทำไมต้องเบลนด์?

อย่างที่เข้าใจว่าเบลนด์วิสกี้เป็นการนำเหล้าวิสกี้หลายตัวมาผสมให้ได้รสชาติที่แตกต่างตามความต้องการของผู้ดื่มแต่ละกลุ่ม แม้ว่าสิ่งที่เราดื่มไปเป็นเครื่องดื่มที่ถูกกลั่นและผ่านกรรมวิธีต่างๆ มากมาย แต่อย่าลืมว่าผลผลิตที่สำคัญนั้นมาจากทางการเกษตร ซึ่งการเพาะปลูกในแต่ละปี แต่ละเดือนนั้นอาจได้ผลที่ให้รสไม่เหมือนกัน มาสเตอร์เบลนเดอร์ที่เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยเฉพาะเลยต้องทำการปรุงผสมหรือเบลนด์ให้วิสกี้แต่ละขวดนั้นมีรสชาติที่เสมอต้นเสมอปลาย และหากอยากให้เบลนด์วิสกี้ขวดนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะ มาสเตอร์เบลนเดอร์เขาก็จะเลือกผสม Single malt whisky ลงไปเพื่อให้ได้รสชาติที่รื่นรมย์กว่าขวดไหนในโลก

เข้าใจในวิสกี้ไม่มีตำราสูตรเฉพาะ นอกจากจะได้ลิ้มลองและเรียนรู้ไปพร้อมกัน บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่(ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มสปิริต ระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย ก็เลยอยากจะชวนผู้ที่อยากจะเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มในระดับที่ทำให้ครั้งหน้าไปดื่มเราจะรู้สึกเอนจอยกับเครื่องดื่มมากกว่าบรรยากาศไหน กับ Single malt Masterclass คลาสระดับมาสเตอร์ที่เน้นในเรื่องของซิงเกิ้ลมอลต์จากภูมิภาคต่างๆ ของสกอตแลนด์โดยเฉพาะ

ไปทดสอบกลิ่นและรสชาติด้วยกันกับมาสเตอร์คลาสทั้ง 12 ครั้งในปี และคุณอาจค้นพบว่าวิสกี้คือเครื่องดื่มที่เปิดโลกการดื่มของคุณให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

คุณชอบรสชาติใดที่ซ่อนอยู่ในวิสกี้

Preload

Author

Thumb lg af586157 bc7d 44b5 8b3e 47c45127654f

Miss P♡

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


ดารา AV สุดแจ่ม
สาวเซ็กซี่พร้อมขยี้หัวใจ

คำค้นหาที่ใกล้เคียง


TheSingleton SingleMalt SingleMaltMasterclass