RoY 2560/02/01 12:01
Thumb lg cwqns01viaakrek

รู้มั้ยที่ทำกันอยู่มันผิด? 5 เรื่องที่ทำกันก่อนไปวิ่งออกกำลังกายที่เข้าใจกันผิดๆ รู้แล้วหยุดซะ!

1852 Pepper

ศึกษาข้อมูลก่อนออกไปวิ่งสักนิด ชีวิตและสุขภาพของคุณจะได้ดีขึ้นแบบถูกวิธี

fitness running life styles health exercise

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังจะเริ่มวิ่งออกกำลังกายล่ะก็ อย่างหนึ่งที่คุณควรรู้เป็นอันดับแรกคือคุณควรเตรียมร่างกายให้พร้อมเสียก่อน เพราะถ้าคุณอบอุ่นร่างกายให้พร้อมก่อนออกกำลังกาย มันจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีจากการออกกำลังกายยังไงล่ะ.

แล้วเราควรจะเตรียมร่างกายหรืออบอุ่นร่างกายยังไง ?
วันนี้เรารวบรวมข้อมูลจากโค้ชมืออาชีพเกี่ยวกับเรื่องผิดๆ ที่ควรเลี่ยงก่อนออกกำลังกายมาให้ลองศึกษากัน.

1. การยืดกล้ามเนื้อ

ถ้าคุณยังจำได้ในสมัยประถมเวลาเรียนพละศึกษา ก่อนเราจะออกกำลังกายเราต้องอบอุ่นร่างกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อก่อน ซึ่งจะบอกให้ว่ามันล้าสมัยไปแล้วในยุคนี้.

จากการวิจัยพบว่าการยืดกล้ามเนื้อแบบอยู่กับที่ ( Static Stretching ) ไม่ได้ส่งผลที่ดีเท่าไหร่สำหรับนักวิ่งแถมยังจะทำให้ร่างกายใช้เวลานานขึ้นในการเตรียมพร้อมและส่งผลให้เราวิ่งได้ไม่เยอะเท่าที่ควร เพราะการยืดแบบ Static ไม่ได้เตรียมพร้อมให้ร่างกายแต่อย่างใด ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่มีเรี่ยวแรงมากเท่าที่ควร.

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จึงแนะนำการยืดกล้ามเนื้อแบบ Dynamic Stretching คือการยืดกล้ามเนื้อโดยใช้การขยับร่างกายจะให้ผลดีมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นการวิ่งเยาะๆอยู่กับที่ช้าๆ เพราะนอกจากจะช่วยยืดกล้ามเนื้อแล้วยังช่วยในการยืดข้อต่ออีกด้วย.

เข้าไปชมตัวอย่างการยืดกล้ามเนื้อแบบ Dynamic ได้ที่
http://www.runnersworld.com/the-body-shop/five-exercises-to-do-before-every-run/slide/3

2. ทานอาหารเยอะไป.

ข้อนี้อาจจะเคยได้ยินกันบ่อย แต่ก็จะขอย้ำอีกครั้งนึงแล้วกันว่า ไม่ควรทานอาหารมื้อใหญ่ก่อนไปวิ่ง จริงอยู่ว่าการทานคาร์โบไฮเดรตนั้นสำคัญต่อการออกกำลังกายเพราะจะได้มีพลังงาน แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะซัดข้าวสักจาน ก๋วยเตี๋ยวสักชามก่อนออกไปวิ่ง แบบนั้นไม่ได้ เพราะไม่งั้นพนันได้เลยว่าท้องไส้จะไม่ค่อยดีแน่ๆบอกเลย.

คุณควรก่ะเวลาการกินให้เผื่อย่อยอาหารไว้ด้วย เพราะในช่วงที่เราออกกำลังกายโดยฌแพาะการวิ่ง ระบบย่อยอาหารของเราจะช้าลง แล้วถ้าเราทานอาหารมื้อใหญ่ๆที่ต้องใช้เวลาย่อยนานๆก่อนไปวิ่งล่ะก็มันจะส่งผลเสียต่อร่างกายเรามากกว่าผลดี เช่น คุณอาจจะเป็นตะคริว หรืออาจจะแน่กว่านั้นอีก.

ถ้าจะให้ถูกต้อง สำหรับคนที่ชอบวิ่งตอนเช้าเบาๆ ที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องทานอะไรก่อนด้วยซ้ำ แต่ถ้าคุณชอบจะวิ่งในช่วงเวลาอื่น คุณก็ควรจะเลือกทานอาหารให้พอเหมาะและควรรอให้อาหารย่อยอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มออกกำลังกาย หรือเทคนิคอีกอย่างคือทาน Snack หรือของกินเล่นนิดหน่อยในช่วงวันนั้นๆก็เป็นการเตรียมพลังงานให้ร่างกายก่อนออกกำลังกายที่ดีทางหนึ่ง.

เลือกทานชนิดอาหารให้เหมาะสมก็ช่วยได้ ถ้าคุณจะออกไปวิ่งออกกำลังกาย แนะนำให้เลือกทานโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรตที่ดี เพราะอาหารจำพวกนี้ย่อยง่าย ไม่ควรทานอาหารจำพวกไขมัน ของทอดหรือของที่หวานมากๆ แนะนำว่าขนมปังกับเนยถั่ว ดื่มพร้อมกับน้ำเปล่าก็ถือว่าเป็นเมนูถ้าคุณอยากจะทานก่อนวิ่งสัก 30 - 60 นาที.

3. ดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่พอเหมาะ.

จะดื่มมากไปก็ไม่ดี การที่คุณดื่มน้ำทีเดียว 1 ลิตรแล้วออกไปวิ่งเลยมันไม่ได้ทำให้ร่างกายคุณ Hydrate ได้ในทันทีหรอก กลับกันมีแต่จะทำให้คุณรู้สึกจุกน้ำต่างหาก เช่นเดียวกันกับการคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอจนร่างกายขนาดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ.

แล้วเราควรจะดื่มน้ำมากขนาดไหน คำตอบปริมาณนั้นขึ้นอยู่กับ น้ำหนักตัว กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน อากาศและอัตราการเสียเหงื่อ แต่ทั่วไปแล้วเราควรจะดื่มน้ำประมาณ 2 ลิตรในหนึ่งวันอย่างต่ำ คุณสามารถสังเกตุจากปัสสาวะคุณได้ หากมันเป็นสีเหลืองข้นแสดงว่าคุณดื่มน้ำน้อยไป ถ้ามันเป็นสีใสแสดงว่าคุณดื่มน้ำมากไป ควรให้มันเป็นสีเหลืองอ่อนๆดีที่สุด.

ทริปการดื่มน้ำสำหรับการออกกำลังกายอีกอย่างนึงคือ ให้จิบน้ำตลอดทั้งวันเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ควรเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลังหรือพวก Energy Drink เพราะเครื่องดื่มจำพวกนี้มักจะมีคาเฟอีนซึ่งจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูง ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากๆ มันอาจจะทำให้คุณมีพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ แต่เมื่อพลังงานที่ได้มาหมดร่างกายคุณก็จะหมดสภาพทันที นอกจากนี้การทานน้ำตาลมากๆอาจจะทำให้เกิดอาการปวดท้องขึ้นมาได้ด้วย.

4. ไม่ค่อยขับถ่าย.

ถ้าคุณจัดการตารางการออกกำลังกายให้ลงตัวกับตารางการใช้ห้องน้ำล่ะก็ ชีวิตคุณดีมากเลยล่ะ แล้วคุณก็ไม่ควรจะดื่มกาแฟตอนเช้าด้วยเพราะมันจะทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี (เกินไป) ในบางครั้ง.

เพื่อจะช่วยเรื่องการขับถ่ายไม่ให้เข้ามารบกวนเวลาการออกกำลังกาย คุณควรหยุดดื่มน้ำราวๆ 30 นาทีก่อนอกกำลังกาย แล้วอย่าลืมขับถ่ายก่อนจะไปออกกำลังกายด้วยล่ะ หรือจะลองเลือกเส้นทางวิ่งที่มีห้องน้ำสาธารณะเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินก็โอเค.

หรือถ้าคุณมีปัญหาเรื่องนี้มากๆ แนะนำให้ลองเช็คการกินของคุณดู อาจจะมีอาหารที่ก่อให้เกิดปัญหานี้หรือลองไปพบแพทย์เพื่อขอปรึกษาและตรวจร่างกายเพราะอาจจะมีโรคบางชนิดเป็นต้นเหตุก็ได้ .

5. หักโหมเกินไป.

อย่าหักโหมมากเกินไป สังเกตุร่างกายคุณด้วยว่ายังไหวมั้ย ถ้าคุณรู้สึกเหนื่องหรือมีอาการบาดเจ็บก็ควรจะหยุดพักให้หายเสียก่อน หรืออาจจะลองออกกำลังแบบอื่นสลับกันไปบ้างก็ได้.

การออกกำลังกายนั้นทำได้เรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องรีบเกินไป ค่อยๆทำ อย่าหักโหม แล้วค่อยๆลองดูว่าออกกำลังกายแบบไหนดีที่สุดสำหรับคุณ.

Author

Thumb lg 1f0f6274 2802 4e42 b6ec 72686ace5395

RoY

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!