iPonthakorn 2559/05/27 15:50
Thumb lg 20160609 kawasakininja

สุดยอดวิวัฒนาการของบิ๊กไบค์ Kawasaki Ninja ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

6306 Pepper

นี่คือสุดยอดนวัตกรรมของโลกแห่ง Big Bike ! วิวัฒนาการรถจักรยานยนต์ซุปเปอร์ไบค์ Kawasaki Ninja Sport จากปี 1984 - 2016 ในปัจจุบัน

ninja kawasaki ninja all kawasaki ninja บิ๊กไบค์

บทความนี้เป็นการรวบรวมวิวัฒนาการรถจักรยานยนต์ที่ได้ถูกขนานนามว่าเป็น "เจ้าแห่งความเร็ว" นั้นคือ Ninja ของ Kawasaki จากอดีตถึงปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Kawasaki ยังคงศักยภาพความเป็นยอดของผู้สร้างสรรผลงานสุดมหัศจรรย์ให้เหล่านักขับขี่ได้สมปราถานากับยานพาหนะคู่กายที่ดีที่สุด

1984 : Ninja GPZ 900R

เริ่มต้นกันด้วย Ninja รุ่นแรกที่ปรากฏสู่สายตามนุษย์โลก คือ "Kawasaki Ninja GPZ 900R" เมื่อปี 1984 ซึ่งเป็นการเปิดตัวที่สุดยอดมากสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ "Bike of the Year" ถูกเขียนบันทึกในสมุดสถิติว่า "เป็นรถจักรยานยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก" ด้วยความเร็วสูงสุดที่สามารถทำลายทุกสถิติ นั้นคือสามารถสร้างความเร็วได้สูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1985 : Ninja GPZ 600R

ตามมาด้วยรุ่นถัดมานั้นคือ Ninja GPZ 600R การปรากฏตัวของรถรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้มียอดขายดีที่สุดของรถจักรยานยนต์ชนิด 600 cc รุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากโมเดลรุ่น GPZ 900R เรียกว่าเป็นรุ่นน้องก็ว่าได้ ถึงแม้ความเร็วอาจลดลงแต่ด้านศักยภาพสมรรถนะหรือความเท่นั้นไม่แตกต่างจากรุ่นพี่แต่อย่างใด

1986 : Ninja 250

Ninja 250 มันคือรถสปอร์ตที่ดีที่สุด เริ่มขายในสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรกของโลกในปีนั้น ด้วยเครื่องยนต์ 250 cc เป็นรถจักรยานยนต์สปอร์ตขนาดเล็ก จากการพัฒนาของ Kawasaki นี้ทำให้ค่ายอื่นๆ หันมาทำรถจักรยานยนต์สปอร์ตในขนาดเครื่องยนต์ 250 cc

1987 : Ninja 750R

เนื่องมาจากปี 1987 Suzuki, Honda, Yamaha มีรถจักรยานยนต์ในระดับ 750 cc กันหมดแล้ว ดังนั้น Kawasaki จึงจำเป็นต้องสร้างรถจักรยานยนต์ในระดับนี้ ตามความต้องการของตลาดในขณะนั้น ความแรงของ Ninja 750R นั้นคือ 750 cc แต่ขนาดความกว้างเครื่องนั้นจะกะทัดรัดกว่า Ninja 600 cc ทำให้ได้ความแรงพร้อมกับขนาดเครื่องยนต์ที่เล็กลง พร้อมทั้งนวัตกรรมวัตถุดิบที่ใช้สร้างดีกว่าค่ายอื่นๆ ในปีนั้น

1988 : Ninja ZX10

Ninja ZX10 ( 1000R ) มากับประสิทธิภาพผลการดำเนินงานที่สุดยอดที่สุดในปีนั้น จึงทำให้ Kawasaki ถูกการันตีว่าเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีเร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดของโลก 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่านั้นยังไม่พอ ยังเป็นการพัฒนาด้านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นโดยการออกแบบแฟริ่งทรงสปอร์ตรุ่นแรกๆ ในโลก

1989 : Ninja ZX-7

จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 1989 Kawasaki สร้างซุปเปอร์ไบค์สปอร์ต ZX-7 มีสีเขียวและสีดำให้ผู้คลั่งไคล้เลือกสรรและยังเป็นครั้งแรกที่มีการสร้าง 4 ลูกสูบ ล้อหน้ากว้าง 3.5" ล้อหลังกว้าง 5.5" เพื่อรองรับการขับขี่ด้วยความรวดเร็ว จากนั้นมีการนำ ZX-7 คว้าชัยชนะจากการแข่งขัน AMA ในปี 1990,1992,1993

1990 : Ninja ZX-11

เป็นอีกรุ่นที่มีสุดยอดแห่งความเร็วนั้นคือ ZX-11 ( ZZ-R1100 ) และมันยังเป็นรุ่นแรกที่มีระบบ RAM AIR ของโลก ( ระบบการนำอากาศสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ ) ทำให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์แรงกว่าเดิมส่งแรงดันลมหนาแน่นสู่ห้องเครื่องยนต์ขนาด 1052 cc หน้าปัดของมันมีไมค์วัดความเร็วสูงถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1991 : Ninja 600R

Ninja 600R ได้แรงบรรดาลใจมากจาก ZX-11 โดยมีโครงสร้างใกล้เคียงกันมากแต่ลดความแรงของเครื่องยนต์จาก 1052 cc เป็น 600 cc แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างจาก ZX-11 ทำให้อารมณ์การขับขี่นั้นใกล้เคียงกันมากต่างกันเพียงแค่ขนาดที่เล็กกว่าและความเร็วที่น้อยกว่า

1992 : Ninja ZX 600

ด้วยวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องทำให้ Kawasaki ได้สร้าง Ninja ZX 600 โดยมีการพัฒนามาจาก ZX-11 สมรรถนะเครื่องยนต์ที่แข็งแรง โครงสร้างแกร่งเลียนแบบจากรุ่นพี่มาไม่มีผิด ถ้าเลือกรถจักรยานยนต์ขนาด 600 cc ควรเลือกมันอย่างมากเพราะเทคโนโลยีของมันมีที่สุดนะช่วงเวลานั้น

1993 : Ninja ZX-11 (NEW)

วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องจาก Ninja ZX-11 ปี 1990 โดยเพิ่มระบบที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั้นคือ Duel Ram Air หรือเรียกง่ายๆ ว่า จุดรับลมคู่ด้านหน้า ทำให้การนำลมเข้าสู่ห้องเผาไหม้ทำได้ดีมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน มันจึงกลายเป็น"เจ้าแห่งความเร็ว" อีกครั้ง

1994 : Ninja ZXR750

รุ่นนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก Ninja ZX-11 ปี 1993 โดยได้นำรับ Duel Ram Air มาใช้เช่นกัน Ninja ZXR750 มีจุดเด่นคือแฟริ่งเป็นอรูมิเนียมทั้งหมด สมดุลยอดเยี่ยมมาก ด้วยเครื่อง 750 cc แต่รูปลักษณ์ไฟหน้าเดี่ยวที่โดดเด่นกว่า ZX-11 ราคาก็จับจองง่ายกว่า ทำให้มันน่าครอบครองอย่างมาก

1995 : Ninja ZX-6R

Ninja ZX-6R ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นต่างๆ มีส่วนที่แปลกแปลงไม่มากนัก แต่ด้วยขนาดเครื่องที่ลดลงจากรุ่น ZXR750 แต่สมรรถนะไม่แตกต่างกันมากด้วยระบบต่างๆ ที่มาทดแทนปริมาณซีซีที่หายไป ทำให้มันเป็นที่ต้องการมากกว่า ZXR750 และ ZX-11R เพราะราคาของมันก็ลดลงด้วยเช่นกัน

1996 : Ninja ZX-7R

มันถูกพัฒนามาจาก ZXR750 โดยมีเครื่องยนต์ 750 cc โดยการพัฒนาหลักๆ ของมันคือการเปลี่ยนมาใช้สวิงอาร์มที่ขนาดเล็กลงมีการหมุนที่ดีกว่ารุ่นก่อนและการตกแต่งจุดนั่ง แฟริ่งที่โฉบเฉี่ยวใกล้เคียงรถในปัจจุบัน ทั้งนี้การพัฒนาของมันส่วนใหญ่เพื่อศักยภาพด้านการแข่งขัน

1997 : Ninja ZX-9R

เป็นการปรับปรุงเกือบทั้งคันด้วยน้ำหนักที่เบาแต่ยังคงประสิทธิภาพที่มากขึ้น ลดขนาดความกว้างเครื่องยนต์ใหม่กระทัดรัด เปลี่ยนระบบการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 900 cc แต่ขนาดตัวรถที่ลดลงทำให้ความเร็วของมันนั้นไม่แพ้รุ่นอื่นๆ แต่อย่างใด

1998 : Ninja ZX-6R (NEW)

ในปีนี้ Kawasaki ได้นำโมเดล ZX-6R มาพัฒนาต่ออีกขั้นด้วยการความผสมผสานกันอย่างลงตัวของการออกแบบในยุคนั้น มาด้วยเครื่องยนต์ 600 cc 6 ลูกสูบ พร้อมระบบการแบรกที่ยอดเยี่ยมปลอดภัย มาพร้อมเบาะที่ออกแบบมาให้ผุ้ขับขี่รุ้สึกที่ยอดเยี่ยมที่ได้ขับขี่มัน

1999 : Ninja ZX-9R (NEW)

หลังจาก ZX-6R ปี 1998 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขว้าง Kawasaki จึงสร้าง ZX-9R อีกครั้ง โดยนำ ZX-9R ปี 1997 และ ZX-6R มารวมกันไว้ในที่เดียวกัน ด้วยพลังเครื่องยนต์ 950 cc ทำให้ตัวรถจะขนาดใหญ่กว่า แต่การออกแบบตกแต่งแฟริ่งใกล้เคียงกับ ZX-6R

2000 : Ninja ZX-12R

เป็นอีกรุ่นที่สร้างออกมาและได้รับฉายานามว่า "เจ้าแห่งความเร็ว" ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ 1,200 cc และนวัตกรรมใหม่ทำให้ขนาดของเครื่องยนต์ตัวรถโดยรวมขนาดเล็กลง ประกอบกับการออกแบบที่โดดเด่นโฉบเฉี่ยวอย่างมาก ทำให้มันเป็นที่หมายตาของคนในปี 2000

2001-2002 : Ninja ZX-6R (NEW)

ZX-6R ปี 2001 แค่มองแว๊บแรกก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมากกับการดีไซส์ที่งดงามสุดยอดมาก ด้วยไฟดวงโตคู่หน้าและไฟหรี่ตรงกลาง สมรรถนะเครื่องยนต์ 600 cc แต่รุ่นนี้กลับไม่พยายามที่จะลดขนาดของมันลง กลับทำให้มันดูใหญ่เหมือนรถ 1000 cc ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความมั่นคงสมดุลอย่างมาก

2003 : Ninja ZX-6R (NEW)

หลังจากนั้น ZX-6R ก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยเป็นการเปิดตัวที่เครื่องยนต์ที่สร้างยากที่สุดและทันสมัยที่สุดในปี 2003 ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 600 cc และระบบภายในมากมายที่ล่ำหน้ากว่าทุกๆ ค่ายในขณะนั้น การออกแบบทำให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ดีไซส์ที่โดดเด่นกว่าทุกรุ่นที่เคยมี

2004 : Ninja ZX-10R

หลังจากโมเดล ZX-6R ปี 2003 ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจากผู้คลั่งไคล้มากมายทั่วทุกมุมโลก จึงทำให้เกิดการสร้าง Ninja ZX-10R ขึ้นมา โดยนำต้นแบบสุดสปอร์ตจากโมเดล ZX-6R มาใส่เครื่องยนต์ 1000 cc เข้าไปและตกแต่งให้สวยงามกว่าเดิมอย่างเทียบกันไม่ได้

2005 : Ninja 500R

เป็นการชุบชีวิต Ninja 500R ปี 1991 ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยการตกแต่งให้ดูคลาสสิกไม่ออกแนวสปอร์ต แต่เป็นแนว Naked แทน ไม่มีกระบังลม เพิ่มความคล่องตัวและความสะดวกสบายต่อผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เป็นรถที่มีประสิทธิภาพและมีราคาที่ต่ำ จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ขับขี่ในปีนั้น

2006-2007 : Ninja 250R (NEW)

ตามมาด้วย Ninja 250R เป็นการผสมผสานที่หายากของขนาดที่เล็กลงกะทัดรัดพร้อมด้วยประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม มันเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่มียอดขายดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักเบา ให้ความคล่องตัวอย่างมากกับผู้ขับขี่ ทั้งหมดนี้มันจึงกลายเป็นที่นิยมของเหล่านักขับขี่จักรยานยนต์ด้วยราคาที่ถูก

2008 : Ninja 250R (NEW)

หลังจากที่ Ninja 250R ปี 2006-2007 มียอดขายที่ดีอย่างมาก Kawasaki จึงได้พัฒนา Ninja 250R อีกครั้งโดยครั้งนี้ไม่เน้นด้านคลาสสิกเหมือนก่อนแต่กลับมาพร้อมกับความสปอร์ตแบบที่เรียกว่ารุ่นก่อนๆ หน้าเทียบไม่ได้เลย ด้วยเครื่องยนต์ที่ 250 cc ทำให้มันราคาถูกและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก

2009 : Ninja ZX-6R (NEW)

เมื่อโมเดล Ninja 250R เป็นที่ยอมรับแล้ว แต่มีผู้ขับขี่จำนวนมากที่ต้องการรูปลักษร์รถแบบนี้แต่แรงกว่านี้ Kawasaki จึงได้พัฒนา ZX-6R ขึ้นมาโดยมีการดีไซส์ของโมเดลรุ่น Ninja 250R ปี 2008 เป็นต้นแบบ ด้วยเครื่องยนต์ 600 cc แต่มีน้ำหนักเบาทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม

2010 : Ninja 250R (NEW)

พัฒนาต่อยอดอีกครั้งจากโมเดล Ninja 250R ปี 2008 ด้วยการดีไซส์รูปลักษณ์ให้สวยงามมากกว่าเดิม ความแรงเครื่องยนต์ที่พอเหมาะ เพิ่มความคล่องตัวของรถอย่างมาก ราคาที่ไม่สูงมากนักโมเดลรุ่น Ninja 250R ในปี 2010 ก็ยังคงเป็นที่นิยมในท้องตลาด

2011 : Ninja ZX-10R (NEW)

หลังจากการสร้างโมเดล ZX-10R ปี 2004 ไม่มีพัฒนาของรุ่นซีซีที่แรงๆ ปี 2011 จึงเปิดตัว Ninja ZX-10R ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ล่ำสมัยที่สุดในขณะนั้น ทำให้มันเป็นรถที่สมบูรณ์แบบยอดเยี่ยมที่สุด สามารถแข่งขันกับ R1 (YAMAHA) และ BMW ได้อย่างสูสี

2012 : Ninja 300

หลังจากการตลาดด้านรถจักรยานยนต์มีขนาดเครื่องยนต์ต่างๆ เช่น 250 , 500 , 600 , 750 ฯลฯ จังทำให้ Kawasaki จำเป็นต้องสร้างขนาดเครื่องยนต์ 300 cc มาแข่งขันในตลาดเพราะค่ายอื่นๆ มีการสร้างกันหมดแล้ว จึงเกิดโมเดล Ninja 300 ขึ้นมาครั้งแรกและมีการพัฒนามาถึงปัจจุบัน

2013 : Ninja ZX-14R

อีกครั้งที่ Kawasaki ได้รับฉายา "เจ้าแห่งความเร็ว" จากโมเดล ZX-14R ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1441 cc 4 สูบเรียง กระจายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบแบรก ABS ด้วยดีไซส์ที่ผสมผสานความสปอร์ตให้เข้ากับความนุ่มนวลและบึกบึน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่สุดเท่าที่เคยมีกับรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่

2014 : Ninja 250 SL

หลังจาก Ninja 300 ปี 2012 ได้รับความนิยมอย่างมากถึงปัจจุบัน Kawasaki จึงสร้าง Ninja 250 SL ขึ้นมาเพื่อให้ราคาต่ำลงและสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น พร้อมระบบแบรก ABS จึงทำให้ ข้อดีหลักๆ ของมันคือขนาดเล็กกระทัดรัดคล่องตัวอย่างที่สุด

2015-2016 : Ninja H2 , Ninja H2R

จบด้วยที่สุดแห่งที่สุด Ninja H2 และ Ninja H2R สุดยอดรถจักรยานยนต์แห่งโลกอนาคต Kawasaki สร้างไว้ 2 รุ่น ให้เหมาะสมกับการใช้งาน H2 สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและ H2R สำหรับใช้ในการแข่งขัน ด้วยการออกแบบดีไซส์ที่ไม่เหมือนใคร โดดเด่นที่สุดเท่าที่เคยมีและยังคง DNA Ninja อยู่ในกระแสเลือด ทำให้เป็นสุดยอด Ninja ของค่าย Kawasaki

Author

Thumb lg b22517d0 3b97 45be 833b 2ea604ea5c63

iPonthakorn

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!