iPonthakorn อัพเดทเมื่อ 15:50 27/05/2559
Thumb lg 20160609 kawasakininja

สุดยอดวิวัฒนาการของบิ๊กไบค์ Kawasaki Ninja ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

5741 Pepper

นี่คือสุดยอดนวัตกรรมของโลกแห่ง Big Bike ! วิวัฒนาการรถจักรยานยนต์ซุปเปอร์ไบค์ Kawasaki Ninja Sport จากปี 1984 - 2016 ในปัจจุบัน

ninja kawasaki ninja all kawasaki ninja บิ๊กไบค์

บทความนี้เป็นการรวบรวมวิวัฒนาการรถจักรยานยนต์ที่ได้ถูกขนานนามว่าเป็น "เจ้าแห่งความเร็ว" นั้นคือ Ninja ของ Kawasaki จากอดีตถึงปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Kawasaki ยังคงศักยภาพความเป็นยอดของผู้สร้างสรรผลงานสุดมหัศจรรย์ให้เหล่านักขับขี่ได้สมปราถานากับยานพาหนะคู่กายที่ดีที่สุด

1984 : Ninja GPZ 900R

เริ่มต้นกันด้วย Ninja รุ่นแรกที่ปรากฏสู่สายตามนุษย์โลก คือ "Kawasaki Ninja GPZ 900R" เมื่อปี 1984 ซึ่งเป็นการเปิดตัวที่สุดยอดมากสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ "Bike of the Year" ถูกเขียนบันทึกในสมุดสถิติว่า "เป็นรถจักรยานยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก" ด้วยความเร็วสูงสุดที่สามารถทำลายทุกสถิติ นั้นคือสามารถสร้างความเร็วได้สูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1985 : Ninja GPZ 600R

ตามมาด้วยรุ่นถัดมานั้นคือ Ninja GPZ 600R การปรากฏตัวของรถรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้มียอดขายดีที่สุดของรถจักรยานยนต์ชนิด 600 cc รุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากโมเดลรุ่น GPZ 900R เรียกว่าเป็นรุ่นน้องก็ว่าได้ ถึงแม้ความเร็วอาจลดลงแต่ด้านศักยภาพสมรรถนะหรือความเท่นั้นไม่แตกต่างจากรุ่นพี่แต่อย่างใด

1986 : Ninja 250

Ninja 250 มันคือรถสปอร์ตที่ดีที่สุด เริ่มขายในสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรกของโลกในปีนั้น ด้วยเครื่องยนต์ 250 cc เป็นรถจักรยานยนต์สปอร์ตขนาดเล็ก จากการพัฒนาของ Kawasaki นี้ทำให้ค่ายอื่นๆ หันมาทำรถจักรยานยนต์สปอร์ตในขนาดเครื่องยนต์ 250 cc

1987 : Ninja 750R

เนื่องมาจากปี 1987 Suzuki, Honda, Yamaha มีรถจักรยานยนต์ในระดับ 750 cc กันหมดแล้ว ดังนั้น Kawasaki จึงจำเป็นต้องสร้างรถจักรยานยนต์ในระดับนี้ ตามความต้องการของตลาดในขณะนั้น ความแรงของ Ninja 750R นั้นคือ 750 cc แต่ขนาดความกว้างเครื่องนั้นจะกะทัดรัดกว่า Ninja 600 cc ทำให้ได้ความแรงพร้อมกับขนาดเครื่องยนต์ที่เล็กลง พร้อมทั้งนวัตกรรมวัตถุดิบที่ใช้สร้างดีกว่าค่ายอื่นๆ ในปีนั้น

1988 : Ninja ZX10

Ninja ZX10 ( 1000R ) มากับประสิทธิภาพผลการดำเนินงานที่สุดยอดที่สุดในปีนั้น จึงทำให้ Kawasaki ถูกการันตีว่าเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีเร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดของโลก 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่านั้นยังไม่พอ ยังเป็นการพัฒนาด้านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นโดยการออกแบบแฟริ่งทรงสปอร์ตรุ่นแรกๆ ในโลก

1989 : Ninja ZX-7

จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 1989 Kawasaki สร้างซุปเปอร์ไบค์สปอร์ต ZX-7 มีสีเขียวและสีดำให้ผู้คลั่งไคล้เลือกสรรและยังเป็นครั้งแรกที่มีการสร้าง 4 ลูกสูบ ล้อหน้ากว้าง 3.5" ล้อหลังกว้าง 5.5" เพื่อรองรับการขับขี่ด้วยความรวดเร็ว จากนั้นมีการนำ ZX-7 คว้าชัยชนะจากการแข่งขัน AMA ในปี 1990,1992,1993

1990 : Ninja ZX-11

เป็นอีกรุ่นที่มีสุดยอดแห่งความเร็วนั้นคือ ZX-11 ( ZZ-R1100 ) และมันยังเป็นรุ่นแรกที่มีระบบ RAM AIR ของโลก ( ระบบการนำอากาศสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ ) ทำให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์แรงกว่าเดิมส่งแรงดันลมหนาแน่นสู่ห้องเครื่องยนต์ขนาด 1052 cc หน้าปัดของมันมีไมค์วัดความเร็วสูงถึง 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

1991 : Ninja 600R

Ninja 600R ได้แรงบรรดาลใจมากจาก ZX-11 โดยมีโครงสร้างใกล้เคียงกันมากแต่ลดความแรงของเครื่องยนต์จาก 1052 cc เป็น 600 cc แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างจาก ZX-11 ทำให้อารมณ์การขับขี่นั้นใกล้เคียงกันมากต่างกันเพียงแค่ขนาดที่เล็กกว่าและความเร็วที่น้อยกว่า

1992 : Ninja ZX 600

ด้วยวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องทำให้ Kawasaki ได้สร้าง Ninja ZX 600 โดยมีการพัฒนามาจาก ZX-11 สมรรถนะเครื่องยนต์ที่แข็งแรง โครงสร้างแกร่งเลียนแบบจากรุ่นพี่มาไม่มีผิด ถ้าเลือกรถจักรยานยนต์ขนาด 600 cc ควรเลือกมันอย่างมากเพราะเทคโนโลยีของมันมีที่สุดนะช่วงเวลานั้น

1993 : Ninja ZX-11 (NEW)

วิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องจาก Ninja ZX-11 ปี 1990 โดยเพิ่มระบบที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั้นคือ Duel Ram Air หรือเรียกง่ายๆ ว่า จุดรับลมคู่ด้านหน้า ทำให้การนำลมเข้าสู่ห้องเผาไหม้ทำได้ดีมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน มันจึงกลายเป็น"เจ้าแห่งความเร็ว" อีกครั้ง

1994 : Ninja ZXR750

รุ่นนี้ได้รับอิทธิพลมาจาก Ninja ZX-11 ปี 1993 โดยได้นำรับ Duel Ram Air มาใช้เช่นกัน Ninja ZXR750 มีจุดเด่นคือแฟริ่งเป็นอรูมิเนียมทั้งหมด สมดุลยอดเยี่ยมมาก ด้วยเครื่อง 750 cc แต่รูปลักษณ์ไฟหน้าเดี่ยวที่โดดเด่นกว่า ZX-11 ราคาก็จับจองง่ายกว่า ทำให้มันน่าครอบครองอย่างมาก

1995 : Ninja ZX-6R

Ninja ZX-6R ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นต่างๆ มีส่วนที่แปลกแปลงไม่มากนัก แต่ด้วยขนาดเครื่องที่ลดลงจากรุ่น ZXR750 แต่สมรรถนะไม่แตกต่างกันมากด้วยระบบต่างๆ ที่มาทดแทนปริมาณซีซีที่หายไป ทำให้มันเป็นที่ต้องการมากกว่า ZXR750 และ ZX-11R เพราะราคาของมันก็ลดลงด้วยเช่นกัน

1996 : Ninja ZX-7R

มันถูกพัฒนามาจาก ZXR750 โดยมีเครื่องยนต์ 750 cc โดยการพัฒนาหลักๆ ของมันคือการเปลี่ยนมาใช้สวิงอาร์มที่ขนาดเล็กลงมีการหมุนที่ดีกว่ารุ่นก่อนและการตกแต่งจุดนั่ง แฟริ่งที่โฉบเฉี่ยวใกล้เคียงรถในปัจจุบัน ทั้งนี้การพัฒนาของมันส่วนใหญ่เพื่อศักยภาพด้านการแข่งขัน

1997 : Ninja ZX-9R

เป็นการปรับปรุงเกือบทั้งคันด้วยน้ำหนักที่เบาแต่ยังคงประสิทธิภาพที่มากขึ้น ลดขนาดความกว้างเครื่องยนต์ใหม่กระทัดรัด เปลี่ยนระบบการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 900 cc แต่ขนาดตัวรถที่ลดลงทำให้ความเร็วของมันนั้นไม่แพ้รุ่นอื่นๆ แต่อย่างใด

1998 : Ninja ZX-6R (NEW)

ในปีนี้ Kawasaki ได้นำโมเดล ZX-6R มาพัฒนาต่ออีกขั้นด้วยการความผสมผสานกันอย่างลงตัวของการออกแบบในยุคนั้น มาด้วยเครื่องยนต์ 600 cc 6 ลูกสูบ พร้อมระบบการแบรกที่ยอดเยี่ยมปลอดภัย มาพร้อมเบาะที่ออกแบบมาให้ผุ้ขับขี่รุ้สึกที่ยอดเยี่ยมที่ได้ขับขี่มัน

1999 : Ninja ZX-9R (NEW)

หลังจาก ZX-6R ปี 1998 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขว้าง Kawasaki จึงสร้าง ZX-9R อีกครั้ง โดยนำ ZX-9R ปี 1997 และ ZX-6R มารวมกันไว้ในที่เดียวกัน ด้วยพลังเครื่องยนต์ 950 cc ทำให้ตัวรถจะขนาดใหญ่กว่า แต่การออกแบบตกแต่งแฟริ่งใกล้เคียงกับ ZX-6R

2000 : Ninja ZX-12R

เป็นอีกรุ่นที่สร้างออกมาและได้รับฉายานามว่า "เจ้าแห่งความเร็ว" ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ 1,200 cc และนวัตกรรมใหม่ทำให้ขนาดของเครื่องยนต์ตัวรถโดยรวมขนาดเล็กลง ประกอบกับการออกแบบที่โดดเด่นโฉบเฉี่ยวอย่างมาก ทำให้มันเป็นที่หมายตาของคนในปี 2000

2001-2002 : Ninja ZX-6R (NEW)

ZX-6R ปี 2001 แค่มองแว๊บแรกก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมากกับการดีไซส์ที่งดงามสุดยอดมาก ด้วยไฟดวงโตคู่หน้าและไฟหรี่ตรงกลาง สมรรถนะเครื่องยนต์ 600 cc แต่รุ่นนี้กลับไม่พยายามที่จะลดขนาดของมันลง กลับทำให้มันดูใหญ่เหมือนรถ 1000 cc ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงความมั่นคงสมดุลอย่างมาก

2003 : Ninja ZX-6R (NEW)

หลังจากนั้น ZX-6R ก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยเป็นการเปิดตัวที่เครื่องยนต์ที่สร้างยากที่สุดและทันสมัยที่สุดในปี 2003 ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 600 cc และระบบภายในมากมายที่ล่ำหน้ากว่าทุกๆ ค่ายในขณะนั้น การออกแบบทำให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ดีไซส์ที่โดดเด่นกว่าทุกรุ่นที่เคยมี

2004 : Ninja ZX-10R

หลังจากโมเดล ZX-6R ปี 2003 ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจากผู้คลั่งไคล้มากมายทั่วทุกมุมโลก จึงทำให้เกิดการสร้าง Ninja ZX-10R ขึ้นมา โดยนำต้นแบบสุดสปอร์ตจากโมเดล ZX-6R มาใส่เครื่องยนต์ 1000 cc เข้าไปและตกแต่งให้สวยงามกว่าเดิมอย่างเทียบกันไม่ได้

2005 : Ninja 500R

เป็นการชุบชีวิต Ninja 500R ปี 1991 ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยการตกแต่งให้ดูคลาสสิกไม่ออกแนวสปอร์ต แต่เป็นแนว Naked แทน ไม่มีกระบังลม เพิ่มความคล่องตัวและความสะดวกสบายต่อผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เป็นรถที่มีประสิทธิภาพและมีราคาที่ต่ำ จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ขับขี่ในปีนั้น

2006-2007 : Ninja 250R (NEW)

ตามมาด้วย Ninja 250R เป็นการผสมผสานที่หายากของขนาดที่เล็กลงกะทัดรัดพร้อมด้วยประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม มันเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่มียอดขายดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักเบา ให้ความคล่องตัวอย่างมากกับผู้ขับขี่ ทั้งหมดนี้มันจึงกลายเป็นที่นิยมของเหล่านักขับขี่จักรยานยนต์ด้วยราคาที่ถูก

2008 : Ninja 250R (NEW)

หลังจากที่ Ninja 250R ปี 2006-2007 มียอดขายที่ดีอย่างมาก Kawasaki จึงได้พัฒนา Ninja 250R อีกครั้งโดยครั้งนี้ไม่เน้นด้านคลาสสิกเหมือนก่อนแต่กลับมาพร้อมกับความสปอร์ตแบบที่เรียกว่ารุ่นก่อนๆ หน้าเทียบไม่ได้เลย ด้วยเครื่องยนต์ที่ 250 cc ทำให้มันราคาถูกและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก

2009 : Ninja ZX-6R (NEW)

เมื่อโมเดล Ninja 250R เป็นที่ยอมรับแล้ว แต่มีผู้ขับขี่จำนวนมากที่ต้องการรูปลักษร์รถแบบนี้แต่แรงกว่านี้ Kawasaki จึงได้พัฒนา ZX-6R ขึ้นมาโดยมีการดีไซส์ของโมเดลรุ่น Ninja 250R ปี 2008 เป็นต้นแบบ ด้วยเครื่องยนต์ 600 cc แต่มีน้ำหนักเบาทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม

2010 : Ninja 250R (NEW)

พัฒนาต่อยอดอีกครั้งจากโมเดล Ninja 250R ปี 2008 ด้วยการดีไซส์รูปลักษณ์ให้สวยงามมากกว่าเดิม ความแรงเครื่องยนต์ที่พอเหมาะ เพิ่มความคล่องตัวของรถอย่างมาก ราคาที่ไม่สูงมากนักโมเดลรุ่น Ninja 250R ในปี 2010 ก็ยังคงเป็นที่นิยมในท้องตลาด

2011 : Ninja ZX-10R (NEW)

หลังจากการสร้างโมเดล ZX-10R ปี 2004 ไม่มีพัฒนาของรุ่นซีซีที่แรงๆ ปี 2011 จึงเปิดตัว Ninja ZX-10R ด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ล่ำสมัยที่สุดในขณะนั้น ทำให้มันเป็นรถที่สมบูรณ์แบบยอดเยี่ยมที่สุด สามารถแข่งขันกับ R1 (YAMAHA) และ BMW ได้อย่างสูสี

2012 : Ninja 300

หลังจากการตลาดด้านรถจักรยานยนต์มีขนาดเครื่องยนต์ต่างๆ เช่น 250 , 500 , 600 , 750 ฯลฯ จังทำให้ Kawasaki จำเป็นต้องสร้างขนาดเครื่องยนต์ 300 cc มาแข่งขันในตลาดเพราะค่ายอื่นๆ มีการสร้างกันหมดแล้ว จึงเกิดโมเดล Ninja 300 ขึ้นมาครั้งแรกและมีการพัฒนามาถึงปัจจุบัน

2013 : Ninja ZX-14R

อีกครั้งที่ Kawasaki ได้รับฉายา "เจ้าแห่งความเร็ว" จากโมเดล ZX-14R ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1441 cc 4 สูบเรียง กระจายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบแบรก ABS ด้วยดีไซส์ที่ผสมผสานความสปอร์ตให้เข้ากับความนุ่มนวลและบึกบึน เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่สุดเท่าที่เคยมีกับรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ขนาดใหญ่

2014 : Ninja 250 SL

หลังจาก Ninja 300 ปี 2012 ได้รับความนิยมอย่างมากถึงปัจจุบัน Kawasaki จึงสร้าง Ninja 250 SL ขึ้นมาเพื่อให้ราคาต่ำลงและสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น พร้อมระบบแบรก ABS จึงทำให้ ข้อดีหลักๆ ของมันคือขนาดเล็กกระทัดรัดคล่องตัวอย่างที่สุด

2015-2016 : Ninja H2 , Ninja H2R

จบด้วยที่สุดแห่งที่สุด Ninja H2 และ Ninja H2R สุดยอดรถจักรยานยนต์แห่งโลกอนาคต Kawasaki สร้างไว้ 2 รุ่น ให้เหมาะสมกับการใช้งาน H2 สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและ H2R สำหรับใช้ในการแข่งขัน ด้วยการออกแบบดีไซส์ที่ไม่เหมือนใคร โดดเด่นที่สุดเท่าที่เคยมีและยังคง DNA Ninja อยู่ในกระแสเลือด ทำให้เป็นสุดยอด Ninja ของค่าย Kawasaki

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg b22517d0 3b97 45be 833b 2ea604ea5c63

iPonthakorn