RahXephon อัพเดทเมื่อ 11:57 30/05/2559
Thumb lg mou

เขาว่า "จ่ามู" เป็นโค้ชจอมอุดและไม่นิยมปั้นเด็กจริงหรือ?

6544 Pepper

ในที่สุดมหากาพย์อันยาวนานของการเฟ้นหาผจก.ทีมคนใหม่ของ ปีศาจแดง ก็ตกมาอยู่ที่ "โชเซ่ มูรินโญ่" ตามความคาดหมายด้วยสัญญายาว 3 ปี

Man Utd Jose Mourinho football ฟุตบอล มูรินโญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด

การแต่งตั้ง กุนซือฝีปากกล้าชาวโปรตุเกส เข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มาพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงสไตล์การเล่นแบบสุดเขี้ยวและความล้มเหลวในการสร้างทีมจากผู้เล่นดาวรุ่ง แน่นอนว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ความจริงที่ไม่ว่าใครก็สามารถสัมผัสได้ก็คือ คาแรคเตอร์สุดอินดี้ที่ไม่แคร์โลกรวมถึงการที่พร้อมจะเป็นปฏิปักษ์กับคู่แข่งไม่ว่าหน้าไหนๆ และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือหนึ่งในผจก.ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการลูกหนังยุคปัจจุบัน

เจ้าพ่อรถบัส

ถึงแม้ มูรินโญ่ จะช่วยพาทีมเก็บชัยชนะและกวาดถ้วยรางวัลมาแล้วนักต่อนัก แต่สิ่งที่เขาถูกค่อนแคะมาโดยตลอดจากแฟนบอลส่วนใหญ่ก็คือสไตล์การเล่นแบบเน้นตั้งรับอันเป็นที่มาของมีมที่ถูกนำไปล้อเลียนกันกลาดเกลื่อนในโลกอินเตอร์เน็ต

อันที่จริงหากมองย้อนกลับไปยังสมัยที่เขาเคยคุม เชลซี ในยุคแรกๆเมื่อปี 2004 ด้วยแผนการโจมตีด้วยปีกจาก อาร์เยน ร็อบเบน, เดเมี่ยน ดัฟฟ์ และ โจ โคล ที่ช่วยนำพาความสำเร็จพร้อมกับเอ็นเตอร์เทนแฟนๆไปด้วย ก่อนที่พวกเขาจะจบฤดูกาลด้วยการยิงประตูรวมไป 72 ลูกซึ่งมากกว่าที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ถึง 14 ประตูในซีซั่นนั้น

แม้แต่การคุม ปอร์โต้ ในฤดูกาลที่สองของเขาก็เป็นทีมที่ทำประตูได้มากกว่าใครๆใน ซูเปอร์ลีกา โปรตุเกส หรือกับ อินเตอร์ มิลาน ตลอดทั้ง 2 ซีซั่นก็สามารถรัวประตูใส่คู่แข่งได้มากที่สุดใน เซเรีย อา แต่ตัวอย่างที่จะทำให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นผลงานใน สเปน กับ รีล มาดริด ที่น่าจะลบคำครหาต่างๆได้หมดสิ้น

ราชันชุดขาว ภายใต้การกุมบังเหียนของ ยอดกุนซือวัย 53 ปี ไม่เพียงแค่สามารถถล่มประตูได้มากกว่า 100 ลูกตลอดช่วงเวลาทั้ง 3 ซีซั่น แต่พวกเขายังทำสถิติเหนือ บาร์เซโลน่า คู่แข่งสำคัญได้อีกด้วย โดยเฉพาะในฤดูกาล 2011/12 ที่ยิงไปกระจุยกระจาย 121 ประตูจนกลายเป็นสถิติสูงสุดของ ลา ลีกา ในเวลานี้

จากความสุดยอดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่สามารถทำประตูรวมได้มากที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาลในยุคที่เคยทำงานร่วมกับ บอสใหญ่เพื่อนร่วมชาติ และต่อเนื่องมาถึงฟอร์มอันเปล่งประกายของ เอแด็น อาซาร์ กับ สิงห์บลู ในตำแหน่งปีกซ้ายด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการบริหารทีมของ มูรินโญ่ ซึ่งยังรวมไปถึงผู้เล่นพรสวรรค์สูงในตำแหน่งอื่นๆอีกด้วย

เวสลี่ย์ สไนเดอร์ และ เมซุต โอซิล ต่างก็ประสบความสำเร็จจากการลงเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ในขณะที่ เชสก์ ฟาเบรกาส ก็ได้กลับลงไปช่วยปั้นเกมส์อยู่ในแนวลึกอย่างที่ควรจะเป็นในปีเถลิงบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ที่ช่วยตอกย้ำว่า มูรินโญ่ ก็ไม่ใช่โค้ชที่ยึดติดกับการให้ผู้เล่นลงทำหน้าที่ในตำแหน่งที่หลากหลายเช่นกัน

แน่นอนว่ามันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนแท็คติกให้รัดกุมยิ่งขึ้นบ้างสำหรับบิ๊กแมตช์ต่างๆ ตัวอย่างเช่นเกมส์ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาท์ แต่จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ใช่แนวทางใหม่อะไรเลยสำหรับทีมที่เคยส่งผู้เล่นอย่าง ปาร์ค จี-ซอง, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ลงในเกมส์ที่ต้องการแค่เน้นหวังผลอะไรบางอย่าง

คบเด็กสร้างบ้าน...!?

รู้หมือไร่? คาร์ลอส อัลแบร์โต้ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติบราซิล ที่ปัจจุบันเป็นนักเตะอยู่ในสังกัดของ ฟิกูเรนเซ่ คือผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสามที่สามารถทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก จากการเป็นผู้เปิดสกอร์แรกให้กับ ปอร์โต้ ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในชัยชนะ 3-0 เหนือ โมนาโก เมื่อปี 2004

แต่ความจริงเรื่องนี้ก็มักถูกมองข้ามพร้อมกับความกลัวที่ว่าผู้เล่นดาวรุ่งอาจจะไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควรและค่อยๆเลือนหายไปจากสารบบทีมในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จากการที่ กุนซือจอมอหังการ มักถูกมองว่าเขาเป็นคนที่มุ่งเน้นในเรื่องของแท็คติกและระเบียบวินัย จึงทำให้ดูจะไว้เนื้อเชื่อใจผู้เล่นที่มากไปด้วยประสบการณ์เป็นหลัก

คำถามคือ...มีผู้เล่นดาวรุ่งคนไหนบ้างที่สมควรจะอยู่ในทีมของ มูรินโญ่ ซีซั่นหน้า? เจสซี่ ลินการ์ด อยู่ในช่วงวัยเดียวกันกับ จอห์น เทอร์รี่ เมื่อ บิ๊กบอสหน้าเครียด ส่งเขาลงสนามเป็นครั้งแรก หรือ เมมฟิส เดปาย นักเตะผู้มีพรสวรรค์ซ่อนอยู่ในตัวที่เขาอาจต้องใช้ความอดทนในการดึงความสามารถออกมา และหากพิจารณาดีๆก็จะพบว่า ปีกชาวดัตช์ พึ่งมีอายุได้เพียง 22 ปี ซึ่งเท่ากับ อาซาร์ ในตอนที่เขาหวนกลับมาคุม เชลซี อีกครั้งในช่วงหน้าร้อนปี 2003

หลายๆคนอาจมีข้อโต้แย้งว่าทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ และ โรเมลู ลูกากู ยังเคยถูกลอยแพออกจาก สิงห์บลู ในยุคของเขา ซึ่งอันที่จริงแล้ว มูรินโญ่ จะตั้งเป้าไว้ที่ 50 เกมส์เหมือนกับที่เขาเคยให้โอกาส เคิร์ต ซูม่า รวมถึง ราฟาเอล วาราน ที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว จะเห็นได้ว่าเขาไม่กลัวที่จะมอบโอกาสให้กับผู้เล่นแนวรับอนาคตไกลทั้งหลาย

แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็นนักเตะที่ทีมต้องใช้เงินกว้านซื้อตัวเข้ามามากกว่าจะเป็นผู้เล่นจากอะคาเดมี่ ซึ่งก็ยังคงเป็นสิ่งที่ เทรนเนอร์เลือดฝอยทอง ต้องจัดการอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อยังคงรักษาเกียรติประวัติของทีมที่มีการผลักดันผู้เล่นเยาวชนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ตลอดมานับตั้งแต่ปี 1937

จากประวัติการเดินออกจากทีมของ มูรินโญ่ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็อาจเป็นเรื่องที่ควรให้ความสนใจ แต่อย่างน้อยๆจากเหตุการณ์หลังสุดมันก็มีอะไรที่นอกเหนือไปจาก 2 ประเด็นหลักที่หลายๆคนพากันกังวล ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสิ่งที่ หลุยส์ ฟาน กัล ได้เป็นผู้แจ้งเกิดให้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด แล้ว การที่ทีมพลาดโอกาสเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เป็นประเด็นที่ควรจะให้ความสำคัญมากกว่า

และหากต้องการทางออกของผลลัพธ์ในเรื่องนี้ ก็คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า 'เดอะ สเปเชี่ยล วัน'

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon