S.R dan 2560/03/06 11:48
Thumb lg underrated

11 แข้งปิดทองหลังพระที่ไม่ดังในฤดูกาลนี้ของพรีเมียร์ลีก

1084 Pepper

บางครั้งเล่นดี ฟอร์มแจ่ม แต่ใช่ว่าจะโด่งดังเสมอไป และนี่คือ 11 ผู้เล่นในแต่ละตำแหน่ง ที่เป็นแข้งปิดทองหลังพระแต่ไม่โด่งดังในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

premier league Underrated Footballer football

นักเตะที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังระดับ World class ได้ อาศัยฝีเท้าอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ส่วนตัว สโมสรต้นสังกัด หรือเพื่อนร่วมทีม ที่จะช่วยผลักดันให้พวกเขาเหล่านั้นก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะมีชื่อเสียง ไม่เช่นนั้นอาจจะมีโชคชะตาเหมือนกับเหล่านักเตะที่กล่าวถึงต่อไปนี้ และนี่คือ 11 ผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งทีมีฟอร์มการเล่นดีแต่กลับไม่ค่อยเป็นกระแสหรือโด่งดังตามฝีเท้า

11.Tom Heaton

ผู้รักษาประตู : ทีมเบิร์นลีย์

ทอม ฮีตัน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมเบิร์นลีย์ ก่อนจะย้ายมาเฝ้าเสาให้ทีมเดอะ คลาเร็ตส์ เคยอยู่ร่วมทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ระดับเยาวชน แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่ได้จึงตัดสินใจย้ายทีมออกมา โดยย้ายมาเล่นให้เบิร์นลีย์ตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 ในขณะที่ทีมเล่นอยู่ในลีกเดอะ แชมป์เปี้ยนชิพ ซึ่งฮีตันมีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการเซฟประตูช่วยให้ทีมเสียประตูน้อยที่สุดในเดอะ แชมป์เปี้ยนชิพ เพียง 37 ส่งผลให้เบิร์นลีย์จบฤดูกาลด้วยอันดับ 2 เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ โดยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุดเขายังคงเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม และมีส่วนสำคัญในการป้องกันประตูช่วยให้ทีมอยู่ในอันดับเหนือโซนตกชั้น โดยเฉพาะในเกมที่ทีมเปิดบ้านพบลิเวอร์พูล ฮีตันเซฟประตูประตูจนเบิร์นลีย์เอาชนะลิเวอร์พูลได้ 2-0 ถือเป็นชัยชนะครั้งแรกในรอบ 42 ปี แม้ปัจจุบันฮีตันจะโชว์ผลงานได้ดีจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษแล้ว แต่ดูเหมือนชื่อเสียงของเขาจะยังไม่โด่งดังเท่าที่ควร แฟนบอลชาวอังกฤษยังไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถเบียดโจ ฮาร์ท ขึ้นไปเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติได้

แหล่ง: https://www.youtube.com

10. Nathaniel Clyne

แบ็คขวา : ทีมลิเวอร์พูล

นาธาเนียล ไคลน์ จัดเป็นแบ็คขวาที่มีความเร็ว เติมเกมรุกได้ดี หลังจากโชว์ผลงานได้ดีกับซันเดอร์แลนด์ โดยผลงานดีสุดคือพาซันเดอร์แลนด์จบอันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015-16 ทำอันดับจนได้ไปเล่นยูฟ่า คัพ รอบคัดเลือก ฤดูกาลถัดมาก็ถูกลิเวอร์พูลคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 12.5 ล้านปอนด์ เพื่อทดแทนเกล็น จอห์นสันที่ไม่อยู่ในแผนการทำทีม ซึ่งไคลน์ก็ทำผลงานกับลิเวอร์พูลได้ดีมีความโดดเด่นในการขึ้นไปเติมเกมริมเส้น จนลิเวอร์พูลกลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีเกมรุกดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในขณะนี้ แต่ด้วยตัวเขาอาจจะยังมีข้อด้อยในเรื่องความแม่นยำในการเปิดบอล อีกทั้งในช่วงนี้เกมรับของลิเวอร์พูลมีปัญหาอย่างมาก อาจส่งผลให้ชื่อเสียงของไคลน์จะยังไม่โดดเด่นเท่าอดีตแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษคนอื่นๆ อย่างแกรี่ เนวิลล์หรือเกล็น จอห์นสัน

แหล่ง: https://www.youtube.com

9. Cesar Azpilicueta

แบ็คซ้าย : เชลซี

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ย้ายจากมาร์กเซยมาร่วมทีมเชลซีในปี 2012 ด้วยค่าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์ ด้วยการเป็นกองหลังที่เล่นได้หลายตำแหน่งมีความแน่นอนสูง ยืนตำแหน่งได้ดี และไล่ตัดบอลได้เก่ง ทำให้เขากลายเป็นกำลังสำคัญของเชลซี พร้อมกับการขึ้นไปเล่นให้กับทีมชาติสเปน และมีส่วนช่วยพาเชลซีคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2012–13 และแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014–15 โดยในฤดูกาลล่าสุดอัซปิลิกวยต้ามีส่วนสำคัญต่อเกมรับของเชลซีอย่างมากจนช่วยให้เชลซีเป็นทีมที่มีเกมรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกขณะนี้ พร้อมกับการขึ้นเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก แต่น่าเสียดายที่นักเตะระดับคุณภาพคับแก้วอย่างอัซปิลิกวยต้า กลับมีสไตล์การเล่นในลักษณะปิดทองหลังพระ มีเกมรุกไม่หวือหวาทำให้เขาอาจไม่โด่งดังอย่างดีเอโก้ คอสต้า หรือ เอแด็น อาซาร์ แต่อย่างไรก็ตามหากเชลซีจบฤดูกาลด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก อัซปิลิกวยต้าจะถือเป็นนักเตะที่มีบทบาทสำคัญต่อแชมป์ดังกล่าวอย่างแน่นอน

แหล่ง: https://www.youtube.com

8. Ashley Williams

เซ็นเตอร์แบ็ค : เอฟเวอร์ตัน

แอชลีย์ วิลเลียมส์ กองหลังตัวเก่งทีมชาติเวลส์ ร่วมเล่นกับสวอนซีตั้งแต่สมัยที่ทีมเล่นในลีกวัน จนช่วยให้ทีมขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2011-12 และยังช่วยให้ทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกคัพได้เป็นสมัยแรกในปี 2013 ย้ายจากสวอนซี ซิตี้มาร่วมทีมเอฟเวอร์ตันในปี 2016 ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ โดยวิลเลียมส์โชว์ผลงานกับเอฟเวอร์ตันได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเป็นกองหลังพันธุ์ดุ เข้าสกัดบอลได้อย่างหนักหน่วง ส่งผลให้เกมรับของเอฟเวอร์ตันแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย โดยมีเกมรับเป็นรองเพียงเชลซี สเปอร์ และแมนยูฯ เท่านั้น แม้ชื่อเสียงของวิลเลียมส์จะไม่ดังเท่ากองหลังอย่างแกรี่ เคฮิลล์ หรือดาวิด ลุยซ์ แต่วิลเลียมส์ถือเป็นกองหลังที่มีส่วนสำคัญต่อทีมอย่างมาก อาจเรียกได้ว่าหากขาดเธอไปเหมือนขาดใจเลยทีเดียว

แหล่ง: https://www.youtube.com

7. Virgil van Dijk

เซ็นเตอร์แบ็ค : เซาแธมป์ตัน

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังร่างใหญ่พันธุ์โหด หลังจากโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมโดยพากลาสโกว์ เซลติกคว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพถึง 2 สมัย หลังจากนั้นก็ถูกทีมนักบุญเซาแธมป์ตัน คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2015 ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ ฟาน ไดจ์ค สามารถโชว์เกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมโดยมีค่าเฉลี่ยในการทำคลีนชีทถึง 8 เกมต่อฤดูกาล ถือเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับกองหลัง โดยในฤดูกาล 2015-16 มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 6 ทำให้ทีมนักบุญได้โควต้าไปเล่นฟุตบอลยูโรป้า ลีกฤดูกาลถัดไป และตัวเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรแบบไม่ต้องสงสัย จนตัวเขาได้รับความสนใจอย่างมากจากทีมแมนยูฯ และลิเวอร์พูล แต่ฟาน ไดจ์คยังคงที่จะเลือกลงเล่นให้เซาแธมป์ตันต่อไป และยังคงเป็นกำลังสำคัญของเซาแธมป์ตันในการดิ้นรนต่อสู้ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลล่าสุด

แหล่ง: https://www.youtube.com

6. Ander Herrera

กองกลาง : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แม้แมนยูฯ ในยุคของหลุยส์ ฟาน กัลป์จะมีผลงานย่ำแย่ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะจดจำคือการทุ่มเงินกว่า 24 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวอันเดอร์ เออร์เรรามาจากแอตแลนติก บิลเบาในปี 2013 ด้วยการเป็นมิดฟิลด์ที่มีเบสิคฟุตบอลที่ดี และจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ จึงได้รับการคาดหมายว่าจะเป็น นิว 'พอล สโคลส์' ของ แมนฯ ยูไนเต็ด และตัวเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในแดนกลางของแมนยูฯ ภายใต้ยุคมูรินโญ่ และถือเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพาแมนยูฯ คว้าแชมป์ลีกคัพฤดูกาล 2016-17 และเขายังเป็นกำลังสำคัญในการช่วยแมนยูฯ ลุ้นแย่ง Top 4 เพื่อลุ้นไปเล่นยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกฤดูกาลถัดไป รวมถึงการไล่ล่าแชมป์เอฟ เอคัพ ในฤดูกาลนี้ด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้เอร์เรราจะได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะฝีเท้าดี แต่ด้วยสไตล์การเล่นในลักษณะปิดทองหลังพระทำให้ชื่อเสียงของเขาไม่โด่งดังเท่าที่ควร รวมถึงโอกาสในการก้าวขึ้นไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติสเปนด้วย เพราะด้วยวัยกว่า 27 ปี แต่เออร์เรรากลับเพิ่งได้รับโอกาสลงเล่นไปเพียง 1 เกมเท่านั้น

แหล่ง: https://www.youtube.com

5. Etienne Capoue

กองกลาง : วัตฟอร์ต

เอเตียง คาปู กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ชาวฝรั่งเศส เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรตูลูส ด้วยความสามารถในการไล่สกัดบอลบอล และการคุมพื้นที่ที่ในแดนกลาง ทำให้สเปอร์คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 9.3 ล้านปอนด์ แต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมาเล่นกับสเปอร์ต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก อยู่ค้าแข้งกับสเปอร์ได้เพียง 2 ฤดูกาล ได้รับโอกาสลงสนามในพรีเมียร์ลีก 24 เกม ยิงไป 1 ประตู ก็ถูกปล่อยให้ทีมวัตฟอร์ตในปี 2015 ด้วยค่าตัว 6.3 ล้านปอนด์ และการย้ายมาเล่นให้วัตฟอร์ตช่วยให้คาปูแจ้งเกิดได้อีกครั้ง เขามีส่วนสำคัญในการช่วยตัดบอลในแดนกลางของวัตฟอร์ตจนช่วยให้ทีมรอดตกชั้น และในฤดูกาลปัจจุบันสามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยลงสนามในพรีเมียร์ลีกไปแล้วกว่า 26 เกม ยิงไปถึง 5 ประตู ทำให้วัตฟอร์ตยังคงมีอันดับอยู่เหนือโซนตกชั้น

แหล่ง: https://www.youtube.com

4. Jason Puncheon

ปีกซ้าย : คริสตัล พาเลซ

เจสัน พันเชียน จัดเป็นปีกที่เปิดบอดได้อย่างแม่นยำ และยิงไกลได้ดี โดยเฉพาะการยิงประตูจากลูกฟรีคิก เคยอยู่ร่วมทีมกับทีมดังๆ มาแล้วหลายทีมไม่ว่าจะเป็นเซาแธมป์ตัน มิลล์วอลล์ แบล็คพูล ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ จนกระทั่งปี 2013 ถูกคริสตัล พาเลซคว้าตัวมาร่วมทีมด้วค่าตัวเพียง 1.75 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่พันเชียนกลับโชว์ฟอร์มได้คุ้มเกินค่าตัวมากๆ เป็นกำลังหลักที่ช่วยให้ทีมอยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกมาได้เรื่อยมา และในฤดูกาลปัจจุบันพันเชียนยังคงเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเติมเกมทางริมเส้นให้ทีม โดยลงสนามในพรีเมียร์ลีกไปแล้วกว่า 25 เกม ช่วยให้คริสตัล พาเลซยังคงมีอันดับอยู่เหนือโซนตกชั้น

แหล่ง: https://www.youtube.com

3. Michail Antonio

ปีกขวา : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

มิคาอิล อันโตนิโอ ปีกขวาจอมทักษะ ไปกับบอลได้ดี และหาทำโอกาสทำประตูได้เก่ง ย้ายมาร่วมทีมเวสต์แฮมในปี 2015 ด้วยค่าตัวประมาณ 7 ล้านปอนด์ การย้ายมาเล่นกับเวสต์แฮมถือเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของอันโตนิโอ เนื่องจากที่ผ่านมาเขามักจะลงเล่นให้กับทีมที่อยู่ในระดับลีกล่าง แม้จะเริ่มต้นกับเวสต์แฮมได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากปรับตัวกับพรีเมียร์ลีก และทีมเวสต์แฮมได้ก็สามารถทำผลงานได้ดี โดยฤดูกาลแรกยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 8 ประตู ช่วยให้เวสต์แฮมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 ของตาราง ทำอันดับได้ไปเล่นในรายการยูโรป้าลีกในฤดูกาลถัดไป และในฤดูกาลปัจจุบันอันโตนิโอยังเป็นกำลังสำคัญในเกมริมเส้นของเวสต์แฮมโดยลงสนามให้ทีมขุนค้อนไปแล้วกว่า 25 เกม ยิงไปถึง 8 ประตู และด้วยอายุเพียง 26 ปี หากเขายังคงรักษาฟอร์มการเล่นได้ดีต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคตอันใกล้ก็คงจะได้รับโอกาสเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษอย่างแน่นอน

แหล่ง: https://www.youtube.com

2. Juan Mata

มิดฟิลด์ตัวรุก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฆวน มาต้า มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติสเปน จัดเป็นมิดฟิลด์จอมเทคนิค ที่มีความโดดเด่นในการออกบอลที่แม่นยำ เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยที่ค้าแข้งให้กับบาเลนเซีย ก่อนจะถูกเชลซีคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2011 ด้วยค่าตัวถึง 23.5 ล้านปอนด์ โชว์ผลงานกับเชลซีได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ และแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกในฤดูกาล 2011-12 และตัวเขายังได้รับรางวัลนักเตะแห่งปีของเชลซีถึง 2 สมัย แต่หลังจากโชเซ่ มูรินโญ่ย้ายมาคุมทีมมาต้าก็กลายเป็นนักเตะที่ถูกลืม จนต้องถูกปล่อยตัวให้กับแมนยูฯ ในปี 2014 ด้วยค่าตัวถึง 37.1 ล้านปอนด์ และเขาก็กลายเป็นกำลังหลักของแมนยูฯ จนช่วยแมนยูฯ คว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาล 2015–16 แต่หลังจากมูรินโญ่เข้ามาคุมทีมแมนยูฯ ในฤดูกาล 2016-17 ดูเหมือนอนาคตของมาต้าจะเริ่มไม่แน่นอนอีกครั้ง และในช่วงต้นฤดูกาลมาต้าต้องตกเป็นตัวสำรองของทีม แต่หลังจากได้รับโอกาสลงเล่นต่อเนื่องเขาก็ทำผลงานได้ดีจนยึดตำแหน่งของทีมไว้ได้อีกครั้ง โดยลงสนามในเกมลีกให้แมนยูฯ ไปแล้ว 21 เกม ยิงไป 6 ประตู และช่วยให้แมนยูฯ ไม่แพ้ในพรีเมียร์ลีกมาแล้วกว่า 17 เกม

แหล่ง: https://www.youtube.com

1. Son Heung-min

กองหน้า : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ซอนเฮืองมิน กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติเกาหลีใต้ เป็นนักเตะที่มีความเร็ว มีทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม และหาโอกาสยิงประตูได้ดี เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมฮัมบูร์ก ก่อนจะย้ายทีมและมีชื่อเสียงโด่งดังกับทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จนกระทั่งถูกสเปอร์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2015 ด้วยค่าตัวถึง 22 ล้านปอนด์ แม้ฤดูกาลแรกมักจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ข้างสนาม จนเกือบจะต้องย้ายทีมไปหลังจบฤดูกาล ในฤดูกาลปัจจุบันหลังจากที่แฮรี่ เคน ศูนย์หน้าตัวหลักของทีมได้รับบาดเจ็บ ซอนก็ถูกขยับให้มาเล่นตรงกลางและยิงได้ถึง 4 ประตูในเดือนกันยายน จนตัวเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนไป หลังจากนั้นซอนก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญของสเปอร์โดยลงสนามในลีกไปแล้ว 22 เกม ยิงไปถึง 7 ประตู ช่วยให้สเปอร์ยังอยู่ในอันดับท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ลีก

แหล่ง: https://www.youtube.com

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan