pcnnn 2560/03/10 16:29
Thumb lg 11733 6

HR มาเอง! 6 เรื่องต้องรู้ ถ้าอยากไปสัมภาษณ์งานแบบคูลๆ

342 Pepper

เจอ HR โหดแค่ไหนก็ไม่กลัว ถ้าได้อ่านบทความนี้

LifeHack Job Interview

หางานว่ายากแล้ว สัมภาษณ์งานยากยิ่งกว่า…

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ไฟแรง หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน การสัมภาษณ์งานดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนกลัวยิ่งกว่าการเข้าไปทำงานจริงๆ เสียอีก HR ทุกบริษัทมีความเห็นตรงกันว่าการเตรียมตัวดีทำให้คุณมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้ามันง่ายขนาดนั้น ก็คงไม่ต้องมี ‘คอร์สอบรมการสัมภาษณ์งานให้ผ่านฉลุย’ หรือวิดีโอ ‘ตอบคำถามอย่างไรให้ดูฉลาด’ HR ของบริษัทหนึ่งเล่าว่า เธอเจอผู้สมัครมาแล้วทุกรูปแบบ ตั้งแต่ผู้สมัครที่ตื่นเต้นจนเหงื่อแตก ผู้สมัครที่ดูงงๆ ว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ ไปจนถึงผู้สมัครอีโก้ทะลุปรอท เรียกภาษาบ้านๆ ว่ามีความมั่นหน้าอยู่สูง
เราได้รวบรวม 6 เรื่องจากปาก HR ที่ Job seeker ควรรู้ก่อนเดินเข้าห้องสัมภาษณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสได้งานของตัวคุณเอง และเพื่อลดปัญหาที่ HR ต้องปวดหัวกับผู้สมัครที่ไม่ผ่านโปรตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน!

1. ไม่จำเป็นต้องเสียเซลฟ์กับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่คุณเผลอแสดงออกในห้องสัมภาษณ์ เชื่อเถอะว่าพรุ่งนี้เราก็ลืม

โปรดรู้ไว้ว่า HR ไม่ได้สัมภาษณ์คุณแค่คนเดียว ในหนึ่งวันเราคุยกับผู้สมัครเป็นสิบหรือมากกว่านั้น และ HR ยังมีงานอื่นๆ ที่ต้องทำ ดังนั้น หากในระหว่างสัมภาษณ์ คุณเกิดอาการหวัดรับประทานกะทันหัน จนจามออกมาหลายๆ ครั้ง หรือเผลอยกมือจับผมเพราะประหม่าอยู่บ่อยๆ คุณอาจจะกลับไปถึงบ้านและนั่งคิดเสียดายอยากจะตีมือหรือตีปากตัวเอง แต่เชื่อเถอะว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่ได้อยู่ใน long-term memories ของ HR หรอก ตราบใดที่คุณสามารถสร้างความประทับใจจากการพูดคุยได้ การเผลอแคะเล็บหรือกระดิกเท้าก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เพราะฉะนั้น จงจำไว้ว่า body language เป็นสิ่งสำคัญ แต่ HR ไม่ได้สนใจมันมากไปกว่าคำตอบที่ออกมาจากปากคุณหรอกนะ (เว้นเสียแต่ว่างานที่คุณสมัครต้องการบุคลิกที่เป๊ะทุกระเบียดนิ้วอย่างแอร์โฮสเตส ถ้าเป็นแบบนั้นคุณก็สามารถกลับไปตีมือตัวเองได้)

2. อ่านเว็บไซต์ของเราด้วย

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ยังคงเป็นสุภาษิตที่ใช้ได้เสมอมาในการสัมภาษณ์งาน ไม่มีเจ้าของบ้านคนไหนอยากได้ลูกบ้านที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านนั้นเป็นบ้านของใคร หรือบ้านนั้นมีกฎว่าอะไร คุณอาจไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดยิบย่อยดีราวกับเป็น CEO ซะเอง เพระข้อมูลเหล่านั้นสามารถศึกษาได้หลังจากเรารับคุณเข้าทำงาน แต่การไม่รู้อะไรเลยก็บ่งบอกได้ว่าคุณไม่เตรียมพร้อม และเราอาจคิดได้ว่าคุณไม่ได้อยากทำงานกับเราจริงๆ หากเวลาในการเตรียมตัวมีจำกัด อย่างน้อย สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้คือ บริษัทของเราทำอะไร การรู้ผลงานหรือกิจกรรมล่าสุดของบริษัทจะช่วยให้คุณดูอัพเดท วิสัยทัศน์(vision) และพันธกิจ(mission) ของบริษัทอาจเป็นสิ่งที่คุณมองข้าม แต่เชื่อเถอะว่ารู้ไว้ไม่เสียหาย เพราะมันเหมือนกับการที่คุณรู้ว่าสงครามครั้งนี้คู่ต่อสู้มีอะไรเป็นอาวุธ และคุณจะเตรียมอะไรไปสู้

3. ไม้ตายคือลิสต์คำถาม

สิ่งที่ผู้ถูกสัมภาษณ์กลัวที่สุดก็หนีไม่พ้น ‘คำถาม’ บางคนเจอการยิงคำถามแปลกๆ หรือบางครั้งคำถามเบสิค (เช่น จุดแข็งของคุณคืออะไร?) แต่ขาดการเตรียมพร้อม ก็ใบ้รับประทานกันไปง่ายๆ จน HR ต้องทวนคำถามซ้ำให้อีกรอบอย่างกับถามคำถามนางงาม คุณเดาใจ HR ไม่ได้ แต่คุณเดาคำถามคร่าวๆ ได้ ณ จุดนี้ อินเทอร์เน็ตมีประโชน์มหาศาลในการเสิร์ชหาลิสต์คำถามที่มักถูกถาม ซึ่งก็มีตั้งแต่คำถามเบสิค ไปจนถึงปัญหาเชาว์โลกแตกที่ผู้สมัครถึงกับต้องกลับมานอนคิดอีกหลายคืน แต่จำไว้ว่า ห้ามท่องจำคำตอบที่มีคนเขียนไว้แล้วมาเด็ดขาด จงตอบให้เป็นตัวคุณเอง เพราะถึงแม้เราจะไม่พูด แต่ HR ส่วนใหญ่ดูออกว่าคำตอบไหนที่คุณจำเข้ามา เชื่อเถอะว่าการเตรียมตัวของคุณจะไม่เสียเปล่า อย่างน้อยที่สุด หากบริษัทไม่รับคุณเข้าทำงาน คุณก็จะไม่ต้องเสียเวลาเตรียมตัวสำหรับสัมภาษณ์งานครั้งใหม่ เราแนะนำให้ซ้อมตอบคำถามในใจ หรือซ้อมแบบออกเสียงได้ก็จะยิ่งดีต่อตัวคุณ ถ้าเป็นไปได้ จดลิสต์คำถามและคำตอบคร่าวๆ หากคุณบังเอิญแจ็คพอตเจอคำถามนั้นในห้องสัมภาษณ์ คุณจะไม่ต้องเสียเวลางมหาคำตอบ และตอบคำถามนั้นได้อย่างมั่นใจ(เพราะฉันเตรียมมาแล้ว!)

4. งานนี้ไม่ง่าย จะทำได้หรอ

อีกสิ่งที่คุณ ‘ต้องทำ’ ในการเตรียมตัวสัมภาษณ์ คือรู้ว่างานที่คุณต้องทำคืออะไร มีรายละเอียดอย่างไร และครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง คุณต้องอ่านหน้าที่และรายละเอียดของงานที่คุณสมัครอย่างละเอียด ย้ำ! ละเอียด หากคุณไม่แน่ใจหรือไม่เข้าใจตรงไหน HR ไม่ได้ห้ามคุณถามระหว่างสัมภาษณ์ ตรงกันข้าม เราอยากให้ผู้สมัครเข้าใจอย่างครบถ้วนถึงหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหากเรารับคุณเข้าทำงาน หากคุณยอมเก็บความสงสัยเอาไว้เพราะกลัวว่า HR จะมองว่าคุณอ่อนประสบการณ์ ปัญหาจะตามมาเมื่อคุณเข้ามาทำงานจริง และหัวหน้าพบว่าคุณไม่เข้าใจหน้าที่บางอย่าง เมื่อนั้นแหละที่คุณจะถูกมองว่าอ่อนประสบการณ์

5. “ทำไมเราต้องจ้างคุณ?” คำถามโลกแตกที่ทำเอาผู้สมัครงานมือใหม่สตั๊นท์

สิ่งที่ HR อยากรู้มากกว่าคุณจบจากที่ไหน หรือคุณมีประสบการณ์เท่าไร คือ คุณจะให้อะไรกับบริษัท หากคุณไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ คุณอาจจะเจอกับคำปฏิเสธที่ว่า ‘ในเมื่อคุณยังไม่รู้ว่าทำไมเราต้องจ้างคุณ แล้วเราจะจ้างคุณไปทำไม?’ แต่อย่าเพิ่งจิตตกกันไป เราเพียงแค่อยากมั่นใจว่า คุณจะไม่มาเป็นตัวถ่วงของบริษัท หรือทำให้เราผิดหวังที่รับคุณเข้ามา จำไว้ว่าทุกบริษัทต้องการคนที่มาช่วยขับเคลื่อนกิจการ ไม่ใช่คนที่เข้ามาทำงานเพื่อหาเงินผ่อนรถผ่อนบ้านไปวันๆ การสมัครงานคือการขายของ ซึ่งสินค้าคือตัวคุณเอง ทำอย่างไรจึงจะอธิบายสรรพคุณของตัวเองให้อีกฝ่ายตัดสินใจซื้อ โดยที่ไม่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะจำไว้ว่า สินค้าที่โฆษณาเกินจริง ก็มีสิทธิ์ถูกแบนได้ง่ายๆ การที่คุณโม้ถึงความดีของตัวเองจนดูเว่อร์ ก็มีสิทธิ์ถูก HR เบ้ปากใส่ได้ง่ายๆ เหมือนกัน

6. ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่เครียด

HR อย่างเรารู้ดีว่ามีบริษัทอื่นๆ ที่อาจจะจ่ายแพงกว่า มีชื่อเสียงมากกว่า หรือมีบรรยากาศการทำงานที่น่ารื่นรมย์กว่า ยิ่งถ้าคุณเป็นผู้สมัครที่มีศักยภาพ เรารู้ดีว่าคุณมีโอกาสที่จะปฏิเสธเราเพื่อเลือกบริษัทอื่น ดังนั้น ในขณะที่คุณพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทำให้เราพีงพอใจ ลึกๆ แล้ว เราเองก็ต้องการให้คุณได้รับประสบการณ์ดีๆ จากการสัมภาษณ์กลับไปเช่นกัน

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 50bc0366 85ae 44d4 a8b7 70b8edfa92d4

pcnnn