Sujate Wanchat 2560/03/21 14:08
Thumb lg isetta

รถนิยม! พาทำความรู้จักรถยนต์ "Isetta" รถจิ๋วทรงไข่ที่เจ๋งที่สุดในโลก!

1010 Pepper

พาทำความรู้จักรถยนต์ขนาดจิ๋วที่ออกแบบมาใช้งานในช่วงปี 1953 ทั้งสวยและมีเอกลักษณ์จนกลายเป็นของสะสมมูลค่าแพง

Car vehicle Isetta

ถ้าจะกล่าวถึงรถยนต์ขนาดเล็กที่มีการออกแบบแวกแนว และใช้ความคิดนอกกรอบครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยานยนต์ก็คงหนีไม่พ้นรถยนต์ขนาดเล็กที่ชื่อว่า อิเซทต้า (Isetta) ด้วยความที่มันขนาดเล็กกะทัดรัด จิ๋วแต่แจ๋ว และรูปร่างภายนอกดูแล้วค่อนข้างกลมมน จึงทำให้มันได้รับฉายาว่า “เจ้าไข่น้อย” ด้วยการที่มันเป็นรถยนต์ขนาดจิ๋ว มองแว็บแรกนึกว่าสามล้อ ด้วยการออกแบบที่ประหยัด ทำให้คนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรในสมัยนั้นสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ รถรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นการผลิตที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงมากในช่วงปี 1953-1962 และคุณรู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้นั้นมันถือเป็นของสะสมชั้นดีและมีราคาแพงมาก

ประวัติความเป็นมา

มาพูดประวัติความเป็นมาของมันซักหน่อยครับ รถรุ่นนี้ถือกำเนิดโดยบริษัท Iso SpA ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอิตาลี ประกอบธุรกิจทำตู้เย็นและรถมอเตอร์ไซดสกู๊ดเตอร์ขนาดเล็ก ด้วยการที่ เรนโซ่ ริโวต้า (Renzo Rivota) เจ้าของบริษัท Iso SpA เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ มองเห็นว่าสภาพบ้านเมืองและเศรษฐกิจในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นย่ำแย่ขนาดหนัก ประสบสภาวะข้าวยากหมากแพง และผู้คนในตอนนั้นก็มีกำลังซื้อต่ำ จึงเกิดแนวความคิดที่จะสร้างรถยนต์ที่มีขนาดเล็กของมอเตอร์ไซด์ โดยให้ใหญ่กว่ามอเตอร์ไซด์เล็กน้อย แล้วดัดแปลงเอาเครื่องยนต์ขนาดเล็กของรถมอเตอร์ไซด์ไปใส่ในรถยนต์ดังกล่าว และนำออกมาขายในราคาถูกที่สามารถทำให้คนทั่วไปในเวลานั้นสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ คงจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จึงทำให้เกิดโครงการ อิเซทต้า (Isetta) ในช่วงปี 1952
อิเซทต้าถือได้ว่าเป็นรถยนต์ขนาดจิ๋ว (Micro Car) ที่มีการออกแบบให้นั่งได้สองคน ประตูที่เปิดเข้าสู่ตัวรถอยู่ที่ด้านหน้า เหมือนเปิดตู้เย็นเลยครับ เพดานด้านบนเป็นผ้าใบ ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุก สามารถปีนออกทางด้านบนได้ไม่ยาก ล้อด้านหลังมีสองล้อ ระยะห่างกันเพียง 48 เซนติเมตร ทำให้มองดูเผินๆแล้วคล้ายกับรถสามล้อ แต่ก็สามารถประคองตัวไปได้ดี คุณลักษณะของตัวรถเป็นดังนี้ครับ ตัวรถมีความยาว 2.29 เมตร กว้าง 1.37 เมตร เครื่องยนต์ที่เลือกใช้สำหรับ อิเซทต้ารุ่นแรก เป็นเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซด์สกู๊ดเตอร์ ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของรถ มีขนาดความจุของเครื่องยนต์ 236 ซีซี เป็นเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ ให้กำลัง 9.5 แรงม้า หรือ 7.1 กิโลวัตต์ ทำความเร็วได้สูงสุด 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถังน้ำมันมีขนาด 13 ลิตร
โครงการ อิเซทต้า เสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างในปี 1953 ดังนั้น ริโวต้า จึงไม่รอช้า ทำการเปิดตัวรถ อิเซทต้า รุ่นแรกในงานมอเตอร์โชว์ที่ตูริน เพื่อนำรถรุ่นนี้เปิดเผยออกสู่สายตาชาวโลก
เมื่อพูดถึงเรื่องคุณภาพของรถอิเซทต้า ก็สามารถกล่าวได้ว่ามันมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวครับ เพราะมันได้ผ่านการทดสอบ ด้วยการวิ่งเป็นระยะทางไกลถึง 1,600 กิโลเมตรมาแล้ว โดยมีรถอิเซทต้าทดสอบ 7 คัน และสามารถผ่านการทดสอบได้ 5 คัน ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง จึงทำให้หลายประเทศเกิดความสนใจที่จะขอซื้อลิขสิทธิ์ เพื่อไปผลิตในบ้านตัวเอง เช่น ฝรั่งเศส สเปน บราซิล เบลเยี่ยม อังกฤษและเยอรมนี

1. รุ่น Iso Isetta ประเทศอิตาลี

เป็นรุ่นที่ใช้เปิดตัวในปี 1953 ครับ อิเซทต้ารุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยวิศวกรออกแบบรถยนต์ที่มีชื่อว่า แอร์เมเนจิลโด้ เปรติ (Ermenegildo Preti) และ ปีแอร์ลุยอิจิ แรกจิ (Pierluigi Raggi) ที่ได้ออกแบบให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถใช้งานกับเครื่องยนต์ Iso Moto 200 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซด์ได้
เมื่อมองจากรูปร่างภายนอกมันเป็นที่มีรูปร่างแปลกที่ไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน ด้วยขนาดที่เล็ก และรูปทรงที่เกือบจะกลม คล้ายกับไข่ มีความยาวของตัวถังเพียงแค่ 2.29 เมตร กว้าง 1.37 เมตร หน้าต่างดูเก๋ไก๋ นั่งได้สองคน ประตูทางเข้าอยู่ด้านหน้า เครื่องยนต์วางไว้ด้านหลังรถ ล้อด้านหลังชิดกัน โดยห่างกันเพียงแค่ 48 เซนติเมตร ทำให้มองดูแว็บแรกจะรู้สึกว่ามันคล้ายกับรถสามล้อ ขุมกำลังคือเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุ 236 ซีซี เป็นเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ ให้กำลัง 9.5 แรงม้า หรือ 7.1 กิโลวัตต์ ทำความเร็วได้สูงสุด 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถังน้ำมันมีขนาด 13 ลิตร

2. รุ่น Iso Autocarro

เป็นรุ่นที่ทำมาเพื่อการบรรทุก ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับรถยนต์ทั่วไป แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นอิเซทต้า รถรุ่นนี้มีลักษณ์ตัวถังหลายแบบ ตามลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย Autocarro นี้เป็นที่รู้จักอย่างมากในประเทศอิตาลี มันสามารถบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนัก 500 กิโลกรัม ขุมกำลังของมันคือเครื่องยนต์ขนาด 236 ซีซี 2 จังหวะ ระบบเกียร์เป็นเกียร์ธรรมดา 4 สปีด และมีรถรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นมากกว่า 4,000 คัน

3. รุ่น VELAM Isetta ประเทศฝรั่งเศส

ในปี 1954 บริษัท VELAM ได้ซื้อลิขสิทธิ์ของรถอิเซทต้าจาก Iso มา เพื่อที่จะผลิตใช้เองในประเทศ โดยตัวถังของรถนั้น VELAM จะผลิตขึ้นมาเอง ส่วนเครื่องยนต์จะใช้เครื่องจาก Iso รถรุ่นนี้จะมีตัวถังที่กลมกว่ารุ่นต้นแบบ
VELAM เริ่มทำการผลิตรถรุ่นนี้ในปี 1955 ที่โรงงาน Talbot ใน Suresnes ประเทศฝรั่งเศส และถูกนำไปเปิดตัวในปี 1955 ในงาน Paris Car Show

4. รุ่น Romi-Isetta (Brazil)

ในปี 1955 ทางประเทศบราซิลเองก็ให้ความสนใจกับรถอิเซทต้า และได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์จาก Iso โดยเริ่มทำการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นนี้ที่เมือง Santa Bárbara d'Oeste ในเซาเปาโล ที่รถรุ่นนี้ได้รับความสนใจจากประเทศบราซิลก็เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และมันก็ได้รับการเปิดตัวในวันที่ 5 กันยายน ปี 1956 ซึ่งถือได้ว่าเป็นรถยนต์ชนิดแรกที่ผลิตขึ้นโดยประเทศบราซิล รัฐบาลบราซิลสมัยนั้นยอมรับว่านี่ถือเป็นการเริ่มต้นอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างเป็นทางการของประเทศบราซิล และสุดท้ายอุตสาหกรรมนี้ก็สามารถเดินต่อไปได้เองโดยที่รัฐบาลไม่ต้องหนุนหลัง รถรุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นประมาณ 3,000 คัน ในช่วงระหว่างปี 1956 ถึง 1961 มันใช้เครื่องยนต์ของ Iso จนถึงปี 1958 และหลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ BMW 300 ซีซี ของบีเอมดับบิล

5. รุ่น BMW Isetta ประเทศเยอรมนี

เยอรมันเองก็สนใจรถอิเซทต้าของ Iso ด้วยเหตุผลเดียวกันกับประเทศอื่นๆที่สนใจ คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทาง BMW ที่ไปซื้อลิขสิทธิ์ของรถอิเซทต้าเข้ามา ได้ทำการปรับปรุงและทำวิศวกรรมย้อนรอย (Reengineering) รถรุ่นนี้ทั้งคัน แล้วผลิตเครื่องยนต์และตัวถังแบบใหม่ออกมา ทำให้อะไหล่ของอิเซทต้าเวอร์ชั่นเยอรมันไม่สามารถเข้ากันได้กับเวอร์ชั่นต้นแบบอีกต่อไป และ BMW Isetta ก็ได้เปิดตัวในเดือนเมษายนปี 1995
ในเดือนพฤษภาคม ปี 1962 BMW ได้เปิดตัวที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย คือรุ่น BMW 700 รวมแล้ว ก่อนที่BMW จะได้เปิดตัวรถที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง บริษัทได้ทำการผลิตรถอิเซทต้าออกมาขายก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น 161,728 คัน
BMW Isetta มีด้วยกัน 3 รุ่น คือ

BMW Isetta 250

รถรุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 250 ซีซี 4 จังหวะ สูบเดียว เป็นเครื่อง BMW R25/3 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซด์ ให้กำลัง 12 แรงม้าหรือ 9 กิโลวัตต์ รูปลักษณ์ด้านหน้าได้รับการเปลี่ยนแปลง
ในประเทศเยอรมันนั้น BMW สามารถขับขี่ได้โดยใช้ใบอนุญาตขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ และความเร็วสูงสุดของมันถูกกำหนดไว้ให้ไม่เกิน 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW Isetta 300

รถ BMW Isetta รุ่นนี้มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้นจาก 298 ซีซีเพิ่มขึ้นเป็น 300 ซีซี เพิ่มอัตราส่วนการอัดจากเดิมคือ 6.8:1 เพิ่มขึ้นไปเป็น 7.0:1 ผลก็คือทำให้เครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 13 แรงม้าที่รอบการทำงาน 5,200 รอบต่อนาที ให้แรงบิด 18.4 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดยังคงเท่ากับ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่การตอบสนองต่องานดีมากยิ่งขึ้น

BMW Isetta 600

รถอิเซทต้ารุ่นนี้ได้เพิ่มกำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น และมีลักษณะ 4 ล้อที่ดูคล้ายรถทั่วไป ลักษณะด้านหน้าคงรถรุ่นนี้ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของอิเซทต้าแต่ที่นั่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นสี่ที่นั่ง
บีเอมดับบิล อิเซทต้า 600 นี้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 582 ซีซี เป็นเครื่องยนต์แฝด (twin engine) R67 ของมอเตอร์ไซด์ ความเร็วสูงสุด 103 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 2 ปีมีการผลิตรถรุ่นนี้ออกมา 34,000 คัน

รุ่น BMW Isetta ประเทศอังกฤษ

ในปี 1957 ได้ซื้อลิขสิทธิ์รถบีเอมดับบลิว อิเซทต้า 300 มา และผลิตต้นแบบขึ้นในโรงงานที่บริงตัน และถูกนำไปประกอบและส่งออกขายผ่านเส้นทางรถไฟ แต่ในระยะแรกๆรถอิเซทต้าก็ไม่เป็นที่นิยมในอังกฤษจนกระทั่งมันได้รับการปรับแบบเป็นรถสามล้อ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมันได้รับประโยชน์ด้านภาษี เพราะการที่มีสามล้อทำให้สามารถเสียภาษีในอัตราเดียวกันกับรถมอเตอร์ไซด์ได้ แต่ประเทศอังกฤษก็ยังคงมีการผลิตรถอิเซทต้าแบบสี่ล้อออกมา แต่ส่วนใหญ่ก็เพื่อส่งออกไปขายในประเทศแคนาดา นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ในปี 1962 อังกฤษเลิกการผลิตรถอิเซทต้า แต่ยังคงผลิตเครื่องยนต์ของมันออกจำหน่ายและเลิกผลิตในปี 1964

ความนิยมของรถ อิเซทต้า ลดน้อยลงในช่วงทศวรรษที่ 1960 เพราะเริ่มมีการแข่งขันผลิตรถเล็กออกมาจากค่ายยานยนต์หลายค่าย เช่น มินิ, เฟียต 500C ที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่าและมีความสะดวกในการใช้งานได้มากกว่า ปัจจุบันคาดการณ์กันว่ามีรถ อิเซทต้า หลงเหลืออยู่บนโลกนี้ไม่ถึง 1000 คัน ถ้าใครมีบุญที่ได้เห็นอย่าลืมถ่ายรูปเก็บไว้นะครับ เพราะนั่นถือเป็นของสะสมที่มีราคาแพงทีเดียว

แหล่ง: https://www.youtube.com

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg eb7b4221 d84f 4008 b0b4 c08ee0b74733

Sujate Wanchat