Pae ST 2560/03/29 15:42
Thumb lg cocktails

นักดื่มโปรดทราบ! 10 เมนูค็อกเทลน่าลองและควรทำให้เป็น เพื่อความเจ๋งแบบยกระดับ!

1724 Pepper

รวมเมนูค็อกเทลที่ผู้ชายต้องทำเป็น ไม่งั้นไม่ถือว่าเป็นนักดื่มตัวจริง

Drinks Alcohol Cocktail

สำหรับหนุ่มๆที่ชอบสังคม หรือสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน จะเพื่อผ่อนคลาย ดื่มเพื่อสังคม หรือจะดื่มเพื่อลืมเธอก็แล้วแต่ครับ แน่นอนว่าพฤติกรรมการดื่มนั้น ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนเลี่ยงไม่ได้ จะดื่มมาก ดื่มน้อย หรือดื่มหนัก! นักดื่มหลายคนคงเคยมาแล้วทุกสถานการณ์ บางคนดื่มจนรู้แล้วว่าตัวเองชอบแบบไหน ยี่ห้ออะไร ดื่มยังไง เพราะเจ้าแอลกอฮอล์นั้นก็มีสูตรและส่วนผสมมากมายหลากหลายตระกูลครับ ให้รสชาติที่แตกต่าง ไม่เหมือนกัน และยังแสดงถึงรสนิยมความชื่นชอบของเราด้วย จะบอกว่า เครื่องดื่ม เป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นก็ว่าได้ครับ! เพราะบางอย่างก็ต้องจับมามิกซ์แอนแมทซ์ให้ลงตัวได้เหมือนกัน วันนี้ เราจะมาแนะนำ 10 Cocktail ที่ผู้ชายเราควรรู้จักและฝึกทำกันไว้บ้างครับ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่าครับ

1. MANHATTAN

เริ่มที่ MANHATTAN ค็อกเทลในตำนานนักดริงค์ของอเมริกา ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยความที่มีส่วนผสมที่ง่ายๆ แต่รสชาติออกซับซ้อน มีรสแรงเข้มข้น นุ่มกลมกล่อม มีกลิ่นหอม ออกหวานนิดๆ ครับ

ส่วนผสม

Bourbon Whiskey 1 จิ๊กเกอร์ ( 1 จิกเกอร = 1 1/2 ออนซ์)
Sweet Vermouth 1/2 จิ๊กเกอร์
Angostura Bitter 10 หยด
ลูกเชอรี่สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

แช่แก้วให้เย็น
ใส่น้ำแข็งน้ำแข็งทุบลงในกระบอกเช็คเกอร์ครึ่งกระบอก
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป
ใช้ช้อนบาร์คนให้เข้ากันแล้วกรองเอาแต่น้ำใส่แก้ว
แต่งด้วยไม้คนสั้นเสียบลูกเชอรี่
ใช้แก้ว Cocktail

2. Old Fashioned

ต่อกันที่ค็อกเทลอันเก่าแก่ ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี กับ “Old Fashion” ค็อกเทลที่มีส่วนผสมสุดจะเบสิก แต่ว่ากันว่าการจะผสมกันให้ดีและอร่อยนั้นยากมาก ส่วนผสมก็มีน้ำตาล เหล้าบิตเตอร์ โซดา วิสกี้ เหล้าเบอร์เบิ้น และปิดท้ายด้วยส้มฝานเป็นแว่น บดให้พอหยาบเพื่อดึงกลิ่นหอมออกมา เสร็จแล้วเสิร์ฟในแก้วทรงกลมขนาดเตี้ย 6 – 8 ออนซ์ ที่มีชื่อเรียกว่าโอลด์ แฟชั่น ตามชื่อของเครื่องดื่มชนิดนี้ แล้วดื่มแบบ on the rocks หรือกับน้ำแข็งนั่นเอง

ส่วนผสม

1. Whisky 1 ออนซ์
2. น้ำตาล 1 ช้อนชา
3. Angostula Bitter 2 หยด
4. น้ำโซดา รินจนเต็มแก้ว

วิธีทำ

1. ใส่น้ำตาล วิสกี้ และ แองโกสทูร่า บิตเตอร์ ลงในแก้วโอด์ แฟชั่นด์
2. บดน้ำตาลก้อนให้ละเอียด(ถ้าใช้น้ำตาลก้อน) คนน้ำตาบให้ละลายให้หมด
3. ใส่น้ำแข็ง 3/4 ของแก้วโอลด์แฟชั่นด์แล้วใส่น้ำโซดา
4. ใช้ช้อนบาร์คนส่วนผสมให้เข้ากัน
5. ประดับด้วยส้มฝานแว่นและลูกเชอรี่

3. Martini

ค็อกเทล Martini ถือกำเนิดในปี ค.ศ. 1860 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ค็อกเทลสูตรนี้ค่อนข้างมีความเข้มข้นเพราะเป็นเครื่องดื่มที่เน้นเหล้าเป็นพิเศษ และมีหลากหลายสูตร อาทิ Vodka Martini, Dry Martini, Rum Martini ที่นิยมใส่มะกอกดองหรือหอมดองลงไป นอกจากนี้ยังมีสูตรอื่นๆ อีกมากมายให้คอค็อกเทลได้เลือกสรร


ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง
2. เหล้า gin 3 ออนซ์
3. vermouth 1 ออนซ์
4. เปลือกมะนาวเป็นเกลียวๆ 1 ส่วน

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งลงในภาชนะแก้วที่เตรียมไว้ จากนั้นใส่เหล้า gin และ vermouth เขย่าให้เข้ากัน หรืออาจผสมให้เข้ากันแล้วคนก็ได้ ตกแต่งแก้วด้วยมะนาวฝานเป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

4. Tom Collins

"Tom Collins” เป็นอีกหนึ่งค็อกเทลสุดคลาสสิคที่มีต้นกำเนิดในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเครื่องดื่ม ประเภท Hi Ball คือเครื่องดื่มที่ใส่ในแก้วทรงกระบอก ซึ่งส่วนผสมออก เปรี้ยว หวาน ซ่า แอลกอฮอล์นิดๆ ถูกใจคนไทยเราครับ ดื่มง่าย ดื่มแล้วมันสดชื่นดับกระหายในหน้าร้อนเป็นอย่างดี ค็อกเทลชนิดนี้จะเสิร์ฟในแก้วทรงสูงที่เรียกว่า highball glass หรือ Collins glass

ส่วนผสม

1. ยิน Gin
2.มะนาว
3.น้ำเชื่อม
4.โซดา
5.มะนาวฝานแว่น

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมด รินตามปริมาณที่ถูกใจครับ หรือว่า หากคุณที่มีเหล้าตัวอื่นๆอยู่แล้วให้ใส่ได้ครับ ตามที่บอกไป ก็อร่อยเหมือนกันครับแค่เปลี่ยนจากยิน มาเป็นเหล้าที่คุณมี หรือ ตัดเหล้าออกก็เป็นเครื่องดื่มสำหรับครอบครัวไป

5. Mojito

จัดเป็นค็อกเทลที่เก่าแก่และคลาสสิกอีกตัวหนึ่งของประเทศคิวบา ส่วนรสชาติของ Mojito ค่อนข้างมีรสที่ดีออกเปรี้ยวนิดหวานหน่อย และให้ความรู้สึกสดชื่นของใบสะระแหน่



ส่วนผสม

1. ใบสะระแหน่ประมาณ 8 ใบ
2. น้ำแข็ง
3. เหล้าขาว 2 ออนซ์
4. น้ำมะนาว ¾ ออนซ์
5. น้ำเชื่อม 1 ออนซ์
6. โซดาเย็น ½ ออนซ์

วิธีทำ

ขั้นตอนแรกใส่น้ำตาล น้ำมะนาว/มะนาวชิ้นเล็กๆ และใบสะระแหน่ลงไปในแก้วที่เตรียมไว้ จากนั้นให้ใช้หลังช้อนบดส่วนผสมให้เข้ากันโดยไม่ต้องละเอียดมากเกินไป ใส่เหล้ารัมลงไปผสมให้เข้ากันตามด้วยน้ำแข็งและโซดา ตกแต่งให้น่าดื่มด้วยมะนาวฝานหรือใบสะระแหน่ก็ได้ตามชอบ

6. Mint Julep

Mint Julep มีต้นกำเนิดจากบาร์เทนเดอร์ที่มีชื่อว่า Chris Mcmillian เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของใบสะระแหน่ค่อนข้างเยอะ ถือได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางด้านสุขภาพตัวหนึ่งเลยทีเดียว





ส่วนผสม

1. ใบสะระแหน่ประมาณ 8 ใบ
2. น้ำเชื่อม ½ ออนซ์
3. วิสกี้ bourbon 2 ออนซ์
4. น้ำแข็งบด

วิธีทำ

เริ่มด้วยใส่ใบสะระแหน่, น้ำเชื่อมลงในภาชนะที่เตรียมไว้ ใช้ปลายช้อนบดใบสะระแหน่ให้แหลกเล็กน้อย เติมน้ำแข็งบดและวิสกี้ Bourbon คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ตกแต่งแก้วให้สวยงามด้วยใบสะระแหน่

7. Sidecar

Sidecar ค็อกเทลที่ได้รับความนิยมมากในประเทศฝรั่งเศส ถูกแนะนำโดย MacGarry ผู้ที่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์แห่งหนึ่งในผับของลอนดอนซึ่งสูตรดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมานานตั้งแต่ในปี ค.ศ. 1992 ที่ถูกคิดค้นโดยทหารอเมริกันคนหนึ่งในเมืองปารีสนั่นเอง

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง
2. บรั่นดีคอนยัคชนิด V.S.O.P. (very special old pale) 1 ½ ออนซ์
3. Grand Marnier (เหล้าหวานรสส้ม) ½ ออนซ์
4. น้ำมะนาวสด 1/3 ออนซ์

วิธีทำ

ก่อนอื่นใส่ Remy Martin Cognac ลงไปในเชคเกอร์จากนั้นใส่ Cointreau ตามไป แล้วนำเลมอนสดมาแบ่งครึ่งแล้วบีมเอาเฉพาะน้ำเลมอนสดจำนวน 20 ml. ใส่ตามลงไป หลังจากนั้นแบ่งมะนาวครึ่งลูกแล้วใช้ทาบริเวณปากแก้ว Martini นำปากแก้วไปโรยด้วยน้ำตาล หลังจากนั้นนำเชคเกอร์ไปใส่น้ำแข็งให้เต็มแล้วน้ำมาเชค หลังจากนั้นเทใส่ลงในแก้วที่เตรียมไว้ก็จะได้ลิ้มรสเปรี้ยวอมหวานเจือกลิ่นแอลกอฮลล์นิดๆจาก “SideCar ค็อกเทล”

8. Classic Daiquiri

ค็อกเทลสูตรนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศคิวบาและเป็นค็อกเทลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกตัวหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนผสม

1. รัมขาว 2 ½ ออนซ์
2. น้ำมะนาว 1 ½ ออนซ์
3. น้ำตาล 4 ช้อนชา
4. มะนาวสด 1 ผล
5. น้ำแข็ง

วิธีทำ

ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในกระบอกเชคเกอร์พร้อมน้ำแข็งก้อนใหญ่ปริมาณ ¾ ของกระบอกเชคฯ ปิดฝากระบอกเชคฯ ให้สนิท จากนั้นเขย่าให้แรงและเร็วประมาณ 5-10 วินาที เมื่อส่วนผสมเข้ากันแล้วให้รินเฉพาะน้ำใส่แก้วมาตีนี่แต่งแก้วด้วยมะนาวชิ้น

9. French 75

French 75 คือ ชื่อของค็อกเทลสุดคลาสสิกสัญชาติฝรั่งเศส ทำจากเหล้ายิน แชมเปญ น้ำเลม่อน และน้ำตาล ส่วนใหญ่การทำค็อกเทลของชาวเม็กซิโกจะเป็นสูตรที่ใส่น้ำมะนาวผมกับเหล้า gin แต่สูตรนี้เป็นการคิดค้นขึ้นมาใหม่ของบาร์เทนเดอร์ที่ชื่อว่า New Orleans ที่เปลี่ยนจากการใช้เหล้า gin มาเป็นการใช้คอนยัคแทน

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง
2. คอนยัค (V.S.O.P.) 1 ½ ออนซ์
3. น้ำเชื่อม ½ ออนซ์
4. น้ำมะนาว ½ ออนซ์
5. Sparkling wine (ไวน์ที่มีการอัดก๊าซลงไป)

วิธีทำ

ก่อนอื่นใส่น้ำแข็งลงไปในเชกเกอร์ ตามด้วยคอนยัค,น้ำเชื่อม และน้ำเลมอน จากนั้นเขย่าจนส่วนผสมเข้ากัน รินใส่แก้ว ตามด้วย Sparkling wine ไว้ด้านบนสุด เป็นอันว่าเสร็จพร้อมเสิร์ฟ

10. Zombie

ค็อกเทลสูตรนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยฝีมือ Ernest Beaumont-Gantt ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 นับว่านานถึง 83 ปีเลยทีเดียว

ส่วนผสม

1. น้ำแข็ง
2. รัมสีดำ ½ ออนซ์
3. รัม 151-Proof ½ ออนซ์
4. รัมสีเหลืองอำพัน ½ ออนซ์
5. น้ำสับปะรด ¾ ออนซ์
6. น้ำมะนาว ¾ ออนซ์
7. น้ำเชื่อม
8. ใบสะระแหน่
9. เหล้า Velvet Falernum ½ ออนซ์

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งและส่วนผสมทั้งหมดลงในเชกเกอร์ จากนั้นให้เขย่าจนส่วนผสมเข้ากัน รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ มะนาวฝาน หรือส้มฝาน

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 7149826b 76dd 4e86 9516 bf0ca98b0da9

Pae ST