Arthur Pachara 2560/03/30 14:39
Thumb lg 1

ฟิตแค่ไหนก็ต้องระวัง! รวม10 ปัญหาสุขภาพที่คุณควรเป็นกังวลในช่วงวัย 20s!

450 Pepper

โรคร้ายมาไม่รอเวลา ไม่ว่าจะอายุน้อยแค่ไหนก็ตามที!

lifestyle health Disease

เมื่อเราก้าวเข้าสู่อายุ 20 ปี มันเป็นเรื่องง่ายที่เราจะสามารถหัวเราะกับมันและพบเจอกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่จะพบเจอกับตัวเองในอนาคต หรือ บางสิ่งที่เรากังวลนับจากนี้เมื่ออายุย่างเข้าเลข 2 นำหน้า

ในขณะที่ความจริงเรามีความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับโรคที่สำคัญที่สุดในช่วงวัยกลางคน โดยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้กล่าวไว้ว่าการกระทำที่เราทำในช่วงวัยตอนนี้อาจเพิ่มหรือลดปัญหาต่างๆ ทีเข้ามารุมเร้าได้

โดย Dr.Ted Epperly ศาตราจารย์ด้านยาเวชวัฑ์ที่มหาลัย Washington Medical School ได้กล่าวไว้ว่า ความอ้วน.การสูบบุหรี่ และ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนเป็นพฤติกรรมที่คนเราวัยอายุ 20 เจอหรือทำซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีแนวโน้มจะเป็นปัญหาในภายหลังกลุ่มสุขภาพร้ายแรงที่มักจะเกิดขึ้นในขณะที่คุณอายุ 20
จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

1. โรคมะเร็งที่อัณฑะ

มีผู้ชายไม่กี่คนเมื่ออายุ 20 จะกังวลเกี่ยวกับมะเร็งซึ่งรูปแบบของมะเร็งจะแสดงอาการให้เห็นเด่นในช่วงระยะที่ 3
โดย Dr. Mark Litwin ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะที่ UCLA Medical Center ได้กล่าวว่า "มะเร็งในอัณฑะเป็นมะเร็งเนื้อร้ายที่พบบ่อยที่สุดในคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปีและมักจะแสดงขึ้นในช่วงอายุ 20 ปีของคนเรา"

ตามที่สมาคมโรคมะเร็งอเมริกันระบุไว้ว่ามีประมาณ 1 ใน 260 คนที่จะเป็นมะเร็งที่อัณฑะในช่วงอายุ 20 ปี
แต่การตรวจร่างกายด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนละครั้งถือเป็นวิธีที่ดีในการรักษาโรคมะเร็งในระยะต้นโดยมะเร็งอัณฑะจะพบได้สูงใน 15-35 ปี โดยทั่วไปมักพบเกิดกับอัณฑะด้านเดียวโอกาสเกิดเท่ากันทั้งด้านซ้ายและด้านขวา จะมีเพียง 5% เท่านั้นที่จะเกิดทั้ง 2 ข้าง
มะเร็งอํณฑะไม่ใช่ปัญหาสุขภาพเพียงอย่างเดียวที่พบเจอในคุณผู้ชายเท่านั้นนะครับ ข้างล่างยังมีปัญหาสุขภาพอีก 9 อย่างทีต้องระวัง

2. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

หากคุณมีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นที่เราไม่รู้จักเกี่ยวกับตัวเขาหรือยังรู้จักเขาไม่ดีพอเกี่ยวกับคู่ขาของคุณ สิ่งทีคุณต้องกังวลอันดับแรกคือ STIS(โรคติดต่อ) ทีจะตามมาในภายหลังนั้นเอง Dr. Rob Danoff ผู้อำนวยการด้านยาและครอบครัวที่ Philadelphia’s Aria Health Systemได้กล่าวไว้ว่า
โรคHPV(human papillomaviruses)เป็นโรคที่พบเป็นส่วนใหญ่ในโรคเพศสัมพันธ์ซึ่งสามารถนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งได้ Dr.Danoff ยังได้กล่าวถึงโรคหนองในเทียมและโรคเริมโรคทางเพศสัมพันธ์ 2 ชนิดนี้ ได้เพิ่มขึ้นในกลุ่มคนอายุน้อย
สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จำนวนมากจะไม่แสดงอาการให้เห็นในกลุ่มคนที่เป็นแต่อาจจะนำไปสู่โรคในภายหลังหรือคู่ขาของคุณอาจจะเป็นมากกว่าคุณก็ได้ CDC(Centers for Disease)แนะนำให้ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปีสำหรับผู้ชายที่ใช้งานทางเพศอย่างหนัก

3. มะเร็งผิวหนัง

โรคมะเร็งผิวหนังเป็นโรคมะเร็งพบได้สูงในคนผิวขาว พบได้เรื่อยๆ เกิดจากได้รับแสงแดด มีแผลเรือรังภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น โดยโรคนี้เป็นโรคที่พบในผู้ใหญ่ ที่ชอบทำงานเจอกับแดดทั้งวันหรืออาจจะเกิดจากผิวบาง
แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังได้จาก: ประวัติการได้รับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ การตรวจลักษณะก้อนเนื้อ แผล หรือไฝ การตรวจคลำต่อมน้ำเหลือง แต่ที่ให้ผลแน่นอน คือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อ แผล หรือไฝเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา
นอกจากนั้นจะมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อจัดระยะโรค และประเมินสุขภาพผู้ป่วย เช่น การถ่ายเอกซเรย์ภาพปอดดูการแพร่กระจายของโรคสู่ปอด การตรวจเลือดต่างๆ เพื่อดูการทำ งานของไขกระดูก (ตรวจซีบีซี/CBC) ตับ และของไต เป็นต้น การตรวจภาพตับด้วยอัลตราซาวด์เพื่อดูการแพร่กระจายของมะเร็งสู่ตับ แต่ทั้งนี้ การตรวจเพิ่มเติมต่างๆจะขึ้นกับ ชนิดของเซลล์มะเร็ง ขนาดของก้อนมะเร็ง การมีต่อมน้ำเหลืองโต

4. การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

อาการนี้เป็นอาการที่องคชาตหรืออวัยวะเพศของเราไม่แข็งตัวเนื่องจากเลือดไปหล่อเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอ ซึ่งเหตุการ์เหล่านี้จะพบได้ตามอายุ สรุป ก็คือจะมีเพียงร้อยละ 5 ในผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ส่วนผู้ที่อายุ 40 -70 ปี จะมีโอกาสเป็นร้อยละ 37.5 แต่สบายใจได้ครับเพราะอาการนี้ส่วนมาจะเป็นชั่วคราวมากสุด ประมาณ 2 เดือน แต่ถ้าเกินกว่านั้นก็เตรียมตัวพบแพทย์ได้เลยครับ
แต่สาเหตุของอาการเหล่านี้ยังมีปัจจัยอื่นนอกจากอายุ เช่น การเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ สาเหตุทางจิต เป็นต้น

5. โรคสมาธิสั้น

ปัจจุบันโรคสมาธิสั้นเป็นปัญหาที่พบในช่วงเด็ก 5-15 ปี ในช่วงนั้นทุกคนล้วนยังอยู่ในวัยเรียนอยู่ โดยเด็กที่เป็นโรคนี้ 25-30% จะต่อเนื่องมาจากวัยเรียนหรือก็ คือ อาการหลงเหลือมาจนถึงวัยผู้ใหญ่นั่นเอง

อาการทั่วไปของโรคสมาธิสั้นที่สืบเนื่องมาจากวัยเด็ก เช่น ใจร้อน โมโหง่าย อารมณ์ขึ้นลงเร็ว ไม่มีระเบียบ ทนกับความเครียดได้น้อย เป็นต้น
ผลกระทบ:ทำให้มีปัญหาในการเข้าสังคม เกิความผิดพลาดในการทำงาน ลืมทำสิ่งที่สำคัญ ไม่ค่อยมีสมาธิระหว่างทำงาน เป็นต้น

6. การใช้ Anabolic Steroid

Steroid อันนี้มีไว้ใช้เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหรือสมรรถภาพร่างกาย โดยไปนักกีฬาจะใช้กัน หรือไม่ก็พวกนักเพาะกาย ยานี้จะมีผลอยู่ 2 ด้าน
-ด้านแรกจะช่วยทำให้เกิดการสร้างโปรตีนตามเนื้อเยื่อต่างๆ (เหมือนกับเพิ่มกล้ามเนื้อนั่นแหละ)
-ด้านสองจะทำให้ฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้น และถ้าอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ จะมีกลไกสะท้อนกลับให้ร่างกายของเรา คือส่วนของอัณฑะไม่ให้สร้างฮอร์โมนเพศชายตามธรรมชาติ เอาง่ายๆ เลยก็คือการใช้การส่วนนั้นไม่ได้ตลอดชีวิตนั่นเอง ผลข้างเคียงอื่นๆ ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันลดลง เพิ่มการเกิดเกิดเซลล์มะเร็ง เป็นต้น เพราะงั้นผู้ที่คิดจะใช้ในการเพาะกายก็คิดดีๆ นะครับ แต่ปัจจุบันมันก็เป็นยาโด๊ปนั่นแหละ

7. โรคเบาหวาน

CDC (The Center for Disease Control:หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา)ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหนักส่วนเกินทีเรามีอยุ่จะมีผลต่อรอบเอวในช่วงอายุ 20 ปี

"สำหรับผู้ชายโสดโดยเฉพาะการอยู่ด้วยตัวเองมักจะหมายถึงนิสัยการกินที่ไม่ดี เช่น อาหารจานด่วน ซึงเป็นภาพรวมของคนโสดโดยทั่วไป"Twenge ได้กล่าวไว้ว่า "สิ่งเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้"

Dr.Danoff เห็นด้วยและกล่าวว่า "ผู้ชายที่น้ำหนักมากจะพบได้ว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเขาไม่ถูกสุขลักษณะสามารถนำไปสู่การตรวจพบเบาหวานในช่วงอายุ 20 ปีของเขาได้"

วิธีการสังเกตทั่วไปว่าตัวเองเป็นเสี่ยงโรคเบาหวานหรือไม่: ปัสสาวะบ่อยขึ้น หิวน้ำมากขึ้น รู้สึกชาตามนิ้ว อ่อนเพลียอารมณ์ฉุนเฉียว เป็นต้น

8. ภาวะซึมเศร้า

อัตราการฆ่าตัวตายและภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ชายอายุ 20 ปี ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ

Twenge กล่าวว่าการที่คุณคุณสามารถใช้เวลาอยู่กับเพื่อนออกกำลังกายหรือใช้เวลานอกบ้านซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยป้องกันคุณจากภาวะซึมเศร้าได้

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงเมื่อเป็นโรคซึมเศร้า เช่น ความจำแย่ลง รู้สึกอ่อนเพลีย การง่านแย่ลง ความคิดเปลี่ยน เป็นต้น

สาเหตุของโรคซึมเศร้า เช่น นิสัยแนวคิด เหตุการณ์บางอย่างที่เข้ามากระทำ สารเคมีในสมอง เป็นต้น

9. โรคหอบหืด

Dr. Danoff กล่าวไว้ว่าถ้าคุณสังเกตเห็นว่าคุณเองหายใจไม่ออกไอหรือดิ้นรนที่จะหายใจเมื่อใดก็ตามที่คุณพยายามออกกำลังกายแล้วรู้สึกหมดแรงง่ายกว่าคนทั่วไปนั่นหมายความว่าคุณเป็นโรคหอบหืด

"เด็ก ๆ หลาย ๆ คนไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค" เขาอธิบาย "แต่แล้วพวกเขาสังเกตเห็นในอายุ 20 ปี ของพวกเขาว่าเมื่อพวกเขากำลังพยายามที่จะออกกำลังกายหรือเล่นกีฬากับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานพวกเขาไม่สามารถทำได้ต่อเนื่อง"

ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลือกการรักษาโรคหอบหืดเป็นจำนวนมาก ดร. Danoff กล่าวว่าการออกกำลังกายที่เป็นทางเลือกไม่ได้เป็นอันตรายต่อชีวิตทุกอย่าง

10. โรคหัวใจ

อาจจะเป็นไปได้ว่าเราจะไม่ตายในตอนอายุ 25 ปี แต่มีการวิจัยมากขึ้นที่แสดงให้เห็นว่า ในช่วงอายุ 20 ปี คุณมีบทบาทที่นำไปสู่ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจในวัยกลางคนได้

ข้อสำคัญ:ถึงคุณจะคิดว่าตนเป็นคนแข็งแรงแต่ก็ไม่สมควรประมาทกับโรคนี้ ทางที่ดีควรตรวจสุขภาพไว้บ้าง

อาการเสี่ยงที่บ่งบอกว่าเราจะเป็นโรคหัวใจ เช่น การเจ็บหน้าอก การหอบเหนื่อยเร็วผิดปกติ ใจสั่น มีอาการวูบ เป็นต้น

เป็นยังไงบ้างครับกับอาการที่สามารถพบเจอเมื่ออายุเข้าเลข 2
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ
การใช้ชีวิตถ้าหากเราไม่่ประมาทกับมันเราก็จะมีชีวิตที่ยืนยาวและอยู่กับคนที่เราอยากอยู่ด้วยเพราะทุกชีวิตล้วนมีคุณค่าในตัวของมันอยู่ที่ว่าคุณหามันเจอรึยัง

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg d3a36b63 3e3f 4d14 ab7f 98c9b23e6e20

Arthur Pachara