Pae ST 2560/04/04 14:30
Thumb lg large dollarphotoclub 44783402 1030x687

หารถมือสองอยู่หรือเปล่า? รวม 10 ขั้นตอนก่อนการซื้อรถมือสองให้ไม่เสียใจภายหลัง!

244 Pepper

ใครกำลังมองหารถมือสองไว้ใช้งานสักคัน มาดู 10 ขั้นตอนวางแผนก่อนการซื้อกันหน่อยครับ

second hand Car vehicle Guide Tip

ยุคนี้สมัยนี้ รถยนต์เป็นปัจจัยที่ 5 ไปแล้ว อย่างน้อยบ้านหลังหนึ่งก็ต้องมีรถไว้ใช้สักคันหนึ่ง เพราะการเดินทางที่ต้องแข่งกับเวลา ประกอบกับระบบขนส่งบ้านเราก็อย่างที่รู้ๆกัน ดังนั้น การมีรถยนต์ส่วนตัวก็จะช่วยเบาปัญหาตรงนี้ไปได้ ครั้นจะมองหารถใน spec ที่เราต้องการเป็นที่ใฝ่ฝัน ตอนเป็นมือหนึ่งราคาหลักล้านหรือเฉียดล้านก็ดูจะสูงไป คงจะหาซื้อได้แค่ตอนที่มันเป็นมือสองก็แล้วกัน น่าจะพอทำตามฝันได้ แต่ ! ก่อนจะทำอะไรเราก็ต้องมีการวางแผนกันบ้างครับ รถทั้งคัน ถึงจะเป็นมืองสองแล้วก็ใช่ว่าจะราคาแค่ บาทสองบาท ควรจะมีการวางแผนก่อนการซื้อบ้างครับ วันนี้ เรามี 10 ขั้นตอน ก่อนจะทำการซื้อรถมือสอง มาแนะนำกันครับ

1. ตั้งงบประมาณ

ก่อนที่จะทำการซื้อรถมือสองสักคัน เราควรมีการตั้งงบประมาณไว้ก่อน โดยวิธีการง่ายๆ คิดจาก รายได้ของเราว่ารับเท่าไร และมีกำลังจ่ายเท่าไหร่ เพราะการซื้อรถไม่ได้มีแค่ค่าผ่อนรถประจำเดือนเท่านั้น ยังมีค่าน้ำมัน ค่าดูแลรักษา และค่าจิปาถะมากมาย หากเรามีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน อาจจะตั้งงบประมาณที่จะใช้จ่ายเกี่ยวกับรถไว้เดือนละ 10,000 บาท แบ่งเป็นค่าผ่อน ค่าน้ำมัน ค่าอื่น ๆ เป็นต้น

2. เลือกรถที่เหมาะกับตัวตน

หลังจากตั้งงบประมาณไว้แล้วว่ามีงบเท่าไร ขั้นตอนต่อมาคือการตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า รถประเภทไหนที่เราต้องการมาใช้งาน เช่น หากคุณต้องการนำรถมาทำธุรกิจที่มีการขนส่งสินค้า ก็คงต้องหารถกะบะสักคันหนึ่ง หรือต้องการรถเพื่อใช้ภายในครอบครัวก็หารถครอบครัวไว้สักคัน หรือ ถ้าเพื่อใช้ไปทำงานหรือขับไปทำธุระในเมือง ก็อาจเป็นรถเก๋งสักคัน

3. หารถที่อยู่ในงบประมาณ

ปัจจุบันรถมือสองมีตัวเลือกมากมาย ทั้งตามเว็บไซต์ เต้นท์รถทั่วไป หรืออาจจะติดต่อกับเจ้าของรถโดยตรง หารถประเภทที่เราต้องการ และงบประมาณที่ตั้งไว้ในใจ

4. ติดต่อกับผู้ขาย

อย่างที่บอกว่าตัวเลือกรถมือสองที่ต้องการมีมากมาย ไม่จำเป็นต้องมุ่งเป้าที่คันใดคันหนึ่งครับ แต่ควรมองหารถที่ต้องการไว้ 4-5 คัน จากนั้น ติดต่อสอบถามกับผู้ขาย ตรวจเช็คประวัติของรถผ่านอุบัติเหตุมาบ้างหรือไม่ การใช้งานหลักๆเป็นอย่างไร เป็นต้น

5. ตรวจเช็คข้อมูลและประวัติเกี่ยวกับรถที่เราต้องการจะซื้อ

พอได้รถคันที่เราต้องการจแล้วนั้น ขั้นตอนต่อมาคือการหาข้อมูลภาพรวมของรถคันที่เราพอใจ วิธีที่ดีที่สุดคือโทรสอบถามศูนย์บริการโดยตรง เพราะศูนย์บริการจะมีข้อมูลการตรวจเช็ครถคันนั้นอยู่บ้างแล้ว เช่น หากเราต้องการซื้อรถ ปี 2014 เลขไมล์ 100,000 กิโลเมตร เราก็เพียงแค่จดจำชื่อเจ้าของรถคนเดิม รวมไปถึงจดเลขตัวถังกลับมาแล้วโทรถามศูนย์บริการ เพื่อเช็คประวัติรถว่าเคยเข้าศูนย์บ้างหรือไม่ มีประวัติซ่อมรายการใดบ้าง(กรณีเช่นนี้อาจใช้ไม่ได้กับรถเก่ามากๆที่ซ่อมอู่นอกมานะครับ)

6. ตรวจสอบตำหนิรอบคันเบื้องต้น

ตรวจสอบรถรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อของรถต่างๆ สีมีการทำมาใหม่หรือไม่ ระบบหล่อเย็นหรือพัดลมใช้การได้เป็นปกติหรือไม่ รถบางคันผ่านน้ำท่วมมาจะมีร่องรอยอยู่บริเวณใต้พรม ใต้เบาะจะมีคราบน้ำ หรือการตรวจสอบด้านบนของถังน้ำมันว่ามีคราบโคลนหรือคราบน้ำมันติดอยู่หรือไม่ หากไม่ใช่รถเดิมๆ ควรสอบถามผู้ขายอย่างละเอียด

7. ทดลองขับ

ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งหรือมือสอง ขั้นตอนนี้ก็นับว่าสำคัญครับ การทดลองขับ เพื่อให้ทราบการทำงานของรถเป็นอย่างไร ศูนย์รถเอียงมากน้อยแค่ไหน ทดสอบการทำงานของหน้าปัดรถ เสียงเครื่อง เบรค ตรวจสอบว่าทุกอย่างตอบสนองได้ดีขนาดไหน

8. ตรวจสอบและซ่อมแซมหากเจอบางอย่างผิดพลาด

หลังการทดลองขับ ให้กลับมาดูใหม่ว่ามีสิ่งผิดปกติระหว่างขับรถ หรือหลังขับรถหรือไม่ เช่น มีน้ำแอร์หยดมากเกินไป หรือรอยรั่วของน้ำมัน มีสิ่งชำรุดใต้ท้องรถหรือไม่ เป็นต้น

9. ต่อรองราคากับผู้ขาย

โดยปกติแล้วหากคุณซื้อรถมือสองกับผู้ขายโดยตรง หรือที่เรียกกันว่า “รถบ้าน” จะไม่มีการันตีให้กับผู้ซื้อ ซึ่งตรงนี้จะสามารถเป็นข้อต่อรองราคากับผู้ซื้อได้เพิ่มขึ้นจากราคาหลักอีก เทคนิคต่อรองของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่เมื่อได้ราคาที่พึ่งพอใจทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันได้

10. ต่อรองดอกเบี้ยกับไฟแนนซ์

อัตราดอกเบี้ยของ ไฟแนนซ์ นั้น คุณสามารถต่อรองให้ลดลงมาได้ครับ เช่นคุณซื้อรถมือสอง ระยะเวลาผ่อน 72 เดือน ดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% ต่อปี ถ้าคุณได้คุยกับเซล อาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษลดดอกเบี้ยให้คุณในราคาที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้ครับ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 1a2b615c 81d2 40fc 8628 bf1a9a18844f

Pae ST