Jame Wisarak 2560/04/19 14:54
Thumb lg 14003

12 เคล็ดลับผจญอากาศหน้าร้อนเมื่อต้องออกไปเดินข้างนอก

173 Pepper

อากาศร้อนแบบอะไรก็ฉุดไม่อยู่แบบนี้ มาเรียนรู้ 12 เคล็ดลับดูแลตัวเองเมื่อต้องออกไปเดินหรือออกกำลังท่ามกลางแสงแดดกันดีกว่า

เคล็ดลับ ต่อสู้ อากาศร้อน Summer hot walk weather

ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อนมาพักใหญ่ อากาศร้อนระอุได้ใจอย่างกับอยู่กลางทะเลทราย ใครหลายคนคงแทบไม่อยากจะทำอะไร เป็นไปได้คงเลือกอยู่แต่ในบ้านหรือในอาคาร แต่ชีวิตจริงเราเลือกไม่ได้ ทั้งการทำงานหรือการเดินทางทำให้เรามีโอกาสต้องพบเจอกับแสงแดดและความร้อนอยู่เสมอ และยิ่งคุณผู้ชายที่ต้องออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษารูปร่างที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมา การไปยิมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งก็คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ดังนั้นเราจึงมี 12 เคล็ดลับต่อไปนี้ที่ช่วยให้การออกไปข้างนอก หรือการออกกำลังกายกลางแจ้งไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

1. เริ่มต้นอย่างช้าๆ

เริ่มที่การเปลี่ยนจากการวิ่งบนสายพานมาเป็นการวิ่งบนพื้นธรรมชาติโดยค่อย ๆ เพิ่มเวลาที่คุณใช้ออกกำลังกายกลางแจ้งที่ละนิด โดยแทนที่การออกกำลังกายบนลู่วิ่ง 1 วันด้วยการไปออกกำลังกายกลางแจ้ง 1 วันในทุก ๆ อาทิตย์ ยกตัวอย่างเช่น
.
อาทิตย์ที่ 1: ออกกำลังกายกลางแจ้ง 1 วัน และ ออกกำลังกายบนลู่วิ่ง 4 วัน
อาทิตย์ที่ 2: ออกกำลังกายกลางแจ้ง 2 วัน และ ออกกำลังกายบนลู่วิ่ง 3 วัน

2. ตื่นแต่เช้า

ทำตัวเฉกเช่นนกที่ตื่นแต่เช้า หรือนกฮูกที่ตื่นตอนพลบค่ำเพื่อออกหาอาหาร โดยวางแผนการออกกำลังกายของคุณให้เริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ หรือเวลาหัวค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงเวลาที่ร้อนที่สุดของวันโดยเฉพาะช่วงเวลาระหว่าง 10 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมงเย็น

3. ปกป้องผิวจากแสงแดด

แสงอาทิตย์ไม่เพียงแต่สามารถทำร้ายผิวคุณได้ แต่มันยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายของคุณโดยตรง ทำให้คุณเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดน้ำได้เช่นกัน คุณควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 15 หรือมากกว่าก่อนออกกลางแจ้ง 30 นาที โดยไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดบนผิวหนังใต้เสื้อผ้าของคุณด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ควรใส่หมวกปกคลุมศรีษะโดยเลือกชนิดที่มีปีกกว้างเพื่อกันแสงแดดเผาลำคอของคุณด้วย

สุดยอดครีมกันแดดสำหรับผู้ชาย

LANEIGE ครีมบำรุงปกป้องผิวจากแดด White Plus Renew Tone-Up Corrector 50 มล.
เป็นได้ทั้งไพร์เมอร์และครีมกันแดดในตัวเดียวกัน เนื้อสัมผัสแบบ Fluid ไม่เหนียวเนอะหนะ บอกลาความมันไปได้เลย นอกจากนี้ยังช่วยปรับโทนผิวให้ดูเนียนและกระจ่างใสขึ้น ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF40PA+++
[ ราคา 1,200 บาท ]

BIOTHERM UV SUPREME Ever-Bright Protective Silky Fluid SPF 50+ / PA+++ 30 มล.
เนื้อสัมผัสแบบ Fluid ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบเข้าสู้ผิวหนังอย่างรวดเร็ว ตัวนี้เด่นตรงที่มีสารกรองรังสี UVA คลื่นยาว UVB และ Mexoryl SL รวมถึง XL ดังนั้นมั่นใจได้แน่น่อนว่าการปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างดีเยี่ยม [ ราคา 1,900 บาท ]

ORIGINS ครีมกันแดด Mega-Defense SPF 45 Advanced Daily UV Defender ขนาด 30 มล.
ปกป้องแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับชั้นผิวด้วยสารสกัดมากมายที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้กระส่างใส เรียบเนียน ดูสุขภาพดี ผสานอานุภาพจาก Opuntia Cactus ซึ่งค้นพบในประเทศบราซิล ซึ่งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นเติมน้ำสู่ผิวแห้งกร้าน ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะขนาดนี้รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน [ ราคา 1,850 บาท ]

4. เลือกชุดออกกำลังกายที่เหมาะสม

เลือกชุดออกกำลังกายที่มีเนื้อผ้าเบาสบาย สีสว่างสดใส หรือเลือกเนื้อผ้าที่ช่วยระบายเหงื่อ เช่น polypropylene, CoolMax®, และ Supplex® ซึ่งช่วยซึมซับและระบายเหงื่อได้เร็วเป็นการช่วยลดความร้อนที่ผิวหนังของเราได้เป็นอย่างดี หรือถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรซื้อชุดออกกำลังกายที่เนื้อผ้าสามารถป้องกันแสงอัลตร้าไวโอเลตตัวการทำร้ายผิวของคุณ ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายบริษัทที่ทำการคิดค้นและผลิตขึ้นมา ถึงแม้อาจจะมีราคาสูงกว่าชุดออกกำลังกายทั่วไปแต่รับรองว่าคุ้มแน่นอน

5. ใส่แว่นกันแดดสำหรับออกกำลังกาย

หากคุณต้องออกกำลังกายกลางแจ้งก็ควรหาแว่นกันแดดสำหรับออกกำลังกายที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ไว้ติดตัว เลือกเลนส์และกรอบแว่นที่เป็นพลาสติก มีน้ำหนักเบา และคงทน เลนส์สีเทาช่วยป้องกันแสงที่จ้าเกินไป ในขณะที่เลนส์สีแดงช่วยให้การรับรู้ความตื้นลึกชัดเจนขึ้น ทั้งนี้คุณควรเลือกสีของเลนส์ให้รู้สึกสบายตา และเลือกรูปทรงของแว่นให้พอดีกับศรีษะไม่เลื่อนหลุดง่าย ๆ และเลือกแผ่นกันลื่นบนจมูกที่ป้องกันการลื่นของแว่นได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าคุณจะเหงื่อออกเยอะมากก็ตาม

6.น้ำเย็นแก้กระหาย

เมื่อต้องออกไปเจออากาศที่ร้อนจัด คุณควรเตรียมน้ำเย็นก่อนออกจากบ้านเอาไว้ดับกระหาย จิบน้ำ 6 - 8 ออนซ์ ต่อ 15 นาทีตลอดระยะเวลาที่คุณเดินหรือทำกิจกรรมอยู่กลางแจ้ง และเพื่อป้องกันการเกิดภาวะขาดน้ำ ให้คุณชั่งน้ำหนักก่อนออกจากบ้านและหลังจากเดินเสร็จ ถ้าหากน้ำหนักคุณลดมากเกินกว่ามาตรฐานให้ดื่มน้ำเพิ่ม เพราะคุณอาจจะขาดน้ำซึ่งเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการลดความร้อนในร่างกายของคุณ

7. ดื่มเกลือแร่

ถ้าหากคุณไม่สามารถดื่มน้ำมากขึ้นได้ ให้คุณลองเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ หรือเครื่องดื่มสำหรับการออกกำลังกาย เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้มีส่วนผสมของกลูโคสซึ่งเป็นน้ำตาลที่ร่างกายต้องการเพื่อสร้างพลังงาน เช่นเดียวกับโซเดียมและโพแทสเซียมซึ่งหายไปกับเหงื่อได้อย่างรวดเร็ว สารเหล่านี้ถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็วในกระแสเลือดซึ่งทำให้คุณสามารถเดินได้ไกลกว่าเดิม โดยปราศจากความเหนื่อยล้าหลังออกกำลังกาย แต่อีกด้านหนึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้ก็มีแคลอรี่จำนวนมาก โดยมีมากกว่า 125 แคลอรี่ต่อน้ำ 12 ออนซ์ ซึ่งหากคุณต้องการที่จะลดน้ำหนัก การเลือกดื่มน้ำเปล่าก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

8. เปลี่ยนรองเท้า

คุณควรใส่รองเท้าทีมีน้ำหนักเบาและถ่ายเทอากาศได้ดีในการออกกำลังกายในอากาศร้อน ถุงเท้าที่ใส่ก็ควรระบายเหงื่อได้ดีเช่นกัน ทั้งนี้วัสดุผ้าตาข่ายจะระบายความร้อนได้ดีกว่ารองเท้าประเภทหนัง และแห้งเร็วกว่าเมื่อเท้าของคุณเปียก หรือคุณอาจจะลองใส่รองเท้ารัดส้น โดยคุณอาจจะต้องมีรองเท้าหลาย ๆ คู่เอาไว้ใส่สลับกันหากอากาศร้อนมากเพื่อที่รองเท้าของคุณจะได้แห้งสนิทซึ่งทำให้คุณไม่ต้องใส่รองเท้าที่อับชื้น ป้องกันการเกิดโรคจากเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เท้าของคุณ

9. ลดการเสียดสี

คุณควรระมัดระวังบริเวณที่ผิวหนังอาจเกิดการเสียดสีได้ เช่น ระหว่างนิ้วเท้า ขาหนีบ และบริเวณรักแร้ คุณควรเลือกชุดชั้นในที่เหมาะสม โดยการเลือกใยผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดี ปราศจากการบาดหรือเสียดสีบริเวณที่เป็นจุดบอบบาง หลีกเลี่ยงการเกิดตุ่มพองจากการเสียดสีที่นิ้วเท้าโดยการใส่รองเท้าที่พอดี นอกจากนี้ควรเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังโดยทาเจลปิโตรเลี่ยม หรือตัวช่วยอื่น ๆ ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์กีฬา

10. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง

แน่นอนว่าการโดนแสงแดดโดยตรงสามารถทำให้อุณหภูมิร่างกายร้อนเว่อร์! เพราะฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดและพยายามมองหาร่มเงาต้นไม้ข้างถนน หาเส้นทางเดินหรือวิ่งที่มีลมทะเลพัดผ่าน เส้นทางริมฝั่งแม่น้ำที่อากาศสดชื่น หรืออาจจะเช็คดูว่าบริเวณที่คุณอยู่มีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่

11. เช็คจังหวะการเต้นของหัวใจ

การออกกำลังกายในอากาศที่ร้อนมากทำให้ร่างกายเกิดความเครียด ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงมากและมียังผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น ดังนั้นคุณควรใส่เครื่องมือตรวจจับจังหวะการเต้นของหัวใจซึ่งมีขายทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์กีฬา เพื่อที่คุณจะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าเมื่อไหร่ที่คุณควรจะหยุดหรือไปต่อ

12.ฟังเสียงร่างกาย

ร่างกายของคุณจะบอกคุณได้ดีที่สุดว่าเมื่อไหร่ที่คุณสามารถไปต่อหรือเมื่อไหร่ที่คุณควรจะหยุดพัก ถ้าหากคุณเริ่มมีอาการปวดศรีษะ วิงเวียน หรือหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม คุณควรหยุดออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในทันทีแล้วหาที่ร่มนั่งพัก และควรดื่มน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย เพราะหากคุณปล่อยให้ร่างกายทำงานในอุณหภูมิที่ร้อนเกินไปเป็นเวลานานอาจส่งผลให้คุณหมดสติ อาจเกิดอาการคลื่นไส้ หรือนอกจากนี้ยังอาจเกิดโรคลมแดดหรือ Heat Strokeได้

ผ่านไปแล้วกับ 12 เคล็ดลับสู้ภัยร้อนที่ต่อจากนี้คุณก็ไม่ต้องกลัวการออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งอีกต่อไป เมื่อได้เรียนรู้เคล็ดลับกันแล้วก็อย่าลืมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลโรค อย่างที่เขาว่ากันว่า สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเองนะจ๊ะ

เมื่อรู้ 12 เคล็ดลับสุดยอดสู้อากาศร้อนแล้ว....

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 3a58af05 4e00 463d b996 27dfc312ec1e

Jame Wisarak