Teammy AT 2560/04/28 16:39
Thumb lg large 11

ยังไหวไหมถามใจดู: 12 สัญญาณที่จะบอกว่าคุณออกกำลังกาย "มาก" เกินไป

247 Pepper

อย่าหักโหมเกินไปถ้าร่างกายไม่ไหว

lifestyle Workout health

การออกกำลังกาย เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อโรค และทำให้รูปร่างดูกระชับได้สัดส่วน การออกกำลังกายที่เหมาะสมนั้น เป็นผลดีต่อร่างกางกายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ถ้าหากคุณเป็นพวกที่ชอบออกกำลังกาย และใช้เวลาในการออกกำลังไป 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นั่นยังเป็นขอบเขตที่จะไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณ แต่หากคุณออกกำลังมากกว่านี้ อาจส่งผมเสียต่อร่างกายของคุณได้ และนี่คือ 12 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณออกกำลังกายมากเกินไปแล้ว

12. อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนไป

เวลาที่คุณออกกกำลังกายในยิม หรือตามสถานที่ต่างๆ คุณน่าจะเคยเห็นเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ที่ผู้คนต่างสวมใส่ เพื่อประเมินผลการทำงานของหัวใจ ซึ่งมันช่วยให้สามารถสังเกตความผิดตกปกติที่เกิดขึ้นของหัวใจ ในขณะออกกำลังกาย โดยปกติแล้ว เมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายของเราจะมีการสลายพลังงานมากขึ้น ดังนั้น อัตราการเต้นของหัวใจจึงเพิ่มมากขึ้นด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวเลขในเครื่องวัดมันจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าหากตัวเลขนั้นสูงขึ้นผิดปกติจากที่เคยเป็น หรือหากคุณไม่มีเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ให้คุณลองสังเกตร่างกายของคุณขณะพัก หรือตอนตื่นเช้า ว่ามีอาการผิดปกติ เช่น หัวใจเส้นเร็วผิดปกติ หรือช้ากว่าปกติ หน้ามืด ใจสั่น อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงการออกกำลังกายที่ไม่ถูกสุขลักขณะ แนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์ทันที

11. กระหายน้ำมากกว่าปกติ

ปกติแล้ว การออกกำลังกายจะทำให้มีความร้อนเกิดขึ้นในร่าง ซึ่งร่างกายจะขับความร้อนขณะออกกำลังกายออกทางเหงื่อ นั่นหมายความว่า ร่างกายจะมีการสูญเสียน้ำเกิดขึ้น จึงเป็นธรรมดาที่หลังจากออกกำลังกาย คุณจะรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา ทว่า หากคุณรู้สึกกระหายน้ำมากผิดปกติ อีกทั้งดื่มน้ำแล้วยังรู้สึกไม่ดีขึ้น อาจบ่งบอกถึงการออกกำลังกายที่เกินพอดี เนื่องจากมีการสูญเสียพลังงานจากร่างกายมาก รวมถึงมีการสลายตัวของกล้ามเนื้อมากกว่าปกติด้วย ดังนั้น ก่อนออกกำลังกายคุณควรจะมีการดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ เพื่อลดการขาดน้ำหลังออกกำลังกาย และที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอเสมอ ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย

10. ปวดกล้ามเนื้อมากนานกว่าปกติ

เป็นธรรมดาหลังการออกกำลังกาย ที่คุณจะรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ เนื่องจากการออกกำลังกายนั้น จะทำให้เกิดการสลาย หรือฉีกขาดของกล้ามเนื้อได้ แต่ร่างกายก็สามารถสร้างทดแทนได้ และการสร้างทดแทนก็ช่วยเพิ่มความแข็งแรง รวมถึงขนาดของมัดกล้ามเนื้อได้ด้วย โดยปกติแล้วการปวดกล้ามเนื้อจะดีขึ้นเองภายใน 2 วัน แต่หากวันที่ 3 คุณยังรู้สึกไม่ดีขึ้น อาจหมายถึงกล้ามเนื้อของคุณไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างกล้ามเนื้อ สำหรับคนที่ต้องการสร้างเพาะกายด้วย ดังนั้น คุณควรจะจัดลำดับเวลาในการออกกำลังกายให้เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป และควรจะมีเวลาพักผ่อน เพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้อย่างเพียงพอด้วย

9. นอนไม่หลับ

ส่วนใหญ่แล้ว หลังจากคุณออกกำลังกาย คุณมักจะรู้สึกเพลีย และสามารถเข้านอนได้อย่างรวดเร็ว แต่หากคุณนอนไม่หลับ หลังจากออกกำลังกาย แสดงว่าการออกกำลังของคุณ กำลังส่งผลรบกวนการทำงานของระบบประสาท และต่อมไร้ท่อได้ โดยปกติแล้ว ในช่วงเวลา 22.00-2.00 น. ควรเป็นเวลาที่ร่างกายได้รับการพักผ่อน เนื่องจากช่วงเวลานี้ร่างกายจะหลั่ง Growth hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องในการเจริญเติบโต หากคุณนอนไม่พอ หรือนอนไม่หลับในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะส่งผลต่อการซ่อมแซมตัวเองของกล้ามเนื้อ ดังนั้น เพื่อป้องกันภาวะนอนไม่หลับ เนื่องจากร่างกายถูกรบกวนจากการออกกำลังกาย คุณควรที่จะรับประทานอาหารคลีน และมีสัปดาห์ในการหยุดพักการออกกำลังด้วย

8. ซึมเศร้า

จริงๆ แล้วการออกกำลังกาย ถือเป็นสิ่งดีต่อสุขภาพจิต แต่ถ้าหากคุณออกกำลังกายมากเกินไป มันจะให้ผลตรงกันข้าม โดยปกติแล้ว เรามักจะตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกาย โดยหวังผลให้มีสุขภาพดี แต่ว่าก็มีบางคนที่มองการออกกำลังกายในมุมที่แตกต่างออกไป บางคนอาจจะมองการออกกำลังกายเหมือนการแข่งขัน การพิชิตชัยชนะ ซึ่งหากพวกเขาเหล่านั้น ไม่สามารถทำตามเป้าหมายให้สำเร็จได้ เช่น วันนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะออกกำลังกายให้ได้ 2 ชั่วโมง แต่เมื่อทำไม่สำเร็จ พวกเขาอาจจะรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ เหมือนว่าทำการใดก็ไม่สัมฤทธิ์ผล หรือบางคนอาจตั้งเป้าหมายเหมือนบุคลิกภาพว่า ออกกำลังกายทำให้หุ่นดูดีมากขึ้น แต่จริงๆ แล้ว มันไม่สามารถให้ผลทันตาเห็น นี่ก็ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าเช่นเดียวกัน ดังนั้น เราควรมองการออกกำลังกายเป็นการสร้างเสริมสุขภาพ มากกว่าที่จะหวังผลเพื่อการแข่งขัน หรือการมีหุ่นดีแบบเร่งรัด

7. พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป

จากข้อก่อนหน้านี้ การออกกำลังกายนั้น มีผลต่อสภาพจิตใจของคุณ โดยทั่วไปแล้ว หากออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะส่งผลให้สภาพจิตใจเบิกบาน ปลอดโปร่ง หากแต่การออกกำลังกายมากเกินไป จะส่งผลระบบประสาท และต่อมไร้ท่อภายในร่างกาย อาจมีการหลั่งสารสื่อประสาทบางอย่างผิดปกติ และส่งผลต่อพฤติกรรมของคุณได้ ซึ่งมักพบว่าในลักษณะของการแสดงออกทางอารมณ์ เช่น มีอารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่าปกติ ใจร้อน หุนหันพลันแล่น หรือจากข้อก่อนหน้านี้ เกิดอาการซึมเศร้า แม้ว่าอาการเหล่านี้ อาจมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย แต่ก็ถือเป็นผลเสียทางด้านจิตใจ ที่เราควรระวังไว้เสมอ

6. รู้สึกไม่สบายบ่อยๆ

เมื่อรู้สึกไม่สบาย แสดงว่าคุณกำลังมีสุขภาพไม่ดี ซึ่งมันดูตรงข้ามกับประโยชน์ที่แท้จริงของการออกกำลังกาย แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร? การออกกำลังกาย จะเป็นการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ภายในร่างกาย เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในระหว่างการออกกำลังกาย แต่กิจกรรมของเซลล์ภายในร่างกายก็ต้องการพลังงานมากเช่นกัน อย่างเช่น ระบบภูมิคุ้มกัน และเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อขาดพลังงาน การทำงานของระบบต่างๆ ก็จะลดประสิทธิภาพลงไปด้วย ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะป่วยได้บ่อยๆ เนื่องจากภูมิคุ้มกันด้อยประสิทธิภาพ จากการออกกำลังกายเกินพอดี เพราะฉะนั้น แนะนำว่าให้คุณออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมทั้งรับประทานอาหารให้เหมาะสมทั้งก่อน และหลังออกกำลังกาย อาจจะเน้นไปที่สารอาหารประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้ร่างกายใช้ในระหว่างออกกำลังกาย หรืออาจหาผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เช่น วิตามินเอ วิตามินอี หรือกลูตามีน มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของร่างกายได้อีกด้วย

5. สูญเสียสมาธิ

การโฟกัสในสิ่งต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องราวที่น่าปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การทำงาน ปัญหาเรื่องเงิน ปัญหาการเรียน หากคุณนำมันเข้ามาอยู่ในหัวของคุณ ในระหว่างออกกำลังกาย หรือพูดคุยกับเพื่อนของคุณ ในระหว่างที่อยู่ในยิม อาจจะทำให้คุณใช้เวลาอยู่ในสถานออกกำลังกายมากเกินไป อีกทั้งยังส่งผลต่อระบบประสาท และฮอร์โมน ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย นอกจากนี้การอยู่ในสถานออกกำลังกายนานเกินไป อาจชักนำให้คุณใช้เวลาในการออกกำลังกายในวันนั้นนานขึ้นกว่าปกติ บางคนอาจจะชวนเพื่อนคุยไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย จนหลุดโฟกัสไปที่การออกกำลังกาย และนี่อาจทำให้คุณออกกำลังกายได้มากเกินไป จนส่งผลร้ายต่อร่างกายได้

4. เจ็บตัวมากขึ้น

หากคุณรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อในระหว่างออกกำลังกายมากกว่าปกติ หรือเจ็บในที่เดิมๆ อยู่บ่อยครั้ง นั่นหมายความว่าการออกกำลังกายของคุณ รวมถึงครั้งที่ผ่านๆ มา ยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งมักพบในผู้ที่ออกกำลังกายมากเกินไป เพราะโดยปกติแล้ว หากร่างกายได้รับบาดเจ็บ ควรจะมีเวลาในการพักรักษา เช่นเดียวกับเวลาที่คุณไม่สบาย คุณยังต้องหยุดเรียน เพื่อให้หายจากไข้หวัดได้เร็วขึ้น ดังนั้น การออกกำลังกายที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการอกกำลังเป็นเวลานานในหนึ่งครั้ง หรือออกกำลังบ่อยครั้งจนเกินความจำเป็นใน 1 สัปดาห์ ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่มาเกินไปได้ทั้งสิ้น เมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อน จึงทำให้บาดเจ็บได้ง่าย เพราะฉะนั้น ในสัปดาห์หนึ่งคุณควรมีวันหยุดให้ร่างกายได้พักผ่อนบ้าง

3. แรงจูงใจเริ่มลดลง

จริงๆ แล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าคุณจะรู้สึกเบื่อกับอะไรบางอย่าง สำหรับในเรื่องการออกกำลังกาย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางครั้ง เราขี้เกียจที่จะเดินเข้ายิม แล้วไปยกน้ำหนัก หรือวิ่งบนลู่ไฟฟ้า แต่ว่ามันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หากคุณออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม ในผู้ที่ออกกำลังกายมากเกินไป เขาอาจจะรู้สึกว่า การที่จะต้องกิน นอน และใช้ชีวิตอยู่ในยิมนานๆ กลับกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปเสียแล้ว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้แรงจูงใจในการบรรลุเป้าหมายของเขาลดต่ำลง ทั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องดีที่พวกเขาไม่ต้องไปออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะรู้สึกว่าไม่อยากไปออกกำลังกายอีกแล้ว แต่ว่าการออกกำลังกายมันก็เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะทำเพื่อสุขภาพที่ดี ดังนั้น เราแนะนำว่า หากคุณออกกำลังกายมากเกินไป แล้วรู้สึกเบื่อ ให้ลองหาเวลาหยุดพักการออกกำลังกายไปก่อน นอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แล้วกลับมาวางแผนออกกำลังกายใหม่ โดยลดปริมาณออกกำลังการให้สมเหตุสมผล

2. เสียความมั่นใจ

สำหรับคุณผู้ชายแล้ว ความมั่นใจถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ในการดำเนินชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้ แต่หากคุณคาดหวังว่า การออกกำลังกายมากๆ จะยิ่งทำให้คุณมีบุคลิกภาพที่ดี หุ่นดีดูกระชับ พูดสั้นๆ ว่า ยิ่งมากยิ่งดี นี่เป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะถ้าหากคุณไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คุณจะรู้สึกว่าการออกกำลังกายมันยังไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น สมองคุณจะบอกว่าต้องออกมากกว่าเดิม ไม่อย่างนั้นคุณจะดูบุคลิกแย่ ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อสภาพจิตใจของคุณในระยะยาวอีกด้วย งานวิจัยหลายๆ อย่างบ่งชี้ว่าถ้าคุณออกกำลังกายพอเหมาะ จะทำให้มีการหลั่งสารที่ทำให้ร่างกายมีความสุข ทว่า การออกกำลังกายที่เกินพอดี จะทำให้ร่างกายเกิดความเครียด และส่งผลต่อสุขภาพจิตในทางลบได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือปรับทัศนคติในการออกกำลัง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การออกกำลังกายเกิดประโยชน์ต่อตัวคุณนั่นเอง

1. ความคืบหน้าหยุดชะงัก

คุณรู้สึกหรือเปล่าว่า ยิ่งออกกำลังกาย ร่างกายยิ่งดูไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร กล้ามเนื้อไม่ได้ดูใหญ่ขึ้นตามตั้งการ หากเป็นเช่นนั้น แสดงว่าคุณอาจจะออกกำลังกายมากเกินพอดี เนื่องจากว่า มีอัตราการสลายของกล้ามเนื้อมากกว่าที่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการออกกำลังมากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อของคุณดูไม่แข็งแรง ไม่ใหญ่ขึ้นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ อาจทำให้คุณรู้สึกไม่อยากออกกำลังกายอีกต่อไป ดังนั้น สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกาย จัดการเวลาทำกิจกรรมและเวลาพักให้เหมาะสม เพื่อให้กล้ามเนื้อสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ทัน และลดการสลายตัวของกล้ามเนื้อ พร้อมทั้งรับประทานอาหาร จำพวกโปรตีน เพื่อเป็นแหล่งสารตั้งต้นในการสร้างกล้ามเนื้อด้วย และที่สำคัญ คุณควรจะออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อให้กระบวนการในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อเป็นปอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

การออกกำลังกาย เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของคุณได้อย่างดี การออกกำลังกายที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายมากที่สุด จึงควรกำหนดปริมาณในการออกกำลังให้เหมาะสม และมีทัศนคติที่ดีต่อการออกกำลังกาย เหล่านี้จะช่วยลดปัญหาที่ตามมาจากการออกกำลังกายมากเกินไปได้ ลองไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูนะครับ ขอบคุณครับ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg ce7d2bb1 eb81 4c21 a839 50f823239c08

Teammy AT