Aekkung 2560/05/11 10:42
Thumb lg prospect manager

10 ผู้จัดการทีมที่มีแววกลายเป็นยอดกุนซือระดับโลก

975 Pepper

รวม 10ผู้จัดการทีมดาวรุ่ง มุ่งสร้างทีมให้เกรียงไกรระดับโลกในปัจจุบัน

Manager football Rookie Headcoach

ผู้จัดการทีม หรือหัวหน้าผู้ฝึกสอน คือหัวเรือใหญ่ที่มีส่วนสำคัญในการพาทีมอย่างมากทั้งในอดีต และปัจจุบัน ผู้จัดการทีมที่พาทีมมีฟอร์มการเล่นที่ดีและประสบความสำเร็จ ย่อมเป็นที่หมายปองของทีมใหญ่ของลีกประเทศนั้นๆ บทความนี้รวมผู้จัดการทีมที่กำลังมีฝีมือจัดจ้านในปัจจุบัน และมีแววจะประสบความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ ลองมาดูกันว่าจะมีใครกันบ้าง และผลงานของเขาที่ผ่านมาเป็นเช่นไรกันบ้าง

10.เอ็ดดี้ ฮาว (บอร์นมัธ)

สัญชาติ : อังกฤษ อายุ : 39

จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้จัดการทีมของเขาเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี 2006 ในขณะที่เขาอายุเพียง 29ปี และยังคงเป็นนักเตะอยู่ เขาถูกแต่งตั้งจากเควิน บอนด์ ผู้จัดการทีมชุดใหญ่ ให้ฮาวไปเป็นโค้ชชุดทีมสำรองของบอร์นมัธ โดยที่เขายังเล่นในทีมชุดใหญ่อยู่ จนกระทั่งในปี 2007 เอ็ดดี้จบอาชีพการเป็นนักเตะ เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของเขานั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แล้วในเดือนกันยายนปี 2008 เขาได้ก็ได้รับตำแหน่งขึ้นเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ หลังจากที่บอนด์โดนปลด
ผลงานที่โดดเด่นของเขาคือ การพาบอร์นมัธก้าวขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษในเวลาอันสั้น โดยกวาดแชมป์ดิวิชั่น2, ดิวิชั่น1 และลีกแชมป์เปี้ยนชิพมาทั้งหมด ก่อนที่จะเข้ามาเล่นในพรีเมียร์ลีก จนได้รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2015 และได้รางวัลผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในรอบ 10ปี ของดิวิชั่น1-3 แห่งอังกฤษ ในปีเดียวกัน

9.เมาริซิโอ โปเชตติโน่ (ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส)

สัญชาติ : อาร์เจนติน่า อายุ : 45

กุนซือที่กำลังร้อนแรงอยู่ในปัจจุบันรายนี้เริ่มต้นการคุมทีมจากในลีกลาลีกา สเปน กับเอสปันญ่อล โดยเป็นที่ชื่นชมจากผู้บรรยายว่าเป็นกุนซือที่มักจะดันเด็กในอคาเดมี่ขึ้นมาเล่นอยู่เสมอ และแท็กติกของเขาสามารถกดดันทีมคู่ต่อสู้ได้อย่างดี จากแผนการเล่น 4-2-3-1 ที่เขาถนัด
หลังจากนั้นกุนซือชาวอาร์เจนไตน์รายนี้ก็ได้รับโอกาสเข้ามาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกกับ เซาท์แธมตัน ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนไตน์คนที่ 2ที่ได้มาทำทีมในอังกฤษต่อจาก ออสวัลโด้ อาร์ดิเลส ผลงานที่โดดเด่นของเขาทำให้ได้รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมในเดือนตุลาคม ปี 2013 เป็นเวลาไม่นาน หลังจากที่เขาได้ย้ายเข้ามาคุม แต่ก็เป็นเพียงปีเดียวที่เขาได้อยู่ที่นั่น
ในเวลาต่อมา พอชได้ถูกทาบทามให้มารับงานที่ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส ที่ซึ่งทำให้เขาถูกจับตามองเป็นอย่างมาก จากการพาทีมจบในอันดับที่ 5 และการดันนักเตะอย่างแฮรี่ เคน ขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ รวมถึงการเซ็นสัญญาเดเล่ อัลลี จนทั้งคู่กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์
ในปัจจุบันพอชได้สร้างทีมที่พร้อมจะโดค่นได้ทุกทีม และรั้งอันดับ 2ในพรีเมียร์ลีกตามหลังเชลซีอยู่เพียงไม่กี่คะแนนเท่านั้น

8.เคร๊ก เชคสเปียร์ (เลสเตอร์ ซิตี้)

สัญชาติ : อังกฤษ อายุ : 53

ผู้จัดการทีมหน้าใหม่ล่าสุดแห่งวงการพรีเมียร์ลีกที่มีประสบการณ์เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมมานาน ได้รับตำแหน่งให้ขึ้นมารับหน้าที่แทนเคราดิโอ รานิเอรี่ที่เพิ่งถูกปลดไปเมื่อตอนต้นฤดูกาล ซึ่งหลังจากเขาเข้ามารับหน้าที่ ทีมจิ้งจอกสยามก็ดูเล่นดีขึ้นผิดหูผิดตาทันที แฟนบอลบางคนอาจคิดว่าเป็นเพราะนักเตะนั้นเล่นไล่เจ้านายเก่ารานิเอรี่ หรือไม่ แต่มันก็ไม่สำคัญอะไร หากพวกเขาเชื่อฟังต่อเจ้านายคนใหม่รายนี้ แล้วโชว์ฟอร์มการเล่นจนได้เข้าไปในรอบ 8ทีมสุดท้ายยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก
สถิติในการคุมทีม 11เกมแรกของเขาคือ ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 3 มีสถิติการยิงถึง 3ประตูต่อเกม ใน 3เกมแรก และเป็นผู้จัดการทีมชาวอังกฤษคนแรกที่ชนะ 4เกมแรกติดต่อกันในเวทีพรีเมียร์ลีก เป็นสถิติที่ไม่เลวทีเดียว และทำให้เขาเป็นที่จับตามองอย่างมากมายในเวลาไม่ช้า

7.ยูเซบิโอ้ ดิ ฟรานเชสโก้ (ซาสซัวโล่)

สัญชาติ : อิตาลี อายุ : 47

หนึ่งในกุนซือที่น่าจับตามมองมานานของฟุตบอลอิตาลี ยูเซบิโอ้พาทีมซาสซัวโล่ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอิตาลีในเวลาเพียงแค่ปีเดียว โดยพาทีมเป็นแชมป์ลีกซีรี่บีในฤดูกาล 2012-13 แล้วได้รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมทันทีในปีเดียวเดียวกัน ซาสซัวโล่ของเขามีโอกาสเข้าได้เข้าไปเล่นในเวทียุโรปอย่างยูโรป้าลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในปี 2016 จากการที่จบในอันดับ 6ของลีก และในเงื่อนไขที่ยูเวนตุสชนะมิลานในถ้วยโคปปา อิตาเลีย ทำให้ซาสซัวโลได้ไปแทนที่มิลาน แต่น่าเสียดายที่พวกเขาได้เข้าไปแข่งในรอบแรกเท่านั้น หลังจากที่ทำได้เพียงชนะ 1เสมอ 2 แพ้3 ในรอบแบ่งกลุ่ม นั่นเพียงพอที่จะทำให้กุนซือรายนี้ถูกจับตามองในเวทีฟุตบอลอิตาลี จากการทำทีมที่ไม่มีนักเตะบิ๊กเนมมากนักให้กลายเป็นทีมจอมล้มยักษ์ทีมหนึ่งของลีกได้ในเวลาไม่นาน

6.ลีโอนาโด้ ยาร์ดิม (โมนาโก)

สัญชาติ : เวเนซุเอล่า อายุ : 42

กุนซือชาวเวเนซุเอล่ารายนี้เข้ามาพาโมนาโกกลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัวภายใน 3ฤดูกาล โดยมีดาวรุ่งของทีมที่กำลังร้อนแรงอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ และอดีตดาวซัลโวทีมแอตเลติโก มาดริดอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ที่กำลังเล่นอย่างเข้าฟอร์ม แต่เขาก็ผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมาไม่น้อยก่อนที่จะย้ายมาเมืองน้ำหอม โดยพาทีมเล็กๆในโปรตุเกสอย่างเอดี คามาช่า คว้าถ้วยเอเอฟ มาไดร่า มาได้ 1ครั้ง พาทีมเบร่า มาร์ คว้าแชมป์เชกุนด้าลีกของโปรตุเกสมาได้เช่นเดียวกัน และดับเบิลแชมป์กับโอลิมเปียกอสในฤดูกาล 2012–13
เพียงแค่ในฤดูกาลแรกกุนซือรายนี้ก็โชว์ความสามารถพาทีมโมนาโกให้ขึ้นไปได้ถึงอันดับ 3 และในปัจจุบันเขาได้ทำให้โมนาโกอยู่ในอันดับ 1 แซงเปแอสเชไปด้วยลูกได้เสียที่ดีกว่า แต่เขาจะรักษาอันดับนี้ไว้ได้หรือไม่เป็นสิ่งที่แฟนบอลทุกคนจะต้องจับตามองอย่างแน่นอน

5.วินเซนโซ่ มอนเตลล่า (เอซี มิลาน)

สัญชาติ : อิตาลี อายุ : 42

อดีตกองหน้าผู้เป็นตำนานของชาวอิตาลี และโรม่า ที่เพิ่งเข้ามาคุมปีศาจดำแดงได้ไม่นานก็สามารถพาทีมคว้าถ้วยแชมป์ซุปเปอร์โคปป้า อิตาเลียนมาครองได้ทันที ถ้าเป็นการออกสตาร์ทได้ยอดเยี่ยมของจรวดทางเรียบในบทบาทใหม่ แต่ก่อนหน้านี้เขาก็มีประสบการณ์ในการคุมทีมมาไม่น้อย โดยพาทีมม่วงมหากาฬฟิออเลนติน่าเข้าไปเล่นในยูฟ่า ยูโรป้าลีกแล้วเข้าไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศ ในฤดูกาล 2014-15 และไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศโคปป้า อิตาเลีย นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้กุนซือหน้าใหม่รายนี้เป็นที่จับตามองจากสื่อของอิตาลี
ในปัจจุบันเขากำลังทำหน้าที่ปลุกยักษ์ที่หลับไหลมานาน โดยมีกำลังสำคัญของทีมอย่าง ซูโซ่, จิอันโคโม่ โบนาเวนตูล่า และว่าที่ผู้รักษาประตูมือ 1ทีมชาติอิตาลีอย่าง จิอันลุยจิ ดอนนารุมมะ เขาจะทำให้ปีศาจดำแดงกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหรือไม่ บางทีนี่อาจเป็นจุดเริ่มของประวัติศาตร์หน้าใหม่ของพวกเขา

4.มาร์เซโล แกลลาร์โด (ลิเวอร์เพลท)

สัญชาติ : อาร์เจนติน่า อายุ : 41

อีกหนึ่งกุนซือชาวอาร์เจนติไตน์ที่กำลังพาทีมกวาดแชมป์อย่างที่เรียกได้ว่าเกลี้ยงลีกทีเดียว ในลีกสูงสุดของอาร์เจนตน่าในระยะเวลาเพียง 2ปี เขาพาทีมกวาดไปถึง 6แชมป์ นอกจากนี้มาร์เซโล่ได้ปั้นนักเตะให้แจ้งเกิดมาประดับวงการด้วยเช่นเดียวกัน อย่างเช่น รามิโอ ฟูเนส โมริ และมานูเอล แลนซินี่ ก่อนหน้าที่จะมายิ่งใหญ่กับลิเวอร์เพลท เข้าเริ่มต้นในอาชีพผู้จัดการทีมกับ นาซิอองนาล ในลีกอุรุกวัย โดยสามารถทำให้ทีมนี้คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอุรุกวัยมาครองได้ด้วย
ในปัจจุบันกุนซือหน้าใหม่ไฟแรงรายนี้จะพายอดทีมแห่งอาร์เจนติน่ากวาดแชมป์ได้ต่อไปอีกหรือไม่ นั่นเป็นข้อพิสูจน์ในการเป็นยอดผู้จัดการทีมของเขา

3.โธมัส ทูเคิล (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

สัญชาติ : เยอรมัน อายุ : 43

ยอดผู้จัดการทีมผู้สร้างรายนี้สร้างชื่อโดยการพาไมนซ์ 05ทีมหน้าใหม่ที่เพิ่งขึ้นมายังบุนเดสลีกา จบในอันดับที่ 7 และได้พาไมนซ์ 05เข้าไปเล่นรอบควอลิฟาย ยูฟ่ายูโรป้าลีกในฤดูกาล 2011-12 ได้ด้วย ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลวทีเดียว ก่อนที่เขาจะถูกดึงให้มาคุมทีมที่มีแฟนบอลมากที่สุดในโลกเมืองโบรุสเซีย เพียงฤดูกาลแรกทูเคิลทำให้แฟนบอลไม่ผิดหวัง หลังพาทีมจบในอันดับ 2ในบุนเดสลีกา และเข้าไปยังรอบควอเตอร์ไฟน่อลในยูฟ่ายูโรป้าลีก แฟนๆของเสือเหลืองยังคงประทับใจอย่างต่อเนื่องหลังจากกุนซือรายนี้พาเสือเหลืองไปเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึงในรอบควอเตอร์ไฟน่อล
ในฤดูกาลนี้ทูเคิลยังคงเดินหน้าสร้างทีมที่มีแต่ดาวรุ่งเกือบทั้งทีม ไม่ว่าเขาจะคว้าแชมป์ลีกได้หรือไม่ แต่การทำทีมเขาในตอนนี้เป็นที่ประทับใจของแฟนบอลชาวเสือเหลืองอย่างแน่นอน

2.ยูเลียน นาเกลส์มันน์ (1899 ฮอฟเฟ่นไฮม์)

สัญชาติ : เยอรมัน อายุ : 29

อีกหนึ่งผู้จัดการทีมที่รับบทมือขวาของผู้จัดการทีมมานาน จนกระทั่งได้รับตำแหน่งกุนซือทีมชุดใหญ่ของฮอฟเฟ่นไฮม์ฤดูกาลปัจจุบัน เขาทำผลงานได้อย่างน่าประหลาดใจอย่างมาก โดยตอนนี้ทีมของเขาการันตีการเข้าไปเล่นควอลิฟายเพื่อเข้าไปเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกเรียบร้อย จากสถิติการคุมทีมของเขาในฤดูกาลนี้แพ้ไปเพียงแค่ 3เกม น้อยเป็นอันดับ 2รองจากบาเบิร์นมิวนิคเพียงทีมเดียว และมีสไตล์ในเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นอย่างมาก จึงทำให้เขาได้รับฉายาว่า"มินิ มูริญโญ่"จากทิม วีเซ่
ยูเลี่ยนนั้นได้กลายมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมตั้งแต่ยังหนุ่ม เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ขณะที่ยังเป็นนักเตะเยาวชนที่ทีมอักซ์เบิร์กเท่านั้น ภายใต้การคุมทีมของโธมัส ทูเคิล

1.ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล (แอร์เบ ไลป์ซิก)

สัญชาติ : ออสเตรีย อายุ : 49

กุนซือชาวออสเตรียรายนี้เป็นกุนซือนักสร้างยุคใหม่โดยแท้จริง จากการที่ราล์ฟเคยพาทีมเลื่อนดิวิชั่นขึ้นมาได้ถึง 3ครั้ง กับ 3ทีมด้วยกัน อย่างทีมอุนเตอร์ฮัคกิ้ง ที่ได้เลื่อนดิวิชั่นขึ้นมายังลีก3 ภายในฤดูกาลเดียว กับทีมอาเลินที่เขาพาขึ้นมายังบุนเดสลีกา2 ภายใน2ฤดูกาล และทีมอินโกสแตดท์ที่ขึ้นมายังบุนเดสลีกาลีกสูงสุดของเยอรมัน ผลงานของเขาเป็นที่น่าจับตามองจนกระทั่งไลป์ซิกได้ดึงตัวมาทำทีม แล้วเป็นที่น่าเหลือเชื่อ ด้วยทีมที่ไม่มีซุปเปอร์สตาร์ในทีม เขาพาทีมกระทิงแดงแห่งเยอรมันขึ้นมายังอันดับ2 แซงหน้าโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ของทูเคิ่ล โดยการันตีแล้วว่าจะได้ไปเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปีหน้า
นี่คือกุนซือผู้สร้างที่สุดของยุคนี้โดยแท้จริง ไม่ว่าเขาจะได้ถ้วยแชมป์มาการันตีความสำเร็จมากน้องแค่ไหน แต่ชื่อของเขาจะถูกขนานนามว่าเป็นยอดโค้ชผู้สร้างในยุคปัจจุบันแห่งเยอรมันแน่นอน

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 7fe93d15 0040 4f80 84f5 046140f97d49

Aekkung