QUAY 2560/05/10 21:21
Thumb lg 15273

ซ้อมไว้ก่อนไปดู Live in Bangkok! 10 เพลงฮิต Ed Sheeran ที่ทุกคนห้ามพลาด

401 Pepper

เจ้าของซิงเกิลฮิต “Thinking Out Loud”, “The A Team” และ “Shape of You” ประกาศมาไทยทั้งที ของแบบนี้จะพลาดได้ไง! มีเพลงอะไรที่ควรฟังอีกบ้าง มาดูตรงนี้!

Ed Sheeran Ed Sheeran Live in Bangkok คอนเสิร์ต แสดงสด เพลง ดนตรี

หลังจากที่ประกาศทัวร์เอเชียนำมาก่อนใน 3 ประเทศคือสิงคโปร์, มาเลเซีย และดูไบ ล่าสุดพ่อหนุ่มนักร้องป๊อปสัญชาติไอริชชื่อดังอย่าง Ed Sheeran เจ้าของเพลงฮิตมากมายทั้ง “Thinking Out Loud”, “The A Team”, “Shape of You” และอีกมากมายก็ประกาศตารางทัวร์เพิ่มเติมออกมาอีกหลายประเทศ และก็มีไทยแลนด์บ้านเรารวมอยู่ในนั้นด้วย! ใครที่รอจะได้เจอตัวจริงใน Ed Sheeran Live in Bangkok ก็เตรียมเงินรอกันไว้ได้เลย 16 พฤศจิกายนนี้ได้ดูกันแน่นอน แต่รายละเอียดอื่น ๆ ยังต้องรอกันต่อไปครับ!

เนื่องในโอกาสที่จะได้ดูกันซักที เราก็เลยอยากจะทวนเพลงฮิตพี่แกกันหน่อยว่าจะต้องซ้อมเพลงไหนเอาไว้ก่อนไปดูของจริงบ้าง เอาซักสิบเพลงกำลังดีไม่มากไม่น้อยเกินไป ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยครับ

1. “Thinking Out Loud”

แหล่ง: https://www.youtube.com

เริ่มกันด้วยผลงานโคตรฮิตที่สุดของพี่แกกันก่อนครับ “Thinking Out Loud” เพลงรักช้าซึ่งเนื้อหากินใจเพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม “x” งานชุดที่สองของเขาที่ออกมาเมื่อปี 2014 ถ้าถามว่าเพลงนี้ประสบความสำเร็จระดับไหนคงต้องไล่กันยาว ยกตัวอย่างก็เช่น เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ถูกเปิดฟังถึง 500 ล้านครั้งบน Spotify แอปฟังเพลงยอดฮิตของสหรัฐอเมริกาครับ เพลงนี้ติดชาร์ตในสหราชอาณาจักรที่ตำแหน่ง Top 40 อยู่นานถึง 19 สัปดาห์ และขึ้นมาถึงอันดับหนึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2014 ด้วย ส่วนในเดือนมิถุนายนปี 2015 เพลงนี้ก็มีสถิติใหม่ในการอยู่บน Top 40 ของชาร์ตเพลงได้แบบครบรอบปีเต็ม ยังไม่นับการถูกเสนอชื่อเข้าชิงและโกยรางวัลจากสำนักต่าง ๆ อีกด้วยนะ!

2. “The A Team”

แหล่ง: https://www.youtube.com

หลายคนที่ไม่ได้เป็นแฟนเพลงของเขาอาจจะรู้จักแค่เพลงด้านบน แต่ “The A Team” ถือเป็นเพลงที่เอฟซีตัวจริงต้องรู้จักครับ นี่คือเพลงฮิตเพลงแรกจากอัลบั้มแรกของเขาที่ปล่อยออกมาในปี 2011 บทเพลงอคูสติกเนื้อหามืดมนเกี่ยวกับโสเภณีผู้มีชีวิตติดอยู่ในวังวนของยาเสพติดอย่างโคเคน (คลาส A ตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร — การแบ่งคลาสเหล่านี้มีผลต่อการตัดสินโทษ) เพลงนี้แต่งขึ้นหลังจากที่เขาได้ไปเยี่ยมเยียนสถานสงเคราะห์ของผู้ติดยาเสพติดแห่งหนึ่งเมื่อตอนอายุ 18 ปี หาฟังกันได้ในอัลบั้มแรกนะครับ!

3. “Shape of You”

แหล่ง: https://www.youtube.com

หากคุณไม่ได้ปิดหูปิดตาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ยังไงก็ต้องเคยได้ยินเพลงนี้ลอยเข้าหูมาจนได้ครับ นี่คือเพลงป๊อปท็อปฮิตที่กำลังมาแรงที่สุดจากอัลบั้มล่าสุดของเขา เพลงป๊อปจังหวะติดหูเนื้อหาเซ็กซี่ที่ว่าถึงการหลงไหลในรูปร่างของสาวคนหนึ่ง เพลงนี้อาจจะแปลกหูสำหรับแฟนเพลงไปซักหน่อยเพราะไม่ได้มากับกีตาร์อคูสติกแต่เป็นป๊อปแดนซ์แทน แต่ก็เป็นการแสดงความอัจริยะทางดนตรีของพี่แกออกมาได้ดีทีเดียวครับ ปัจจุบันดูกดาวน์โหลดไปถึงกว่า 488,500 ครั้งแล้ว พร้อมกับยอดสตรีมมิ่งอีกตั้งกว่า 77.43 ล้านครั้ง!

4. “Sing”

แหล่ง: https://www.youtube.com

จะบอกว่าเพลงนี้เป็นการ “คัมแบ็คครั้งยิ่งใหญ่” ตอนออกอัลบั้มที่สองก็พอได้อยู่ครับ (เว้นไปประมาณ 3 ปี) แถมยังได้ Pharrell Williams ศิลปินตัวพ่อของวงการแฟชั่นมาร่วมฟีทเจอริ่งอีกด้วย เพลงนี้เป็นซิงเกิลแรกของ Ed ที่ได้ขึ้นถึงอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักร ปล่อยออกมาเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2014 และอยู่บนชาร์ต Top 40 นานถึง 33 สัปดาห์เต็ม กับยอดสตรีมมิ่งอีกกว่า 58.4 ล้านครั้งและยอดขายอีก 662,700 ชุดก็พอจะพิสูจน์ความสำเร็จของเพลงนี้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

5. “Photograph”

แหล่ง: https://www.youtube.com

ซิงเกิลที่ห้าของอัลบั้ม “x” ที่โคตรฮิตไม่เป็นรองเพลงอื่น ๆ ที่แนะนำมาก่อนหน้า เพลงนี้ก็เป็นอีกแทร็กที่ถ้าไปดูคอนเสิร์ตของ Ed Sheeran แล้วยังไงก็ต้องถูกหยิบมาเล่นแน่นอน อีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าเพลงอกหักเนื้อหากินใจขายได้เสมอมาครับ เขาแต่งขึ้นจากประสบการณ์ความสัมพันธ์ทางไกล (long-distance relationship) ของตัวเองกับแฟนสาว (ในตอนนั้น)
.
บนชาร์ตเพลงอาจจะไม่ได้พีคเท่าเพลงอื่นเพราะได้มาแค่อันดับที่ 15 แต่ยอดขายถือว่าไม่น่าเกลียดเลยครับ ถูกฟังออนไลน์ไปถึงมากกว่า 73.5 ล้านครั้งและทำยอดขายซิงเกิลไปได้ถึงกว่า 363,200 ก๊อปปี้แล้ว

6. “You Need Me, I Don’t Need You”

แหล่ง: https://www.youtube.com

เพลงนี้เรียกกันสั้น ๆ ว่า “You Need Me” เป็นซิงเกิลที่สองของอัลบั้มแรกซึ่งก็ต้องบอกว่าโดดเด่นทั้งในแง่ของเนื้อหา ดนตรี และวิธีการร้องเพลงเลยครับเพราะเพลงนี้พี่แกแร็ปอย่างไวใส่เต็มทั้งเพลง ท่อน “I sing, I write my own tune/ And I write my own verse, hell/ Don't need another wordsmith to make the tune sell.” ในเพลงคงจะบอกได้ดีว่าเขามั่นใจในฝีมือการเขียนเพลงของตัวเองมากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาทำให้มันขายได้เพราะเขาทำเองได้! ร้ายกาจจริง ๆ

7. “Lego House”

แหล่ง: https://www.youtube.com

อัลบั้มแรกของ Ed Sheeran นี่ก็ต้องถือว่ามีเพลงฮิตห้ามพลาดอยู่เยอะทีเดียวครับ และ “Lego House” ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ห้ามพลาดด้วยทั้งในการฟังแผ่นและดูคอนเสิร์ต เป็นอีกหนึ่งแทร็กฮิตสำหรับคนเหงาที่ชีวิตรักไม่ราบรื่นทุ่มเทเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลยังไงยังงั้นเลยแหละครับ เอ็มวีน่าสนใจพอกันเพราะได้น้อง Rupert Grint ที่แสดงในภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter มาเล่นด้วยนะเออ

8. “Galway Girl”

แหล่ง: https://www.youtube.com

ชวนคุยเรื่องเพลงจากอัลบั้มเก่ากันไปเยอะแล้ว มาต่อกันที่ซิงเกิลล่าสุดที่เพิ่งโปรโมตบ้างครับ “Galway Girl” เพลงโฟล์กติดกลิ่นไอริชเพลงนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่ได้วงไอริชโฟล์กนาม Boega มาเล่นด้วย ก็ถือเป็นการนำดนตรีพื้นบ้าน (ของไอร์แลนด์) มาผสมกับความเป็นเพลงป๊อปได้ลงตัวน่าฟังทีเดียวครับ ว่ากันว่า Galway Girl ในเพลงนี้ก็หมายถึงสมาชิกสาวคนหนึ่งในวง Boega นั่นแหละ ตรงตามที่ท่อนแรกว่ามาเป๊ะ! แถมเพลงนี้ตา Ed ยังยืมบางส่วนจากเพลงของวง Boega มาใช้ในเพลงด้วย เรียกว่าเป็นการร่วมงานกันแบบพากันเกิดเลยก็ว่าได้ครับ ไม่รู้มาไทยวงจะมาด้วยมั้ยแบบนี้
.
อ้อ แล้ววง Boega ก็ไม่ได้มาร่วมทำเพลงแค่เพลงเดียวในอัลบั้มที่สามนะครับ ยังมีอีกเพลงด้วยคือ

9. “Nancy Mulligan”

แหล่ง: https://www.youtube.com

ยังคงอยู่ในซาวด์แบบไอริชโฟล์กกันอีกเพลง เพลงนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคู่รักคู่หนึ่งที่ถูกพ่อของฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้แต่งงานกันด้วยเหตุมาจากความต่างทางด้านศาสนา ฝ่ายชายเลยพาเจ้าสาวหนีมาแต่งงานกันและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันาอย่างมีความสุขนั่นเอง เพลงนี้ฟังสนุกแต่ก็ส่วนตัวนิดนึงเพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ William Sheeran คุณปู่ และ Nancy Mulligan คุณย่าของ Ed Sheeran เอง ถึงจะไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง แต่ก็เป็นเพลงที่ยิ่งใหญ่พอตัวเลย!

10. “Castle on the Hill”

แหล่ง: https://www.youtube.com

ปิดท้ายการแนะนำวันนี้กันด้วย “Castle on the Hill” อีกหนึ่งซิงเกิลโปรโมตของอัลบั้ม “÷” เพลงนี้น่าจะเริ่มติดหูใครหลาย ๆ คนที่ฟังอัลบั้มเต็มกันแล้วเพราะเป็นเพลงต้น ๆ เลย และเขาก็ใช้เป็นเพลงเปิดโชว์ในการทัวร์ปีนี้ด้วย เพลงนี้เล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของ Sheeran เอง และพาดพิงถึงปราสาท Framlingham ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บ้านเขาด้วย และในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขาก็ถูกเชิญไปเปิดการแสดงที่ปราสาทแห่งนี้ด้วยครับ นักวิจารณ์บางคนบอกว่าเพลงนี้เป็นการคัมแบ็คที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเพราะเพลงเหมาะกับการแสดงสดในสถานที่ใหญ่ระดับอารีน่ามาก ๆ ให้อารมณ์เหมือนเพลงของ Coldplay ยุคหลัง ๆ ที่เล่นในผับเล็ก ๆ หรือฮอลคงจะไม่ได้บรรยากาศที่เต็มอิ่มมากพอแล้ว แถมฟังดูแล้วก็มีอิทธิพลของซาวด์แบบวง U2 มาเต็มอยู่เหมือนกันครับ และก็ให้ความรู้สึกถึงวงอย่าง Mumford and Sons ด้วยในบางที เพลงนี้ก็ต้องทำการบ้านให้แม่นนะครับ!

จะไปดู Ed Sheeran live in Bangkok หรือไม่?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg a1efe3d5 aac6 4169 b184 98a4e34df5ff

QUAY