Aekkung 2560/05/19 10:03
Thumb lg usa team

10 แข้งชาวอเมริกันที่ดีที่สุดที่เคยส่งออก!

2118 Pepper

รวมแข้งส่งออกแดนมะกันที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น 10คน

football Major League Soccer USA player Export

ในอดีต มีนักเตะสหรัฐอเมริกาที่ถูกส่งออกไปเล่นยังต่างแดนเพื่อหาประสบการณ์ และรายได้อย่างมากมาย บางคนก็ประสบความสำเร็จจนไม่อยากกลับมาเล่นในลีกบ้านเกิด บางคนก็ต้องคอตกกลับมาเล่นที่ลีกอเมริกาดังเดิม และมีอีกหลายคนที่ยังคงเล่นอยู่ต่างแดน บทความนี้ได้รวบรวมนักเตะอาชีพชาวอเมริกาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ส่งออกไปเล่นยังต่างแดน และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม 10อันดับ มาให้คุณได้อ่านกัน จะมีใครบ้างมารับชมกัน

10.คริสเตียน พูลิสิค

สโมสร : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ / ปี 2015-ปัจจุบัน / กองกลางตัวรุก, ปีก

นักเตะดาวรุ่งชาวมะกันรายนี้ เพิ่งจะเป็นนักเตะส่งออกอย่างสดๆร้อนๆเมื่อ 2ปีก่อน เด็กหนุ่มวัย 16ปีย้ายออกมากจากสโมสรพีเอ คลาสสิค มายังโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ยังษ์ใหญ่แหง่เมืองเบียร์จอมปั้นนักเตะ คริสเตียนได้เข้ามาในฐานะนักเตะU17 ในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 และU19ในเวลาต่อมา โดยในระดับเยาวชนเขาทำประตูไปได้ถึง 10ประตู และ 8แอสซิส จาก 15เกมเท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้ถูกดึงขึ้นไปเล่นในชุดใหญ่ทันทีในช่วงเปิดตลาดนักเตะฤดูหนาว ในเดือนเมษายนปี 2016 ประตูแรกของเขาทำให้กลายเป็นนักเตะต่างแดนที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในบุนเดสลีกาเยอรมัน และหลังจากนั้น 1เดือนพูลิสิคก็ยิงอีกลูก จนทำให้กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงลูกที่ 2ในบุนเดสลีกา ในทีมชาติสหรัฐเขาทำลายสถิติอีกครั้งโดยการเป็นนักเตะที่อายุน้อยสุดที่ยิงในรอบควอลิฟายฟุตบอลโลก ด้วยวัยเพียง 17ปี กับอีก 349วันเท่านั้น และในปัจจุบันเขาคือดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในลีกเยอรมัน

9.ฟาเบียน จอห์นสัน

สโมสร : สปอร์ตเฟรอันเด มิวนิค, 1860 มิวนิค, โวล์ฟบวร์ก, 1899 ฮอฟเฟ่นไฮม์, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค / ปี 1991-ปัจจุบัน / ฟูลแบ็ค, กองกลางตัวริมเส้น

ฟาเบียนอาจไม่ใช่นักเตะที่ส่งออกจากอเมริกาโดยตรง เนื่องจากเขาเติบโตในเยอรมัน และเริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรในเยอรมันตั้งแต่ยังเด็ก แถมยังเคยเป็นนักเตะเยาวชนทีมชาติเยอรมันอีกด้วย เพราะแม่ของเขาเป็นลูกครึ่งเยอรมัน-อเมริกา แต่กับทีมชาติชุดใหญ่จอห์นสันเลือกเล่นให้กับสหรัฐอเมริกาในปี 2011 จากการเรียกตัวไปร่วมทีมของเจอร์แก้น คลิ้นส์มัน อดีตกุนซือทีมชาติสหรัฐอเมริกา แต่สามารถเล่นได้แค่เกมกระชับมิตรเท่านั้นในช่วงแรก(เจอกับคอสตาริกา และเบลเยี่ยม) เนื่องจากยังทำการโอนสัญชาติไม่สมบูรณ์ เกมแรกอย่างเป็นทางการของเขากับอเมริกาคือตอนเจอกับฝรั่งเศสในฐานะตัวสำรองในวันที่ 11 พฤษจิกายน 2011 ในจุดสูงสุดของฟาเบียนอยู่ในชุดที่ได้แชมป์ยูโรU21 ของทีมชาติเยอรมัน ในปี 2009 ปัจจุบันเขายังคงเล่นให้ทีมชาติอเมริกา และค้าแข้งในบุนเดสลีกาเยอรมัน โดยเล่นให้กับสโมสรโบรุสเซัย มึนเช่นกลัดบัค

8.ดามาคัส เบียดสลีย์

สโมสร : พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แรนเจอร์ส, ฮันโนเวอร์ 96, พูเอบลา / ปี 2004-2014 / ปีกซ้าย, วิงแบ็คซ้าย

ดามาคัสเป็นนักเตะที่เคยมาค้าแข้งให้กับสโมสรในยุโรปถึง 4ประเทศ โดยเป็นเวลา 10ปีพอดิบพอดี จากการซื้อตัวของกุส ฮิดดิ้ง กุนซือทีมพีเอสวีในตอนนั้น เพื่อมาแทนที่ของอาร์เยน ร๊อบเบน เขาประสบความสำเร็จตั้งแต่ฤดูกาลแรกทันทีในการช่วยทีมเป็นแชมป์เอเรดิวิซี่ลีก ถ้วยเคเอ็นวีบีคัพในฮอลแลนด์ และป้องกันแชมป์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาลต่อมา จนกระทั่งเขาถูกยืมไปเล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่แห่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่กลับล้มเหลวอย่างมหันต์ ในปี 2007เบียดส์ลี่ย์โยกไปค้าแข้งกับกลาสโกว เรนเจอร์ส และกวาดถ้วยแชมป์ไป 6ถ้วยด้วยกันในเวลาเพียง 3ฤดูกาล ทีมสุดท้ายในยุโรปของเขาคือฮันโนเวอร์ 96 แต่ไม่มีส่วนกับทีมมากนัก จนกระทั่งย้ายไปทีมพูเอบลา สโมสรต่างแดนสุดท้ายของเขา จุดสูงสุดของดามาคัสคือในทัวร์นาเม้นต์คอนคาเคฟโกลด์คัพ ปี 2005 โดยเขาได้โกลเด้นบูท รางวัลของดาวซัลโวทัวร์นาเม้นต์นั้นไปครอง ปัจจุบันเจ้าตัวยังคงเล่นใหเทีมชาติอเมริกา และสโมสรฮูสตัน ไดนาโม ในสหรัฐอเมริกา

7.ทิม ฮาเวิร์ด

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเตด, เอฟเวอร์ตัน / ปี 2003-2016 / ผู้รักษาประตู

จากการโชว์ฟอร์มอย่างร้อนแรงในเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา จนได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ทิมจึงถูกยอดทีมจากเกาะอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเตดซื้อตัวมาเพื่เป็นตัวแทนของฟาเบียน บาร์เตซ เขาประสบความสำเร็จทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรก โดยการคว้าถาดคอมมูนิตี้ ชิลด์ และเอฟเอ คัพ จนทำให้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 2003-2004อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น 2ฤดูกาล ทิมก็คว้าแชมป์ได้อีกครั้งในถ้วยลีกคัพ หลังจบฤดูกาลนั้นเขาก็ถูกปล่อยยืมตัวให้กับสโมสรเอฟเวอร์ตัน และถูกเอฟเวอร์ตันซื้อตัวไปในที่สุด ฮาเวิร์ดยีงโชว์ฟอร์มการเล่นอย่างยอดเยี่ยมกับทีมชาติเช่นกัน โดยเขาได้รางวัลนักฟุตบอลแแห่งปีของสหรัฐอเมริกาถึง 2ครั้ง (2008, 2014) ได้รางวัลโกลเด้นโกรฟของทัวร์นาเม้นต์คอนเฟดเดอเรชั่นคัพ ในปี 2009 และจุดสูงสุดของเขาคือการได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมในทัวร์นาเม้นต์คอนคาเคฟ 3ปีติดต่อกัน (2013, 2014, 2015) และในปัจจุบันเจ้าตัวยังคงเล่นให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา และสโมสรโคโลราโด้ ราปิดส์

6.อีริค ไวนัลด้า

สโมสร : เอฟซี ซาร์บรูคเค่น, โบคุ่ม / ปี 1992-1996 / กองหน้า

อดีตนักเตะทีมชาติสหรัฐอเมริการายนี้ เคยย้ายไปค้าแข้งกับทีมเอฟซี ซาร์บรู๊คเค่น และวีแอลเอฟ โบคุ่ม ในเยอรมัน อีริคในช่วงที่ฟอร์มร้อนแรงนั้นพังประตูให้ทีมชาติจนขึ้นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลสหรัฐอเมริกา
ก่อนที่จะถูกทำลายโดยกองหน้ารุ่นน้องอย่างแลนดอน โดโนแวน ด้วยลูกยิงที่ทรงพลัง และการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม ไวนัลด้าได้ถูกเสนอให้อยู่ในฮอลออฟเฟมของสมาคมฟุตบอลแห่งชาติในปี 2004 จากการที่ไปเล่นให้กับซาร์บรู๊คเค่น ไวนัลด้ายิงไปถึง 8ประตูในครึ่งฤดูกาลแรก ทำให้ได้รับรางวัลผู้เล่นหน้ายอดเยี่ยมแห่งปีของซาร์บรู๊คเค่นไปครอง นับเป็นนักเตะชาวอเมริการายแรกที่ได้รับรางวัลกับทีมที่ไปค้าแข้งต่างแดน โดยในฤดูกาลต่อมาเขายิงไปถึง 14ประตู จาก 25เกม จนทำให้กลายเป็นเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล 1993-94ไปอีกเช่นกัน และเป็นรางวัลแรกของนักเตะอเมริกาอีกครั้งที่ได้จากทัวร์นาเม้นต์ในลีกยุโรป และในปี 1994 เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับโบคุ่มได้ 2ฤดูกาล แต่ไม่มีผลงานเท่าไหร่นัก และกับมาเล่นในลีกอเมริกาอีกครั้ง โดยในปัจจุบันเจ้าตัวรับงานเป้นโค้ชฟุตบอล และผู้บรรยายให้กับช่องFOX Sports 1

5.เคซี่ เคลเลอร์

สโมสร : มิลวอลล์, เลสเตอร์ ซิตี้, ราโย่ วัลเลคาโน่, ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส, เซาท์แธมตัน, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค. ฟูแล่ม. / ปี 1992-2008 / ผู้รักษาประตู

เคลเลอร์เป็นผู้รักษาประตูคนแรกที่ได้ไปเล่นในลีกลาลีกาสเปน บุเดสลีกาเยอรมัน และพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เขาเคยรับใช้ทีมชาติสหรัฐอเมริกาในการไปเล่นในฟุตบอลโลกถึง 4ครั้ง จุดเริ่มต้นในการค้าแข้งต่างแดนคือหลังจากที่เขาไปเล่นในฟุตบอลโลก 1990 มิลวอลล์ได้ซื้อตัวไปเล่นในอังกฤษเมื่อปี 1992 โดยลงเล่นให้กับทีมสิงโตขาวไปถึง 202เกม จนกระทั่งย้ายไปเล่นให้ทีมเลสเตอร์ซิตี้ และได้คว้าแชมป์ครั้งแรกในต่างแดนทันทีกับถ้วยลักคัพในฤดูกาล 1996-97 หลังจากนั้นเคย์ซี่ก็ได้ไปค้าแข้งในสเปนให้กับราโย่เป็นระยะแค่ 2ปีเท่านั้น แล้วก็กลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับท๊อตแน่ม ฮ๊อตสเปอร์ส แต่ก็เล่นได้ไม่นอนก็ตกเป็นเพียงผู้เล่นำรองของพอลโรบินสัน จนต้องถูกปล่อยยืมตัวไปให้กับเซาท์แธมตันในปี 2004 หลังจากนั้นเคลเลอร์ก็มีโอกาสไปค้าแข้งในเยอรมันกับทีมอย่างมึนเช่นกลัดบัค และได้โชว์ฟอร์มเทพอีกครั้งโดยการทำคลีนชีตไปถึง 7เกมติดต่อกัน ช่วยให้กลัดบัครอดจากการตกชั้นสำเร็จ ในปี 2007 เคลเลอร์ได้กลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งกับเจ้าสัวน้อยฟูแล่ม เพื่อเป็นตัวสำรองให้กับอันติ นีมี่ผู้รักษาประตูตัวหลัก โดยลงเล่นไปเพียงแค่ 13เกม ก่อนจะกลับมาค้าแข้งในลีกบ้านเกิดอีกครั้ง ตำนานผู้รักษาประตูรายนี้เคยได้รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของอเมริกาถึง 3ปี (1997, 1999, 2005) ปัจจุบันเคลเลอร์มักถูกเชิญไปเป็นนักวิเคราะห์รับเชิญทางช่องESPN

4.คลินท์ เดมพ์ซี่

สโมสร : ฟูแล่ม, ท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส / ปี 2007-2013 / กองหน้า

ว่าที่ดาวซัลโวสูงสุดคนต่อไปของทีมชาติสหรัฐอเมริกา คลินท์เคยไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอังกฤษกับทีมอย่างท๊อตแน่ม ฮ๊อตสเปอร์ส และฟูแล่ม ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงกับทีมนิวอิงแลนด์ รีโวลูชั่น ทำให้ถูกทีมเจ้าสัวน้อยดึงมาร่วมทีมในราคาเพียง 4ล้านปอนด์เท่านั้น แต่นั่นก็เป็นสถิติของนักเตะอเมริกาที่ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกในค่าตัวที่แพงที่สุด และมีส่วนช่วยให้ฟูแล่มรอดพ้นจากวิกฤติตกชั้นได้สำเร็จ โดยเดมพ์ซี่ย์ได้อยู่ในชุดที่ฟูแล่มเป็นม้ามืดเข้าไปเป็นรองแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีกในฤดูกาลที่ 2009-10 คลิ้นท์กลายเป็นนักเตะอเมริกาคนที่ 2ที่สามารถทำแฮตทริกในลีกอังกฤษได้ ต่อจากคริส เคลียลี่ย์ และเป็นแฮตทริกแรกของนักเตะอเมริกาที่สามารถทำได้ในพรีเมียร์ลีก ในเกมที่ฟูแล่มถล่มนิวคาสเซิลไป 5-2 ในเกมสุดท้ายของเขากับฟูแล่มคลินท์สร้างสถิติกลายเป็นนักเตะอเมริกาคนแรกที่ยิงในพรีเมียร์ลีกถึง 50ลูก หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ย้ายออกไปยังรังไวท์ฮาร์ทเลน โดยการเซ็นสัญญาครั้งนั้นทำให้คลิ้นท์กลายเป็นนักเตะอเมริกาที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดตลอดกาล ถึงจะเป็นการค้าแข้งสั้นๆเพียงฤดูกาลเดียว แต่เขาก็ได้รับประสบการณ์เล่นในยุโรปอย่างมากมาย ดาวซัลโวของฟูแล่มในฤดูกาล 2010–11 และ2011–12 รายนี้ปัจจุบันยังคงเล่นให้กับทีมชาติอเมริกา และสโมสรซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์สในลีกบ้านเกิด

3.เคลาดิโอ เรย์น่า

สโมสร : ไบเออร์ เลเวอคูเซ่น, โวล์ฟบวร์ก, แรนเจอร์ส, ซันเดอร์แลนด์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / ปี 1994-2007 / กองกลาง

เป็นนักเตะอีกคนที่ค้าแข้งในต่างประเทศนานทศวรรษ โดยสถานีแรกที่เขาย้ายไปคือไบเออร์ เลเวอคูเซ่น หลังจากจบทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลก 1994 เรย์น่าไม่ค่อยมีโอกาศได้ลงเล่นบ่อยนัก เขาจึงถูกให้ปล่อยยืมไปเล่นกับทีมโวล์ฟบวร์กในปี 1997 ที่นั่นเขากลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นนักเตะอเมริกาคนแรกที่เป็นกัปตันทีมในสโมสรยุโรป หลังจากนั้น 1ปี เรย์น่าได้ย้ายไปยังสโมสรกลาสโกว แรนเจอร์ส เป็นถิ่นที่เขาได้ถ้วยแชมป์เป็นครั้งแรก และครั้งที่สองในลีกยุโรป ในทัวร์นาเม้นต์ลีกสก๊อตแลนด์ และสก๊อตติชคัพ เรย์น่าสามารถทำได้ 1ประตูในเกมควอลิฟายยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกด้วย หลังจากนั้น 1ปี ก็ได้ย้ายมาเล่นในทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กับสโมสรซันเดอร์แลนด์ ด้วยค่าตัว 2.85 ล้านปอนด์ แต่ในปี 2002เขาก็ประสบอาการบาดเจ็บจนทำให้ต้องพักยาวทั้งฤดูกาล 2002-03 และถูกปล่อยมายังทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลถัดมา เรย์น่ายังมีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งทำให้อดลงเล่นใน 6เดือนแรก แต่เขามีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีมเรือใบสีฟ้าถึง 87เกม และยิงประตูได้ 4ลูก ในปี 2007สจ๊วต เพียร์ซก็ได้ตัดสินใจปล่อยตัวเขากลับลีกบ้านเกิดในที่สุด และเจ้าตัวก็ได้ใช้เวลาค้าแข้งต่ออีก 1ปีจนกระทั่งแขวนสตั๊ด หลังจากสหรัฐอเมริกาตกรอบในฟุตบอลโลก 2006 ปัจจุบันเขาดำรงค์ตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรนิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี

2.ฺแบรด ฟรีเดล

สโมสร : นิวคาสเซิล ยูไนเตด, บรอนด์บี้, กาลาตาซาลาย, ลิเวอร์พูล, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, แอสตัน วิลล่า, ท๊อตแน่ม ฮ๊อตสเปอร์ส / ปี 1994-2015 / ผู้รักษาประตู

นักเตะชาวอเมริกันรายนี้ได้เข้ามาค้าแข้งในยุโรปกว่า 2ทศวรรษเลยทีเดียว และยังมีสถิติเป็นผู้เล่นที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอังกฤษติดต่อกันถึง 310เกม ในช่วงที่ค้าแข้งให้กับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, แอสตัน วิลล่า และท๊อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส จนกระทั่งเขาหลุดออกจากทีมในวันที่ 7 ตุลาคม 2012 นอกจากนี้ฟรีเดลยังครองตำแหน่งผู้เล่นที่แก่ที่สุดที่ลงเล่นให้กับแอสตัน วิลล่า ด้วยสถิติ 40ปี กับอีก 4วัน ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2012 เขาทำลายสถิติอีกครั้งโดยการเป็นผู้เล่นที่แก่ที่สุดที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก เหนือจิมมี่ แคนเทรลที่ครองสถิติมากว่า 80ปี แบร้ดเริ่มย้ายมาเล่นในยุโรปตั้งแต่ปี 1995 โดยการยืมตัวของนิวคาสเซิล ยูไนเตด และสโมสรสรบรอนด์บี้ แต่ได้มาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับกาลาตาซาลายแห่งตุรกีในภายหลัง และได้ถ้วยแชมป์เตอกิชคัพติดมือมาอีกด้วย ก่อนจะกลับไปเล่นในถิ่นบ้านเกิดในปีถัดไป ฟรีเดลได้กลับมาเล่นในยุโรปอีกครั้งกับทีมลิเวอร์พูลในปี 1997 ด้วยตำแหน่งเป็นตัวสำรองของเดวิด เจมส์ แต่เขามีโอกาสเล่นในทัวร์นาเม้นต์ยุโรปอย่างยูฟ่าคัพถึง 2เกม ในปี 2000 ฟรีเดลย้ายมายังถิ่นกุหลาบไฟในฐานะตัวหลัก เขาได้คว้าถ้วยแชมป์ได้อีกครั้งในทัวร์นาเม้นต์ลีกคัพในฤดูกาล 2001-02 และสามารถทำประตูได้ด้วยในฤดูกาล 2003–04 หลังจากนั้นเขาก็ให้ใช้เวลาค้าแช้งในพรีเมียร์ลีกอย่างยาวนาน จนกระทั่งแขวนถุงมือในปี 2015 กับไก่เดือยทอง ปัจจุบันฟรีเดลรับงานเป็นผู้จัดการทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดU19

1.แลนดอน โดโนแวน

สโมสร : ไบเออร์ เลเวอคูเซ่น, บาเยิร์น มิวนิค, เอฟเวอร์ตัน / ปี 2000-2012 / กองหน้า, กองกลางตัวรุก, ปีก

ตำนานกองหน้าดาวซัลโวสูงสุดของทีมชาติสหรัฐอเมริกา เป็นอีกคนที่เริ่มค้าแข้งกับทีมไบเออร์ เลเวอคูเซ่นตั้งแต่ปี 1999 แต่ไม่ค่อยได้โอกาสเป็นตัวหลักเท่าไหร่ จึงทำให้ย้ายถูกย้ายไปเล่นกับซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ และโชว์ฟอร์มได้ดี จนกระทั่งกลับไปเล่นในอเมริกาอีกครั้งในปี 2005 สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับทีมแอลเอ แกแล็กซี่ สามารถกวาดถ้วยแชมป์ได้อย่างมากมาย จนไปเตะตาทีมยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์อย่างบาเยิร์น มิวนิค และได้ยืมตัวมาเล่นเป็นเวลา 1ฤดูกาล ซึ่งก็ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก หลังจากนั้นเขาได้มีโอกาสเข้ามาเล่นในพรีเมียร์ลีกอังกฤษครั้งแรกกับทีมเอฟเวอร์ตัน นักเตะรายนี้ยิงได้เพียง 2ลูกเท่านั้นจาก 17เกมกับทอฟฟี่สีน้ำเงิน แต่ในระดับทีมชาติแลนดอนกวาดรางวัลอย่างมากมายอย่าง ดาวซัลโวทัวร์นาเม้นต์คอนคาเคฟถึง 3ครั้ง (2003, 2005, 2013) ได้รางวัลเอ็มวีพีในทัวร์นาเม้นต์นี้ 1ครั้ง (2013) ติดทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ในตำแหน่งกองกลาง และเคยได้รับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลกปี 2002 ปัจจุบันโดโนแวนเข้าร่วมกลุ่มนักลงทุนหนึ่งที่กำลังมองหาสโมสรในเมเจอร์ลีกที่จะเข้าเทคโอเวอร์

Author

Thumb lg 7fe93d15 0040 4f80 84f5 046140f97d49

Aekkung

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Hot boards


ดารา AV สุดแจ่ม
สาวเซ็กซี่พร้อมขยี้หัวใจ

คำค้นหาที่ใกล้เคียง


football Major League Soccer USA player Export