Aya Phong 2560/05/23 12:07
Thumb lg 15820

ถ่อมตัวเกินไปมั้ย? 12 สัญญาณว่าคุณอาจเป็นโรค "รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง"

364 Pepper

อย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจไปก่อนนะคะว่าคุณอาจจะเป็นโรคนี้อยู่รึปล่าว วันนี้เรามี 12 สัญญาณที่จะช่วยคุณตรวจสอบตนเองค่ะ มาดูกันเลยนะคะว่ามีอะไรบ้าง

Imposter Syndrome

เคยรู้สึกบ้างมั้ยว่า บางครั้งแม้มีคนชื่นชมในผลงานที่มาจากความสามารถของคุณเอง แต่ตัวคุณเองกลับรู้สึกปฏิเสธหรือไม่กล้าที่จะยอมรับ ขาดความมั่นใจในตนเอง ถึงแม้คุณจะมีสมองอันฉลาดปราดเปรื่อง แต่กลับชอบหลีกหนีความจริง ไม่กล้าเผชิญโลกภายนอก รู้สึกกลัวทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จในเวลาเดียวกัน อาการเหล่านี้เป็นอาการทางจิตวิทยาที่เรียกว่า "Imposter Syndrome" หรือ "โรคที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง" ซึ่งในปัจจุบันคนเป็นกันมากแต่อาจไม่รู้สึกตัว หรือถึงแม้รู้สึกตัวเองดีแต่ก็ไม่สามารถหยุดพฤติกรรมหรือความรู้สึกนี้ได้
.
อย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจไปก่อนนะคะว่าคุณอาจจะเป็นโรคนี้อยู่รึปล่าว วันนี้เรามี 12 สัญญาณที่จะช่วยคุณตรวจสอบตนเองค่ะ มาดูกันเลยนะคะว่ามีอะไรบ้าง

1. ทำใจยากที่จะยอมรับคำชมจากคนอื่น

สิ่งที่เราพบเห็นกันได้บ่อยๆ ในสังคมปัจจุบันคือคนๆ นึงที่อาจไม่เก่งหรือดีพอที่สมควรจะได้รับการชื่นชม สรรเสริญ แต่กลับมีคนให้ความนิยมชมชอบกันอย่างออกหน้าออกตา แต่สำหรับคนที่เป็น Imposter นั้นกลับตรงกันข้าม เพราะพวกเค้าจะมีอาการที่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ และไม่กล้าพอที่จะยอมรับคำชื่นชม ไม่ว่าจะมาจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือใครๆ คุณไม่สมควรที่จะได้รับเกียรติหรือคำชมนั้นเลย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วคุณออกจะเก่งกาจสามารถเกินมนุษย์มนาเสียด้วยซ้ำไป

2. ชอบยกความดีความชอบให้คนอื่น

นอกจากจะไม่กล้ารับคำชมแล้ว พวก Imposter ยังมีแนวโน้มที่จะยกความสำเร็จที่เกิดจากความสามารถของคุณล้วนๆ ให้กับเพื่อนร่วมงานในทีมหรือคนอื่นๆ เสียดื้อๆ อาการนี้หากดูผิวเผินอาจก้ำกึ่งกับการเป็นคน "อ่อนน้อมถ่อมตน" ซึ่งเป็นค่านิยมที่คนไทยมักถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่ในความเป็นจริงคือคุณมีความรู้สึกกลัวลึกๆ อยู่ภายในใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไม่กล้ายอมรับความสำเร็จนั้นๆ ของตัวคุณเอง

3. ทำงานมากเกินความจำเป็น

เป็นอาการที่ค่อนข้างจะพบได้บ่อยและสามารถสังเกตได้ง่ายที่สุดในกลุ่มคนที่เป็น Imposter ที่จะพยายามทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการทำงาน ถึงแม้ว่างานนั้นจะออกมาดีแล้วก็ตาม แต่ Imposter จะไม่สามารถบังคับหรือหยุดตัวเองให้พอใจกับความสำเร็จนี้ได้ ยังคงเดินหน้าทำต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก บางครั้งอาจดูเหมือนจะดี หากมองว่าคุณเป็นคนที่มีความตั้งใจเต็มร้อยที่จะทำอะไรสักอย่างให้เป็นชิ้นเป็นอัน มีความสำเร็จสูงสุด แต่บางครั้งควรเลือก "เดินทางสายกลาง" ที่มีความพอดีและเพียงพออยู่ด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการกดดันตนเองจนเกินไปนัก

4. คิดว่า "การบีบบังคับตนเอง" จะช่วยผลักดันให้คุณประสบความสำเร็จ

อาการแบบนี้จะเกิดกับคนที่เคยประสบความสำเร็จสูงสุดมาแล้ว ซึ่งพวกเค้าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย "แรงผลักดันจากภายใน" ที่จะนำพาเค้าไปสู่การเป็น "The Best" และพยายามที่จะก้าวไปยืนอยู่ในระดับที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไปอีก เป็น "The Best of The Best" ก็ว่าได้ เพราะพวกเค้าไม่เคยยินดีกับความสำเร็จแบบพื้นๆ บ้านๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้นั่นเอง สำหรับ Imposter นั้น ความสำเร็จต้องแตกต่างจากคนทั่วไป

5. ใครๆ ต่างให้ฉายาคุณว่า "Perfectionist"

เป็นผลพวงจากข้อ 4 จนทำให้คุณเกิดอาการอยากได้อยากเป็น "Superman" หรือ "Superwoman" ที่สามารถเก่งกาจไปเสียทุกเรื่อง ทุกด้าน และทุกสิ่งที่ทำต้อง "เนี้ยบ" และ "เฉียบ" เสมอ จนคุณอาจหลงลืมความจริงหรือสัจธรรมข้อนึงไปเสียสนิทว่า "ความสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงในโลกนี้นั้นย่อมไม่มี" เพราะตราบใดที่คุณยังคงเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา ย่อมต้องมีความผิดพลาดหรือล้มเหลวเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน หากคุณได้ทำอะไรจนสุดความสามารถและคิดว่าดีที่สุดแล้ว ผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่ควรจะต้องวิตกกังวลจนเกินกว่าเหตุมากนัก ซึ่งเป็นผลร้ายกับตนเองมากกว่าผลดี "Let it be" (ปล่อยผ่าน) เสียบ้างก็ได้

6. กลัวความผิดพลาดหรือล้มเหลวจนไม่กล้ากระดิกตัว

โดยพื้นฐานพวก Imposter จะไม่นิยมชมชอบความผิดพลาดหรือล้มเหลว และไม่คิดที่จะสัมผัสกับประสบการณ์ทางความรู้สึกในเรื่องนี้ คุณจะตั้งความหวังกับตัวเองไว้สูงจนเกินจะสอย และพยายามกดดันตนเองเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นให้จงได้ เรียกได้ว่า "กดดันตนเองทุกฝีก้าว" ก็ว่าได้ ยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งกลัวความล้มเหลวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

7. ปกปิดความรู้สึกไม่มั่นใจตนเอง

เป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับ "หญิงเก่ง" โดยพวกเธอพยายามที่จะปกปิดการแสดงออกถึงความรู้สึกไม่มั่นใจตนเองไม่ให้บุคคลภายนอกที่แวดล้อมตัวเธอรับรู้หรือสังเกตเห็นได้โดยง่าย เพราะลึกๆ เธอค่อนข้างจะมีความซับซ้อนในตัวเองอยู่พอสมควร ด้วยความรู้สึกที่ว่าหากแสดงความมั่นใจออกไปแล้ว คนอื่นอาจจับไต๋เธอได้ว่า จริงๆ แล้วเธอนั้นกลับไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย หรือเธออาจรู้สึกไม่มั่นใจในตนเองจริงๆ ก็ได้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงเธอเป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่องและปรีชาสามารถหาตัวจับยากคนนึงเลยทีเดียว

8. แท้จริงแล้วคุณกลัวความสำเร็จ (อีกด้วย)

เป็นความซับซ้อนทางความรู้สึกที่บางครั้งก็ยากที่จะทำความเข้าใจสำหรับพวก Imposter เพราะดูเหมือนว่าพวกเค้าเหล่านี้จะไม่ชอบความผิดพลาดหรือล้มเหลว แต่ในขณะเดียวกัน Imposter เองก็กลัวที่จะประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เพราะ Imposter มีความรู้สึกลึกๆ ว่าแท้จริงแล้วตัวเองไม่เก่ง ไม่เจ๋งพอ หากประสบความสำเร็จในผลงานชิ้นนี้ก็จะได้รับมอบหมายงานชิ้นใหม่ที่ยากกว่าและท้าทายยิ่งกว่าให้มาดูแลอย่างไรล่ะ

9. ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

แม้คุณจะยอมรับว่าเส้นทางชีวิตของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน รูปแบบหรือไลฟ์สไตล์จึงย่อมต้องแตกต่างกันด้วย แต่คุณก็อดไม่ได้ที่จะนำชีวิตคนอื่นมาเปรียบเทียบบนพื้นฐานความเป็นตัวคุณเองเสมอ เช่น คุณมักคิดว่าเพื่อร่วมงานของคุณไม่ทุ่มเทกับงานได้เทียบเท่าคุณเลย ทำไมน้องสาวคุณถึงไม่ใส่ใจกับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองเช่นนี้ ปล่อยบ้านสกปรกรกรุงรังเหลือเกิน ถ้าเป็นบ้านฉันนะ รับรองว่าเนี้ยบและเฉียบไร้ที่ติมากกว่านี้แน่นอน เป็นต้น
.
ด้วยความคิดเหล่านี้ที่มักจะวนเวียนอยู่ภายในหัวของคุณนี่แหละ เห็นอะไรก็ชอบนำมาเปรียบเทียบกับตนเองไปเสียทุกอย่างทุกเรื่อง เลยทำให้คุณรู้สึกว่าตัวคุณเองนั้นไม่ปกติเหมือนคนอื่นๆ สุดท้ายจึงนำไปสู่ภาวะความไม่มั่นคงทางจิตใจตามมาด้วยนั่นเอง

10. คุณคิดว่าความสำเร็จเกิดจากเสน่ห์ในตัวคุณ

ด้วยลักษณะนิสัยของพวก Imposter ที่แท้จริงแล้วเป็นคนเก่งและฉลาด แต่มักจะชอบเอ่ยปากชมคนอื่นๆ ว่าเก่งกล้าสามารถเพียงใดแทนการชมตนเอง จึงทำให้คนอื่นๆ มองว่าเป็นเสน่ห์ของคุณ (ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว คุณไม่กล้าคิดว่าคุณเก่งต่างหากล่ะ) และด้วยความ (ที่ดูเหมือน) อ่อนน้อมถ่อมตนนี่เองทำให้คุณเป็นที่ชื่นชอบของใครๆ จนคุณเองก็พาลคิดไปว่า เวลาที่หัวหน้าหรือใครๆ กล่าวชื่นชมในผลงานของคุณ นั่นเป็นเพราะเสน่ห์ในตัวคุณไม่ใช่ความสามารถ!

11. ชอบพิชิตความสำเร็จที่ยังมาไม่ถึง

เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยสำหรับ Imposter ที่คลั่งไคล้ผลงานระดับ "World Class" หากจะหยิบจะจับอะไรมาทำแล้วล่ะก็พวกเค้าจะตั้งมาตรฐานไว้ซะสูงลิ่ว แต่ดูเหมือนว่ายิ่งตั้งมาตรฐานสูงก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ต่ำที่จะประสบผลสำเร็จ เพราะตัวชี้วัดความสำเร็จของพวก Imposter นั้น ไม่ได้มาจากผลงานที่สำเร็จลุล่วงไปแล้ว แต่มาจากการผลักดันให้ผลงานชิ้นใหม่ที่ยังไม่สำเร็จสมประสงค์ออกมาเลิศหรูดูดีและเว่อร์วังต่างหากล่ะ เรียกได้ว่าเป็นคนที่ชอบความท้าทายและไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่เบาเลยทีเดียว

12. ชอบคิดไปเองว่าตัวคุณนั้นไม่เจ๋งพอ

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของพวก Imposter ที่จะเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ คุณคิดว่าตนเองนั้นไม่เก่ง ไม่เจ๋งพอ และไม่ใช่ของแท้ และหากวันใดที่ความจริงนี้เปิดเผยขึ้นมาล่ะก็ งานต้องเข้าคุณแน่ๆ ! อยากบอกว่าอาการนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในหญิงและชาย มีผลงานวิจัยหลายชิ้นเชื่อว่า 70% ของคนที่เป็น Imposter รู้สึกเจ็บปวดกับความรู้สึกนี้
.
เห็นมั้ยคะว่า "เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ" เพราะนิสัยประจำตัวบางอย่างของพวก Imposter ก็ใช่ว่าจะไม่ดีไปเสียทุกเรื่องใช่หรือไม่คะ เพราะหากคุณสามารถรับมือกับความรู้สึกเหล่านี้และใช้มันให้เป็นไปในแนวทางที่สร้างสรรค์แบบเชิงรุกได้ และไม่แสดงอาการวิตกกังวลกับสิ่งที่คุณเป็นจนเกินกว่าเหตุ ปล่อยใจว่างๆ สบายๆ และปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกของตนเองเสียบ้าง น่าจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อย

คิดว่าตัวเองเป็น Imposter Syndrome หรือเปล่า?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg c8d77243 f65e 41e5 9702 cfbdc2eeda3d

Aya Phong