วันวนัทธ์ 2560/06/02 15:25
Thumb lg 16428

สวยประหาร! 10 คดีโหดที่ลงมือโดยผู้หญิง อุทาหรณ์สอนใจอย่ามองคนที่หน้าตา

3446 Pepper

คดีฆ่าหั่นศพสาวสวย "น้องแอ๋ม" น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ รวมทั้งการที่บรรดาผ...

ฆ่าหั่นศพ เปรี้ยว ฆาตกร ฆาตรกรหญิง

คดีฆ่าหั่นศพสาวสวย "น้องแอ๋ม" น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ รวมทั้งการที่บรรดาผู้ต้องหาล้วนเป็นสาวสวยหน้าตาดี และกระบวนการสังหารที่ไม่ธรรมดา มีการหั่นศพแยกออกเป็นสองท่อนก่อนนำไปฝังดิน

วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพบกับ 10 คดีบันลือโลกที่ฆาตกรหรือผู้ต้องหาได้รับการกล่าวขวัญถึงว่าทั้งสวยและโหดเหี้ยมในคราวเดียวกัน เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้คนในยุคสมัยปัจจุบันว่า...อย่าตัดสินคนจากหน้าตา!!

10. มินดี้ แซงเฮรา

นักศึกษาทันตแพทย์สาวชาวอังกฤษ "มินดี้ แซงเฮรา" (Mindy Sanghera) อายุ 23 ปี ตกหลุมรักนักธุรกิจหนุ่ม "แซร์ อาลี" (Sair Ali) ถึงขั้นยอมเปลี่ยนจากศาสนาซิกซ์มานับถืออิสลามตามชายคนรัก แต่หลังจากแซร์แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของเขา "ซาน่า อาลี" (Sana Ali) อายุ 17 ปี เขาก็ขอให้มินดี้มาเป็นภรรยาคนที่ 2 ตามหลักศาสนาอิสลาม มินดี้เก็บความหึงหวงไว้ แต่เมื่อซาน่าตั้งครรภ์ก่อนทำให้แซร์ต้องให้เวลากับซาน่ามากขึ้น มินดี้ก็ไม่สามารถควบคุมความหึงหวงเอาไว้ได้อีกต่อไป

พฤษภาคม 2007 มินดี้บุกไปที่บ้านของซาน่า หลังทั้งสองถกเถียงกันอย่างรุนแรง มินดี้ก็ใช้มีดพกที่เตรียมไปแทงซาน่าถึง 43 แผล แล้วยังจ้วงแทงไปที่ท้องของซาน่าเพื่อฆ่าเด็กในท้องด้วย

(ซ้าย) มินดี้หลังถูกจับกุม (ขวา) แซร์กับซาน่าในงานแต่ง และมีดที่มินดี้ใช้สังหารซาน่า

9. ดาร์ลีน เก็นทรี

ด้วยดวงตาสีฟ้า ผมบลอนด์ รูปร่างเซ็กซี่สมส่วนเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ ไม่แปลกที่ "ดาร์ลีน เก็นทรี" (Darlene Gentry) จะได้เป็นราชินีงานพรอมตอนไฮสคูล แต่ในวัย 32 เธอกลับกลายมาเป็นฆาตกรเสียอย่างนั้น!

ดาร์ลีนมีชีวิตคู่ที่น่าอิจฉา สามีของเธอ "คีธ เก็นทรี" (Keith Gentry) เป็นช่างอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองมีลูกชายด้วยกัน 3 คน ดาร์ลีนยังคงรักษารูปร่างของเธอเอาไว้ได้เป็นอย่างดีแม้จะมีลูกถึง 3 คน ในขณะที่คีธก็มอบชีวิตที่ดีให้กับดาร์ลีน ไม่มีเค้าลางว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นในชีวิตคู่ของทั้งสอง

06.00 น. ของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2005 ดาร์ลีนโทรแจ้ง 911 ว่าสามีถูกโจรย่องเบายิงเสียชีวิต แต่ตำรวจเห็นความผิดปกติบางอย่าง เช่น ดาร์ลีนซึ่งเป็นนางพยาบาลไม่ได้พยายามช่วยชีวิตสามีเลย รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะดาร์ลีนพยายามซ่อนปืนในสระน้ำ ศาลพิพากษาจำคุกดาร์ลีน 60 ปี เธอสารภาพในภายหลังว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องปัญญาอ่อนและเธอเกิดบันดาลโทสะ ลูกชายสามคนต้องกลายเป็นกำพร้าด้วยอารมณ์ชั่ววูบของผู้เป็นแม่

คีธและดาร์ลีนในวันที่รักยังหวานชื่น

8. อแมนด้า น็อกซ์

"อแมนด้า น็อกซ์" (Amanda Knox) นักศึกษาอเมริกันวัย 20 ปี ไปเรียนต่อที่อิตาลีและเช่าห้องอยู่กับรูมเมทซึ่งเป็นนักศึกษาอังกฤษวัย 21 "เมอเรดิธ เคอร์เชอร์" (Meredith Kercher) แต่แล้วในเดือนพฤศจิกายน 2007 เคอร์เชอร์ก็กลายเป็นศพอยู่ในห้องนอน ศพของเธออยู่ในสภาพกึ่งเปลือย มีแผลถูกแทงด้วยมีดถึง 47 แผล แล้วยังถูกปาดคอจนเลือดนองพื้น และมีร่องรอยการร่วมเพศด้วย

ตำรวจสันนิษฐานว่าสองสาว แฟนหนุ่มชาวอิตาลีของน็อกซ์ และพ่อค้ายาชาวไอเวอรี่โคสต์อีกคนร่วมกันเสพยาและเล่นเซ็กส์เกม จนเลยเถิดไปสู่การฆาตกรรม น็อกซ์และอีกสองหนุ่มถูกจับข้อหาฆาตกรรมเคอร์เชอร์ น็อกซ์ถูกตัดสินจำคุก 28 ปี แต่หลังจากติดคุกไปแล้ว 4 ปีที่อิตาลี ศาลอุทธรณ์ก็พลิกคำพากษาว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากมองว่าขั้นตอนการเก็บหลักฐานของเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ไม่น่าเชื่อถือ

คดีนี้ได้รับความสนใจระดับโลก ส่วนหนึ่งเพราะผู้ต้องหาสวยระดับนางเอก สื่อมวลชนและผู้คนขนานนามให้เธอว่า "Foxy Knox" ซึ่งเป็นสำนวนที่แปลว่าน็อกซ์ผู้มีความสวยเซ็กซี่ยั่วยวน ส่วนเคอร์เชอร์ก็สวยไม่แพ้กัน เธอเคยแสดงมิวสิควีดีโอของนักร้องอังกฤษก่อนจะมาเรียนต่อที่อิตาลี

จากซ้ายไปขวา: อแมนด้าขณะถูกจับกุมในวัย 20 ปี และเคอร์เชอร์ตอนอายุ 21 ปี ก่อนเสียชีวิต

7. แอมเบอร์ ฮิลเบอร์ลิง

7 มิถุนายน 2011 โจชัว ฮิลเบอร์ลิ่ง (Joshua Hilberling) ทหารหนุ่มวัย 25 ปี จากกองทัพอากาศอเมริกัน พลัดตกจากชั้นที่ 17 ของอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในกรุงโอคลาโฮมาที่เขาอาศัยอยู่กับแอมเบอร์ (Amber Hilberling) ภรรยาสาววัย 20 ปี พวกเขาเพิ่งแต่งงานกันเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และเธอกำลังตั้งท้อง 7 เดือน

เพื่อนบ้านบอกว่าพวกเขาทะเลาะกันบ่อยครั้ง แอมเบอร์บอกว่าเป็นเพราะบุคลิกที่แตกต่างกันเกินไปซึ่งเธอมาค้นพบหลังแต่งงาน ไม่กี่วันก่อนการตายของโจชัว ทั้งสองมีปากเสียงกันและแอมเบอร์เขวี้ยงโคมไฟใส่เขาแล้วตีเขาที่ศีรษะ ต้องเย็บถึง 11 เข็ม วันเกิดเหตุทั้งสองทะเลาะกันอีกครั้ง และแอมเบอร์ผลักสามีของเธอพลัดตกหน้าต่าง ร่วงลงมากระแทกหลังคาลานจอดรถเสียชีวิตคาที่ แอมเบอร์ถูกจำคุก เธอแขวนคอตายในคุกในอีก 5 ปีต่อมา

ก่อนฆ่าตัวตายเธอได้ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ "Women Who Kill" ว่า มันเป็นเพราะเธอและโจชัวต่างก็ยังอายุน้อยเกินไป ถ้ามันเกิดขึ้นตอนที่เธอกับเขาเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ เธอเชื่อว่าตนเองและอดีตสามีจะรับมือกับมันได้ดีกว่านี้ และจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

อพาร์ทเม้นต์สูง 23 ชั้นที่แอมเบอร์กับโจชัวอาศัยอยู่ด้วยกัน และเธอผลักเขาตกลงมาจากชั้น 17

6. โจดี้ เอเรียส

"โจดี้ เอเรียส" (Jodi Arias) เซลส์แมนสาวสวยจากแคลิฟอร์เนีย ได้พบกับนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ "ทราวิส อเล็กซานเดอร์" (Travis Alexander) ครั้งแรกในปี 2006 พวกเขาคบหากันฉันคนรักและเลิกกันในปี 2007 ทราวิสบอกโจดี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอเป็นแค่เรื่องทางกายเท่านั้น แต่เขายังคงมีเซ็กส์กับเธอแบบลับ ๆ อย่างต่อเนื่อง โจดี้ยินยอมเพราะหวังว่าสักวันทราวิสจะแต่งงานกับเธอ เธอย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ บ้านเขา แต่เขาไม่เคยต้องการให้เธอเป็นมากกว่าคู่นอน ในที่สุดโจดี้ก็ยอมแพ้และย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่

4 มิถุนายน 2008 โจดี้ขโมยปืนพ่อแล้วขับรถมาหาทราวิสที่บ้าน มีเซ็กส์กับเขาเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเขาเดินไปอาบน้ำเธอบันทึกภาพสุดท้ายของเขาเอาไว้ และภาพต่อมาที่เธอบันทึกคือเลือดที่นองอยู่บนพื้นห้องน้ำ

เพื่อนของทราวิสพบศพของเขาในห้องน้ำหลังตายมาแล้ว 5 วัน ทราวิสถูกยิงที่ศีรษะ ถูกแทงที่ลำตัวอีก 24 ครั้งเป็นอย่างน้อย ลำคอถูกตัดร่องแร่งเกือบขาด โจดี้ถูกจับกุมในข้อหาฆ่าคนโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อน เรื่องน่าเศร้าของเธอกลายมาเป็นซีรีย์โทรทัศน์เรื่อง "Murder Made Me Famous" ในปี 2015

โจดี้กับทราวิส ผู้ชายที่เธอเคยหวังว่าสักวันเขาจะขอเธอแต่งงาน

5. ราเชล เวด

ราเชล เวด (Rachel Wade) สาวน้อยวัย 18 ถูกแฟนหนุ่ม "โจชัว คามาโช" (Joshua Camacho) ทิ้งไปหาสาวน้อยอีกคน "ซาราห์ ลูดแมนน์" (Sarah Ludemann) ในปี 2008 แต่ก็ยังเลิกกันไม่เด็ดขาดจนกลายเป็นรักสามเส้า และกลายเป็นเรื่องกระทบกระทั่งของสองสาวที่รักผู้ชายคนเดียวกัน เป็นเวลาเกือบปีที่สองสาวส่งข้อความด่าทอกัน ลามมาถึงการโพสต์ด่ากันในเฟซบุ๊กและมายสเปซ มีการแจ้งความจับซึ่งกันและกัน

เที่ยงคืนของวันที่ 14 เมษายน 2009 ซาราห์ก็เป็นฝ่ายขับรถมินิแวนของแม่ไปถึงที่พักของราเชล ทันทีที่เห็นหน้ากันสองสาวก็พุ่งเข้าใส่กัน ราเชลใช้มีดทำครัวแทงที่ไหล่และหน้าอกของซาราห์ หลังถูกแทงซาราห์คลานกลับไปที่รถและโทรหาโจชัว บอกเขาว่าเธอเจ็บมาก ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในอีก 1 ชั่วโมงต่อมา

เรื่องน่าเศร้ายิ่งไปกว่า เมื่อความจริงปรากฏในภายหลังว่าแท้จริงแล้วโจชัวคบซ้อนถึงสามคน ผู้หญิงคนที่สามของเขาชื่ออีริน หลังจากซาราห์เสียชีวิตและราเชลถูกจับ อีรินก็ตั้งท้องลูกของโจชัว

จากซ้ายไปขวา: โจชัวกับซาราห์ และราเชลหลังถูกจับ

4. เมแกน มาร์ทเซ่น

"เมแกน มาร์ทเซ่น" (Martzen) ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรม "เอลล่า" เด็กน้อยวัย 1 ขวบ 5 เดือน เหตุเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 ที่แคลิฟอร์เนีย เมแกนในวัย 16 เป็นพี่เลี้ยงเด็กของครอบครัวนี้ และเธอทำหน้าที่ได้ดีมาตลอดจนพ่อแม่เด็กไว้วางใจ

แต่แล้ววันหนึ่งเมแกนก็โทรหาพ่อแม่ของเอลล่าแล้วบอกว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเอลล่า พวกเขารีบกลับบ้านและพบภาพชวนช็อค ร่างที่บอบช้ำของเอลล่านอนอยู่บนพื้น ตาเหลือกค้าง เอลล่าไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เมแกนพยายามพิสูจน์ว่าเอลล่าพลัดตกจากเตียงเอง ตอนแรกพ่อแม่ของเอลล่าเชื่อคำพูดของเมแกน แต่แพทย์บอกว่าเอลล่าถูกทำร้ายจนสมองบวมก่อนถูกจับโยนลงมาจากที่สูง ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่อย่างใด

เมแกนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอต่อสู้ในชั้นศาล ท่ามกลางกระบวนการยุติธรรมที่่ล่าช้า พ่อแม่ของเอลล่าให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแบบถอดใจว่าพวกเขาให้อภัยเมแกนแล้ว แต่หวังว่ากรรมจะทำหน้าที่ของมัน ล่าสุดเรื่องราวของเมแกนกลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้งเมื่อเธอถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับและขัดขืนการจับกุมเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2017 ที่ผ่านมา

หนูน้อยเอลล่าผู้ไร้เดียงสา

3. มิเชล ไลน์ฮาน

พฤษภาคม 1996 เคนท์ เลพพิงค์ (Kent Leppink) ชาวประมงหนุ่มวัย 36 ถูกยิงเสียชีวิตด้วยฝีมือคู่หมั้นของเขา"มิเชล ไลน์ฮาน" (Mechele Linehan) และรูมเมทของเขา "จอห์น คาแลง" (John Carlin) ซึ่งเป็นคนรักอีกคนของมิเชล ศาลตัดสินจำคุกทั้งคู่ 99 ปี ตอนนี้มิเชลได้รับอิสรภาพ ส่วนจอห์นถูกฆ่าตายในคุก

เคนท์พบกับมิเชล นักระบำเปลื้องผ้าสาวแสนสวยในคลับที่เธอทำงานอยู่เมื่อปี 1994 หลังจากนั้นพวกเขา เคนท์-มิเชล-จอห์น มีความสัมพันธ์แบบสามคนผัวเมียและอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน มิเชลและจอห์นถูกจับกุมหลังการตายของเคนท์ถึง 10 ปี คือในปี 2006 ซึ่งขณะนั้นเธอแต่งงานมีครอบครัวไปแแล้วกับนายแพทย์คนหนึ่ง

ตำรวจสันนิษฐานว่ามิเชลกับจอห์นสมคบกับวางแผนฆ่าเคนท์เพื่อเอาเงินประกันมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์ของเขา โดยมิเชลเปลี่ยนชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นชื่อของตัวเองก่อนการตายของเคนท์เพียงไม่กี่่วัน

เคนท์กับมิเชล

2. เอสติบาลิซ คาร์แรนซ่า

"เอสติบาลิซ คาร์แรนซ่า" (Estibaliz Carranza) สาวสวยชาวเม็กซิกัน-สแปนิช เจ้าของร้านไอศกรีมในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย สังหารสามีของเธอเอง Holger Holz ในปี 2008 สองปีให้หลังเธอสังหารคนรักใหม่ Manfred Hinterberger ซึ่งเป็นเซลส์ขายเครื่องทำไอศกรีมอีกครั้งด้วยความผิดโทษฐานที่พวกเขาไม่สามารถทำให้เธอตั้งท้องได้!!

เธอยิงพวกเขาด้วยปืนกระบอกเดียวกัน แล้วหั่นศพด้วยเลื่อยมอเตอร์ บอกเพื่อนบ้านว่านั่นเป็นเสียงทำงานของเครื่องทำไอศกรีมรุ่นใหม่ ก่อนจะซ่อนศพของพวกเขาไว้ในตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ที่ห้องใต้ดินข้างล่างร้านไอศกรีมของเธอเอง เป็นที่มาของฉายา "Ice-cream Killer" หรือนักฆ่าไอศกรีม

แต่ความลับไม่มีในโลก วันหนึ่งเอสติบาลิซจ้างคนงานมารีโนเวทร้านไอศกรีม แล้วคนงานพบชิ้นส่วนอวัยวะของสองหนุ่มผู้โชคร้าย ตอนเธอถูกตำรวจจับกุมนั้น เป็นวันที่เอสติบาลิซอายุ 36 ปี และเธอเพิ่งทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์สมปรารถนากับคนรักใหม่ของเธอ

(ซ้าย) เอสติบาลิซในวัยสาว
(กลางบน) ร้านไอศกรีมของเอสติบาลิซในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย สถานที่ซุกซ่อนศพ
(กลางล่าง) อดีตสามีและคนรักที่ตกเป็นเหยื่อของเธอ
(ซ้าย) เอสติบาลิซวันสำเร็จการศึกษา

1. เคซีย์ แอนโธนีย์

"เคซีย์ แอนโธนี" (Casey Anthony) เป็นซิงเกิลมัมสุดฮอตของหนูน้อยวัย 2 ขวบ "เคย์ลี แมรี่ แอนโธนี" (Caylee Marie Anthony) ก่อนมีลูกเคซีย์เป็นปาร์ตี้เกิร์ล การมีเคย์ลียทำให้ความสนุกสนานเช่นนั้นหายไปจากชีวิตเธอ

วันหนึ่งในเดือนมิถุนายน 2008 ตายายของเคลีย์เข้าแจ้งความว่าหนูน้อยหายตัวไป ในขณะที่แม่ของเธอกลับจัดงานปาร์ตี้ในระหว่างที่ยังหาตัวลูกไม่พบ ยายของเคลีย์บอกตำรวจว่าเธอได้กลิ่นเหมือนซากศพในรถของลูกสาว

6 เดือนหลังจากนั้นโครงกระดูกของเคย์ลีถูกพบในป่าใกล้บ้านตากับยายของเธอเอง ตุลาคมปีเดียวกันตำรวจบุกจับเคซีย์ในข้อหาฆาตกรรมลูกสาวตัวเอง เธอสารภาพกับทนายความว่าใช้เทปกาวปิดหน้าจนลูกขาดใจตายแล้วซ่อนศพไว้ แต่มากลับคำให้การในภายหลัง คดีนี้กลายเป็นคดีฆาตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 และเคซีย์กลายเป็นหนึ่งในฆาตกรที่คนอเมริกันเกลียดชังที่สุด

ปี 2011 ศาลตัดสินว่าไม่มีหลักฐานเอาผิดเคซีย์ แต่เธอยังมีความผิดฐานให้การเท็จมากมาย เช่น โกหกว่าลูกพลัดตกน้ำตาย หรือพี่เลี้ยงลักพาตัวลูกของเธอไป การตายของหนูน้อยผู้น่าสงสารยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้

หนูน้อยเคย์ลีผู้น่าสงสาร

สุดท้ายแล้ว... คุณค่าของมนุษย์ไม่ว่าหญิงหรือชาย จึงไม่ได้อยู่ที่พวกเขามีรูปร่างหน้าตาสวยงามหล่อเหลาขนาดไหน แต่อยู่ที่ว่าพวกเขามีหัวใจที่งดงามหรือไม่เพียงไรต่างหาก

คุณชอบบทความแนวคดีฆาตกรรมหรือไม่

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 9f1e1d5a f939 4be3 8f9d fc38689aca1b

วันวนัทธ์