QUAY 2560/06/09 14:00
Thumb lg 17223

เก็บเบียร์ยังไงให้อร่อย? 6 วิธีแช่เบียร์อย่างเหมาะสมและถูกต้อง คอน้ำเมาควรรู้

314 Pepper

ไม่มีอะไรจะยอดเยี่ยมไปกว่าการดื่มเบียร์เย็น ๆ ในวันแสนร้อนอีกแล้วครับ (แล้วเมืองไทยก็ร้อนมันตลอดเวลาซะด้วย) และหนึ่งในการทำให้เบียร์รสชาติดีก็คือการเก็บรักษา...

เบียร์ น้ำเมา

1. เก็บเบียร์ให้ถูกท่า

อันนี้ก็เหมือนกับการเก็บไวน์นั่นแหละครับ มันมีวิธีที่ถูกและที่ผิดในการเก็บเบียร์อยู่หากต้องการเก็บไว้ให้ได้นาน ๆ ถ้าไวน์ต้องเก็บด้วยการวางขวดนอน เบียร์ก็ต้องวางในท่าตั้งขวดเท่านั้นครับ วิธีนี้จะทำให้เรามั่นใจได้ว่ายีสต์ที่อยู่ในเบียร์จะนอนอยู่ที่ก้นขวดแน่นอน ถ้าวางขวดแบบนอนมันจะไปติดอยู่ตามขอบด้านข้างของขวดแทนซึ่งจะกลายเป็นคราบและไม่มาจับตัวรวมอยู่ในน้ำเบียร์อีกได้ อีกหนึ่งเหตุผลก็คือการเก็บเบียร์ในแนวตั้งจะทำให้เบียร์เกิดการ oxidize ต่ำกว่าด้วย นั่นทำให้เราสามารถเก็บเบียร์เอาไว้ได้นานขึ้นกว่าเดิมครับ

2. เก็บเบียร์ให้ห่างจากแสง

แสงมาเกี่ยวอะไรด้วยกับเรื่องนี้? มันมีเหตุผลของมันอยู่ครับ คือเบียร์เนี่ยถ้าโดนแสงมันจะมีอาการ light struck เกิดขึ้น ซึ่งพอเกิดปฏิกิริยานี้ขึ้นมาแล้วเนี่ยสิ่งที่ตามมาก็คือมันจะออกอาการที่เรียกว่า “skunked” คำเดียวกับที่ใช้เรียกตัวสกั๊งก์ที่ส่งกลิ่นเหม็นนั่นแหละครับ คือเบียร์เราจะเสียรสชาติไปและกลิ่นก็จะไม่ดีด้วย ปกติแล้วถ้าสังเกตดูดี ๆ จะพบว่าขวดเบียร์ที่วางขายกันมีอยู่ไม่กี่สีคือ เขียวเข้ม และ น้ำตาลเข้ม เพราะสองสีนี้จะป้องกันแสงไม่ให้ส่องมาถึงเบียร์ได้ดีที่สุดครับ โดยเฉพาะสีน้ำตาลเข่้มนี่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการใช้ผลิตขวดเบียร์แล้ว

3. แช่ในอุนหภูมิที่เหมาะสม

ถ้าแสงทำร้ายเบียร์ได้ ความร้อนก็ทำร้ายเบียร์ได้เช่นกันครับ ปกติแล้วการเก็บเบียร์จะต้องเก็บไว้ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นแต่ยังไม่ถึงระดับจุดเยือกแข็ง แม้ว่าจะมีคนชอบกินเบียร์วุ้นก็ตาม เบียร์ที่ถูกแช่แข็งไปแล้วเมื่อละลายลงมาจะไม่ได้มีคุณสมบัติและรสชาติดีดังเดิมครับ แต่ก็เป็นเรื่องที่จุกจิกพอสมควรเพราะเบียร์แต่ละประเภทก็มีอุณหภูมิในการเก็บที่แตกต่างกันออกไปด้วยเหมือนกัน ปกติแล้วจะอยู่ที่ราว ๆ 10-12 องศาเซลเซียสสำหรับพวก bitter, IPA, lambic, stout, doppelbocks แต่ถ้าเป็นเบียร์ประเภทที่แอลกอฮอล์เข้มข้นมาก พวก barleywine, triple, dark ale จะอยู่ที่ 12.8-15.5 องศา ราว ๆ นี้ แต่ถ้าเป็นเบียร์ที่แอลกอฮอล์น้อยอย่าง lager, pilsner, wheat beer, mild, low cal, ฯลฯ จะเก็บที่อุณหภูมิต่ำหน่อย าว ๆ 7-10 องศา อันนี้เก็บในตู้เย็นได้เลยโดยไม่ต้องปรับอะไรมาก

4. รู้ว่าเบียร์จะหมดอายุเมื่อไหร่

เบียร์ก็มีวันหมดอายุเหมือนกันนะครับบ อันนี้เป็นเรื่องที่หลายคนอาจสับสนกับเหล้าได้ อันนั้นยิ่งเก็บยิ่งดี เบียร์แต่ละประเภทก็จะมีระยะเวลาในการเก็บรักษาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็แตกต่างกันออกไปเป็นอย่างมาก มีตั้งแต่ 6-8 เดือนไปจนถึง 25 ปีกันเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ, วิธีการเก็บรักษา, และก็คุณภาพของเบียร์ด้วย เบียร์เกิดมาเพื่อถูกดื่มมากกว่าถูกเก็บครับ! ทิ้งเอาไว้ก็เสียเงินไปเปล่า ๆ นะ เอาออกมากินให้เรียบซะ

โดยทั่วไปแล้วเบียร์สัญชาติอเมริกันจะเก็ได้ประมาณ 4-6 เดือน ส่วนเบียร์นอกที่นำเข้ากันมาน่าจะเก็บได้เป็นปีครับ ยังไงก็เช็คขวดกันดี ๆ ก่อนดื่มด้วย อีกเรื่องนึงที่ควรทราบก็คือเบียร์พวกแอลกอฮอล์สูง ๆ 7% ขึ้นไปอะไรแบบนี้จะสามารถอยู่ได้นานกว่าด้วยครับ

5. จดบันทึกเบียร์ที่กิน/เบียร์ที่เก็บ

อันนี้เป็นวิธีการที่คนดื่มเบียร์ไทยอาจจะไม่ได้จำเป็นมากนักเพราะมีให้เลือกไม่กี่ยี่ห้อแล้วก็รู้รสชาติกันอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบลองของใหม่หลาย ๆ ยี่ห้ออยู่ตลอดเวลา การซื้อแบบ ดื่ม 1 เก็บ 1 ก็น่าสนใจเหมือนกันนะครับ คือพอเรารู้รสชาติแล้วเราก็โน้ตรายละเอียดของมันเก็บไว้เลย พอมาเปิดตู้เย็นเจอในอนาคตจะได้จำได้ว่าเบียร์ขวดไหนมันมีรสชาติและคุณภาพเป็นยังไง จะได้ไปหาอย่างอื่นมาลองหรือซื้อมาเติมได้ถูกรุ่นด้วย หลังจากนั้นตอนเอาขวดที่แช่ไว้มาดื่มก็น่าจดรายละเอียดไว้ด้วยเหมือนกันนะครับ จะได้รู้ว่าอันไหนควรดื่มเลยหรือว่าควรเก็บกันแน่ เป็นการทดลองสนุก ๆ ไปในตัวด้วย

6. เปิดแล้วต้องดื่มให้หมด!

ข้อสุดท้ายนี้ถือว่าจำเป็นมาก เพราะเบียร์เมื่อเปิดขวดแล้วอายุมันจะสั้นลงอย่างรวดเร็วครับ ไม่มีทางที่จะเก็บไว้ดื่มในวันถัดไปได้ ควรจะกระดกให้หมดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แต่ไม่ต้องตั้งใจกรอกหมดปากนะ!) จริง ๆ ยังมีวิธีนำเบียร์ที่เปิดแล้วแต่ไม่ได้ต้องการดื่มไปใช้ต่ออีกหลายวิธี ไว้จะมาแนะนำกันต่อในบทต่อไปครับ!

คิดว่าข้อไหนทำง่ายสุด?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg a1efe3d5 aac6 4169 b184 98a4e34df5ff

QUAY