R.O.S.E 2560/06/12 10:12
Thumb lg 17275

คุณหัวร้อนแบบไหน? 6 ประเภทอาการโมโหพร้อมวิธีรับมืออย่างอยู่หมัด!

159 Pepper

เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจัดการความหัวร้อนให้ออกไปจากใจ ไม่งั้นจะโดนระเบิดอารมณ์กลับมาใส่ตอนไหนก็ไม่รู้นะ!

อารมณ์ ความเครียด ความโมโห หัวร้อน

สมัยนี้จะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะอารมณ์ร้อนหรือโกรธกันเร็วมาก ตัวอย่างง่ายๆที่เห็นกันประจำ เช่น ขับรถปาดหน้ากันก็ชักปืนออกมาไล่ยิงกันจนเป็นข่าให้เห็นกันในโลกโซเชียลอยู่บ่อยๆ ยิ่งเมืองไทยอากาศร้อน ยิ่งทำให้ผู้คนเกิดอาการหงุดหงิดกันได้มากขึ้นตามลำดับ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าความโกรธต่างๆนั้นแบ่งเป็นแบบไหนกันบ้าง แต่ละอย่างแสดงอาการอย่างไร และสามารถรับมือกับอารมณ์เหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ

1. สไตล์การโกรธแบบ “ระเบิด”

ลักษณะอาการ

“ถ้าเธอทิ้งเสื้อแจคเกตไว้ที่พื้นอีกรอบนะ เราเลิกกัน!” การโกรธแบบนี้อาจจะใช้เวลานานกว่าจะถึงขีดสุด แต่ แต่ แต่ ถ้าถึงจุดเดือดนั้นเมื่อไร เชื่อว่าหลายคนที่อยู่ใกล้คุณคงต้องหาที่หลบระเบิดแทบไม่ทัน!

วิธีการรับมือ

• รอให้หายโกรธเอง

“จากการค้นคว้าและหาข้อมูลมาได้พิสูจน์ว่าการโกรธอย่างรุนแรงนั้นจะเกิดขึ้นและดับไปภายในเวลา 2 วินาที” โดย ดร. เรย์โนล พอตเตอร์-เอฟรอน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการกับอารมณ์โกรธของ Eau Claire รัฐ Wisconsin และเป็นผู้ร่วมเขียนในหนังสือชื่อว่า “Letting Go Of Anger” หลังจากนั้น การโกรธจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยึดมั่นในอาการโกรธ ให้ลองหลับตาแล้วนับ 1-10 ดูซิว่าอารมณ์โกรธจะหายไปหรือไม่

• คุณคือคนควบคุมอารมณ์ของตัวคุณเอง

การที่พยายามรับรู้ถึงอารมณ์ของตัวเอง ณ ขณะนั้น จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีมากขึ้น พยายามคิดว่า “นี่ฉันโกรธเพราะการกระทำบางอย่างของเธอนะ” ยังดีซะกว่าปล่อยให้สมองและอารมณ์วิ่งพลุ้งพล่านไปอย่างบังคับไม่ได้

2. สไตล์การโกรธแบบ “คิดร้ายต่อตัวเอง”

ลักษณะอาการ

“มันเป็นความผิดของฉันเองที่สามีไม่ยอมช่วยเหลืออะไรเลย ฉันเป็นภรรยาที่แย่มาก” คุณจะพยายามโทษตัวเองและคิดว่าตัวเองเป็นคนผิดทุกครั้งในทุกสิ่งทุกอย่าง

วิธีการรับมือ

• ลองตั้งคำถามให้ตัวเอง

ทุกๆครั้งที่คุณมีความรู้สึกอยากโทษตัวเอง ให้ลองเริ่มต้นโดยการถามตัวเองว่า “ใครเป็นคนบอกว่าฉันต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้” และถามตัวเองต่อว่า “ฉันเชื่อแบบนั้นจริงๆมั้ย” แทนที่จะรับผิดชอบในความผิดเองทุกอย่าง

• พยายามฝึกคิดว่าตัวเองมีคุณค่า

ลองเขียนสิ่งที่คุณถนัดและทำมันได้ดีขึ้นมาซิ การฝึกที่จะเคารพในคุณค่าของตัวคุณเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการก้าวข้ามการโทษตัวเองนี้ แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจก็สามารถลองหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในปัญหานี้ได้

3. สไตล์การโกรธแบบ “การหลีกเลี่ยง”

ลักษณะอาการ

“ฉันสบายดีนะ ไม่มีอะไร ทุกอย่างโอเค” ถึงแม้ว่าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกโกรธและหัวร้อนอย่างมาก คุณจะยิ้มและหลีกเลี่ยงที่จะรับมือกับความโกรธนั้น อาการแบบนี้เรียกว่าอารมณ์เก็บกด

วิธีการรับมือ

• ลองถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อสำรวจตัวเอง

ลองจินตนาการดูว่า เพื่อนของคุณคือคนที่ถูกทำร้าย ถูกใช้ให้ทำงานหนักหรือถูกทอดทิ้ง ในความคิดของคุณ เพื่อนของคุณนั้นควรจะรับมือกับเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างไร ลองเขียนเป็นข้อๆขึ้นมาว่าวิธีแบบไหนบ้างที่ควรทำ และลองถามตัวเองว่าทำไมมันถึงโอเคที่เพื่อนคุณจะรับมือด้วยวิธีแบบนั้น แต่คุณคิดว่าไม่โอเคถ้าคุณทำแบบเดียวกัน

• ลองพยายามเผชิญหน้าด้วยความคิดเชิงบวก

มีคนทำให้คุณโกรธหรอ? ลองหาวิธีดีๆและใช้เหตุผลพูดกับเขาดูดีมั้ย แน่นอนว่าเขาคนนั้นต้องแปลกใจหรือแม้กระทั่งโกรธเพราะคำพูดของคุณ แต่เชื่อมั้ยว่าไม่นานเขาก็จะลืมมันไป ดร. พอตเตอร์ เอฟรอน กล่าวว่า “การหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าสามารถทำลายความสัมพันธ์อันดีที่คุณมีต่อครอบครัวหรือเพื่อนได้มากกว่าการเปิดเผยอารมณ์โกรธที่คุณมี”

4. สไตล์การโกรธแบบ “พูดถากถางหรือเสียดสี”

ลักษณะอาการ

“มันโอเคนะที่เธอมาสาย ทำให้ฉันมีเวลาอ่านเมนูตั้ง 40 รอบแหน่ะ” คุณจะหาวิธีพูดจนคุณรู้สึกสะใจปิดท้ายด้วยรอยยิ้มหวานๆ

วิธีการรับมือ

• พูดให้หนักแน่นและชัดเจน

สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมาโดยเฉพาะการพูดกับเด็กบางคน เช่น เมื่อคุณพูดว่า “การกระโดดบนโซฟามันไม่โอเคนะ” จะสามารถทำให้เด็กเข้าใจได้มากกว่าเวลาที่คุณพูดว่า “ไม่เป็นไร ฉันก็แค่เอาโซฟาราคา 2000 เหรียญไปเก็บไว้ข้างๆเพื่อรอโซฟาตัวใหม่”

• พูดออกมาก่อนที่จะอารมณ์ขุ่นมัว

การที่พูดในสิ่งที่คุณรู้สึกไม่ดีกับมันออกมาก่อนที่จะถึงจุดสิ้นสุดของความอดทนจะสามารถช่วยลดหรือป้องกันการพูดจาในแนวถากถางได้

5. สไตล์การโกรธแบบ “แสดงออกตรงกันข้าม”

ลักษณะอาการ

“โอ๊ะโอ นี่ฉันลบเกมส์แข่งเบสบอลไปหรอเนี่ย ^_^” คุณจะไม่ซ่อนหรือเก็บอารมณ์โกรธ แต่คุณจะแสดงออกในทางตรงกันข้าม

วิธีการรับมือ

• อนุญาตให้ตัวเองรับรู้ถึงอารมณ์โกรธ

ลองบอกตัวเองดูว่าอารมณ์โกรธที่มีนั้นคือการที่คุณเบื่อที่โดนกดดัน การแสดงออกในทางที่ดีนั้นโอเค แต่ความก้าวร้าวนั้นไม่โอเค

• การเพิ่มความกล้าให้กับตัวเอง

แทนที่จะบอกว่า “ลืม” เอารายงานมาส่งหรือเข้าประชุมสาย ลองรวบรวมความกล้าและบอกหัวหน้าไปว่าเขาให้งานคุณทำเยอะเกินไป หรือคุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน แรกๆมันอาจจะไม่ง่ายนะ แต่มันก็ดีกว่าการที่ต้องไปนั่งหางานใหม่นะ

6. สไตล์การโกรธแบบ “เป็นนิสัย”

ลักษณะอาการ

“ฉันเบื่อมากเลยที่เธอชอบมายืมใช้ที่เย็บกระดาษของฉันเนี่ย ไปซื้อของตัวเองได้แล้ว!” ความโกรธนี้ส่วนใหญ่จะไม่ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มันเหมือนคุณจะรู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา และจะหายไปเมื่อคุณปิดมันโดยไม่รู้ตัว

วิธีการรับมือ

• ขุดไปให้ลึกถึงก้นบึ้งของความโกรธ

ลองคิดดูดีๆว่า คุณโกรธในเรื่องอะไรกันแน่? ถ้าคุณคิดดีๆ คุณอาจจะไม่ได้โกรธที่เขามายืมที่เย็บกระดาษของคุณ หรือทิ้งถุงเท้าสกปรกไว้ที่พื้น หรือเรื่องอะไรเล็กน้อยที่ทำให้คุณหงุดหงิด ถ้าคิดไม่ออกด้วยตัวเองอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

• เปลี่ยนความโกรธให้เป็นเบาะแส

ให้รับรู้ถึงอารมณ์โกรธและการกระทำนั้น เวลาที่คุณโกรธ คุณกำมือแน่น เดินวนรอบห้อง ด่าคำหยาบคาย หรือกัดฟันหรือไม่? เวลาที่คุณรู้สึกตัวว่ากำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่ ให้พยายามปรับเปลี่ยนท่าทางและหาอะไรอย่างอื่นทำแทน

ที่กล่าวมาเหล่านี้คือ 6 ประเภทของการโกรธ ลองสำรวจตัวเองกันดูนะครับว่าจัดอยู่ไหนประเภทไหนกันบ้าง? ถ้าคุณรู้ประเภทของตัวเองก็สามารถลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาอารมณ์โกรธของคุณในเบื้องต้นได้ การโกรธนั้นไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา มีแต่ตัวคุณเองที่จะรู้สึกไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นลองใจเย็นๆ นับ 1-10 แล้วหวังว่าจะช่วยให้อารมณ์คุณดีขึ้นนะครับ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า บ๊ายบาย

บทความนี้มีประโยชน์มั้ย?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 82558b4d 699e 444e 8b0a 8dcfeffde598

R.O.S.E