Supansa 2560/06/16 10:20
Thumb lg 17538

สุขุม นุ่ม รุ่มร้อน! 10 ยี่ห้อวิสกี้ที่ผู้ชายสไตล์จัดจ้านควรลองให้ครบ

577 Pepper

เพราะความเท่ไม่ได้จำกัดอยู่ในแค่เหล้า, เบียร์, หรือไวน์เท่านั้นครับ ความคลาสสิกยังไงก็ต้องวิสกี้เลย!

วิสกี้ เครื่องดื่ม สุรา

วิสกี้ (เขียนอังกฤษแบบสก๊อตว่า "whisky" และ เขียนอังกฤษแบบไอริชว่า "whiskey") หมายถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิด ที่กลั่นจากธัญพืชซึ่งหมักเอาไว้ แล้วเก็บรักษาไว้ในถังไม้ (ปกติจะเป็นถังไม้โอ๊ก) เป็นเวลานานหลายปี ยกเว้นวิสกี้ที่ทำจากข้าวโพดในสหรัฐอเมริกาที่ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาแบบเมื่อสักครู่นี้ ธัญพืชที่ใช้ทำวิสกี้มีทั้ง ข้าวบาร์เลย์ ข้าวมอลต์ ข้าวไรย์ ข้าวสาลี และข้าวโพด เป็นต้น

แต่เอ๊ะๆๆ เห็นแบบนี้แล้ว เรายังไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยนะคะ ว่าวิสกี้ มาจากที่ไหนกันแน่

ประเภทต่างๆ ของวิสกี้

1. Scotch Whisky ผลิตจากประเทศสกอตแลนด์ เป็นวิสกี้ที่นิยมดื่มกันมากที่สุด
2. American Whiskey ผลิตจากประเทศอเมริกา เรียกอีกอย่างว่า Bourbon Whiskey (อ่านว่าเบอร์เบิน วิสกี้)
3. Irish Whiskey ผลิตจากประเทศไอร์แลนด์
4. Canadian Whisky ผลิตจากประเทศแคนาดา
5. Welsh Whisky ผลิตจากประเทศเวลส์
6. Japanese Whisky ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น

วิธีดื่มวิสกี้ให้ไ้ดรสชาติ

แหล่ง: https://www.youtube.com

10 แบรนด์วิสกี้น่าลอง!

10. Jack Daniel’s No. 27 Gold

Jack Daniel รุ่นคลาสสิคนี้ได้ชื่อมาจากการหมักในถังไม้สองขั้นตอนและการบ่มสองขั้นตอน Jack Daniel’s No. 27 ผ่านการเก็บนานเป็นพิเศษในถังไม้เมเปิลสีทอง และบ่มด้วยถ่านไม้ถึงสองครั้ง ทำให้ได้วิสกี้ที่มีกลิ่นหอมของไม้เมเปิล และรสชาติที่กลมกล่อมเรียบลื่นในตอนท้าย Jack Daniel’s No. 27 เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ผลิตในจำนวนจำกัด ส่วนเรื่องราคาก็ชิลๆ แค่ขวดละ 4,000 บาท+ เอง

9. Maker’s Mark Bourbon Whisky

เบอร์เบินวิสกี้แบบแฮนด์เมด รสชาติพิเศษและเต็มอิ่ม ผ่านกรรมวิธีที่พิถีพิถันด้วยวิธีซาวร์แมชแบบเก่า ก่อนที่จะซีลให้สนิทด้วยครั่งสีแดงซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น Maker’s Mark Bourbon Whisky รสชาติเต็มอิ่ม เปี่ยมด้วยกลิ่นหอมจากเครื่องเทศแห้ง บาร์ลีย์มอลต์ น้ำมันจากถั่ว บัตเตอร์สก็อตช์ และสวีทวานิลลา

8. Woodford Reserve

Woodford Reserve คือเบอร์เบินระดับพรีเมียมแสนพิเศษ ผลิตในจำนวนน้อย เปรียบเสมือนช่อดอกไม้งามที่ส่งกลิ่นหอมชัดเจนของสวีทวานิลลา และกลิ่นที่ผสมผสานกันของผลไม้สีเข้ม อีกทั้งยังมีกลิ่นอบอุ่นจางๆ ของบัตเตอร์สก็อตช์และซินนามอน บอดี้เข้มข้นเต็มอิ่ม มีรสชาติของเอสเปรสโซ่ เครื่องเทศเมืองหนาว และแป้งข้าวไรย์

7. Johnnie Walker Platinum

Johnnie Walker Platinum เป็นวิสกี้เบลนด์รสชาติยอดเยี่ยมจาก Johnnie Walker มีกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของมาราสชิโนเชอร์รี ทอฟฟี่อุ่น คาราเมลอบ และกลิ่นกรุ่นที่ได้จากการรมควัน รสชาติเข้มข้นออกหวานและมีบอดี้ที่อุ่นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีรสชาติของวานิลลาจัดจ้านและซินนามอนที่แทรกอยู่อย่างนุ่มนวล

นอกจากนี้ ทาง Johnnie Walker ก็ยังมีวิสกี้อีก 5 แบบให้ได้ลิ้มลองกัน คือ Red Label, Black Label,Double Label, Gold Label, และ Blue Label (แพงม๊าก และมีไม่กี่สิบขวดในโลก) อย่างเราๆก็จะคุ้นกับ Red Label และ Black Label กันใช่มั้ยคะ เพราะว่าราคามันไม่เท่าไหร่เอ๊งงงงงง

6. Glengoyne Single Malt Whisky 15 Year Old

ซิงเกิลมอลต์รสหวานกลมกล่อมที่่ผ่านการเก็บนานถึง 15 ปี จาก Glengoyne ทำจากข้าวบาร์ลีย์ตากแห้งในอากาศ ดังนั้นจึงไม่มีกลิ่นของถ่านหินอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่มีกลิ่นหอมที่ผสมผสานกันระหว่างลูกกวาดรสมะนาว บัตเตอร์สก็อตช์ และน้ำตาลเดเมรารา ซิงเกิลมอลต์อายุ 15 ปี จาก Glengoyne มีรสชาติออกมันในจิบแรก พร้อมด้วยรสชาติของท็อฟฟี เนย วอลนัต และมะนาว

5. The Glenlivet 18 Year Old

Glenlivet คือหนึ่งในสก็อตวิสกี้เบลนด์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากที่สุดในโลก นับเป็นวิสกี้ที่มีรสชาติปราณีตและเรียบลื่น มีความซับซ้อนละเอียดอ่อนที่แม้แต่นักดื่มวิสกี้ที่พิถีพิถันที่สุดก็ยังต้องยอมรับ วิสกี้ที่ผ่านการเก็บยาวนานถึง 18 ปีชนิดนี้ได้รับรางวัลสองเหรียญทองในการแข่งขัน International Wine and Spirits Competition

และนอกจากวิสกี้สัญชาติสกอตแลนด์อย่าง Glenlivet 18 ปี ก็ยังมี Glenlivet ที่เป็นปีอื่นๆอีกด้วย ราคานี้ก็เบาๆ ประมาณ 6000 บาทไทยจ้า (เบามาก)

4. The Glenrothes Vintage 1995

Glenrothes Vintage 1995 คือวิสกี้รุ่นแรกจาก Glenrothes ที่ผ่านการเก็บโดยตั้งใจให้มีลักษณะเฉพาะตัวและรสชาติตามที่ออกแบบไว้ ประกอบด้วยรสชาติของแพนเค้กสไตล์อเมริกันที่โรยหน้าด้วยซินนามอนและหยอดด้วยสวีทเมเปิลไซรัป มีรสชาติที่ครบถ้วนในแบบของ Glenrothes ซึ่งอร่อยและเรียบลื่นอย่างน่าประหลาดใจเลยทีเดียว แต่ยังมีอีกหลายเว่อชั่นให้ได้ลิ้มลองกัน คือ 1992 1995 1998 ลักษณะขวดจะเหมือนกันเลย เวลาซื้ออ่านดีๆนะจ๊ะ

3. Smokehead Extra Black 18 Year Old

ซิงเกิลมอลต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้มีบอดี้ที่เต็มอิ่มและอร่อยเข้มข้น Smokehead Extra Black 18 ปี ให้กลิ่นหอมที่มาจากถ่านหินอย่างชัดเจน และกลิ่นแห้งๆ ที่ได้จากการรมควัน ผสมผสานกับเครื่องเทศสมุนไพรและผลไม้เมืองร้อนจางๆ รสชาติในปากคือบอดี้ปานกลาง และส่วนประกอบจากเครื่องเทศ ถ่านหิน และสวีทช็อกโกแลตอีกเล็กน้อย รสชาติในตอนปลายที่อ้อยอิ่งอยู่บนลิ้นคือรสชาติของโกโก้และผลไม้รสหวาน ถ้าเปรียบเทียบกับผู้หญิงก็เหมือนผู้หญิงที่ลึกลับน่าค้นหา แต่ภายในช่างหอมหวานน่าสัมผัส

2. Glenmorangie 25 Year Old

Glenmorangie 25 ปีที่อยู่ในแพ็คเกจสวยงาม เหมาะสำหรับเก็บไว้ดื่มในโอกาสพิเศษ ให้รสชาติของผลไม้สีเข้มและมอลต์เมืองร้อน มีกลิ่นหอมของลูกพลัมเคี่ยว ผลเบอร์รีสุก และดอกไม้แห้ง รสชาติในตอนต้นนุ่มนวลเป็นครีม จากนั้นจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรสชาติตอนปลายที่ฝาดติดลิ้น

1. The Balvenie 30 Year Old

Balvenie 30 ปีเป็นซิงเกิลมอลต์รสชาติอร่อยปราณีต ใช้เวลาในการเก็บในถังไม้โอ๊กและเชอร์รีแบบดั้งเดิมของอเมริกันนานกว่าเสี้ยวศตวรรษ วิสกี้สุดพิเศษแสนอร่อยนี้ได้รับรางวัล Gold Outstanding ในการประกวด International Wine and Spirits Competition และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นซิงเกิลมอลต์ที่ดีที่สุด Best Speyside Single Malt ในงาน World Whiskies Awards 2013 อีกด้วย

แต่นอกจาก 10 วิสกี้ที่ได้แนะนำกันไปนี้ ก็ยังมีอีกหลายยี่ห้อมากๆๆๆ เลยนะคะ เลยอยากให้ทุกคนได้ลองกันเรื่อยๆ ลองแต่พอประมาณ ทั้งปริมาณ และงบประมาณกันเลยนาจา เพราะถ้าเมาแล้วก็จะชิมไม่รู้เรื่อง คิคิ

และสุดท้ายนะคะ ดื่มไม่ขับกันเด้อจ้า

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 35493c80 b398 4cc1 bb9a e2a62892b02e

Supansa