Hell Land 2560/06/30 10:09
Thumb lg reserve

ไม่หนีไปไหน! 11 แข้งดังที่ยอมติดสนับก้นแม้ไม่ได้ลงเล่น

4466 Pepper

เพราะความเชื่อสินะ ถึงให้นั่ง ถึงให้เป็นตัวเลือกรั้งท้าย นักฟุตบอลแมน ๆ บางคนก็ยังคงไม่ไปไหน

football Substitute

นักฟุตบอลชื่อดังจำนวนไม่น้อยที่ยังอยู่กับทีมเก่าถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยถูกส่งลงสนาม แถมใช่ว่าระดับฝีเท้าอย่างพวกเค้านั้นจะไม่มีที่ไป มันจะมีอะไรไปนอกเหนือกว่าความรัก ความหวัง ความศรัทธา บางทีเงินทองก็ไม่อาจสามารถซื้อพวกเค้าได้เสมอไปหรอกนะ แฟน ๆ เพื่อนร่วมทีม บรรยากาศ และการอยู่ให้เป็นตำนานที่น่าจดจำต่างหาก ที่ให้ความสุขกับพวกเค้ามากกว่าเงินทอง

1. Bastian Schweinsteiger (Manchester United)

ปี 2015-2016 ชไวน์สไตเกอร์ในวัย 31 เริ่มต้นความท้าทายใหม่ให้กับตัวเองหลังจากคว้าแชมป์มันทุกรายการแล้วกับบาเยิร์นมิวนิค แถมการันตีด้วยแชมป์โลก 2014 ชไวน์สไตเกอร์ย้ายมาอยู่กับยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษอย่างแมนฯยู เนื่องด้วยฟาน กัล โค้ชของทีมขณะนั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับเค้า
ชไวน์สไตเกอร์ สวมเสื้อปีศาจแดงลงสนามเป็นตัวจริงให้ทีมไปทั้งหมด 18 ครั้งเท่านั้น แถมส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้นั่งข้างสนามเป็นตัวสำรอง ก็เพราะด้วยฟอร์มที่ไม่ดีเอาซะเลย อีกทั้งยังพ่วงด้วยปัญหาความฟิต ทำให้ฟาน กัล ตัดสินใจไม่สง่ชื่อเค้าเป็นตัวจริงลงสนาม และเมื่อวาระของฟาน กัลหมดลง ในปี 2017 มูรินโญ่เจ้านายใหม่เข้ามาทำทีม บทบาทของชไวน์สไตเกอร์ก็มืดมนมากขึ้นไปอีก เค้าไม่อยู่ในแผนการทำทีม และยังถูกส่งไปซ้อมกับทีมสำรองอยู่บ่อย ๆ
ทั้งนี้ชไวน์สไตเกอร์ ก็ยังไม่ขอย้ายออกจากถิ่นโอล์ดแทรฟฟอร์ด เพราะเค้ายังเชื่อมั่นและขอต่อสู้ต่อไป เจ้าตัวบอกว่าแมนยูไนเต็ดจะเป็นทีมในยุโรปทีมสุดท้ายที่เค้าจะอยู่ และทีมนี้คือทีมเดียวที่ทำให้เค้าย้ายออกมาจาก บาเยิร์นมิวนิคได้ ถึงแม้ว่าจะมีหลายทีมอยากได้ตัวก็ตาม

2. Danny Ings (Liverpool)

เมื่อปี 2015 แดนนี่อิงส์ย้ายออกจากเบิร์นลีย์มาสู่รังหงส์แดงด้วยค่าตัว 6.5 ล้านปอนด์ ชื่อเสียงที่สะสมมาจากเบิร์นลีย์เริ่มหมดลงไปเรื่อย ๆ กับสีเสื้อของลิเวอร์พูล
แดนนี่อิงส์ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลในตำแหน่งกองหน้า แต่โดยส่วนมากเค้าจะลงมาในฐานะตัวสำรอง แต่โชคไม่ดีนักอิงส์ได้รับบาดเจ็บหนักและรักษาอาการอยู่นาน จนกระทั่งปี 2016 เมื่อคลอปป์เข้ามาคุมอาการของเค้าเริ่มดีขึ้นเค้าเริ่มซ้อมกับทีม แต่ไม่วายอาการบาดเจ็บที่เข้าก็กำเริบทำให้ต้องพักยาว 3 เดือน อิงส์จบฤดูกาลนี้ไม่ดีเลยเค้าได้ลงเล่นให้ทีมไปเพียง 6 นัด และเป็นตัวจริงแค่ 3 นัดเท่านั้น
ล่าสุดปี 2017 อิงส์พยายามกลับมา แต่ทีมก็ให้โอกาสเค้ากับทีมชุดเล็กเท่านั้น มิหนำซ้ำนักเตะรายนี้ยังบาดเจ็บซ้ำเพิ่มไปอีกจนต้องพักนานถึง 9 เดือน สถานการณ์ของอิงส์ไม่ดีเลยแต่เค้าก็พยายามจะต่อสู้เพื่อผ่านไปให้ได้ และเจ้าตัวก็หวังว่าจะสามารถกลับมาคืนฟอร์มเก่งเพื่อเป็นตัวหลักให้กับลิเวอร์พูลในฤดูกาลต่อไป

3. Ashley Young (Manchester United)

ตั้งแต่ปี 2011 ยังย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในฐานะนักเตะตัวปีก แรก ๆ ที่เฟอร์กี้ยังอยู่ยังเป็นนักเตะที่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอ แต่เมื่อมาในยุคของมอยส์ยังเริ่มหมดบทบาทลง เค้าได้ลงเล่นให้ทีมไปเพียง 13 นัดเท่านั้น
และเมื่อการมาถึงของฟาน กัล กราฟของแอชลีย์ยังก็ไต่ระดับขึ้นอีกครั้ง เค้าได้ลงเล่นพร้อมโชว์ฟอร์มเป็นที่น่าพอใจจนได้รับการต่อสัญญาจากทีมออกไปอีกถึง 3 ปี
แม้ว่ายังจะได้ลงเล่นบ่อยขึ้นแต่ฟอร์มของทีมกลับอยู่ในช่วงขาลง ครั้นเมื่อการมาถึงของมูรินโญ่แอชลีย์ยังกลับถูกลดบทบาทเหลือเป็นเพียงตัวสำรอง เค้าได้ลงเล่นในฐานะตัวจริงเพียง 2 เกมเท่านั้น นักเตะรายนี้ยังคงพยายามต่อสู้และทำหน้าที่ของเค้าให้ดีที่สุดทุกครั้งที่ได้รับโอกาส ถึงแม้ว่าในขณะนี้มีทีมจากจีนได้พยายามทุ่มเงินเพื่อยัง แต่เค้าก็ยังไม่ยอมย้ายออกจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด

4. Fabian Delph (Manchester City)

นักเตะดาวรุ่งรายนี้แจ้งเกิดกับลีดส์ยูไนเต็ด แอสตันวิล่า ก่อนที่ฟอร์มอันโดดเด่นของเจ้าตัวทำให้ถูกดึงตัวมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ในปี 2015
กองกลางค่าตัว 8 ล้านปอนด์รายนี้ ถูกซื้อมาเพื่อเป็นอะไหล่ของทีมเรือใบสีฟ้าเท่านั้น เพราะเดลฟ์ได้ลงเล่นให้ทีมในฐานะตัวจริงเพียง 8 นัดเท่านั้น และเป็นตัวสำรองไป 20 นัด
แม้ว่าเดลฟ์จะถูกทีมต้นสังกัดวางไว้เป็นเพียงตัวสำรอง แค่เค้าก็บอกว่าเค้ามีความสุขดีกับที่นี่และยังไม่อยากย้ายออกไปที่ไหน แต่หลายคนก็มองว่าฝีเท้าของเค้านั้นดีกว่าการนั่งเป็นตัวสำรองของใครในวัยเพียงแค่ 27 ปี

5. Marco van Ginkel (Chelsea)

นักเตะหนุ่มชาวดัตช์วัยเพียง 24 เริ่มต้นค้าแข้งด้วยการลงเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับทีมวิเทสสโมสรจากฮอลแลนด์ ก่อนฝีเท้าของเค้าจะเข้าตาทีมดังอย่างเชลซีในปี 2013
เชลซีคว้าตัวฟานกิงเคลมาด้วยงบ 8 ล้านปอนด์ กับสัญญา 5 ปี ด้วยหวังว่าจะมาแทนที่แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่โชคร้ายเหลือเกินที่นักเตะหนุ่มรายนี้ลงเล่นไปเพียง 2 นัด ก็ได้รับอาการบาดเจ็บยาวจนต้องปิดเทอมไปตั้งแต่ต้นฤดูกาล
อาการบาดเจ็บที่เป็นอุปสรรคของทำให้เจ้าตัวหลุดจากผังตัวจริงไปโดยปริยาย เป็นเหตุให้เชลซีต้องปล่อยให้ทีมอื่น ๆ ยืมตัวไปไม่ว่าจะเป็นมิลาน สโต๊ค หรือพีเอสวี อีกทั้งในฤดูกาลล่าสุดภายใต้การทำทีมของคอนเต้ฟานกิงเคลก็ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมอีกต่างหาก แต่เค้าก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ออกมา เชื่อว่าเจ้าตัวก็คงพยายามต่อสู้เพื่อคว้าตำแหน่งตัวจริงในทีมกลับมาให้ได้อีกครั้ง

6. Lucas Piazon (Chelsea)

นักเตะหนุ่มกองหน้าชาวบราซิล ผู้มีฉายาว่า "New KaKa" ด้วยฝีเท้าและหน้าตาที่ละม้ายกับกาก้า ลูคัสเติบโตจากการเล่นฟุตบอลให้กับคอริติบาแห่งบราซิล
กระทั่งปี 2011 เชลซีเห็นฟอร์มจากการเล่นของลูคัสที่เซาเปาโลจึงดึงมาร่วมทีม ลูคัสลงเล่นนัดแรกให้เชลซีในฐานะตัวสำรองเพียง 15 นาทีเท่านั้น ก่อนที่จะถูกปล่อยให้มาลาก้ายืมตัวไป
ด้วยวัยเพียง 23 ปี ลูคัสนักเตะหนุ่มดาวรุ่งที่เคยถูกมองว่าอนาคตไกล กลับเป็นเพียงนักเตะตัวยืมให้กับทีมต่าง ๆ ของเชลซีเท่านั้น ก็ได้แต่หวังว่าประสบการณ์การลงเล่นในทีมต่าง ๆ จะกลับมาเข้าตาเชลซีจนทำให้เป็นตัวเลือกหลักของทีมอีกครั้ง

7. Aleix Vidal (Barcelona)

นักเตะแบ็คขวาชาวสเปน รุ่งเรืองขั้นสุดในปี 2014-2015 กับเซบีญ่า ด้วยการคว้าแชมป์ยูโรปา และตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์
ความสุดยอดดังกล่าวทำให้บาร์เชโลนาทุ่มเงิน 18 ล้านปอนด์ดึงตัวมาร่วมทีม แต่เค้าก็เบียดแย่งตำแหน่งจากเจ้าเก่าอย่างอัลเวส แบ็คขวาในขณะนั้นไม่ได้ โดยปีนั้นเค้าลงเล่นไปเพียง 9 นัดเท่านั้น
ฤดูกาลต่อมาอัลเวสอำลาทีมออกไป วิดัลก็ยังคงครองตำแหน่งตัวจริงฝั่งขวานี้ไม่ได้อยู่ดี เพราะถูกขวางด้วยเซร์กี้ โรแบร์โต้ ทำให้วิดัลยังคงต้องนั่งสำรองยาว ๆ ไป ทำให้ฤดูกาลนี้เค้าได้ลงเล่นไปเพียง 3 นัดเท่านั้น
จริง ๆ ระดับฝีเท้าอย่างวิดัลไม่ควรต้องต่อสู้อย่างหนักขนาดนี้เพื่อตำแหน่งตัวจริง แต่ที่นี่คือคัมป์นู การจะได้ตำแหน่งตัวจริงคงต้องกลั่นมากหน่อย หวังว่าฤดูกาลหน้าเราคงได้เห็นวิดัลในตำแหน่งตัวจริงที่บาร์เซโลน่า

8. Juan Iturbe (Roma)

นักเตะอาร์เจนไตน์วัย 23 เล่นในตำแหน่งกองหน้า เคยอยู่กับทีมดังแดนโปรตุเกสอย่างปอร์โตมาก่อน ก่อนที่จะระเบิดฟอร์มสุดยอดกับเวโรน่าโดยยิงไป 8 ประตู ทำให้โรม่าทุ่มเงิน 22 ล้านปอนด์คว้าตัวร่วมทีม
ปี 2014 เจ้าตัวได้โอกาสลงเล่นให้กับโรม่าอย่างสม่ำเสมอ แต่ผลงานกลับไม่รุ่งอย่างที่คาด อิตูร์เบ้ทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้นจากการลงเล่นไปทั้งสิ้น 27 นัด
ฤดูกาลต่อมาโรม่าจึงตัดสินใจปล่อยตัวให้โตริโน่ยืมตัวไปใช้งาน แต่ทว่าความฝืดของเค้าก็ยังคงอยู่ เค้าไม่สามารถดึงฟอร์มอันร้อนแรงกลับมาได้ โรม่าต้นสังกัดก็ยังคงไม่เลือกใช้งาน ปล่อยตัวออกไปให้บอร์มัธ และโตริโน่ยืมอีกครั้ง ตำแหน่งตัวจริงในกรุงโรมของเค้าค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ นอกจากต้องต่อสู้กับฟอร์มของตัวเองแล้ว อิตูร์เบ้ยังคงต้องต่อสู้กับเพื่อนร่วมทีมอย่างเอดิน เซโก, โมฮัมเหม็ด ซาล่า, สเตฟาน เอล ชาราวี อีกด้วย

9. Carl Jenkinson (Arsenal)

นักเตะแบ็คขวาชาวอังกฤษ เริ่มอยู่กับอาร์เซนอลมาตั้งแต่อายุ 18 (ปี 2011) ถึงวันนี้เจนกินสันอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์มาแล้วกว่า 6 ปี ซึ่งระยะเวลานานขนาดนี้แต่แบ็คขวารายนี้กลับได้ลงสนามช่วยทีมไปเพียงแค่ 38 เกมเท่านั้น
แม้ว่าเจนกินสันจะถูกมองว่าเป็นดาวรุ่งอนาคตดี แต่เวนเกอร์กลับให้โอกาสเค้าโชว์ฝีเท้าน้อยมาก กลับให้กาเบรียล เปาลิสต้ามาเล่นแทนตำแหน่ง แม้ว่าตัวเค้าเป็นสำรองในตำแหน่งแท้ ๆ ก็ตาม อีกทั้งยังต้องต่อสู้กับตัวจริงอย่างเบเญรินอีกด้วย
ขณะนี้เจนกินสันถูกปล่อยให้เวสต์แฮมยืมตัวใช้งาน และโชว์ผลงานได้ไม่เลว แต่กระนั้นเวนเกอร์ก็ยังไม่มีทีท่าเรียกเค้ามาเป็นตัวจริงสักที แถมยังให้ไปเล่นกับชุดยู 23 ของทีมอีกด้วย ตอนนี้ยังไม่มีกระแสการย้ายทีมของเจ้าตัวออกมา หวังว่าฤดูกาลหน้าเราจะได้เห็นฝีเท้าของเค้าในฐานะนักเตะตัวจริงกันบ้าง

10. Fábio Coentrão (Real Madrid)

นักเตะแบ็คซ้ายชาวโปรตุเกส ย้ายมาอยู่กับทีมราชันย์ชุดขาวตั้งแต่ปี 2011 โคเอนเทราได้รับการทุ่มเงิน 30 ล้านปอนด์จากมาดริด เนื่องด้วยฟอร์อันสุดยอดจากฟุตบอลโลกปี 2010
จากเบนฟิกามาอยู่มาดริดภายใต้การคุมทีมของมูรินโญ่ขณะนั้น โคเอนเทราถูกวางไว้เป็นตัวสำรองของมาเซลโล การลงเล่นของเค้าจึงไม่สม่ำเสมอ เค้าลงเล่นไปทั้งหมด 46 นัดใน 3 ปีช่วงยุคของมูรินโญ่
จากนั้นบทบาทของโคเอนเทรากับทีมเริ่มลดน้อยจนเลือนหายไปเรื่อย ๆ เพราะเค้าไม่อยู่ในแผนการทำทีม โคเอนเทราจึงถูกปล่อยให้โมนาโกยืมตัวไปใช้งานในปี 2015-2016
โคเอนเทรายังคงอยู่กับมาดริดต่อไปแม้เค้าจะอยู่ในฐานะนั่งยาว ๆ แม้อย่างในปีล่าสุดเค้าได้ลงเล่นให้มาดริดไปเพียง 22 นาทีก็ตาม

11. Ole Gunnar Solskjær (Manchester United)

นักเตะหน้าเด็กชาวนอร์เวย์ ย้ายจากโมลด์สโมสรบ้านเกิดมาอยู่กับผีแดงตั้งแต่ปี 1996 โซลชาร์นักเตะกองหน้าที่ลงเล่นให้แมนยูไปทั้งหมด 235 นัด ทำไปทั้งสิ้น 91 ประตู
นักเตะรายนี้อยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตั้งแต่ปี 1996-2007 โดยเค้าจะถูกรู้จักจากแฟนบอลเป็นอย่างดีในฐานะ Super Sub ประจำทีม โซลชาร์มักเป็นนักเตะตัวสำรองแล้วลงมาทำประตูสำคัญ ๆ ให้ทีมได้บ่อยครั้ง และครั้งที่หลายคนน่าจะจำได้ดีก็คือการยิงประตูนำ 2-1 ในช่วงทดเวลาเจ็บแล้วเอาชนะบาเยิร์นคว้าถ้วยแชมป์เปียนลีกมาครองสำเร็จ
โซลชาร์คือนักเตะที่เป็นตัวอย่างของการจงรักภักดีต่อทีมตัวจริง ต่อให้เค้าต้องนั่งเป็นสำรอง จะได้ลงเล่นหรือไม่ก็ตาม เค้าไม่เคยเรียกร้องหรือคิดย้ายออกจากทีมเลย เค้าคิดแต่จะทำผลงานและหน้าที่ให้ดีที่สุด
กระทั่งปี 2003-2004 โซลชาร์ได้รับบาดเจ็บจนต้องพักรักษานานถึง 5 เดือน และการบาดเจ็บครั้งนี้ก็ทำให้เค้าไม่เหมือนเดิม ในที่สุดปี 2007 เค้าก็ประกาศแขวนสตั๊ดไปกับทีมแมนฯยู

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 5f0adc8e 6017 4143 b4cf 70218385bae1

Hell Land