NatZond 2560/06/26 10:56
Thumb lg cocain

รวม 10 ดาวดังลูกหนังมั่วยาจนชีวิตดิ่งเหว!

13236 Pepper

การใช้สารต้องห้ามที่ทำให้อาชีพนักฟุตบอลเกือบโดนลืมไปตลอดชีวิต

football Drug

การมีเงินทองเยอะแยะมากมาย ก็ใช่ว่าจะทำให้มีความสุขอย่างเดียวเสมอไป หากใช้ไม่เป็นหรือไปใช้ไม่ถูกทาง ก็อาจก่อให้เกิดความทุกข์อย่างแสนสาหัสได้เช่นกัน อย่างอาชีพนักฟุตบอล ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่แม้จะได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล มากขนาดที่คนธรรมดาอย่างเราๆ ทำทั้งชีวิตยังได้ไม่เท่ากับเงินที่พวกเขาได้รับเพียงแค่สัปดาห์เดียวเลย แต่ก็มีบางรายที่หลงระเริงเอาเงินไปใช้แบบผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นการพนันหรือซื้อบริการทางเพศ จนเป็นข่าวฉาวโฉ่อยู่บ่อยครั้ง แต่ที่หนักสุดๆก็คือการเข้าไปพัวพันกับยาเสพติด และเราก็มีตัวอย่างของ 10 นักเตะชื่อดังที่เคยโดนจับว่าเล่นยา

10. มาร์ค บอสนิช

อดีตผู้รักษาประตูชาวออสเตรเลีย ที่เคยถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตราหน้าว่าเป็นตัวอย่างของนักเตะที่ไร้ความเป็นมืออาชีพแบบสุดๆ เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ที่โดนตรวจพบว่าเสพโคเคน ก่อนจะโดนตัดสินลงโทษแบนจากวงการลูกหนังเป็นเวลานานถึง 9 เดือน

ภายหลังจากถูก ยูไนเต็ด ยกเลิกสัญญาหลังลงเฝ้าเสาไปเพียงแค่ 3 นัด เจ้าตัวก็ย้ายไปค้าแข้งกับทีมอย่าง ซิดนีย์ ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2001 แต่ก็อยู่กับทีมดังประจำกรุงลอนดอนได้เพียงแค่ปีเดียว เจ้าตัวก็มามีปัญหาเรื่องยาเสพติด จนทำให้ชีวิตนักฟุตบอลของเขาต้องพังลงแบบไม่เป็นท่า

9. เจค ลิเวอร์มอร์

ผ่านไปแค่ 1 ปีพอดิบพอดี สำหรับ กองกลางชาวอังกฤษ ภายหลังมีส่วนช่วยพา “เดอะ ไทเกอร์ส” ฮัลล์ ซิตี้ อดีตต้นสังกัด ผงาดเข้าชิงถ้วย เอฟเอ คัพ 2014 กับ อาร์เซน่อล ก่อนจะพ่ายไปอย่างหวุดหวิด 2-3 เจ้าตัวก็มาตกเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ เมื่อตรวจพบสารเสพติดประเภทโคเคนในร่างกาย ซึ่งอันที่จริงบทลงโทษสำหรับนักเตะที่ใช้สารกระตุ้นก็คือการโดนลงโทษแบนยาว 2 ปี แต่ในรายของ ดาวเตะรายนี้ ได้รับการยกเว้น โดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ตัดสินไม่มีบทลงโทษแบนใดๆ เนื่องจากมองว่านักเตะใช้โคเคนเพื่อระงับความเจ็บปวดกับการสูญเสียลูกสาวที่เพิ่งลืมตามาดูโลกได้ไม่นาน

ลิเวอร์มอร์ เริ่มชีวิตค้าแข้งด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในปี 2006 จากนั้นชีวิตก็พเนจรถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะมาลงหลักปักฐานเซ็นสัญญาย้ายมาอยู่กับ ฮัลล์ แบบถาวรในระหว่างปี 2014-17 ภายหลังทำผลงานน่าประทับในในช่วงที่ย้ายมาแบบยืมตัวในช่วงฤดูกาล 2013-14 โดยปัจจุบันเจ้าตัวก็ได้ย้ายมาอยู่สังกัดทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ด้วยสัญญา 4 ปีครึ่ง

8. เอ็ดการ์ ดาวิดส์

ดาวเตะเลือดดัตช์รายนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในโลก ที่มาพร้อมกับสายตาอันเฉียบคมในการอ่านเกมคู่แข่ง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับการยกย่องมาโดยตลอด แต่แล้วจุดด่างพร้อยในชีวิตนักเตะของเขาก็มาเกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อผลตรวจสารกระตุ้นของ “เดอะ พิตบูลล์” เป็นบวก พบสารสเตียรอยด์ ขณะที่ค้าแข้งอยู่กับ “เจ้าม้าลาย” ยูเวนตุส ยอดทีมแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ส่งผลให้โดนลงโทษแบนเป็นเวลา 5 เดือน ก่อนจะถูกปรับลดให้เหลือ 4 เดือนในเวลาต่อมา

มิดฟิลด์เจ้าของความสูง 170 เซนติเมตร เริ่มเข้าสู่วงการลูกหนังในวัย 12 ปี กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก่อนจะได้รับโอกาสประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในปี 1991 จากนั้นก็มีส่วนช่วยนำพาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าแชมป์ลีกดัตช์ 3 สมัย รวมถึงแชมป์ ยูฟ่า คัพ 1992 และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1995 ด้วย จากนั้นเจ้าตัวก็มีโอกาสได้ค้าแข้งกับทีมชั้นนำในทวีปยุโรปมากมาย ทั้ง เอซี มิลาน, ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน รวมไปถึง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

7. แฟร้งค์ เดอ บัวร์

อดีตกุนซือ “งูใหญ่” อินเตอร์มิลาน ยอดทีมแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ก็เคยถูกตรวจพบสารกระตุ้นเหมือนกันเมื่อปี 2001 สมัยยังเป็นนักเตะ ระหว่างที่ค้าแข้งอยู่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า สโมสรชั้นนำในลา ลีกา สเปน กับสารที่ชื่อว่า “นานโดรโลน” โดยแรกเริ่มเดิมทีมีคำสั่งตัดสินลงโทษแบนยาว 1 ปี แต่ไม่นานต่อจากนั้นก็ลงให้เหลือ 3 เดือน ทว่าการโดนแบนนั้นแทบจะไม่ทำให้เขานั้นพลาดการลงสนามเลย เพราะช่วงเวลาที่เขารับโทษนั้นอยู่ในระหว่างปิดฤดูกาลแข่งขันพอดี

ตำนานกองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ใช้ช่วงเวลาส่วนใหญ่อยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยการช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ 5 สมัย รวมถึงแชมป์ยูฟ่า คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย ก่อนจะมาใช้เวลากับ “บาร์ซ่า” อีก 5 ปีในเวลาต่อมา และก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ตหลังจากไปเล่นให้ทีมอย่าง กาลาตาซาราย, กลาสโกว์ เรนเจอร์ส, อัล ราย์ยาน, อัล-ชามาล ในช่วงเวลาสั้นๆ

6. แกรี่ โอคอนเนอร์

ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลสำหรับวงการลูกหนังสกอตแลนด์ สำหรับ แกรี่ โอคอนเนอร์ อดีตกองหน้าทีมวิสกี้ แต่จากนั้นไม่นาน ชีวิตค้าแข้งของเขาก็ตกต่ำแบบดิ่งเหว เนื่องจากความผิดพลาดของตัวเขาเอง กับการตรวจสารเสพติดไม่ผ่าน ซึ่งเป็นสารประเภทโคเคน และถูกตัดสินลงโทษแบนเป็นเวลา 2 เดือน แต่แม้เรื่องราวเขาจะไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาให้ได้ยินได้ฟังมากนัก แต่นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างของการเดินทางผิดจนทำให้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ดับวูบลงไปเฉยๆ

โอคอนเนอร์ วัย 34 ปี เริ่มต้นค้าแข้งกับ ฮิเบอร์เนี่ยน ที่ซึ่งเขาระเบิดฟอร์มสุดยอดในปี 2002 จนถูกเรียกตัวเข้าไปมีชื่อติดทีมชาติสกอตแลนด์ ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี จากนั้นก็ได้ย้ายไปร่วมทีม โลโคโมทีฟ มอสโก ในลีกรัสเซีย ก่อนที่ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ จะซื้อตัวเขากลับมาด้วยค่าตัว 2.8 ล้านปอนด์ ในปี 2007 แต่เนื่องจากการมีอาการบาดเจ็บรุมเร้า ทำให้เจ้าตัวไม่อาจแย่งตำแหน่งตัวจริงในทัพ “ตราลูกโลก” ได้ ส่งผลให้ต้องย้ายไปอยู่กับ บาร์นส์ลีย์ ด้วยสัญญายืมตัวในปี 2010 ต่อมาก็ย้ายไปอยู่กับ ฮิเบอร์เนียน อีกระลอก ต่อด้วย ทอม ทอมส์ค ในลีกรัสเซีย ที่เขาถูกปล่อยตัวหลังจากลงเล่นไปเพียงแค่ 6 นัดเท่านั้น

5. ยาป สตัม

ยาป สตัม อดีตเซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก ในช่วงยุคปี 2000 เป็นหัวใจสำคัญของทัพ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดที่คว้าแชมป์ครบทุกถ้วย ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่ไม่นานหลังจากเขาตัดสินใจโบกมือลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปอยู่กับ ลาซิโอ ทีมดังแดนมะกะโรนี เขาก็ถูกตรวจพบว่าใช้สารกระตุ้นประเภทสเตียรอยด์ ในปี 2001 จนทำให้ถูกตัดสินลงโทษแบนยาว 5 เดือน ก่อนที่เขาจะยื่นอุทธรณ์ผ่านลดโทษแบนลงไปเหลือเพียงแค่ 4 เดือน

ปัจจุบัน สตัม วัย 44 ปี รับงานเป็นกุนซือ เรดดิ้ง ทีมในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ และก็ทำผลงานได้ดีเกินคาดตั้งแต่ฤดูกาลแรก ด้วยการทะลุเข้าไปถึงรอบเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ แต่น่าเสียดายที่พ่ายดวลจุดโทษต่อ ฮัดเดิ้ลส์ฟิลด์ ทาวน์ ไป

4. คริส อาร์มสตรอง

ถือเป็นผู้เล่นรายแรกของพรีเมียร์ลีกเลยที่ไม่ผ่านการตรวจสารเสพติด สำหรับ คริส อาร์มสตรอง กองหน้าชาวเมืองผู้ดี ที่พบว่ามีการเสพย์กัญชา ขณะที่ลงเล่นให้กับ คริสตัล พาเลซ ในปี 1995 ซึ่งที่สุดแล้ว สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ก็อนุญาตให้ หัวหอกวัย 23 ปี ในขณะนั้น กลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง หลังจากเข้ารับการบำบัดไปเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น และภายหลังจบฤดูกาล พาเลซ ก็มีอันต้องตกชั้น อาร์มสตรอง จึงถูกขายไปให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในการย้ายออกจากทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” ในเวลานั้น

อดีตดาวยิง “สิงโตคำราม” ชุด บี เคยลงเล่นให้กับหลายทีมไม่ว่าจะเป็น เร็กซ์แฮม, มิลล์วอลล์, คริสตัล พาเลซ, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ในช่วงระหว่างปี 1989-2005

3. โคโล่ ตูเร่

อดีตกองหลัง อาร์เซน่อล ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก ในปี 2003 อย่าง โคโล่ ตูเร่ ก็เคยถูกสั่งลงโทษแบนในช่วงปี 2011 ภายหลังผลตรวจออกมาเป็นบวก กับการกินยาลดน้ำหนักที่มีชื่อว่า “เบนโดรฟลูเมไธอะไซด์” ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นยาของภรรยา ที่ตนเผลอทานไปโดยไม่รู้ แต่ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวก็ฟังไม่ขึ้น เมื่อสมาคมฟุตบอลอังกฤษ สั่งลงโทษแบน ดาวเตะไอวอรี่ โคสต์ เป็นเวลานาน 6 เดือน

โคโล่ ตูเร่ วัย 36 ปี กำลังค้าแข้งอยู่กับ กลาสโกว์ เซลติก ยอดทีมแห่งสกอตติช พรีเมียร์ลีก หลังถูก ลิเวอร์พูล ปล่อยตัวออกมาเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2015-16 โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิตนักเตะทั้งตอนที่อยู่กับ อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

2. อาเดรียน มูตู

อดีตกองหน้าทีมชาติโรมาเนีย คือหนึ่งในนักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ที่ถูกจับในคดียาเสพติด ภายหลังย้ายเข้ามาอยู่กับ เชลซี ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ พร้อมกับความคาดหวังที่สูงลิ่ว ด้วยค่าตัวสูงถึง 22.5 ล้านปอนด์ ในปี 2003 ต่อจากการระเบิดฟอร์มเทพให้กับ ปาร์ม่า ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดยยิงไปได้ถึง 18 ลูกจากการลงเล่นเพียงแค่ 31 นัดเท่านั้น แต่ก็ผ่านไปได้แค่ปีเดียวกับการย้ายมาด้วยค่าตัวสูงลิ่ว ผลตรวจสารกระตุ้นของ มูตู ออกมาเป็นบวก พบว่ามีสารเสพติดประเภทโคเคน ในเดือนกันยายน ปี 2004 จากนั้น “สิงห์บลูส์” ก็ไม่รอช้า จัดการปล่อยตัวนักเตะพ้นถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทันทีหลังได้รู้ผลตรวจเพียงไม่ถึงเดือน เนื่องจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) จัดการลงโทษแบน สตาร์ชาวโรมาเนีย เป็นเวลา 7 เดือน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังโดน เชลซี สั่งปรับเงินเป็นมูลค่า 2 หมื่นปอนด์อีกด้วย

ปัจจุบัน มูตู ดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของสโมสร ดินาโม บูคาเรสต์ ทีมดังในลีกโรมาเนีย โดยสมัยเป็นนักเตะเจ้าตัวเคยอยู่กับทีมดังอย่าง อินเตอร์ มิลาน, เวโรน่า, ปาร์ม่า, เชลซี, ยูเวนตุส, ฟิออเรนติน่า ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ตอย่างเป็นทางการในปี 2016

1. ดิเอโก้ มาราโดน่า

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากพูดถึงนักฟุตบอลระดับโลกที่มีปัญหาพัวพันกับเรื่องยาเสพติด ชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดคงไม่พ้น ดิเอโก้ มาราโดน่า อดีตกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าผู้ยิ่งใหญ่ เรื่องราวอื้อฉาวของเขาก็ต้องย้อนกลับไปในปี 1991 ตอนที่เขาค้าแข้งอยู่กับ นาโปลี ยอดทีมแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อถูกตรวจพบว่าเขาเสพสารเสพติดประเภทโคเคน จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เขาถูกลงโทษแบนเป็นเวลานาน 15 เดือน จนทำให้เขาต้องถูกบีบให้ออกจากสโมสรในท้ายที่สุด ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เซบีญ่า ในสเปน แต่เรื่องก็ยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเจ้าตัวถูกตรวจพบว่าใช้สารกระตุ้นอีกครั้ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 1994 จนทำให้ต้องถูกส่งตัวกลับบ้าน ภายหลังลงเล่นรอบแบ่งกลุ่มให้กับทัพ “ฟ้า-ขาว” ไปเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น

ตำนานดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ผู้มีความสูงเพียงแค่ 165 เซนติเมตร สร้างชื่อระบือลือลั่นในวงการลูกหนังโลก ด้วยการนำทีมบ้านเกิด คว้าแชมป์โลกได้ในปี 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก ส่วนผลงานในระดับสโมสรในช่วงก่อนที่จะมีเรื่องอื้อฉาว เจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยยังเป็นดาวรุ่ง ก่อนจะย้ายมาสร้างชื่อในทวีปยุโรปกับทีมชั้นนำอย่าง บาร์เซโลน่า และก็นาโปลี

คุณคิดว่านักเตะที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวเรื่องเสพยาควรโดนลงโทษหนักกว่านี้หรือไม่ ?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 52326c13 056d 418f aa7b 7f7321554f1c

NatZond