NeverGiveUp 2560/07/12 10:28
Thumb lg 18959

ทั้งกด! ทั้งดัน! เครียดจนจะเป็นบ้า หยุดปัญหาทั้งหมดได้ด้วย 7 วิธีนี้

385 Pepper

ที่ผ่านมาคุณรับมือกับความกดดันจากชีวิต การทำงาน และปัญหาต่างๆ อย่างไร ต่อสู้กับมันไหวไหมครับ วันนี้ผมมี 7 วิธี ที่จะช่วยหยุดปัญหาความกดดันเหล่านั้นให้กับคุณได้

Positive thinking การทำงาน Life Pressure Depress

ถ้าหากช่วงชีวิตของคุณจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ รอบกาย ที่คุณผ่านมันมาได้อย่างยากลำบาก จนก่อให้เกิดความกดดัน ความกลัว และไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งอะไรใหม่ๆ ท้าทาย ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน หรือ ชีวิตส่วนตัว ผมอยากให้ลองใช้ 7 วิธีต่อไปนี้ เพื่อช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับเรื่องดีเพรสต่างๆที่มันจะถาโถมเข้ามา เราจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ไปด้วยกันครับ!!

1. ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ

คุณต้องเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ บนโลกใบนี้ไม่ได้มีอะไรที่สมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง บางครั้งความสมบูรณ์แบบก็ไม่ได้สวยหรูเสมอไป อย่าให้คำว่า สมบูรณ์แบบ มากดดันความสามารถของตัวเอง อย่าให้คำๆ นี้ มาปิดกันศักยภาพของคุณที่มีอยู่ มองไปยังจุดหมายข้างหน้ายังจุดหมายดีกว่ามองหาความสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว

2. จงมองไปยัง "สิ่งที่จะต้องทำ" มากกว่าสนใจ "ผลลัพธ์" ของมัน

หยุดให้ความสนใจในสิ่งที่คุณคิดว่า มันจะต้องเป็นแบบนี้ แน่ๆ ทั้งๆ ที่คุณยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย แล้วหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำในสิ่งที่อยู่ข้างหน้าของคุณ คิดถึงสิ่งที่จะต้องทำในตอนนี้ เพื่อปรับกระบวนการในการทำงานให้สอดคล้องกับความสามารถและศักยภาพที่คุณมี จะช่วยให้ลดความวิตกกังวลถึงผลลัพธ์ที่มันจะไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อกดดันตัวเองครับ

3. ยอมรับด้านไม่ดีของตัวเอง

จงมองเห็นประโยชน์ของมันครับ การยอมรับด้านไม่ดีของตัวเองนั้น ไม่ได้ทำให้คุณค่าในตัวคุณลดลง แต่ในทางตรงกันข้าม มันกลับสร้างคุณค่ามากๆ ให้กับคุณเองเสียด้วยซ้ำ คุณโชคดีมากแค่ไหนที่มองเห็นและยอมรับในด้านไม่ดีของตัวเอง เพราะนั่นหมายความว่า คุณจะได้มีโอกาสในการแก้ไขและปรับปรุงให้มันดีกว่าเดิม ยิ่งคุณมองเห็น และยอมรับด้านไม่ดีของตัวเองได้เร็วเท่าไร นั่นยิ่งหมายความว่าคุณมีเวลาในการแก้ไขและปรับปรุงตัวเองมากเท่านั้น มันเป็นเรื่องดีครับ คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อผม จนกว่าคุณจะได้ลองลงมือปฏิบัติด้วยตัวของคุณเอง

4. Just do it

คุณไม่ควรสร้างนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ให้เกิดขึ้นกับตัวเองบ่อยๆ เพียงเพราะไม่สามารถรับแรงกดดันเล็กๆ น้อยๆ ได้ ก้าวออกมาค่ะ แล้วเริ่มลงมือทำซะเดี๋ยวนั้น เราเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายนั่นอาจเป็นเพราะคุณเป็นเพียงผู้ตามมาโดยตลอด หรือคุณมีส่วนร่วมในการนำเสนอความคิดของตัวเองน้อยเกินไป จึงทำให้ความมั่นใจในตัวคุณลดลง ก้าวออกมา มันถึงเวลาของคุณแล้ว ลงมือทำมันด้วยตัวของคุณเองในตอนนี้เลยแล้วบอกกับตัวเองว่า คุณทำได้แน่นอนเพียงแค่เริ่มลงมือทำมันซะในตอนนี้

5. คุณควรแยกเรื่องที่ จำเป็น และ ไม่จำเป็น

คุณควรจัดสรรเวลาและลำดับความสำคัญของงานที่จะต้องทำ พิจารณาถึงความเร่งด่วนของงานชิ้นนั้นๆ ควรทำอันไหนก่อน หลัง หรือควรส่งต่องานชิ้นไหนให้คนที่มีศักยภาพมากพอที่จะช่วยคุณได้ อย่าเหมารวมทุกอย่างไว้ที่ตัวคุณเอง ตัดงานชิ้นที่จำเป็นน้อยที่สุดออกไป แล้วเริ่มลงมือทำเรื่องที่จำเป็นที่สุดก่อนเป็นอันดับแรกครับ

6. แบ่งเวลาให้กับการทำสมาธิ และออกกำลังกาย

การทำสมาธิ ผมไม่ได้หมายถึงให้คุณไปใช้เวลามากเป็นชั่วโมงหรือจะต้องไปเข้าร่วมอบรมในกลุ่มต่างๆ เพื่อสร้างสมาธิให้เกิดกับตัวของคุณเอง แต่ใน 1 วัน คุณสามารถทำสมาธิได้ในช่วงเวลาพักเบรก คุณอาจใช้เวลาเพียง 15-20 นาที เพื่อทำสมาธิ สงบนิ่ง รวบรวมสติ กำหนดลมหายใจเข้าออกทบทวนสิ่งต่างๆ เพื่อปรับจูนและสร้างความแข็งแรงให้กับจิตใจไม่อ่อนไหวไปง่ายกับสิ่งเร้าต่างๆ ภายนอก การทำสมาธิคือการออกกำลังกายภายในครับ มันจะช่วยให้คุณมีความแข็งแกร่งภายในจิตใจ ชัยชนะใดๆ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับการชนะใจของคุณเอง
และนอกเหนือจากความแข็งแรงทางด้านจิตใจแล้ว การสร้างความแข็งแรงทางด้านร่างกายจะช่วยให้คุณเป็นคนที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น การออกกำลังกายวันละ 30-45 นาที แน่นอนว่าคุณจะเริ่มต้นกับมันด้วยความเบื่อหน่าย และความเจ็บปวดจากการใช้กล้ามเนื้อ แต่เมื่อคุณทำมันเป็นประจำนั่นหมายความว่าคุณสามารถเอาชนะร่างกายจากความเจ็บปวดภายนอกนั้นได้ มันคือการส่งเสริมความแข็งแรงภายนอกนั่นแหละครับ เมื่อคุณแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ นั่นหมายถึงคุณได้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองเพื่อพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างไม่ต้องหวาดกลัว

7. ให้ตัวเองได้ออกเดินทางเป็นประจำ

ผมแบ่งการเดินทางออกเป็น 2 แบบครับ

ออกเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ

การออกเดินทางไปในที่ที่แตกต่าง มันคือการชาร์ตแบตเตอรี่ให้ตัวคุณเอง การได้ไปพบเห็นที่ๆ แปลกใหม่ คนต่างถิ่น คนแปลกหน้า ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม มันจะช่วยสร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้กับจิตใจของเรา การได้มองเห็นความแตกต่าง เพื่อให้การกลับมาอยู่ในที่ที่คุณคุ้นเคย มีคุณค่ามากขึ้น การออกไปมองเห็นสิ่งที่ดีกว่าที่ๆ เราต้องเผชิญกับทุกมันทุกๆ วัน มันจะเป็นการสร้างพลังและไฟในการทำงานให้มากขึ้น
.
ในขณะเดียวกัน การออกไปเห็นสังคมที่เลวร้าย หรือแย่กว่าเรา มันจะทำให้เรารู้สึกโชคดี และยินดีกับสิ่งที่เรามี
ทำให้เรามองเห็นคุณค่าสิ่งแวดล้อมรอบข้างของตัวเราเองมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะสร้างพลังให้กับเราทั้งนั้นครับ ขึ้นอยู่ที่เราจะมองมันเท่านั้นเอง

ออกเดินทางผ่านตัวหนังสือ

นี่คือสิ่งที่ง่ายที่สุดที่คุณสามารถเริ่มต้นทำมันได้ทันที การเดินทางลักษณะนี้คุณสามารถทำได้ทุกๆ วัน ทุกๆ สถานที่ มีหนังสือมากมายให้คุณเลือกที่จะท่องเที่ยวไปกับมัน หยิบหนังสือสักเล่ม เพื่อเพิ่มเติมประสบการณ์ให้ถนนแห่งการเรียนรู้ได้เดินทางไปในชีวิตของคุณให้มากขึ้น หนังสือจะช่วยสร้างจินตนาการและช่วยปลดความไม่รู้ให้เหลือน้อยลงครับ มันช่วยคุณได้ฮะ เดินไปที่ชั้นหนังสือแล้วหยิบมันออกมาสักเล่ม ตั้งเป้าไว้ว่าวันนี้เราจะอ่านบทไหน เพื่อลดช่องว่างความไม่รู้ที่มันมีอยู่ในตอนนี้ให้เหลือน้อยลงครับ

คุณฌอน บูรณะหิรัญ เคยกล่าวไว้ว่า คุณภาพของชีวิตที่ดี มันอยู่ที่การตีความในความหมายของสิ่งที่เราพบเจอ ถ้าทุกๆ ช่วงการเดินทางของชีวิตเรากำลังพบเจอปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ขอเพียงแค่เราตีความปัญหาเหล่านั้นว่ามันเกิดขึ้นมาเพื่อสร้างเราให้เป็นคนที่มีคุณค่า ชีวิตจึงเกิดปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ขึ้น เพื่อให้ได้เราแก้ไข เพื่อให้เราค้นพบตัวเอง เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองและเข้าใจคนรอบข้าง ขึ้นอยู่ที่เราจะมองปัญหาเหล่านี้ว่า

.
เป็นสิ่งกีดขวาง แล้วปฏิเสธที่จะเผชิญกับมัน
.
หรือ เป็นบันได ให้เราได้เดินก้าวข้ามขึ้นไปอย่างเข้มแข็ง

หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว ผมอยากให้คุณช่วย....

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg b8d03ada ce1e 4ac4 bc8c b60883d9f4e8

NeverGiveUp