Sugar 2560/07/06 15:03
Thumb lg 19192

สายตาช่างแหลมคม! 10 พลแม่นปืนที่เจ๋งสุดในประวัติศาสตร์โลก ยิงมาแล้วนับไม่ถ้วน

524 Pepper

ปืน ใคร ๆ ก็ยิ่งได้ แต่ยิงไกลยิ่งแม่นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำกันได้ครับ มาทำความรู้จักกับสุดยอดสไนเปอร์ระดับพระกาฬกันหน่อยดีกว่า!

Sniper ปืน มือปืน ประวัติศาสตร์

'สไนเปอร์' คือมือปืนสุ่มยิงที่ถูกฝึกมาโจมตีเป้าหมายในระยะไกล พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทั้งความแม่น การสอดแนม และการพรางตัว พวกเขาต้องปฏิบัติการอย่างเงียบเชียบ แยบยล กว่าเป้าหมายจะรู้ตัวก็หมดลมไปแล้ว ทำให้ 'สไนเปอร์' ถือเป็นหนึงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในสงครามทางทหาร มาดูกันว่า 10 อันดับ สไนเปอร์มือพระกาฬในประวัติศาตร์โลก มีใครบ้าง!

#10 Thomas Plunkett (โทมัส พลันเกตต์)

Thomas Plunkett (โทมัส พลันเกตต์)เป็นทหารไอริช ที่ใช้ปืนไรเฟิลยี่ห้อเบเคอร์ (Baker ) สังหารนายพลฝรั่งเศส ออกุสเต-มารี-ฟรังซัว โกลแบร์ต ( Auguste-Marie-François Colbert ) ในระยะประมาณ 600 เมตร และยิงพลแตรของฝ่ายฝรั่งเศสที่เข้าไปช่วยเหลือท่านนายพลขณะใกล้จะสิ้นลม ถือเป็นผลงานที่น่าทึ้งในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 และถ้าหากเปรียบเทียบกับทหารอังกฤษยุคนั้น ด้วยอาวุธปืน Brown Bess พวกเขายิงได้ที่ระยะ 50 เมตร แต่ 'พลันเกตต์' ทำได้ 12 เท่าของระยะทางนั้น

เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1851

#9 Sgt Grace (จ่าเกรซ)

Sgt Grace (จ่าเกรซ) เป็นทหารราบที่ 4 ของจอร์เจียฝ่ายสหพันธรัฐ เป้าหมายของเขาคือนายพลจอห์นเซดก์วิก (Gen John Sedgwick) กับระยะทางประมาณ 1,000 หลา ระยะทางไกลมากสำหรับเวลานั้น นัดแรกเขายิงพลาด ทหารฝ่ายตรงข้ามวิ่งหาที่หลบกันพัลวัน แต่นายพลเซดก์วิกกลับยื่นนิ่ง และตำหนิเหล่าทหารที่หลบกระสุน และยังบอกอีกว่า พวกสไนเปอร์ไม่สามารถยิงช้างได้ด้วยซ้ำในระยะไกลขนาดนี้ แต่แล้วกระสุนนัดที่ 2 ก็ยิงเจาะทะลุใต้ตาขวาของนายพลเซ็ดจ์วิก ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตระดับสูงที่สุดของฝ่ายอังกฤษ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ไรเฟิ้ลที่จ่าเกรซใช้ซุ่มยิงคือไรเฟิ้ลยี่ห้อวิธเวิร์ธ (Whitworth) ที่ผลิตในประเทศอังกฤษ

เสียชีวิตในปี ค.ศ.1864

#8 Charles 'Chuck' Mawhinney (ชาร์ลส์ “ชัค” มอวินนีย์)

Charles 'Chuck' Mawhinney (ชาร์ลส์ “ชัค” มอวินนีย์)เขาทำหน้าที่นาวิกโยธินสหรัฐในเวียดนาม เขายิงเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด 103 คน ในเวลาเพียง 16 เดือน และยังมีอีกราว 216 คนที่ไม่สามารถยืนยันได้ เมื่อเขาออกจากนาวิกโยธินเขาผันตัวเป็นวิทยากรโรงเรียนสอนยิงสไนเปอร์ สถิติระยะซุ่มยิงของ 'ชัค' จะอยู่ระหว่าง 300-800 และหลายครั้งที่เขายิงเป้าหมายจากระยะกว่า 1,000 หลา

เกิดในปี ค.ศ 1949

#7 Rob Furlong (ร็อบ เฟอร์ลอง)

Rob Furlong (ร็อบ เฟอร์ลอง) อดีตกองทัพแคนาดาเขาเป็นมือปืนสไนเปอร์ที่ทำสถิติยิงไกล 1.51 ไมล์ (2,430 เมตร) หรือเป็นความยาวประมาณ 26 สนามฟุตบอล เขาซุ่มยิงชายสามคนของกลุ่มอัลกออิดะห์ ด้วยปืน Tac- 50 ขนาด .50 ของแม็คมิลลันบราเดอร์ส (McMillan Brothers) ใช้กระสุน A-MAX นัดแรกเขายิงพลาด นัดที่สองเขายิงโดนเป้บนหลัง และเขายิงนัดที่สามทันทีหลังจากยิงนัดที่สอง กระสุนนัดที่สามใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วินาที ก่อนที่เป้าหมายจะรู้ตัวและหาที่หลบ กระสุนก็ทะลุเข้าที่หน้าอกของเป้าหมายแล้ว

เกิดในปี ค.ศ.1976

#6 Vassili Zaytsev (วาสสิลี เซ้ตซอฟ)

Vasily Zaytsev (วาสสิลี เซ้ตซอฟ)เป็นทหารกองทัพแดงของอดีตสหภาพโซเวียต เขาเกิดใน Yeleninskoye เติบโตขึ้นมาในเทือกเขาอูราล เขาได้สังหารนาซีทั้งหมด 242 คน แต่จำนวนจริงๆที่ไม่ถูกบันทึกไว้น่าจะเกือบ 500 คน และเซ้ตซอฟสามารถสังหาร เออร์วิน โคนิก (Erwin König) มือปราบสไนเปอร์ของนาซีและได้ปืนเขามาเป็นรางวัลเกียรติยศ เซ้ตซอฟถือเป็นสไนเปอร์ที่โลกรู้จักมากที่สุดจากภาพยนตร์ที่เรื่อง Enemy at the Gates ลองไปหาชมเรื่องราวของเขาที่เล่าผ่านภาพยนต์กันได้

เกิดในปี ค.ศ.1915 เสียชีวิตในปี ค.ศ 1991

แหล่ง: https://www.youtube.com

#5 Lyudmila Pavlichenko (ลูดมิลา ปาฟลิเชนโก)

Lyudmila Pavlichenko (ลูดมิลา ปาฟลิเชนโก) เธอคือหนึ่งในอาสาสมัครที่เข้าร่วมกับทหารราบ หนึ่งในทหารหญิงซุ่มยิง 2,000 ราย โดยผลงานของทหารหญิงชุดนี้คือ ยิงฝ่ายศัตรูรวมกันทุกคนแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 คน (เฉลี่ย 5 คน/ราย) แต่คนที่รอดตายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้มีน้อยกว่า 500 คน ครั้งแรกเธอยิงนาซีเยอรมัน 2 คน โดยใช้ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ Tokarev SVT-40 พร้อมกล้องเล็ง 3.5X ปาฟลิเชนโกได้เข้าร่วมสงครามใน Moldavia เพียง 2 เดือนครึ่ง เธอยิงศัตรูได้ 187 คน และมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าการรบช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอยิงทหารนาซีเยอรมันได้ 309 คน และในจำนวนนี้มีทหารซุ่มยิงเยอรมันถึง 36 คน ปาฟลิเชนโกยังทำหน้าที่เป็นครูฝึกทหารหญิง เธอสอนทหารหญิงซุ่มยิงจนกระทั่งสงครามยุติ และเธอได้รับรางวัลเหรียญทองคำวีรสตรีของสหภาพโซเวียตรัสเซีย

เกิดในปี ค.ศ 1916 เสียชีวิตในปี ค.ศ 1974

#4 Francis Pegahmagabow (ฟรานซิส พีกะมากาโบว์)

Francis Pegahmagabow (ฟรานซิส พีกะมากาโบว์) เป็นทหารแคนนาดาที่เป็นนักแม่นปืนที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 1 ผลงานของเขาคือซุ่มยิงทหารเยอรมันทั้งหมด 378 คน และจับตัวเชลยศึกได้ มากกว่า 300 คน ฟรานซิสได้รับเหรียญรางวัลเชิดชูเกียติจากกองทัพทหารถึง 3 ครั้ง และเขายังเป็นผู้บังคับบัญชาการที่ยอดเยี่ยมมากอีกด้วย

เกิดในปี ค.ศ.1891 เสียชีวิตในปี ค.ศ.1952

#3 Adelbert F Waldron (เอเดลเบิร์ต เอฟ วัลดรอน )

Adelbert F Waldron (เอเดลเบิร์ต เอฟ วัลดรอน) เป็นทหารกองทัพสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามเวียดนามเขาสังหารทหารฝ่ายเวียดนามเหนือได้ 109 คน พ.อ.ไมเคิล ลี แลนนิง(Michael Lee Lanning)ได้เล่าเหตุการณ์ไว้ในหนังสือ“Inside the Crosshairs: Snipers in Vietnam” ว่า “บ่ายวันหนึ่งขณะลาดตระเวนเรือกำลังแล่นไปตามแม่น้ำโขง มีศัตรูซุ่มยิงและยิงโดนเข้าที่ลำเรือจากบนฝั่งในระยะไกล ในขณะที่คนอื่นๆกำลังเครียดและหาศัตรูที่ซุ่มยิง แต่จ่าวัลดรอนยกปืนขึ้นเล็งและเหนี่ยวไกยิงศัตรูที่ซุ่มอยู่บนต้นมะพร้าว ระยะห่างออกไปกว่า 900 เมตร เขามีสติและมีความแม่นยำสูง เพราะการยิงในขณะที่เรือยังคงแล่น และเป้าหมายที่อยู่ไกลขนาดนั้นเป็นเรื่องยาก เขาคือพลแม่นปืนที่ดีที่สุดของเราคนหนึ่ง” หลังจากออกจากเวียดนาม เขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สอนนักแม่นปืนในกองทัพสหรัฐอเมริกา

เกิดในปี ค.ศ 1933 เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1995

#2 Carlos Norman Hathcock II (คาร์ลอส นอร์แมน แฮธค็อกซ์ ที่ 2)

Carlos Norman Hathcock II (คาร์ลอส นอร์แมน แฮธค็อกซ์ ที่ 2) เขาเป็นนาวิกโยธินสหรัฐ และได้รับขนานนามว่า ‘White Feather Sniper’ หรือ ‘ขนนกสีขาว’ จากบันทึกเขาสังหารข้าศึกไปทั้งหมด 93 คน และที่ไม่มีในบันทึกอีกกว่า 100 คน ภารกิจที่น่าประทับใจที่สุดเขาคือ ในช่วงสงครามเวียดนาม เขาสังหารกำลังพลของฝ่ายนั้นไปมากมาย รวมทั้งระดับรองแม่ทัพ ทำให้เขาโดนตั้งค่าหัวถึง 30,000 ดอลล่า แฮธค็อกซ์เป็นมือสไนเปอร์หนึ่งเดียวที่ยิงศัตรูทะลุผ่านกล้องติดปืน ซึ่งโอกาสเดียวที่เป็นไปได้คือศัตรูต้องกำลังหันกระบอกปืนซุ่มยิงเขาอยู่เช่นกัน สไนเปอร์เวียดนามเหนือเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงจากระยะไกลก่อนแต่พลาด พลทหารโรแลนด์ เบิร์ค (Roland Burke) พลชี้เป้าได้เห็นแสงสว่างสะท้อนจากเลนส์กล้องติดปืน เมื่อแฮธค็อกซ์รู้ตำแหน่งเขาเล็งและลั่นไกทันทีเสี้ยววินาทีกระสุนพุ่งทะลุเข้าที่ลูกตาศัตรูอย่างแม่นยำ และหลังจากนั้นเขายังได้รับคำสั่งให้ สังหารนายพลเวียดนามเหนือคนสำคัญ เขาพรางตัวเวลากลางคืน และคลานเป็นระยะทาง 1,500 หลา เข้าพื้นที่เป้าหมาย เขาเกือบถูกงูเห่าฉก และเกือบจะถูกทหารเดินยามเวียดนามเหนือเหยียบ เมื่อแฮธค็อกซ์ถึงจุดซุ่ม เขาเล็งเป้าหมายและเหนี่ยวไกทันที กระสุนเข้าที่กลางอกนายพลล้มลงทันที เมื่อเสร็จภารกิจแฮธค็อกซ์คลานกลับอีก 1,500 หลาให้พ้นพื้นที่ข้าศึกโดยที่เขาไม่ถูกจับได้ เขาคือสุดยอดสไนเปอร์ในช่วงสงครามเวียดนาม

เกิดในปี ค.ศ 1942 เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1999

#1 Simo Häyhä (สิโม ฮาห์ยา)

Simo Häyhä (สิโม ฮาห์ยา) ฉายาของเขาตือ ‘The White Death’ หรือ ‘ความตายสีขาว' เขาอยู่ในหน่วยซุ่มยิงของฟินแลนด์ เข้าร่วมสงครามในช่วงฤดูหนาวระหว่างรัสเซียและฟินแลนด์ ฮาห์ยาต้องทนกับอุณหภูมิสูงถึง -40 องศาเซลเซียส ในเวลากว่า 100 วัน ฮาห์ยาพรางตัวเองทุกวันในหิมะ เขาใช้ปืนไรเฟิลไม่ติดกล้องเพราะแสงสะท้อนจากกล้องจะทำให้ศัตรูเห็นจุดซุ่มยิง และก่อนที่เขาจะลั่นไกเขาจะอมหิมะไว้ เพื่อไม่ให้ลมหายใจกลายเป็นไอที่จะเป็นจุดสังเกตของศัตรู อีกทั้งปลายกระบอกปืนของเขาจะมีหิมะปกคลุมเอาไว้เสมอด้วยเหตุผลเดียวกัน ฮาห์ยาสังหารทหารรัสเซียทั้งหมด 505 คนด้วยปืนไรเฟิ้ลไม่ติดกล้อง และอีกราว 200 คนด้วยปืนกล รวมทั้งหมด 705 คน ฮาห์ยาคือคนที่ทางการโซเวียตต้องการตัวมากที่สุด เขาถูกซุ่มยิงและโดนยิงเข้าที่กรามด้านซ้ายทะลุออกไปที่ด้านข้างของศีรษะ เขาได้รับการช่วยเหลือและรอดมาอย่างเหลือเชื่อ แต่หน้าของเขาได้หายไปครึ่งหนึ่ง เมื่อฟื้นจากอาการโคม่าเป็นวันเดียวกับที่ประกาศยุติสงคราม หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้รับการเลื่อนยศจากสิบโทไปเป็นร้อยตรี

เกิดในปี ค.ศ.1905 เสียชีวิตในปี ค.ศ. 2002

สนใจเรื่องพวกนี้ไหม?

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 64c628d7 d56b 4d85 8d66 e7e4a1b2dc4c

Sugar