Lim Babbii อัพเดทเมื่อ 17:15 15/07/2559
Thumb lg pagea

50 สุดยอดเบียร์จากทั่วโลกที่ต้องลองโดนสักครั้ง!!

125827 Pepper

50 สุดยอดเบียร์เด็ดๆทั่วโลก ที่หากคุณคือคอเบียร์ตัวยงแล้วละก็ อย่ารอช้าเข้ามาเสพโดยพลัน!

Beer

บทความนี้จะมีแต่เรื่องของเบียร์! เบียร์! และเบียร์! คอเบียร์ทั้งหลายห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะเรามีเบียร์มากมายหลายชนิด หลายยี่ห้อที่จะมาแนะนำให้รู้จักกัน! เคยเป็นไหมอยากลองดื่มเบียร์ใหม่ๆดูบ้างแต่ก็งงเหลือเกิน ทำไมมันมีแต่คำศัพท์แปลกๆที่ไม่รู้จัก อะไรคือเบียร์ IPA เบียร์ Ale หรือ Lager ไหนจะเบียร์ดำอีก! เยอะแยะมากจริงๆ เพราะฉะนั้นบทความนี้จะยาวมากกก แต่เรารับประกันเลยว่าอ่านจบแล้วคุณจะยิ่งรักการดื่มเบียร์เข้าไปอีก!

ส่วนประกอบหลักในการหมักเบียร์มี 4 อย่างคือ น้ำ มอลต์(ได้จากเมล็ดข้าวอบแห้งหรือคั่ว ส่วนมากใช้เมล็ดข้าวบาร์เลย์) ฮอพ (พืชชนิดหนึ่งมีคุณสมบัติเหมือนสารกันบูด ให้รสขมตัดกับรสของมอลต์ และกลิ่นเฉพาะตัวในแต่ละสายพันธุ์) และ ยีสต์ นอกจากนั้นผู้ผลิตรายต่างๆยังเพิ่มส่วนผสมอื่นอีก เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติ เช่นผลไม้ต่างๆ ธัญพืชเช่น เมล็ดข้าวสาลี ข้าวโพด แม้กระทั้งกาแฟและช็อคโกแลต!

IPA'S - เบียร์เอล

เบียร์ IPA ย่อมาจาก India Pale Ale เกิดจากที่สมัยก่อนชาวอังกฤษอยากขนเบียร์ไปอินเดีย แต่เบียร์ดันเสียระหว่างทางเพราะการเดินทางที่ค่อนข้างไกล เลยแก้ปัญหาด้วยการใส่พืชฮอพลงในเบียร์ให้เยอะมากกว่าปกติซึ่งช่วยรักษารสชาติของเบียร์ได้

1. PLINY THE ELDER

เริ่มกันที่ยี่ห้อแรกกับ Pliny the elder ผลิตจากโรงงาน Russian River Brewing Co. ในเมืองซานตาโรซ่า รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็น Double IPA นั้นคือการใช้พืชฮอพมากกว่า 1 ชนิดผสมผสานได้ลงตัวกับมอลต์ บางคนบอกว่านี้เป็นหนึ่งในเบียร์ที่ดีที่สุดในสหรัฐ! จุดเด่นคือเมื่อคุณดื่มจะให้ความสดชื่นกับรสชาติที่ลงตัวของพืชฮอพ มอลต์ และผลไม้ตระกูลส้ม ลองแล้วจะติดใจจิบจนหมดแก้ว!

2. 60 MINUTE DOGFISH

เบียร์ชื่อดังจากโรงงาน Dogfish Head Brewery รัฐเดลาแวร์ เป็นเบียร์ที่ใช้พืชฮอพมากกว่า 60 ชนิด และต้มนานถึง 60 นาที! และนั้นก็คือที่มาของชื่อเบียร์ยังไงล่ะ

3. BELL’S HOPSLAM ALE MICHIGAN

อีกหนึ่ง Double IPA ที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ โดยคัดสรรพืชฮอพ 6 ชนิดจากตะวันตกตอนเหนือของประเทศ ได้รสชาติขมๆแต่บาลานซ์ลงตัวกับรสชาติของมอลต์ เมื่อลองจิบดูเเล้วยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆของพืชตระกูลส้ม และน้ำผึ้งอีกด้วย

4. SCULPIN IPA

เบียร์จากโรงงาน Ballast Point Brewing ซานดิเอโก้ แคลิฟอร์เนีย คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติขมอ่อนๆของฮอพ และยังฉ่ำหอมไปด้วยผลไม้อย่าง มะม่วง พีช และเลมอน เห็นเบียร์ยี่ห้อปลา Sculpin ที่ไหนล่ะก็อย่าลืมหยิบติดไม้ติดมือไปลองล่ะ!

5. BREW FREE OR DIE IPA

จะลองเบียร์ฟรีหรือตาย! นี้คือชื่อเบียร์ที่มีโลโก้สุดเจ๋งกับรูปผู้นำสหรัฐทั้ง 4 ที่ภูเขารัชมอร์ เป็นเบียร์ที่ผลิตจากโรงงาน 1st Amendment Brewery ในซานฟราสซิสโก เบียร์สีทองอร่ามยี่ห้อนี้มีหมัดเด็ดที่พืชฮอพ 6 ชนิดและมอลต์เข้มข้น กลิ่นเตะจมูกทันทีที่ลอง รู้อย่างนี้แล้วขอเบียร์ฟรีดีกว่าตาย!

STOUTS - สเตาท์เบียร์

สเตาท์เบียร์คือเบียร์ที่มีสีดำเข้มที่ได้จากการอบจนเกือบไหม้ของมอลต์ ยีสต์ และฮอพ ให้รสชาติเข้มข้นและนิยมดื่มกันในประเทศอังกฤษ คนไทยชอบเรียกกว่า เบียร์ดำ

6. DESCHUTES THE ABYSS

เบียร์สเตาท์ที่ประกอบไปด้วยกากน้ำตาล ชะเอมเทศ วานิลลา และเชอร์รี่ ผลิตที่โรงงาน Deschutes Brewery ในรัฐโอเรกอน โดยกรรมวิธีการหมักเบียร์ในถังโอ๊ค และก็บูมมม! ได้รสชาติเข้มข้นฮาร์ดคอร์เหมาะสำหรับคอเบียร์ทั้งหลาย

7. FOUNDER’S BREAKFAST STOUT

เบียร์เจ๋งๆจากรัฐมิชิแกนกับรูปเด็กน้อยหม่ำอาหารเช้า เบียร์ให้รสชาติบาลานซ์ของกาแฟและช็อกโกแลตมีทั้งความหวานและความขมแสนจะลงตัว หมักกับโอ๊ต กาแฟโคน่า และช็อกโกแลต เป็นความขี้เล่นของผู้ผลิตที่อยากให้คุณจิบเบียร์(ผสมกาแฟ)แทนอาหารเช้า แล้วคุณอยากลองดูไหมล่ะ

8. GUINNESS

ถ้าพูดถึงสเตาท์แล้วไม่พูดถึง GUINNESS ถือว่าผิดมหันต์! เบียร์ GUINNESS ชื่อดังจากเมืองดับลิบ ประเทศไอร์แลนด์ ที่ยอดขายดีติดอันดับโลก ความโดดเด่นของสเตาท์เบียร์ยี่ห้อนี้คือรสชาตินุ่มๆที่ปลายลิ้นและปิดท้ายด้วยความขมหน่อยๆ หาซื้อได้ไม่ยากและรสชาติก็คุ้มค่าที่จะลองจริงๆ

9. LEFT HAND MILK STOUT

อีกหนึ่งสเตาท์เบียร์จากอเมริกา ผลิตที่โรงงาน Left Hand Brewing Co รัฐโคโลราโด เบียร์ล้ำๆที่มีครีมนมผสม เค้าการันตีว่าจะทำให้คุณทึ่งกับรสชาติที่คาดไม่ถึง! ด้วยความหวานมันให้ฟิลเหมือนกินขนม แต่มันคือเบียร์รสชาติแสนอร่อย!

10 .FOUNDER'S KENTUCKY BREAKFAST STOUT

เบียร์จากรัฐมิชิแกน ที่มีกรรมวิธีพิถีพิถันกับการหมักในถังโอ๊ค Bourbon นานเป็นปี ผสมช็อกโกแลตและเมล็ดกาแฟเพิ่มเข้าไปอีก เมื่อลองดื่มแล้วจะได้รสชาติเข้มๆแบบ Strong หลายๆคนต่างยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่งในเบียร์ที่ดีที่สุด!

BLONDES

จัดว่าเป็นเบียร์ประเภทหนึ่งของ Ale ซึ่ง Ale ใช้ยีสต์ที่ต้องการออกซิเจนในการย่อยสลายและหมักด้านบนสุดของถัง หมัก (เรียกกว่า ยีสต์มักลอย) โดยส่วนใหญ่ Blonde จะมีสีเข้มกว่าและดีกรีแอลกอฮอล์แรงกว่า Lager (เบียร์ Lager จะใช้ยีสต์แบบหมักนอนก้น คนไทยนิยมดื่มกันมาก เช่น สิงห์ หรือ ไฮเนเกน)

11. GNOMEGANG

เบียร์ที่ผลิตจากเมืองคูเปอร์สทาวน์ รัฐนิวยอร์ก มีวิธีการหมักยีสต์ที่ทำให้ได้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีกลิ่นกานพลู ผลไม้ที่สุกงอมฉ่ำ และยังมีรสบางๆของคาราเมลแต่ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป หากคุณชอบดื่มสไตล์นี้รับรองชื่นใจ

12. ALLAGASH WHITE

แค่เห็นสีก็อดใจจะลองไม่ไหว กับเบียร์จากรัฐเมน ที่มีกลิ่นบางๆของผลไม้ตระกูลส้ม รสชาตินุ่มละมุนลิ้นของลูกแพร์และเลมอน ทำให้ดื่มง่ายลื่นคอแบบเพลินๆ

13. LOST COAST GREAT WHITE

คำเตือนจากเบียร์นี้คือ ระวัง! มันจะทำให้คุณหยุดดื่มไม่ได้เลย กับเบียร์สัญชาติอเมริกาที่ได้เทคนิคกรรมวิธีแบบเบลเยี่ยมสไตล์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าคือตัวพ่อแห่งเบียร์! และนี้คือเบียร์รสชาติเบาๆจิบเพลินๆฟีลกู๊ดยาวไป

14. HOEGAARDEN

เราเชื่อว่าใครๆก็รู้จัก Hoegaarden เป็นอย่างดี กับเบียร์เบลเยี่ยมชื่อดังที่บุกตลาดไทยและครองใจนักดื่มหลายๆคน เป็นเบียร์ต้นตำรับเบียร์ขาวแบบเบลเยี่ยมสไตล์ ยีสต์ในเบียร์ตัวนี้ทำช่วยทำให้กลิ่นของ กล้วย ลูกแพร์ และเลมอนชัดยิ่งขึ้น จิบๆไปยังได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศอื่นๆอีก สดชื่นสุดๆไปเลย

15. NINKASI SPRING REIGN

อีกหนึ่งเบียร์ Blonde จากอเมริกา กับรสชาตินุ่มนวลบางๆ แต่ถึงใจด้วยมอลต์และฮอพแบบจัดหนัก ชื่อแบรนด์มาจากเทพ Ninkasi เป็นเทพแห่งการหมักเบียร์ของชาวบาบิโลเนียน และเพื่อฉลองในฤดูใบไม้ผลิการดื่มเบียร์เจ๋งๆสักหน่อยก็เป็นความคิดแสนจะเข้าท่า!

PALE ALES

อีกหนึ่งเบียร์แยกย่อยจาก Ale สีคล้าย Blonde แต่มีกลิ่นฮอพและมอลต์แบบชัดเจน แตกต่างกันที่แต่ละผู้ผลิตจะเลือกเพิ่มผลไม้ เครื่องเทศ หรืออะไรอื่นๆลงไป

16. THREE FLOYD’S ZOMBIE DUST

รัฐอินเดียน่าส่งเข้าประกวด! กับเบียร์แพ็คเกจสุดเจ๋งที่เห็นแค่ขวดก็อยากจะยกดื่มสักอึก! และเมื่อลองดื่มแล้วความเข้มข้นเต็มไปด้วยฮอพต่างๆก็ไหลพุ่ง รสชาติแรงแบบปลุกซอมบี้ตื่น! ผู้ผลิตคัดสรรเลือกฮอพอย่างดีจาก Yakima valley และยังมีกลิ่นหอมๆของสมุนไพร ส้ม และดอกไม้อีกด้วย ใครว่ารสชาติดุดันจะมีกลิ่นหอมไม่ได้ล่ะ

17. SIERRA NEVADA

ผลิตที่โรงงาน Stone Brewing เมืองชิคาโก รัฐแคลิฟอร์เนียร์ รสชาติขมนิดๆเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเบียร์ชนิดนี้ รินให้มีฟองสักหน่อยแล้วจิบชิมฟองนุ่มๆ ยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากเครื่องเทศหลากหลาย ยิ่งจิบยิ่งผ่อนคลาย

18. ARROGANT BASTARD ALE

“คุณอาจจะไม่ชอบมันก็ได้” นื้คือโคว้ทของแบรนด์นี้! เพราะมันเหมาะสำหรับผู้ช่ำชองที่คอทองแดงเท่านั้น! ที่จะสัมผัสที่รสชาติที่ร้อนแรงของมันได้ แต่ถ้าคุณคือพวกเดียวกับเราก็ชนกันยาวๆ และจะไม่ผิดหวังกับรสสัมผัสเข้มข้นที่ไหลประดังเข้ามาในปาก และจบท้ายด้วยกลิ่นฮอพจัดๆ แค่คิดก็ฟินแล้ว

19. EDWARD

เป็นเบียร์ที่หาดื่มยากมาก แม้แต่ในอเมริกาเองก็แทบจะหาซื้อไม่ได้ ไม่ใช่เพราะมันไม่เป็นที่นิยมหรือรสชาติห่วย แต่เพราะมัน Rare! ได้รับการยกย่องว่าเป็นเบียร์ Pale Ale ที่สุดยอดสุดๆในอเมริกา! ผู้ผลิตคือ Hill Farmstead Brewery ซึ่งทำการผลิตเบียร์กันจากรุ่นสู่รุ่นมานานและผลิตเน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ ถ้าหากคุณบังเอิญไปเจอยี่ห้อนี้เข้าละก็ คุณเจอตำนานเข้าแล้ว เชื่อเราเถอะซื้อมันซะ! แล้วจะไม่เสียใจ

20. DALE’S PALE ALE

อีกหนึ่งเบียร์จากรัฐโคโลราโด มีเอกลักษณ์ที่กลิ่นฮอพหอมอ่อนๆผสานมอลต์และกลิ่นของเกรปฟูตลอยแตะจมูก ทำให้ดื่มแล้วสดชื่น สัมผัสนุ่มนวลแต่รสชาติขมนิดๆ ยิ่งดื่มยิ่งวางไม่ลง!

WHEAT BEER

โดยปกติแล้วการทำเบียร์ที่จะขาดไม่ได้เลยคือ มอลต์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วได้มาจากข้าวบาเลย์ แต่ Wheat beer จะเลือกใช้ข้าวสาลีแทนมีส่วนผสมของฮอพค่อนข้างน้อย ทำให้มีรสชาติแตกต่าง ดื่มง่ายแบบนุ่มๆ

21. WEIHENSTEPHANER HEFEWEISSBIER

เบียร์เยอรมันชื่อแสนจะยาวสีเหลืองเข้มตัวนี้มีทีเด็ดคือรสชาติของมอลต์ที่ติดปลายลิ้นแต่ตบท้ายด้วยความหวานของน้ำผึ้งและครีม! มันลงตัวกันทุกอย่างจนอยากจะซดดื่มแบบไม่ให้เหลือ! เป็น Wheat beer ที่ได้ติดท็อปในหลายๆเว็ปไซต์ อร่อยอีกต่อด้วยกับแกล้มที่ผู้ผลิตแนะนำว่าควรทานคู่กับไส้กรอก Bavarian และ Weisswurst

22. LAGUNITAS LIL’ SUMPIN SUMPIN’ ALE

เบียร์จากผู้ผลิต Lagunitas Brewing Company มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นกับกลิ่นแรงของฮอพแต่ให้รสสัมผัสนุ่มลื่นคอเหมือนผ้าไหม! ฮอพต่างๆผสมผสานเข้ากันกับ Wheat และได้ออกมาเป็นรสชาติเพอร์เฟคลงตัว

23. SCHNEIDER WEISSE

ในปี ค.ศ. 1872 กษัตริย์บาวาเรียตัดสินใจที่จะขายสิทธิการผลิต Wheat beer ให้ตระกูล WEISSE ดังนั้นแล้วตระกูลนี้คือตระกูลเก่าแก่มากในการผลิต Wheat beer แน่นอนว่าเบียร์ตัวนี้ย่อมมีความเก๋า! รสชาติเปรี้ยวนิดๆแต่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นลูกจันทร์เทศ แอปเปิ้ล และกานพลู ให้ความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าทุกการจิบ! อยากจะลองเบียร์ในตำนานไหมล่ะ!

24. WIDMER HEFEWEIZEN

เบียร์จากเมืองพอร์ทแลนด์เมืองแห่งฮิปเตอร์ ผู้ผลิตคือพี่น้องตระกูล Widmer ซึ่งนำเทคนิควิธีการการผลิตและการหมัก มาจากวิถีเยอรมันแบบแท้ๆ กลิ่นหอมๆของเบียร์และรสชาติของคาราเมลที่ไม่หวานจนเกินไป และสัมผัสเนื้อเบาบาง แค่นึกถึงก็อยากจะลองแล้ว

25. FLYING DOG IN HEAT WHEAT

น้องหมาขอบินคือเบียร์แพ็คเกจกวนๆที่มีรูปหมาน้อยหน้าตาทะเล้น จากรัฐแมรี่แลนด์ เป็น Wheat beer ที่กระแทกกระทั้นกันด้วยรสชาติเต็มๆของ Wheat และเพิ่มกลิ่นผลไม้อย่างตระกูลส้ม ยิ่งช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น

PILSNERS

Pilsner เป็น Lager เบียร์ชนิดหนึ่งที่ใช้ยีสต์หมักนอนก้นอุณหภูมิต่ำ ซึ่งถูกใจคนไทยกันถ้วนหน้า มีกลิ่นและรสชาติของฮอพแรงทำให้มีรสค่อนข้างขมแต่เนื้อบางเบา

26. VICTORY PRIMA PILS

“พริม่า” คือภาษาเยอรมันที่ร้องตะโกนตอนมีความสุข และเบียร์จากรัฐเพนซิลเวเนียก็ทำให้เราแทบจะตะโกนออกมาว่า พริม่า! พริม่า! เพราะมันเจ๋งจริงๆกับเบียร์สัมผัสนุ่มๆไม่หนักไปไม่เบาบางจนเกินไป ดื่มได้เพลินๆให้ความสดชื่นเหมาะกับอากาศบ้านเราซะจริง

27. SCRIMSHAW

เบียร์จากเมือง Fort Bragg เป็นเมืองติดชายฝั่งจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ชื่อและเทรดมาร์คของแบรนด์ได้แรงบันดาลใจจากกะลาสีเรือ Scrimshaw เบียร์เหลืองอ่อน รสชาติเบาๆแบบ Lager จิบง่าย ซดคล่อง รสชาติขมอ่อนมากสัมผัสแค่ปลายลิ้นและกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ผสมกับฮอพอื่นๆ เป็นเบียร์อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

28. KELLER PILS

Keller Pils คือเบียร์ที่เหมาะสำหรับวันชิลๆ จิบเบียร์ไปเรื่อยๆแล้วเอนกายนอนเอกเขนก วันสบายๆที่ไม่รีบร้อนเหมาะมากกับเบียร์หอมฮอพหลากหลายชนิดที่ผู้ผลิต Southampton Publick House หมั่นทดลองเพิ่มฮอพ และหมักเบียร์สูตรพิเศษๆออกมาเสมอ

29. PILSNER URQUELL

และในที่สุดเบียร์จากสาธารณรัฐเช็ก! เป็นต้นตำหรับ Pilsner ที่เริ่มตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 แน่นอนว่ายังคงรักษาชื่อเสียงไว้อย่างเหนียวแน่นกับเบียร์ Pilsner Urquell สีเหลืองอ่อนที่แอบให้กลิ่นข้าวโพดหวาน รสสัมผัสนิ่มๆไหลลงคอแบบลื่นๆ จิบได้เรื่อยๆไม่สะดุดเลยล่ะ

30. PIVO HOPPY PILS

อีกหนึ่งเบียร์ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น แค่ได้กลิ่นหอมของมะกรูดและมะนาวก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว และยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้อื่นๆซ่อนอยู่อีกด้วย สีเบียร์เหลืองอ่อนใสๆกับสัมผัสกลางๆไม่หนักจนเกินไปและก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของ Pilsner

ALES AND PORTERS

Porter คือประเภทหนึ่งของ Ale อีกเช่นกัน มีสีดำเหมือน Stout แต่จะไม่เข้มมาก เทียบกับ Stout แล้วจะมีรสเบากว่า มีฟองเยอะกว่าและมีรสชาติหวานกว่า

31. ROGUE HAZELNUT BROWN NECTAR

Porter เบียร์ สัญชาติอเมริกันจากรัฐโอเรกอน ที่เกิดจากการนำถั่วไปอบจนเกือบไหม้ เพิ่มความหวานด้วยช็อกโกแลตและตบท้ายด้วยมอลต์ เป็นส่วนประกอบที่ลงตัวสุดๆ

32. EDMUND FITZGERALD

เบียร์จากเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ที่ตั้งชื่อตามเรือที่จมเมื่อปี ค.ศ. 1975 ทำไมงั้นล่ะ?? เพราะผู้ผลิตบอกว่าเบียร์นี้มีรสชาติที่นุ่มลึก อีกทั้งยังมีสีดำเข้มดูเหมือนกำลังจมดิ่งยังไงยังงั้น! จิบสักหนึ่งจิบและคุณจะได้สัมผัสรสชาติลึกๆล้ำๆนี้

33. DESCHUTES BLACK BUTTE PORTER

สีดำเข้มๆนี้ได้จากช็อกโกแลต คาราเมลไหม้ และฮอพต่างๆที่ให้รสชาติขมแต่เมื่อทุกอย่างผสมผสานกันลงตัวก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Porter จากรัฐโอเรกอนยี่ห้อนี้เยี่ยมจริงๆ

34. DUCK-RABBIT BROWN ALE

Porter เบียร์ที่มีสีอ่อนลงมาเล็กน้อย และเรียกขานตัวเองว่า Brown Ale นั่นคือ Ale ประเภทหนึ่งที่มีสีเข้ม และมีกลิ่นมอลต์แรงๆ! ผู้ผลิตคือ Duck-Rabbit Craft Brewery, Farmville จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา คือผู้เชี่ยวชาญในการทำเบียร์ดำ ที่คัดเลือกฮอพจากรัฐแท็กซัส มีมอลต์ที่แตกต่างกันถึง 7 ชนิดคุณจะได้กลิ่นมันเตะจมูกและตั้งแต่จิบแรกกลิ่นของมอลต์และรสชาติขมนิดๆแต่ชุ่มคออย่างไม่น่าเชื่อ!

35. NEWCASTLE BROWN ALE

เบียร์ดำจากสก็อตแลนด์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ขึ้นชื่อว่ามีเบียร์ดำเจ๋งๆมากมายให้ลองชิม และยี่ห้อนี้ก็ไม่ทำให้เสียชื่อชาวสก็อต! กับเบียร์ดำ Porter มาตรฐานสูง มีวิธีการผลิตที่ได้คุณภาพ และถึงแม้จะขนส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปประเทศไหนๆ เบียร์นิวคาสเซิลก็ยังคงรสชาติเยี่ยม

WHISKEY / BOURBON BARREL-AGED STOUTS

ขอแนะนำให้รู้จักกับการหมักเบียร์แบบ aged beer คือการหมักเบียร์ในถังไม้ บ่มแบบใช้เวลาในระยะหนึ่ง เพื่อให้ส่วนผสมทุกอย่างลงตัว และรสชาติค่อนข้างแรง

36. JOHN JOHN DEAD GUY ALE

ผู้ผลิตคือ Rogue Ales ที่มีโรงต้มกลั่นวิสกี้ จับมือร่วมงานกับทีมหมักเบียร์เพื่อที่จะรังสรรค์ มิสเตอร์จอห์นจอห์นให้ออกมาโลดแล่น พวกเขาใช้เวลา 2 เดือนในการหมักเบียร์ในถังไม้วิสกี้ เพิ่มคาราเมลและวานิลลาลงไป ก็จะได้วิสกี้เบียร์สูตรพิเศษ ค่อยๆจิบล่ะเพราะรสมันแรงสุดๆ

37. GOOSE ISLAND BOURBON COUNTY BRAND COFFEE STOUT

อีกหนึ่งสูตรพิเศษที่ทำเป็น limited edition ปีละครั้ง กลิ่นหอมๆของกาแฟคั่วที่ Goose Island ตั้งใจเลือกสรรและทำอย่างสุดฝีมือ แต่ละปีผู้ผลิตจะเปลี่ยนกาแฟทำให้มีรสชาติแตกต่างกันไป เป็นเบียร์ที่มีรสชาติเฉพาะตัวจริงๆ

38. DUCLAW RETRIBUTION

ต้องขอบอกว่า “คุ้มค่ากับการรอ” กับเบียร์ตัวนี้ที่ใช้เวลาหมักในถัง bourbon ถึง 6 เดือนเพื่อให้ส่วนประกอบต่างๆออกมาลงตัว มีแอลกอฮอล์สูงพอๆกับรสชาติล้ำเกินบรรยาย กับรสสัมผัสแน่น มีความมันนิดๆของครีมและคาราเมล กลิ่นหอมเข้ม เป็นเบียร์ที่ให้รสชาติคล้ายกับคุณกำลังจิบเอสแพรสโซ่แต่มันเข้มข้นยิ่งกว่า

39. AVERY HOG HEAVEN

เบียร์จากรัฐโคโลราโดที่ใช้วิธี Dry hopping คือการใส่ฮอพลงไปหลังจากการหมัก โดยจะเลือกฮอพที่มีกลิ่นหอมมากหน่อย และนี้คือเบียร์สีเข้มๆที่เหมาะกับผู้ชื่นชอบรสชาติฮอพแบบเน้นๆ บาลานซ์ลงตัวด้วยคาราเมล มอลต์แบบเข้มข้น จิบแล้วเหมือนขึ้นสวรรค์!

40. BROOKLYN BLACK OPS

เบียร์จากบรู๊คลิน นิวยอร์ก ที่มาในสไตล์แชมเปญ! หมักอย่างพิถีพิถันเพิ่มช็อคโกแลต กาแฟ และวานิลลา ใช้เทคนิคการหมักแบบแชมเปญโดยยีสต์มักแบบนอนก้น คือเชื้อยีสต์ที่จะจมอยู่ที่ก้นถังเมื่อหมักเสร็จ และผลลัพธ์คือเบียร์ฟองนุ่มหนา สัมผัสลิ้นแล้วจะไม่อยากหยุดดื่ม!

RED ALES/AMBERS

ประเภทหนึ่งของ Pale Ale และ Red Ale หรือ Amber ค่อนข้างเน้นที่มอลต์มากกว่าฮอพ

41. KARL STRAUSS RED TROLLEY ALE

เบียร์จากซานดิเอโก้ที่การันตีรางวัลเหรียญทองจาก Great American Beer festival รางวัลใหญ่ที่ผู้ผลิตเบียร์ทั่วอเมริกาต่างฝันถึง! ด้วยรสสัมผัสลึกล้ำของเบียร์ตัวนี้มีรสชาติเข้มของมอลต์และหวานๆของท็อฟฟี่ และนี้คือสุดยอด Red Ale

42. GREEN FLASH HOP HEAD RED ALE

เบียร์ยี่ห้อ Green Flash ครองใจนักดื่มเบียร์ตัวยงมานักต่อนักแล้ว เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตเบียร์จากซานดิเอโก้ที่ใครๆต่างก็ยอมรับว่าฝีมือการทำเบียร์นั่นช่างเด็ดขาดเสียจริงๆ สูตร Hop Head มีที่เด็ดที่เพิ่มฮอพแบบพิเศษลงไป ผลลัพธ์ที่ได้คือเบียร์กลิ่นหอมสีสวยตัวนี้ยังไงล่ะ

43. BEAR REPUBLIC RED ROCKET ALE

เบียร์จากเมืองเฮลด์สเบิร์ก แคลิฟอร์เนีย ผู้ผลิตคือ Bear Republic ที่สุดจะภูมิใจนำเสนอเบียร์ red ale แบบสก็อตติชสไตล์ ที่พวกเขาบอกว่าเสมือนมันเดินทางจากสก็อตแลนด์มาแคลิฟอร์เนีย! และเจ้าเบียร์ตัวนี้ก็ให้กลิ่นหอมพรั่งพรูของฮอพพันธุ์ดีและรสสัมผัสอ่อนๆของคาราเมล

44. ST. ARNOLD AMBER

จากผู้ผลิต Saint Arnold เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส เป็นเบียร์ที่ใส่ใจในรายละเอียดมาก โดยเลือกมอลต์ Caravienne ซึ่งเป็นธัญพืชมอลต์อย่างดีจากเบลเยี่ยมจุดเด่นคือความหอมและรสเฉพาะตัว เลือกสรรฮอพจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกา ดูจากส่วนผสมที่คัดอย่างพิถีพิถันแล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายๆคนยกให้เป็น Amber สุดเจ๋ง ด้วยรสชาติลงตัว อีกทั้งยังหอมกลิ่นฉ่ำๆของผลไม้และดอกไม้

45. TRÖEGS NUGGET NECTAR

แค่เห็นสีเบียร์เราก็ตกหลุมรักมันแล้ว! อยากจะลองดื่มจริงๆ กับเบียร์จากรัฐเพนซิลเวเนียที่ผู้ผลิตเคลมว่า "Nugget Nectar จะนำท่านคอเบียร์ทั้งหลายสู่นิพพาน" ขนาดนั้นเลยล่ะ! เป็นผู้ผลิตที่ชอบเล่นกับความหวานของมอลต์แบบจัดเต็ม ตัดกับรสชาติขมๆของฮอพหลากหลายพันธุ์

RYES AND PUMPKIN ALES

เบียร์ประเภทนี้มีส่วนประกอบของข้าวไรย์ (Rye) และ Pumpkin Ale คือการใช้ฟักทองมาทำเบียร์ซึ่งได้รสชาติดีเยี่ยม เพราะฟักทองนั้นไม่ขมและเข้ากันได้ดีกันส่วนผสมอื่นๆ

46. BEAR REPUBLIC HOP ROD RYE

อีกหนึ่งสูตรจาก Bear Republic และถ้าหากคุณยังไม่เคยลองเบียร์ไรย์ ตัวนี้เป็นตัวเริ่มต้นที่ดีทีเดียว โดยใช้มอลต์จากข้าวไรย์ 18% ได้รสชาติเข้มข้น เบรคด้วยฮอพกลิ่นหอมๆและรสบางเบาของคาราเมล

47. BELL'S SMITTEN GOLDEN RYE ALE

เบียร์อเมริกัน Pale Ale สไตล์ ที่เลือกใช้ไรย์เป็นจุดเด่น สีเหลืองทองกับฟองนุ่มๆการันตีว่ามันดื่มง่ายลื่นคอสุดๆ รสสัมผัสเบาๆ จิบแล้วได้กลิ่นหอมของส้มลอยมาอ่อนๆอีกด้วย

48. FOUNDERS RED'S RYE

เบียร์เรดไรย์จากรัฐมิชิแกน ที่แน่นอนว่าได้ชื่อมาจากสีของมัน ขอบอกว่าเลยว่ามันรสชาติดีเยี่ยม! ที่สุดแห่งความนุ่มลิ้น และกลิ่นเกรปฟูตยิ่งช่วยกระตุ้นให้อยากจะยกดื่มเรื่อยๆ เป็นความลงตัวกันของคาราเมลมอลต์และเครื่องเทศ เป็นขวดที่เราแนะนำว่าต้องลองให้ได้!!

49. PUMKING

เบียร์จากเลควู๊ด รัฐนิวยอร์ก ที่ผู้ผลิต Southern Tier ขอยกเครดิตให้กับจิตวิญญาณแห่งฮาโลวีน! ขอบอกว่าถ้าคุณได้ลองดื่มมัน คุณจะสัมผัสได้ถึงความวิเศษของฟักทองขวดนี้ เป็นความลงตัวของเครื่องเทศที่ชูรสชาติฟักทองให้โดดเด่น เหมือนกับคุณกำลังกินพายฟักทองที่มีความหอมมันของวิปครีม! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะว่าทั้งหมดที่บรรยายมารวมอยู่ในขวดนี้ สิ่งที่แย่สุดๆของเบียร์ตัวนี้คือมันมีขายเฉพาะช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคมเท่านั้น! และในเมืองไทยอาจจะหาซื้อยากอยู่สักหน่อย

50. ELYSIAN'S THE GREAT PUMPKIN

สุดยอดเบียร์ตัวสุดท้ายจากเมืองซีแอตเทิล ที่มีส่วนประกอบของฮอพและมอลต์หลายสายพันธุ์ ผสมผสานกับฟักทองและเมล็ดฟักทอง เพิ่มรสชาติเข้าไปอีกด้วย อบเชย ลูกจันทน์เทศ กานพลู และเครื่องเทศออลสไปซ์ ได้รสชาติซู่ซ่า และจะเป็นประสบการณ์การดื่มที่คุณจะประทับใจ แน่นอนว่าขายเฉพาะช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม

ถ้าคุณอ่านจบมาถึงตรงนี้แสดงว่าคือคอเบียร์ตัวจริง! กลืนน้ำลายกันไปกี่อึกแล้ว?? บอกเลยตอนนี้กระหายสุดๆอยากดื่มเบียร์เย็นๆแกล้มเอ็นข้อไก่กรุบกรอบ ต้องขอตัวลาไปทำตามฝันก่อน! หวังว่าจะได้อะไรเจ๋งๆกับบทความยาวที่ Spice ตั้งใจนำเสนอกันนะจ้ะ และเหล่านักดื่มทั้งหลาย ดื่มอย่างมีสติ ไม่ดื่มแล้วขับกันน๊าา

หลังจากอ่านจบแล้วคุณรู้สึกยังไง ??

Preload

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.mensfitness.com

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg eafc0f2e 3fcc 4db7 8fb3 cabb7d95ecd0

Lim Babbii