RahXephon อัพเดทเมื่อ 15:33 30/06/2559
Thumb lg england euro 2016 577388 1

รวมโมเมนต์ชวนเหวอที่ทำให้ 'สิงโตคำราม' ไปไม่ถึงดวงดาว

1658 Pepper

"หมูสนามจริงสิงห์สนามซ้อม" ยังเป็นคำปรามาสที่ใช้ได้อยู่เสมอสำหรับ ทีมชาติอังกฤษ ภายหลังจากที่ถูก ไอซ์แลนด์ ทีมรองบ่อนเขี่ยกระเด็นตกรอบ ยูโร 2016 ไปหมาดๆ

football Euro 2016 ยูโร 2016 ฟุตบอล ทีมชาติอังกฤษ

และจากการที่ต้องหลุดจากวงโคจรใน ศึกยูโร 2016 เพียงไม่กี่วันหลังจากที่ อังกฤษ พึ่งตัดสินใจถอนตัวออกจาก สหภาพอียู ก็ทำให้กลายเป็นกระแสล้อเลียนหนักมากเกี่ยวกับเหตุการณ์ 'Brexit' ที่พวกเขาทำได้ถึง 2 ครั้งในรอบสัปดาห์ ถึงแม้ล่าสุด โจ ฮาร์ท จะออกมายืดอกยอมรับว่าเขาน่าจะป้องกันประตูที่ 2 ที่เสียไปได้ดีกว่านี้ แต่หากมองย้อนกลับไปจะพบว่าผลงานอันน่าผิดหวังของ สิงโตคำราม ล้วนมาจากการแพ้ภัยตัวเองมาโดยตลอด

6. เดวิด เบ็คแฮม: ฟุตบอลโลก 1998

แหล่ง: https://www.youtube.com

เกมส์รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ลูกทีมของ เกล็น ฮอดเดิ้ล โคจรเข้าไปพบกับ ทีมฟ้า-ขาว หลังจากที่ 45 นาทีแรกทั้ง 2 ทีมเปิดเกมส์แลกเข้าใส่และเสมอกันไปอย่างสุดมันส์ 2-2 โดย ยอดทีมจากอเมริกาใต้ ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจุดโทษของ กาเบรียล บาติสตูต้า ก่อนที่ สิงโตคำราม จะมาตามตีเสมอจากจุดโทษของ อลัน เชียร์เรอร์ เช่นกัน และออกแซงนำไปด้วยฝีเท้าของ ไมเคิล โอเว่น จนกระทั่งมาถูก ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ ไล่ตีเสมอได้สำเร็จในช่วงทดเวลาก่อนหมดครึ่งแรก

แต่หลังจากที่เริ่มเกมส์ครึ่งหลังไปได้เพียงแค่ 2 นาที ดาวเตะรูปหล่อ ก็ไปเสียค่าโง่ให้กับ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เมื่อดันไปเตะเอาคืน มิดฟิลด์พันธุ์ดุ ต่อหน้าต่อตา คิม มิลตัน นีลเซ่น ผู้ตัดสินชาวเดนมาร์ก ในขณะที่กำลังนอนอยู่บนพื้นสนามหลังจากถูกทำฟาวล์ใส่ จนถูกใบแดงไล่ออกและทำให้ทีมต้องเล่น 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนจะพ่ายแพ้ไปในจากการดวลลูกจุดโทษหลังจบ 120 นาที

5. ฟิล เนวิลล์: ยูโร 2000

แหล่ง: https://www.youtube.com

หลังจากออกสตาร์ทใน ศึกยูโร 2000 ได้อย่างตะกุกตะกักด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ โปรตุเกส ไป 3-2 ทั้งๆที่ออกนำคู่แข่งไปก่อนถึง 2 ประตู ก่อนจะฮึดกลับมาบดเอาชนะ เยอรมัน ได้ 1-0 ในเกมส์ถัดมา ทีมสิงโตคำราม ต้องการอีกเพียงคะแนนเดียวจากการพบกับ โรมาเนีย ในเกมส์นัดสุดท้ายของ กลุ่ม A ก็น่าจะเพียงพอที่จะลอยลำเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไป

หลังจากเกมส์ที่มีสกอร์ 2-2 ดำเนินไปจนถึงช่วงท้าย ลูกทีมของ เควิน คีแกน ต่างกำลังนับถอยหลังที่จะก้าวเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ด้วยการตัดสินใจแบบขาดประสบการณ์ของ แฝดน้องเนวิลล์ ที่เข้าเสียบสกัด วิโอเรล มอนโดวาน หัวหอกของทีมผีดิบ จนล้มคว่ำในกรอบเขตโทษในนาทีที่ 88 จนเปิดโอกาสให้ ยอน วิโอเรล กาเนีย ได้ซัดจุดโทษผ่านมือ ไนเจล มาร์ติน เข้าไปและกลายเป็นประตูชัยที่พาพวกเขาผ่านเข้ารอบ และส่งให้ อังกฤษ ต้องกลับบ้านไป

4. เดวิด ซีแมน: ฟุตบอลโลก 2002

แหล่ง: https://www.youtube.com

อันที่จริงการตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการปราชัยให้กับ บราซิล ที่สามารถก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์โลกได้ในปีนั้นด้วยขุมกำลังระดับโลกอย่าง โรนัลโด้, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่, โรแบร์โต้ คาร์ลอส และ คาฟู ก็ไม่เชิงว่าจะเป็นผลงานที่น่าผิดหวังซักเท่าไร แต่หากมองไปถึงการพลาดโอกาสใกล้เคียงที่สุดที่จะสามารถยื้อและต่อกรกับยอดทีมระดับพระกาฬได้หลังจากที่เสมอกันอยู่ 1-1 ในเวลานั้น

แน่นอนว่า 'เหยินน้อย' อันตรายเสมอเมื่อในยามที่ได้รับหน้าที่สังหารลูกฟรีคิก แต่ก็ไม่น่าจะหมายถึงจังหวะตั้งเตะจากมุมด้านขวาที่ห่างจากปากประตูไปถึง 35 หลา อย่างไรก็ตามจะด้วยโชคหรือความเหนือชั้นของเขา ลูกยิงระยะไกลจากบริเวณริมเส้นก็ลอยข้ามหัว เดวิด ซีแมน เข้าประตูไปอย่างตกตะลึงกันทั้งสนาม และทำให้ อังกฤษ ไม่สามารถหาทางกลับเข้าสู่เกมส์จนต้องปิดฉากทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียไปพร้อมกับน้ำตาของ อดีตยอดนายทวารหางม้า ที่เสียเหลี่ยมหนักมากหลังจากนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น

3. สตีเว่น เจอร์ราร์ด: ยูโร 2004

แหล่ง: https://www.youtube.com

อังกฤษ น่าจะเก็บ 3 คะแนนเต็มได้จากเกมส์นัดเปิดสนามของกลุ่ม B ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ โปรตุเกส หลังจากที่พวกเขาออกนำ ฝรั่งเศส ไปได้จากลูกโหม่งของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในครึ่งเวลาแรก รวมถึงน่าจะฝังกลบคู่ต่อสู้หากว่า เดวิด แบ็คแฮม มิดฟิลด์กัปตันทีม จะไม่ยิงลูกจุดโทษไปให้ ฟาเบียง บาร์กเตซ เซฟไว้ได้ในนาทีที่ 73

แต่หลังจากเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอมิล เฮสกีย์ ตัวสำรองเกิดซุ่มซ่ามไปทำเสียฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษ จึงถูกลงโทษด้วยลูกปั่นฟรีคิกสุดสวยของ ซีเนดีน ซีดาน เข้าไปเป็นประตูตีเสมอ เท่านั้นยังไม่พออีกไม่กี่นาทีถัดมา ยอดกัปตันทีมของหงส์แดง เกิดถูกความกดดันเล่นงานจนจ่ายลูกคืนหลังโดยไม่ทันได้มองว่ามี เธียร์รี่ อองรี ที่จ้องอยู่และฉวยโอกาสฉกบอลเข้าไปดวลกับ เดวิด เจมส์ ก่อนจะถูกรวบจนล้มหัวคะมำ และก็เป็น ซีดาน เจ้าเก่าที่โชว์ความนิ่งรับหน้าที่สังหารเข้าไปจนกลายเป็นประตูชัยให้กับทีม

ถึงแม้ลูกทีมของ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน จะสามารถเก็บชัยชนะได้ในอีก 2 นัดที่เหลือจนผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ แต่ก็เข้าไปพ่ายแพ้ให้กับ ทีมเจ้าภาพ ในการดวลลูกโทษตัดสินที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายอยู่ดี

2. เวย์น รูนี่ย์: ฟุตบอลโลก 2006

แหล่ง: https://www.youtube.com

หลังจาก เวย์น รูนี่ย แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวใน ศึกยูโร 2004 ดาวยิงร่างอวบ ก็กลายมาเป็นขุมกำลังหลักในแดนหน้าอย่างเต็มตัวให้กับทีมในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อีก 2 ปีถัดมา โดยเฉพาะหลังจากที่ ไมเคิล โอเว่น ถูกโรคเดี้ยงเข้าเล่นงานจากเกมส์นัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม B ที่พบกับ สวีเดน จึงทำให้ ศูนย์หน้าวัย 20 ปี ในเวลานั้นถูกดันขึ้นไปยืนค้ำเป็นหัวหอกเดี่ยวในรอบน็อคเอาท์

หลังจากที่พวกเขาผ่าน เอกวาดอร์ ในรอบ 16 ทีมมาได้อย่างหวุดหวิด 1-0 ก็ต้องโคจรมาพบกับโจทก์เก่าอย่าง โปรตุเกส ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายซึ่งดูเหมือนพวกเขาจะเตรียมแผนรับมือ หัวหอกวัยทีน มาไว้เป็นอย่างดี หลังจากเกมส์ดำเนินมาจนครบหนึ่งชม.จากเหตุการณ์ปะทะกันจนชุลมุนกลางสนาม รูนี่ย์ ก็ออกอาการน็อตหลุดและไปย่ำใส่กล่องดวงใจของ ริคาร์โด คาร์วัลโญ่ เข้าอย่างจังจนถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม และสุดท้าย อังกฤษ ก็พ่ายแพ้ต่อคู่ปรับในการดวลลูกจุดโทษหลังต่อเวลาพิเศษ(อีกครั้ง)

1. โรเบิร์ต กรีน: ฟุตบอลโลก 2010

แหล่ง: https://www.youtube.com

หลังจากผลงานปี๊บคลุมหัวด้วยการไม่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายใน ศึกยูโร 2008 พวกเขาต้องรอเวลาอีก 4 ปี หลังจากใบแดงของ รูนี่ย์ เพื่อกลับเข้ามาสู่ทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์อีกครั้งหนึ่ง โดยการยกพลบุกไปยัง แอฟริกาใต้ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเวิลด์คัพด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่

สิงโตคำราม เหมือนจะเปิดตัวได้อย่างสวยหรูเมื่ออกนำ สหรัฐอเมริกา หลังจากเริ่มต้นเขี่ยบอลไปเพียงแค่ 4 นาทีจากโอกาสหน้าประตูของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่ก่อนนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกจะดังขึ้นเพียง 5 นาที คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ พลิกหาจังหวะสับไกจากนอกกรอบเขตโทษที่ดูจะไม่ได้มีอันตรายซักเท่าไร แต่ นายทวารจากทีมขุนค้อน กลับรับกระฉอกและปล่อยให้ลูกปลิ้นไหลผ่านมือเข้าประตูไปชนิดที่แฟนๆ สิงโตคำราม อึ้งกิมกี่กันทั้งสนาม

สุดท้ายเกมส์จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 และ กรีน ก็ถูก ยอดกุนซือชาวอิตาเลียน ดร็อปยาวนับแต่นั้น โดยถึงแม้พวกเขาจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์แต่ก็เข้าไปถูก เยอรมัน ยำใหญ่ 4-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจนต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปตามระเบียบ

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon