bananacake14 อัพเดทเมื่อ 10:00 20/07/2559
Thumb lg liverpool sign

คุ้มมั้ย !? 10 อันดับนักเตะค่าตัวแพงที่สุดที่ย้ายเข้ามาของ Liverpool!

5261 Pepper

เราขอเอาใจสาวกหงส์แดงด้วยการนำเกร็ดความรู้ 10 อันดับนักแตะค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรมาฝากกัน ว่าแต่จะมีใครบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ

ลิเวอร์พูล Liverpool football premier league

10. Robbie Keane : ค่าตัว 19 ล้านปอนด์

ย้ายมาจากทีม ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในปี 2008

"ร็อบบี้ คีน" ถือเป็นข่าวช็อกวงการลูกหนังในปี 2008 ไม่น้อยสำหรับการมาร่วมทีมของ ร็อบบี้ คีน อดีตศูนย์หน้าและกัปตันทีมท็อตแนม ฮอทสเปอร์ส ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงในช่วงเวลานั้น เขาจึงเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ถูกซื้อตัวมาด้วยราคา 19 ล้านปอนด์ ทว่าคีนก็ยังอยู่ไม่ครบสัญญาเนื่องจากฟอร์มการเล่นของเขาอาจไม่เหมาะที่จะอยู่กับลิเวอร์พูล เขาจึงต้องอำลาถิ่นแอนฟิลด์หลังจากลงเล่นให้สโมสรเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น ก่อนจะย้ายกลับไปยังถิ่นเก่าอีกครั้งในเดือนมกราคม ปี 2009 และถูกเซลติกยืมตัวไปจนกระทั่งจบซีซั่น ซึ่งปัจจุบันร็อบบี้ คีน รับหน้าที่กัปตันทีมให้กับแอลเอ กาแลกซี่ ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ สำหรับสถิติการเล่นให้กับลิเวอร์พูลรวมทุกรายการอยู่ที่ 28 นัด และทำประตูได้เพียง 7 ประตูเท่านั้น

9. Lazar Markovic : ค่าตัว 20 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม เบนฟิก้า ในปี 2013

"ลาซาร์ มาร์โควิช" เริ่มต้นการค้าแข้งกับปาร์ติซาน กระทั่งย้ายมาร่วมทีมเบนฟิก้าในปี 2013 ซึ่งเพียงฤดูกาลแรกที่เล่นให้กับเหยี่ยวลิสบอน ปีกดาวรุ่งชาวเซอร์เบียก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและถือเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จในฐานะนักฟุตบอลอาชีพของเขาเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้เองมาร์โควิชจึงเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกทั้งเชลซีและลิเวอร์พูล แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจจรดปากกาเซ็นสัญญาอยู่ถิ่นแอนฟิลด์ด้วยราคาค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ซึ่งเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมในฤดูกาลนั้นบอกว่านี่เป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดเลยทีเดียว แต่เรื่องอื้อฉาวที่ทำให้แฟนหงส์ไม่ชอบใจนักก็คงจะเป็นเหตุการณ์ที่มาร์โควิชโดนใบแดงในนัดที่ลิเวอร์พูลเจอกับบาเซิลในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก ซึ่งจากภาพช้าจับได้ว่ามาร์โควิชเจตนาใช้นิ้วจิ้มตาฝ่ายตรงข้าม ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เขาโดนแบนไปถึง 4 นัด ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อทีมเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในฤดูกาลถัดมา มาร์โควิชก็ถูกยืมตัวโดยทีมเฟเนร์บาห์เช่ ในตุรกี ซูเปอร์ลีก ก่อนที่เขาจะมีปัญหาเจ็บเรื้อรัง และถูกส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บยังประเทศโปรตุเกส และคาดว่าจะกลับมาลิเวอร์พูลอีกครั้งก่อนเปิดฤดูกาล 2016-2017 มาดูกันดีกว่าว่า ปีกดาวรุ่งวัย 22 ปี จะสามารถกู้ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขากลับมาได้อีกครั้งหรือไม่ สำหรับสถิติการเล่นให้หงส์แดงที่ผ่านมารวมแล้ว 34 นัด ยิงได้ 3 ประตู

8. Dejan Lovren : ค่าตัว 20 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2014

"เดยัน ลอฟเรน" เซ็นเตอร์แบ็คสัญชาติโครเอเชียเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้กับสโมสรดินาโม ซาเกรบ ก่อนจะย้ายมายังโอลิมปิก ลียง ในลีกเอิงฝรั่งเศส จากนั้นค่อย ๆ คลืบคลานเข้ามายังแดนผู้ดีด้วยการเล่นให้ทีมนักบุญ "เซาธ์แฮมป์ตัน" เพียงหนึ่งฤดูกาลก่อนที่จะตกลงปลงใจเซ็นสัญญาเป็นนักเตะลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ โดยแมทช์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นที่จดจำของแฟนบอลคงหนีไม่พ้นเกมลีกคัพรอบ 4 ที่ลิเวอร์พูลต้อนรับการมาเยือนของสวอนซี ซึ่งนัดนี้ทำให้เห็นว่านอกจากหน้าที่แนวรับอันแข็งแกร่งแล้ว เดยัน ลอฟเรน ยังสามารถทำประตูชัยในนาทีสุดท้ายให้กับทีมได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าในครึ่งฤดูกาลหลัง ลอฟเรนจะฟอร์มตกอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขาต้องนั่งเก้าอี้ม้านั่งสำรองถึง 6 ครั้งเลยทีเดียว งานนี้คงต้องรอเปิดฤดูกาลหน้า แล้วมาดูฟอร์มของเซ็นเตอร์แบ็คจอมห้าวคนนี้กันอีกครั้งว่า จะคุ้มกับราคาค่าตัว 20 ล้านปอนด์หรือไม่ สำหรับสถิติการลงเล่นกับลิเวอร์พูลทุกรายการของ เดยัน ลอฟเรน คือ 77 นัด ยิงได้ 2 ประตู

7. Fernando Torres : ค่าตัว 20 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม แอตเลติโก้ มาดริด ในปี 2007

"เฟอร์นันโด ตอเรส" ในยุครุ่งเรืองของผู้จัดการจอมโรเตชั่น ราฟาเอล เบนิเตซ คงไม่มีใครไม่รู้จักดาวยิงแดนกระทิงดุอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส ศูนย์หน้าดาวยิงที่ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของเบนิเตซเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเอลนินโญ่ผู้ซึ่งย้ายมาจากทีมแอตแลนติโก มาดริด ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ได้สร้างสถิติใหม่และความสำเร็จให้กับลิเวอร์พูลอย่างมากมาย แต่หลังจากอยู่กับหงส์แดงได้ 4 ฤดูกาล ตอร์เรสก็ตัดสินใจย้ายไปยังถิ่นแสตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ เนื่องจากเขาอยากเติบโตและอยากคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศนั่นเอง ซึ่งการย้ายทีมครั้งนี้ก็สร้างความโกรธแค้นให้กับแฟนหงส์แดงไม่น้อย

จากนั้นในฤดูกาล 2014-2015 ตอร์เรสถูกเอซีมิลานยืมตัวไป 2 ปี เนื่องจากโดนวิจารณ์ว่าฟอร์มตก กระทั่งในต้นปี 2015 ตอร์เรสได้ย้ายกลับสู่แอตแลนติโก มาดริด ถิ่นเก่าอีกครั้ง สำหรับสถิติการเล่นให้กับลิเวอร์พูลของเฟร์นานโด ตอร์เรส คือ 142 นัด ทำประตูได้ 81 ประตู

6. Luis Suarez : ค่าตัว 22.8 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม อาแจ็กซ์ ในปี 2011

"หลุยส์ ซัวเรซ" การสูญเสียดาวยิงอย่างเฟร์นานโด ตอร์เรส ทำให้ลิเวอร์พูลสั่นคลอนได้ไม่นาน เนื่องจากถูกแทนที่โดยศูนย์หน้าจอมพุ่งอย่าง หลุยซ์ ซัวเรซ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสไตร์เกอร์ที่จบสกอร์ให้กับทีมได้อย่างเฉียบขาด สำหรับหลุยส์ ซัวเรซ เป็นนักฟุตบอลชาวอุรุกวัย และได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรนาซีโอนัล ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลโครนิงเงิน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี 2006 และในหนึ่งปีให้หลังก็ย้ายทีมอีกครั้งไปยังสโมสรชื่อดัง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งทำสถิติไว้สวยหรู คือ ยิงได้ 35 ประตู จากการลงแข่งขัน 33 นัด ในขณะเดียวกันก็คว้าไปเหลืองไปครองถึง 7 ใบในฤดูกาลนั้น ก่อนจะมีข่าวฉาวอีกครั้งเนื่องจากซัวเรซไปกัดไหล่ ออตมัน บักกัล คู่แข่งจากทีมพีเอสวี ไอลด์โฮลเฟ่น ทำให้เขาโดนแบนถึง 7 นัด และหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกเซ็นสัญญาเข้าสังกัดทีมดังแห่งย่านเมอร์ซีไซด์ด้วยค่าตัวราว 22.8 ล้านปอนด์

การมาของซัวเรซช่วยให้ฟอร์มโดยรวมของทีมไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากการทำประตูอย่างต่อเนื่องของเขา แต่ในขณะเดียวกันซัวเรซก็ยังไม่เลิกนิสัยจอมพุ่งจนทำให้เขามักจะมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเก็บกระเป๋าออกจากลิเวอร์พูลด้วยเหตุผลเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพค้าแข้งของตนเอง ด้วยการย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ สำหรับสถิติการเล่นให้ลิเวอร์พูลของซัวเรซ คือ 133 นัด และยิงประตูได้ 82 ประตู

5. Adam Lallana : ค่าตัว 25 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2014

"อดัม ลัลลานา" ถูกซื้อตัวจาก "เซาธ์แฮมป์ตัน" ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ แม้ในช่วงแรกเขาจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บจากหัวเข่าจนถูกพักยาวหลายสัปดาห์ ซึ่งทำให้แฟนบอลเซ็งไม่น้อยกับการเซ็นสัญญากับนักเตะรายนี้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ลัลลานาหายดีและกลับมาฟิตอีกครั้ง ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นจึงทำให้เขาถูกจัดว่าเป็นอีกหนึ่งตัวทำเกมคนสำคัญของทีม ด้วยฝีเท้าที่ถนัดทั้งสองข้าง อีกทั้งเทคนิคแพรวพราวซึ่งช่วยทำให้ลิเวอร์พูลกรำชัยมานักต่อนัก นอกจากนี้สถิติการลงเล่น 90 นัด เขายังทำประตูได้ 13 ประตู นั่นก็เพียงพอจะการันตีได้ว่าลัลลานามีดีทั้งในเกมรุกและเกมรับ แถมการมาของเขายังช่วยอุดรอยรั่วและเติมเกมรุกของลิเวอร์พูลได้ในขณะเดียวกันด้วย เหตุนี้เองทำให้ลัลลานาถูกยกให้เป็นการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 และดูท่าว่าลัลลานาจะมีอนาคตที่ยาวไกลกับลิเวอร์พูลแน่นอน

4. Roberto Firmino : ค่าตัว 29 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในปี 2015

"โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่" นักฟุตบอลชาวบราซิล ซึ่งปัจจุบันเล่นในตำแหน่งทั้งกองกลางตัวรุกและกองหน้าให้กับลิเวอร์พูล เขาถูกซื้อตัวจากสโมสรฮอฟเฟนไฮม์ ทีมในลีกบุนเดสลีกาของเยอรมัน ด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ สำหรับประวัติความเป็นมาของเฟอร์มิโน่นั้นดูสวยหรูทีเดียวกับพัฒนาการของมิดฟิลด์ตัวรุกวัย 25 ปี ซึ่งครั้งหนึ่งสมัยที่เขายังเล่นอยู่ที่สโมสรฟิกูเรนเซ่ เขามีส่วนทำเกมอย่างมากซึ่งช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศได้สำเร็จ นอกจากนี้สไตล์การเล่นของเฟอร์มิโน่ยังโดดเด่นโดยที่เขาเน้นการเล่นแบบทีมเวิร์กดังจะเห็นได้จากการมีส่วนร่วมทั้งในการยิงประตูและการผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูได้สำเร็จ อีกทั้งประตูที่ถือว่าสำคัญของเฟอร์มิโน่คงหนีไม่พ้นประตูชัยในศึกยูโรปา ลีก ที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 2-0 ในถิ่นแอนฟิลด์ สำหรับสถิติการเล่นให้ลิเวอร์พูลของเฟอร์มิโน่ คือ ลงเล่น 49 นัด ทำประตูได้ 11 ประตู

3. Sadio Mané : ค่าตัว 30 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2016

"เซาดิโอ มาเน่" สด ๆ ร้อน ๆ กับการเซ็นสัญญาค้าแข้งของ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าวัย 24 ปี จาก "เซาธ์แฮมป์ตัน" ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งสองฤดูกาลกับการเล่นให้ต้นสังกัดเก่าอย่างเซาธ์แฮมป์ตันของมาเน่นั้นโดดเด่นจนเป็นที่หมายมั่นของเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมหงส์แดง กระทั่งดึงตัวมาเน่ร่วมชายคาแอนฟิลด์ในที่สุด สำหรับประวัติการค้าแข้งของนักฟุตบอลสัญชาติเซเนกัลรายนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว โดยเริ่มเป็นนักฟุตบอลอาชีพในฝรั่งเศสและมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดจนกระทั่งได้ไปเล่นกับสโมสร เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในออสเตรีย ซึ่งเป็นถิ่นที่เขาได้โชว์ฟอร์มอันสุดยอดอย่างแท้จริง และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่หลายทีมสนใจที่จะคว้าตัวมาเน่มาร่วมทีม กระทั่งได้มาเซ็นสัญญากับเซาธ์แฮมป์ตันในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ โดยสถิติที่ยากจะมีใครโค่นล้มได้ ก็คือ การทำแฮททริกในเกมที่พบกับแอสตัน วิลล่า ด้วยระยะเวลาเพียง 2 นาที 56 วินาที ซึ่งล้มแชมป์เก่าอย่างร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตศูนย์หน้าของลิเวอร์พูลได้สำเร็จ ดังนั้นแฟน ๆ ต้องมาลุ้นกันว่าในฤดูกาล 2016-2017 นี้ ซาดิโอ มาเน่ จะเค้นฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขาภายใต้ทีมใหม่ได้สำเร็จหรือไม่

2. Christian Benteke : ค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม แอสตัน วิลล่า ในปี 2015

"คริสเตียน เบนเตเก้" ก้าวเข้าสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการเซ็นสัญญาอยู่กับแอสตัน วิลลา เป็นเวลา 4 ปี ทว่าศูนย์หน้ารายนี้กลับไม่แฮปปี้ที่จะอยู่ถิ่นวิลลา พาร์ค อีกทั้งอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าในปี 2014 ยังทำให้เขาชวดการลงเล่นให้ทีมต้นสังกัดรวมทั้งกับทีมชาติในศึกฟุตบอลโลกอีกด้วย อย่างไรก็ตามใช่ว่าชื่อชั้นและผลงานของเบนเตเก้จะไม่มีเสียเมื่อไร เพราะเขาถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สิงห์ผงาดไม่ต้องตกชั้นไปเล่นเดอะแชมเปี้ยนชิพอีกด้วย นอกจากนี้สถิติการทำประตูก็สวยหรู โดยยิงได้ 23 ประตู จากการลงเล่นเป็นตัวจริงใน 39 นัด ของฤดูกาลแรกที่มาร่วมทีม เรียกว่าโปร์ไฟล์ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว งานนี้คงต้องมาดูกันว่า คริสเตียน เบนเตเก้ จะคุ้มค่ากับราคาค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์หรือไม่

1. Andy Carroll : ค่าตัว 35 ล้านปอนด์

ย้ายจากทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 2011

"แอนดี้ แคร์โรล" ถือว่าเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นนักเตะที่เล่นไม่คุ้มราคาค่าตัวมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรลิเวอร์พูลเลยก็ว่าได้ ด้วยค่าตัวสูงลิบถึง 35 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เขาถูกเปรียบเทียบกับนักเตะคนอื่น ๆ ทั้ง อลัน เชียเรอร์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษและนิวคาสเซิล ซึ่งแคร์โรลเองยังได้สวมเสื้อหมายเลข 9 ตามรอยเชียเลอร์ อีกด้วย นอกจากนี้ความคุ้มราคาค่าตัวของเขายังถูกเปรียบเทียบกับเฟร์นานโด ตอร์เรส (20.2 ล้านปอนด์) และหลุยส์ ซัวเรซ (22.8 ล้านปอนด์) ซึ่งจะเห็นชัดว่าผลงานการเล่นของศูนย์หน้าสองรายหลังค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมากขณะอยู่กับลิเวอร์พูล ในขณะที่แคร์โรลเองยังไม่มีผลงานโดดเด่น อีกทั้งในยุคนั้นจะเห็นว่าความมุ่งมั่นและความขยันของเดิร์ค เค้าท์ ดูจะมีความสำคัญกับทีมมากกว่าแคร์โรลด้วยซ้ำ และการก้าวเข้ามาคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ แอนดี้ แคร์โรล ต้องอำลาถิ่นแอนฟิลด์ในฤดูกาลถัดมา เนื่องจากเขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมของร็อดเจอร์นั่นเอง สำหรับสถิติของแอนดี้ แคร์โรล สมัยอยู่กับลิเวอร์พูล คือ ลงเล่นทุกรายการ 58 นัด และทำประตูได้เพียง 11 ประตู

อ่านมาถึงตรงนี้สาวกเร้ด แมชชีน คงจะพอมองออกแล้วว่า นักเตะคนไหนคุ้มหรือไม่คุ้มกับราคาค่าตัวบ้าง อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าสตาร์ดังที่มีค่าตัวแพงอาจไม่สามารถเค้นฟอร์มอันยอดเยี่ยมของตนเองออกมาได้เมื่อต้องเล่นกับทีมใหม่ ซึ่งข้อนี้เองที่เป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่า ฟุตบอลควรเล่นกันเป็นทีม มากกว่าจะพึ่งพานักเตะฝีเท้ายอดเยี่ยมเพียงคนเดียว !

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg feca5f74 8187 4f0f bb91 26a490ee3d34

bananacake14