องค์แม่ 妲己 2560/11/24 20:30
Thumb lg 03

เมื่อ Dewar's ชวน Pepper ไปร่วมทานอาหารสุดหรูสุด Exclusive!! งานนี้จะเป็นอย่างไรมาชมกันครับ

706 Pepper

บอกเลยครับว่า Dewar's ดูแลเราดีมาก เหมือนเราเป็นครอบครัวเดียวกับเขาเลยครับ

Dewar's whisky

วันนี้ทาง Pepper ขอมาแชร์ประสบการณ์การไปทานข้าวร่วมกัน Dewar's แบรนด์สก๊อตช์วิสกี้ชั้นเลิศ
การันตีด้วยยอดขายดีระดับโลกทีเดียว บอกเลยนะครับว่าแบรนด์ดังขนาดนี้ชวนเราไปทานข้าวด้วย
เขาจะเตรียมอะไรเอาไว้ให้เราบ้าง เชิญชมได้เลยครับ

แต่ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับ Dewar's กันก่อนดีกว่าครับ

Dewar's เป็นแบรนด์สก๊อตช์วิสกี้ ที่ก่อตั้งขึ้นโดย John Dewar ในปี 1846 โดยมีเทคนิคการผสมผสานเกลนวิสกี้ชั้นยอดกับสุดยอดซิงเกิ้ลมอลต์ทีได้ผ่านการหมักบ่มมาแล้วตามมาตรฐานกระบวนการผลิตวิสกี้ระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้น Dewar’s ยังได้เพิ่มอายุการหมักบ่มในถังไม้โอ้คขึ้นอีกอย่างน้อย 6 เดือนในถังจนได้คุณภาพของ Dewar’s แม้ว่าจะเพิ่มต้นทุนในการผลิตขึ้นก็ตาม แต่ก็เพื่อเพิ่มรสชาติที่กลมกล่อม หอมละมุนยิ่งขึ้น ก่อนบรรจุขวดจำหน่าย ด้วยหัวคิดทางการค้าของลูกชายอย่าง Tommy ในปี 1896 จึงได้ส่งออกไปในประเทศต่างๆและกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นสก๊อตช์วิสกี้ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก และมีการเสิร์ฟในพระราชวังที่อังกฤษ พร้อมได้รับตราจากราชวงศ์อังกฤษประดับบนขวดอีกด้วย แม้จะเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แต่ธุรกิจทั้งหมดยังเป็นเจ้าของโดยทายาท Dewar's ทั้งหมด นับเป็น Family Business ที่แข็งแกร่งมาก เหมือนโลโก้ของแบรนด์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเชือกมัดรวมกันเป็นปม เสมือนความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไม่มีวันคลายของพี่น้อง Dewar

เมื่อเข้างานมาในร้าน Wild & Co ที่เป็นสถานที่ที่ตกแต่งได้อย่างหรูหรา และปราณีต สมกับที่จัดงานสำหรับสก๊อตช์วิสกี้ชั้นดีจริงๆ หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อย ทาง Dewar's ได้เชิญเราเข้าไปข้างในเพื่อลิ้มลอง Welcome drink คือ Dramble ที่เป็นส่วนผสมของ Dewar's 12 แบล็คเบอร์รี่ และมะนาว รสชาติเปรี้ยวชื่นใจ พร้อมฟังดนตรี Country คลอไปด้วย แค่ Welcome Drink ยังขนาดนี้ เราอดใจรอถึงเซอร์ไพร์สต่อไปแทบไม่ไหวแล้วครับ

ต่อจากวงดนตรี ก็มีการกล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการโดย คุณโจ พงศธร Customer Marketing Manager
ถึงการมาดินเนอร์ในครั้งนี้ พร้อมกล่าวถึงประวัติแบรนด์ และสินค้า Dewar's โดยสังเขป ทำให้เราเข้าใจถึงความเป็นมาและความพิเศษของ Dewar's ก่อนที่เราจะได้ไปลิ้มลองอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งก็ไม่ใช่อาหารธรรมดา เพราะมื้อนี้ทุกจานถูกรังสรรค์และปรุงแต่งโดย เชฟชาลี กาเดอร์ เชฟชื่อดังที่เหล่านักชิมรู้จักกันดี แค่รู้ว่าจะได้ชิมอาหารจากฝีมือเชฟชื่อดังขนาดนี้ เราก็แทบรอไม่ไหวแล้วครับ

ในที่สุด! เราได้มาถึงห้องอาหารที่เป็นโดมกระจก ตกแต่งด้วยสัตว์สตาฟ และต้นไม้ ที่เข้ากับแสงเทียนบนโต๊ะได้อย่างดียิ่ง หลังจากพูดคุยกับทางทีมงาน Dewar's ได้ซักครู่ ก็มี Dewar's Flight มาเสิร์ฟให้กับเรา ในแต่ละสูตร ได้แก่... Dewar’s White Label, Dewar’s 12 ปี, Dewar’s 15 ปี, Dewar’s 18 ปี โดยแต่ละสูตรจะมีบุคลิคแตกต่างกันไป แต่ที่ถูกใจทางทีมงานเราที่สุด ขอยกให้เป็น Dewar’s 15 ปี เนื่องจากเป็นรสชาติที่ลงตัว มีความสมูท และมีกลิ่นเฉพาะที่เกิดจากการทำ Double Age คือ การนำวิสกี้ที่ผ่านการหมักบ่มตามมาตรฐานแล้วไป “หมักบ่มต่อเพิ่มอีกอย่างน้อย 6 เดือนในถังไม้โอ้ค” ก่อนจะนำบรรจุขวดเพื่อจำหน่าย ก่อนที่จะนำมาบรรจุขวดขาย นับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของ Dewar's จริงๆ

หลังจากชิม Dewar’s Flight Serve กันเรียบร้อยแล้ว Appetizer ชนิดแรกที่นำมาเสิร์ฟคือ Scotch Egg ทานคู่กับ Dewar’s 12 ปี, 15 ปี และ 18 ปี ได้อย่างลงตัว โดยระหว่างการทานอาหาร ทาง Dewar's ได้เชิญคุณ ชานนท์ มาให้ความรู้และแนะนำเกี่ยวกับประวัติและบุคลิคของ Whisky Dewar’s ทีละแก้ว พร้อมวิธีการทานคู่กับอาหารต่างๆ แม้อาหารตรงหน้าจะน่าสนใจเพียงใด แต่ความรู้ของคุณชานนท์นั้นน่าฟังมาก อย่างเช่น Angel Share ซึ่งเป็นปริมาณแอลกอฮอล์ที่จะหายไป 2% ต่อปี เมื่อหมักไปเรื่อยๆ ทำให้วิสกี้มีความกลมกล่อม และรสชาติดีขึ้น

สำหรับจานต่อมาเป็น Starter จานใหญ่ยักษ์ที่มีอาหารหลากหลายชนิด มีทั้งแฮม ชีสรมควัน เป็ดรมควัน หอยเชลล์ และเครื่องเคียง เสิร์ฟมาพร้อมกับ Cocktail : Pear & Passion Highball ที่เป็นผสมผสานระหว่าง Dewar's 12 ลูกแพร ขิง และ เสาวรส ถ้าจิบ Cocktail นี้ จะได้รสหวานนำและเปรี้ยวตามเบาๆ แต่เราลองทำตามที่คุณชานนท์แนะนำ คือปาดเนื้อเสาวรสลงไป แล้วเขย่าให้เข้ากันเล็กน้อย เราจะได้ Cocktail ที่มีรสาติเปรี้ยวนำจากเสาวรส ดื่มตัดเลี่ยนของ Starter ที่เป็นเนื้อสัตว์และชีสได้อย่างดี

ต่อมาเป็น Main Dish ของงาน ซึ่งเป็นจานเนื้อที่มีหลากหลาย มีทั้ง ซี่โครงวัวรมควัน ที่ย่างโดยใช้ Dewar's 15 ปี พอร์คลอยด์ และไก่ ทั้งหมดมาพร้อมซอส Dewar's BBQ ที่มีส่วนผสมของ Dewar's Whisky ซอสแอปเปิ้ล และ วานิลลากลิ่นหอม และเครื่องเคียง เครื่องดื่มที่เสิร์ฟคู่กันคือ Marmalade Sour ที่มีส่วนประกอบของ Dewar's 12 ส้ม น้ำผึ้ง และมะนาว ด้วยความสดชื่นของส้ม และรสของ Dewar's ส่งผลให้จานนี้มีความลงตัวทั้งเนื้อ ซอส และCocktail เรียกว่า ทานแล้วหยุดไม่ได้เลยครับ

ปิดท้ายกันด้วย ของหวาน ซึ่งประกอบเป็น บราวน์นี่แช่ด้วย Dewar's 15th ที่ประดับด้วยครีม เกล็ดทอฟฟี่และซิตรัส เสิร์ฟพร้อม Dewar's 15 Old Fashioned ที่ประกอบด้วย น้ำผึ้ง Bitters และCitrus รสชาติที่หวานของบราวนี่ ผสมกลมกล่อมได้ดีกับรสชาติของ Cocktail ทั้งสองไม่มีอะไรเด่นจนเกินไป เป็นมวยคู่สูสีในปากเราเลยครับ

หลังจากทานอาหารจนอิ่มแล้ว เราก็ได้กลับไปที่เลาจน์อีกครั้ง เพื่อฟังดนตรี Blue สุดไพเราะ แม้ทาง Dewar's จะเลี้ยงเราอย่างอิ่มหนำสำราญแล้ว ยังมีCocktailให้เราลองชิมอีก โอ้แม่เจ้า! ทำไมเขาดูแลเราดีขนาดนี้ โดยเราได้ลอง Highball ที่มีส่วนผสมของ Dewar's 15 และโซดา เราได้ดื่มด่ำกับรส Whisky เต็มๆ ที่ปิดท้ายค่ำคืนนี้ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทาง Dewar's บอกว่า "ยังมีอะไรรอเราอยู่อีก"

Dewar's ก็นำเรามาสู่โซนที่ทำ Wax Dipping เพื่อนๆอาจจะงง Wax Dipping คืออะไร ?
Wax Dipping คือการ จุ่มขวดวิสกี้ในส่วนของฝาขวดลงใน Wax สีแดง และทำการประทับตราสัญลักษณ์ลงไป ซึ่งเป็นเทคนิคการยืดอายุวิสกี้ในขวดให้นานขึ้น และเพิ่มมูลค่าให้วิสกี้ดูหรูหรา มีราคา ซึ่งทาง Dewar's ได้ทำ Wax Dipping ปั้มสัญลักษณ์ของแบรนด์ และติดป้ายชื่อ Exclusive ให้กับ Pepper โดยเฉพาะ!!
บอกเลยครับว่า นี่คือของขวัญที่ล้ำค่ามาก ที่ Dewar's มอบให้เรา ต้องขอขอบคุณ Dewar's อีกรอบครับ

สำหรับประสบการณ์ในครั้งนี้ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาลิ้มลองอาหารอร่อยๆ และได้ลิ้มลองสก๊อตช์วิสกี้ระดับพรีเมี่ยมอย่าง Dewar's ซึ่งสามารถนำมาทำ Cocktail ได้หลากหลาย หรือจะเอามาปรุงอาหาร ก็ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ยากที่จะหาใครเลียนแบบได้ สมคำล่ำลือที่เป็นวิสกี้ที่กวาดรางวัลมามากที่สุดในโลกจริงๆครับ

Author

Thumb lg b8ae2362 2812 46aa 9c3f 20d8efe2d88e

องค์แม่ 妲己

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!