choi_xiaobao 2560/10/12 09:38
Thumb lg

โบราณนานมา 8 วิธีจีบกันของคนไทยแต่ละยุคจากอดีตจนถึงปัจจุบันว่าเค้าทำกันยังไง???

416 Pepper

ยุคสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรานั้น จากรอถึงวันถึงอาทิตย์กลายมาเป็นแค่กดข้อความที่ไม่ต้องรอข้ามคืนข้ามวันอย่างอย่างใจจดใจจ่อ

Social Facebook เทคโนโลยี แอบชอบ สมัยก่อน

ยุคจดหมาย

วิธีสุดคลาสสิกที่ฮิตกันมานานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่หรือช่วงตั้งแต่ยุค 60 70 เป็นต้นมาแล้วนั้น เมื่อส่งไปก็ลุ้นไปด้วยว่าจะไปถึงหรือยัง ถึงเมื่อไหร่ ให้หัวใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เล่น ยิ่งบางคนอยู่ไกลกันมาก กรุงเทพฯ - เชียงราย ระยะเวลาที่คุณบุรุษไปรษณีย์จะนำจดหมายของเราไปถึงอาจกินเวลาเกือบอาทิตย์สำหรับส่งระหว่างจังหวัดแต่ถ้าส่งในจังหวัดเดียวกันก็ประมาณ 3 วันให้พอคลายคิดถึลงมาหน่อย

แต่เมื่อมาถึงต้น ๆ ยุค 90 ก็เริ่มมีกระดาษพร้อมซองลายน่ารัก ๆ หวาน ๆ กลิ่นหอม ๆ ให้ซื้อหากันเป็นชุด ทำให้ยิ่งมีความสุขของการได้เขียนจดหมายน่ารัก ๆ หากัน จุดไคลแมกคือการได้สัมผัสถึงลายมือของกันและกัน แม้บางคนจะลายมือไม่สวยอ่านยาก มีคำผิด มีลบ มีแก้ แต่ก็เป็นลายมือของคนที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว สามารถให้อภัยหยอกเล่นกันได้

ยุคขอเพลงกับรายการวิทยุ

สื่อบันเทิงหลักสำหรับวัยรุ่นในยุคก่อน ๆ ก็คือทีวีกับวิทยุ หนุ่ม ๆ สาว ๆ จะฟังรายการวิทยุฮิต ๆ ที่จะมีช่วงดีเจเปิดให้คนทางบ้านโทรศัพท์เข้ามาขอเพลงหรือฝากเพลงให้ใครคนหนึ่งสด ๆ หรือบอกรักผ่านรายการที่คนทั้งประเทศจะได้ยินและเขินไปพร้อม ๆ กันซึ่งจะต้องไปคอยลุ้นเรื่องการโทรให้ติดนี่แหล่ะเรียกได้ว่ารอคอยกันเป็นรายชั่วโมงเลยทีเดียว

ใครที่ดวงดีโทรติดเข้าไป แล้วบอกกับดีเจว่า "ขอเพลงให้...ที่อยู่...หน่อยครับ" เสมือนการบอกรักโดยไม่ต้องลุ้นว่าทางนั้นจะปฏิเสธไหมเพราะไม่ได้เห็นหน้าจะ ๆ แต่พอเจอหน้าเท่านั้นแหละอายม้วนเป็นลูกขนุนกลิ้ง โดนเพื่อนล้อไป 3 วัน 7 วันเชียว

ยุคโทรศัพท์หยอดเหรียญ

วิธีฮิต ๆ เท่ากับโทรไปขอเพลงที่รายการวิทยุเลยคือโทรศัพท์ไปบอกด้วยตัวเองที่เวลาจะโทรไปเนี่ยจะต้องแลกเหรียญเตรียมไว้ก่อนโทรทุกครั้ง ใครที่รู้ว่าจะคุยนานก็แลกเหรียญ 5 เหรียญ 10 ไว้เยอะหน่อย ส่วนใครที่โทรน้อยก็เอาเหรียญบาทไปเยอะหน่อย และไม่ต้องกลัวว่าเรายังคุยเงินยังไม่หมดเครื่องจะไม่ทอนเหรียญ ถ้าเกิดคุย ๆ อยู่สัญญาณเตือนค่าโทรใกล้หมดอาจโดนตัดสายไปก่อนจะบอกประโยคสำคัญหรือประโยคแก้ตัวก็ได้นะ

แต่วิธีนี้ค่อนข้างเหนียมอายมากกว่าโทรไปขอเพลงให้เขา/เธอคนนั้นซะอีกเพราะเราได้คุยกับเธอตัวเป็น ๆ เลย ณ เวลานั้นเหมือนกับว่าวัดใจกันไปเลยว่าเขา/เธอจะตอบกลับมาว่ายังไง และเวลาที่รอสายทางนั้นโทรมาก็จะค่อนข้างร้อนใจมากเพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสายนั้นจะเป็นของเราหรือไม่ ถ้าเกิดใครไม่มีโทรศัพท์ไว้ที่บ้านแล้วก็ต้องไปโทรที่ร้านชำที่เขาตั้งโทรศัพท์ไว้ให้ แล้วก็ต้องขลุกตัวอยู่ที่นั่นเป็นวัน ๆ แต่ถ้าใครมีโทรศัพท์ไว้หยอดเหรียญที่บ้าน เวลาโทรไปอาจต้องมีสกิลในการขอสายสักหน่อยเพราะเกรงว่าพ่อแม่ของเขา/เธออาจจะมารับสายก็เป็นได้ "ขอสาย...หน่อยครับ/ค่ะ มีเรื่องเกี่ยวกับการบ้านที่ต้องบอก...ครับ/ค่ะ"

ยุคเพจเจอร์

เพจเจอร์ อุปกรณ์ที่เอาไว้ส่งข้อความหากัน ซึ่งเป็นเครื่องเล็ก ๆ ที่ฮิตกันมากในสมัยก่อนวิธีการส่งจะต้องโทรไป Call Center เพื่อส่งข้อความไปถึงเพจเจอร์ของคนที่เราจีบซึ่ง Call Center จะต้องฟังข้อความเลี่ยน ๆ ของเราบ่อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่เราจะส่งไป ซึ่งจะอ่านทวนข้อความประมาณว่า “ข้อความที่ส่งถึงหมายเลข 859632 คือ รักนะจุบุ จุบุ ใช่ไหมคะ” ซึ่งตอนนั้นเราอาจจะยังไม่อายเพราะเราอยากจะส่งข้อความเหล่านั้นไปให้คนที่เรากำลังคิดถึงจริง ๆ แต่พอยุคสมัยล่วงเลยมาแล้วนั้นหลายคนอาจมานั่งคิดว่าตัวเองไปฝากคำบอกรักกับคนที่ไม่รู้จักไปได้ยังไง คือเพิ่งมาคิดได้ว่าต้องอายนั่นเอง

ยุคโทรศัพท์มือถือ

โทรศัพท์สมัย 2G ที่เข้ามาแทนยุคเพจเจอร์ไปโดยปริยายเพราะโทรศัพท์สามารถส่ง sms และก็โทรได้ภายในตัวแต่อาจมีโปรโมชันจำกัดเวลาช่วงการโทรสักหน่อย เช่น สี่ทุ่มเป็นต้นไปราคาจะถูกลงกว่าโทรช่วงกลางวัน ดังนั้นหากอยากจะโทรหากันแบบประหยัดหน่อยก็ต้องเก็บความคิดถึงเอาไว้รอหลังสี่ทุ่มแล้วค่อยโทรหากัน

แต่ยุคก่อนมือถือราคาแพงมากเรียกได้ว่าแพงกว่าไอโฟนสมัยนี้ซะอีก ทุกคนอาจจะคุ้นกับ Nokia จอขาวดำ เสียงเรียกเข้า Mono Tone มีเกมงูไว้เล่นเพื่อความบันเทิงแค่อย่างเดียวแต่อึดทนที่เรียกได้ว่าตกร้อยครั้งยังหยิบขึ้นมาโทรต่อได้จริง ๆ

ยุค MSN

MSN คือยุคของการจีบกันทางออนไลน์แรก ๆ โดยเฉพาะการจีบคนที่เราไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ได้เมลมาจากเว็บบอร์ดแล้วก็เอามาคุยกันและต้องรอดูว่าคนที่เราจีบนั้นตั้งสถานะ available อยู่หรือไม่แล้วค่อยทักไปคุย

บางคนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านเพราะคอมพิวเตอร์สมัยนั้นก็แพงเช่นกันอาจต้องไปร้านเน็ตที่คนเข้ากันจนได้กำไรเฟื่องฟู เพื่อจะคุยเอ็มกับคนที่ชอบบางครั้งอาจมีนัดนอกรอบมาเดทกันต่อหน้าต่อตาสานความสัมพันธ์มากกว่าในเอ็มก็เยอะ แต่บางคนพอเห็นหน้าแล้วก็เลิกลาต่อกัน ก็เยอะเช่นกัน

ยุค Hi5

Hi5 โซเชียลมีเดียยุคแรกที่เข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี 2549 ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าคนที่เราคุย/เราจีบอยู่หน้าตาเป็นแบบไหน แต่ต้องใช้อีเมลอยู่ เข้าไปตามคนที่แอบชอบได้สืบเรื่องราวต่าง ๆ เหมือนเฟสบุ๊คได้เลย มีเทมเพลทให้เปลี่ยนให้เลือกบ้านของตัวเองตาใจชอบซึ่งวัยรุ่นสมัยนั้นจะชอบเอาบ้านของตัวเองมาอวดแข่งกับเพื่อน

แต่ Hi5 ก็ยังต้องเล่นที่หน้าคอมอยู่ดี เพราะสมาร์ทโฟนยังไม่ถูกผลิตออกมา ผู้ใช้บางคนที่เปิดสลับกับ MSN เพื่อดูว่าเขาคนนั้นสลับออนอยู่หรือไม่ เรียกได้ว่าว่า Hi5 เป็นเหมือนน้อง ๆ ของเฟสบุ๊คเลยแหละ

ยุค Facebook

ยุคปัจจุบันของมาร์ค ชัคเบิร์กที่สร้าง facebook ขึ้นมามาในยุคที่การสื่อสารติดตัวเราตลอด 24 ชั่วโมงอย่างแท้จริงสามารถแชทหากันได้ตลอด ความกล้าอยู่แค่ปลายนิ้ว จะกดไลค์ กดแอดเฟรนด์หรือกดส่อง ถ้าเขารับเฟรนเราแล้วก็สามารถเข้าไปส่องได้ทุกอย่างสำหรับคนที่เปิดเฉพาะเพื่อนไว้

ทำให้ไม่ต้องรออะไร คอยอะไรนาน ๆ นอกเสียจากคนที่เราคุยด้วยเข้าไม่อยากคุยกับเราอยากจะทักหรือ Video Call ไปหาหรือแชร์อะไรให้ดูหรือฟังก็ทำได้ แต่ก็มีข้อเสียก็คือความรู้สึกทุกอย่างจะแสดงผ่านไปยังตัวหนังสือแค่นั้น ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้มากกว่านี้และอีกอย่างหนึ่งเฟสบุ๊คอันตรายได้เหมือนกันถ้าเกิดชอบกันแล้วนัดไปเจอกันที่อีกฝ่ายเป็นมิจฉาชีพหรือล่อลวง อาจจะต้องคิดให้รอบคอบระหว่างเล่นด้วย

เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นของยุคไหนก็ให้ความสะดวกสบาย ความบันเทิงเราได้ตามยุคตามสมัย แต่เวลาที่เราเล่นหรือทำอะไรทุกครั้งจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและทรัพย์สินในกระเป๋าด้วย และที่สำคัญที่สุดคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็อย่าลืมใส่ใจพวกเขากันด้วยล่ะ

คุณชอบวิธีการจีบกันในสมัยก่อนถึงปัจจุบันแบบไหนมากที่สุด

Preload

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg e511168b 726d 45b7 8800 673af93175b7

choi_xiaobao