RoyFocker อัพเดทเมื่อ 13:46 22/07/2559
Thumb lg beer

16 เบียร์สดนอกที่ควรไปลองให้เรียบ

41617 Pepper

ไม่ช่วงไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา กระแสคราฟท์เบียร์ (Craft Beer) ทำให้นักดื่มเบียร์มีทางเลือกที่หลากหลาย และสนุกกับการได้ลองเบียร์ใหม่ๆ

Beer เบียร์

ซึ่งในตอนนี้บ้านเรามีการนำเข้าเบียร์จากทั่วโลกมากมาย ยิ่งถ้าเป็นแบบในลักษณะขวดละก็นับยี่ห้อกันไม่ถูกเลย แต่ถ้าเป็นแบบเบียร์สดอาจจะยังไม่มีเยอะมาก แต่ก็ทยอยนำเข้ามาให้ได้ลองกันอย่างต่อเนื่อง เลยอยากจะแนะนำเบียร์สดที่น่าลองในตลาดตอนนี้ให้เป็นได้หาลองกันครับ

16. Hoegaarden

เบียร์ที่หลายคนอ่านผิดเป็น โฮการ์เด้น แต่จริงๆ แล้วคือ ฮูการ์เด้น ซึ่งเป็นเบียร์เบลเยียมที่ตั้งชื่อตามหมู่บ้านฮุคาร์เดินในประเทศเบลเยียม โดยใช้วัตถุดิบที่มีในหมู่บ้านเป็นส่วนประกอบหลักดั้งเดิม คือ น้ำ ยีสต์ ข้าว ฮอปส์ เปลือกส้ม ผักชี

Hoegaarden เป็น Wheat beer ที่มีแอลกอฮอล์ 4.9% เป็นเบียร์แรกๆ ที่เข้ามาบุกตลาดไทย และฮิตในทันทีด้วยความที่มีรสชาติที่พิเศษและกลิ่นของผลไม้นิดๆ โดยได้มีการนำ Hoegaarden Rosee ที่เหมาะสำหรับผู้หญิงเข้ามาเพิ่มอีกด้วย

15. Leffe

เบียร์เบลเยียมสไตล์ Abbey Ale รสเข้มที่มีให้เลือกทั้ง Leffe Blond ที่จะมีกลิ่่นผลไม้เบาๆ แต่เข้มระดับแอลกอฮอล์ 6.6% และ Leffe Brown ที่สีจะเข้มกว่า มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในความขมนั้นจะมีความหวานของน้ำตาลทรายแดง กลิ่นหอมของคาราเมลและข้าวบาร์เลย์ที่ผ่านการอบอย่างดี

14. Stella Artois

สเตลล่า อาร์ทัวส์ เป็นเบียร์ลาเกอร์จากเบลเยียมชื่อดังที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1366 ที่เมือง Leuven โดยเสริฟมาในแก้วรูปทรงทิวลิปที่สวยงาม รสชาติออกขมเล็กน้อยที่ปลายลิ้น ดื่มแล้วสดชื่น ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที 5.0%

13. Vedett

เบียร์สัญชาติ Belgium ที่มีทั้ง Extra White, Extra Blond และ Extra IPA แต่ที่ดื่มง่ายหน่อยก็แนะนำ Vedett Extra White ที่ดื่มแล้วสดชื่น มีกลิ่นหอมคล้ายๆดอกไม้แห้ง ด้วยรสขมพอประมาณและความดรายที่อ้อยอิ่งอยู่ในตอนท้าย ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ 4.7% เหมาะกับวันสบายๆ

12. Kronenbourg

มีต้นกำเนิดในปี ค.ศ. 1664 ที่เมือง Strasbourg ในฝรั่งเศส เป็นเบียร์ลาเกอร์สไตล์ยุโรปดั้งเดิม ขายดีอันดับ 1 ในฝรั่งเศสเลยทีเดียว เป็นเบียร์มีรสอมเปรี้ยวและค่อนข้างซ่า ฟองไม่เยอะมาก ความแน่นของเบียร์ปานกลาง ดื่มง่ายระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ 5%

11. Boddingtons

เบียร์ Ale จากอังกฤษ ที่ผลิตครั้งแรกในปี ค.ศ. 1778 ที่ Strangeways Brewery ในเมืองแมนเชสเตอร์ Boddingtons บางคนเรียก “ครีมมี่เบียร์” เนื่องจากความอร่อยอยู่ที่ฟองครีมที่มัน แต่รสชาติจะติดขมที่ปลายลิ้น มีสีทองรสนุ่มดื่มแล้วสดชื่น ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที 4.7%

10. Brew Dog

บรูวด็อก (Brew Dog) เบียร์จากสก็อตแลนด์ที่ถูกนำเข้ามาหลากหลาย แต่ที่อยากแนะนำคือ BrewDog Punk IPA เบียร์สีทองอ่อน มีกลิ่นหอมของฮ็อปที่ดุดันและคาราเมลจางๆ มีรสชาติของผลไม้และความขมที่ลงตัว ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที 5.6%

9. Hitachino Nest

คราฟท์เบียร์จากแดนอาทิตย์อุทัยสไตล์เบลเยี่ยม ที่มีโลโก้เป็น นกฮูก หน้าแบ๊ว มีให้เลือกหลากหลายกว่า 8 ชนิด แต่แบบดั้งเดิมคือ White Ale เบียร์สไตล์เบลเยี่ยมที่มีรสชาติที่ซับซ้อนของส่วนผสมจากเมล็ดผักชี เปลือกส้ม และ ลูกจันทน์เทศ

8. Coedo

เบียร์นำเข้าจากเมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นโรงเบียร์ญี่ปุ่นขนาดเล็กที่พยายามนำเสนอความหลากหลายของเบียร์ ตั้งแต่เบียร์สีทองคลาสสิกยอดนิยมไปถึงเบียร์สีแดงที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เป็น "Japanese Craft Beer" ทำมาจากมันหวานที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น มีนำเข้ามาในไทย อย่าง Ruri (Pilsner) เบียร์พรีเมียมที่มีกลิ่นผสมของข้าวสาลี, ยีสต์ และ ไลท์มอลต์บางๆ กับ Shiro (Hefeweizen) มีกลิ่นหอมชวนดื่ม และยังมีกลิ่นของผลไม้ ได้แก่ กล้วย กลิ่นคาราเมล และ กานพลู

7. Blanche de Bruxelles

บลองซ์ เดอ บรูเซลล์ เบียร์ Witbier เบลเยี่ยม ที่มีโลโก้เป็นเด็กยืนฉี่ เหมือนจะบอกว่าที่กินอยู่นี่คือ ฉี่เด็ก จริงๆ แล้วเด็กคนนี้เป็นรูปปั้นน้ำพุที่โด่งดังในเมืองบรัสเซล แต่พูดเป็นเล่นไปเบียร์นี้เคยได้รับรางวัลไวต์เบียร์ที่ดีที่สุดในโลกเมื่อปี ค.ศ. 2010 ไวต์เบียร์จากเบลเยียมตัวนี้ผสมผลไม้ต่างๆ เช่น ส้ม เมลอน และแตงโมเข้าไปด้วย เวลาดื่มจึงมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผลไม้ ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ 4.5%

6. Schneider Weisse

เบียร์ชไนเดอร์เป็น Wheat beer จากเยอรมัน ซึ่งเป็นเบียร์เก่าแก่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1872 ของตระกูล Weisse มีหลาย Tap ให้เลือกตามความเข้มขันกันเลย แต่ที่หลายคนกล่างถึงคงเป็น Schneider Weisse Tap 5 Hopfenweisse ที่เหมือนเป็น Wheat Doppelbock ไวเซ่นลูกผสมเยอรมัน/อเมริกัน ด้วยความหวานสดชื่นของวีทเบียร์กับฮอปส์หอมติดขมแบบ IPA เข้มเต็มรสชาติ ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ 8.2%

5. Weihenstephaner

ไวเฮนสเตฟาเนอร์ (Weihenstephaner) ไวต์เบียร์จากเยอรมนีที่ผลิตในโรงเบียร์เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงเปิดจนกระทั่งปัจจุบัน ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์เบียร์ยี่ห้อนี้มีต้นตำรับโรงผลิตอยู่ในโบสถ์ใหญ่ชื่อเดียวกันว่า Weihenstaphaner Abbey เริ่มต้นโดยเหล่านักบวชบ่มกันตั้งแต่ในปีค.ศ. 768 ไวต์เบียร์เยอรมนีจะนุ่มหอม กลมกล่อม และเข้มข้น โดยหลายคนแนะนำให้ลอง Weihenstephaner Vitus ที่กลมกล่อม และเข้มข้นที่มีดีกรีแชมป์เบียร์ยอดเยี่ยมมามากมาย แม้จะกินลื่นแต่มีความแรงระดับ 7.7% เลยทีเดียว

4. Paulaner

พอลลาเนอร์ เบียร์ขึ้นชื่อจากเมือง Munich ประเทศเยอรมัน ที่ดังมาสักระยะแล้วในบ้านเรา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1634 จุดเด่นของเบียร์ Paulaner คือความหอมของวัตถุดิบท่ีได้จากขั้นตอนการผลิตไม่เหมือนใคร ยิ่งตัวขึ้นชื่อของพวกเขา “Paulaner Hefeweissbier Dunkel” เบียร์สีน้ำตาลขุ่นรสเข้มแต่ยังคงความนุ่มสมูทไว้ได้เป็นอย่างดี ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ 5.3%

3. Memminger

เบียร์สัญชาติเยอรมัน ที่มีให้เลือกหลากหลาย แต่ที่เคยลองคือ Memminger Weissbier เป็น White Beer เบาๆที่มีเบียร์กลิ่นหอม ซ่าเล็กน้อย รสชาติเบา แต่แฝงความหนักแน่น ระดับแอลกอฮอล์อยู่ที 5.3%

2. Erdinger

ออดิงเงอร์ อีกหนึ่งเบียร์เยอรมันที่มีให้เลือกหลากหลาย ที่ต้นกำเนิดในปี 1886 และมีการสืบทอดกันมาจนเปลี่ยนชื่อโรงงานเป็น Erdinger Weissbier ในปี 1949 โดยรสดั้งเดิมคือ Erdinger Original Wheat เบียร์สีเหลืองปานกลาง กับครีมฟองหนา กลิ่นหอมโดดเด่นด้วยผลไม้ เครื่องเทศ ธัญพืช และยีสต์ที่ผสมกสานกันอย่างลงตัว รสจะออกขมกลาง ๆ และที่หลายคนแนะนำคือ Erdinger Dunkel เบียร์ดำจากข้าวสาลี ที่มีโฟมเบียร์หนานุ่มโชยกลิ่นขนมปังอบและมอลต์ มีความซานิดๆ

1. Guinness

กินนิส เบียร์ดำในกลุ่ม “Stout” ที่ถูกเรียกว่าเป็น Signature แห่ง Ireland เลย ถือกำเนิดในปี 1759 ที่เมืองดับลิน พกดีกรีความแรงมาที่ 6% เบียร์ที่มาแบบสีเข้ม พร้อมกลิ่น คาราเมล โกโก้ เรซิ่น กาแฟ และ มอลต์คั่ว แต่รสชาติไม่ถึงกับหนาจนกินยากเกินไป

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg f2507903 23f9 44b6 8c0e 6ef1fcefad5a

RoyFocker