Ploynil Chitima 2560/12/07 17:49
Thumb lg animals

รู้ไว้เผื่อรอด! How to เอาตัวรอดจากสัตว์ร้ายทั้ง 7

489 Pepper

การตายด้วยคมเขี้ยวสัตว์ไม่ใช่สิ่งน่าพิสมัยพอกันกับการตายวิธีอื่น เรามาเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดจากสัตว์ร้ายชนิดต่างๆ กันดีกว่า

Animal lifestyle Trick tips Survive

การตายด้วยคมเขี้ยวของเหล่าสัตว์ไม่ใช่สิ่งน่าพิสมัยพอๆ กันกับการตายด้วยวิธีอื่น หลายคนอาจมองว่าสัตว์ร้ายหลายชนิดอยู่ไกลตัวและไม่มีทางที่เราจะไปพบเจอมันได้ ทว่าใครจะรู้ หากวันใดจระเข้ดุร้ายหลุดออกมาจากฟาร์มช่วงน้ำท่วม หรือลูกหลานของเราถูกผึ้งทั้งฝูงรุมต่อย แล้วเราจะเอาตัวรอดและช่วยเหลือคนที่เรารักได้อย่างไร

มาเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดจากสัตว์ร้ายทั้ง 7 ชนิดเหล่านี้กันดีกว่า เมื่อไหร่ที่พบเจอมัน มิเช่นนั้น เมื่อไหร่ที่พบเจอมัน เราอาจทำได้แค่สวดมนต์ขอพรเท่านั้น

#7 วิธีเอาตัวรอดจาก "ช้าง"

1. ควรหยุดรถให้ห่างจากช้างอย่างน้อยเป็นระยะทาง 30 เมตร แต่หากช้างเดินเข้ามาหา ให้เคลื่อนรถหนี โดยรอจนกว่าช้างจะออกไปจากถนน จึงค่อยขับรถผ่านไป

2. อย่ากดแตรรถ อย่าส่งเสียงดังรบกวนหรือขับไล่ช้าง เพราะอาจทำให้ช้างโกรธได้

3. งดการใช้แฟลชในการถ่ายรูป เนื่องจากอาจทำให้ช้างตกใจ และตรงเข้ามาทำร้าย

4. เมื่อขับรถไปจอดใกล้รัศมีที่มีช้าง ให้ติดเครื่องรถยนต์ไว้เสมอ เพื่อให้สามารถขับรถหนีทันท่วง

5. หากพบช้างในเวลากลางคืน ให้เปิดไฟรถไว้ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถสังเกตอาการของช้างและระยะห่างระหว่างรถกับช้างได้

6. เมื่อตกอยู่ในวงล้อมของช้าง ต้องตั้งสติ หากเป็นเวลากลางคืน ให้ใช้ไฟสูงกรณีที่เราอยู่ห่างจากช้างป่ามากกว่า 50 เมตรขึ้นไปเท่านั้น มิเช่นนั้นช้างจะตกใจ และให้เคลื่อนรถไปในทางที่มีช้างอยู่น้อยที่สุดด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่เบาที่สุด อย่าดับเครื่องยนต์ และปิดไฟรถเป็นอันขาด

7. ไม่ควรจอดรถดูช้าง เพราะหากมีรถคันอื่นตามมา แล้วถูกรถของเราคุณกีดขวาง อาจเป็นเหตุให้ทั้งเราและพวกเขาถูกทำร้ายได้

8. ไม่ควรจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูปช้างในระยะใกล้ เพราะหากวิ่งหนีขึ้นรถไม่ทันอาจถูกช้างทำร้ายได้ จงจำไว้เสมอว่าแม้จะเจอช้างเพียงตัวเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีช้างตัวอื่นๆ อยู่ในบริเวณนั้น

9. ประสาทสัมผัสของช้างที่ดีที่สุดคือ หู จมูก และตา ถ้าดับเครื่องยนต์ ช้างจะเข้าใกล้เพื่อใช้ประสาทสัมผัสอย่างอื่นแทน ด้วยการดม ดู และสัมผัส

10. การจอดรถเรียงกันบนถนนเพื่อดูช้างนั้น หากรถคันหน้าเปิดไฟถอย รถคันข้างหลังถัดๆ ไปก็ควรต้องถอยรถอย่างมีสติด้วย เพราะหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทุกคนย่อมตกเป็นผู้ประสบภัยร่วมกันทั้งสิ้น

รู้ไว้ใช่ว่า... ลักษณะของช้างอารมณ์ดีและอารมณ์ไม่ดี

ช้างอารมณ์ดี : สะบัดหูและงวงไปมา แกว่งหาง อาจเกี่ยวดึงต้นไม้กิน ไม่ค่อยสนใจมนุษย์ หากถูกรบกวนจะวิ่งไล่ผู้รบกวนเป็นระยะทางสั้นๆ เพียง 2 – 3 ครั้งเท่านั้น โดยหากวิ่งไล่ตามผู้รบกวนไม่ทันก็จะเลิกวิ่งไล่

ช้างอารมณ์ไม่ดี : กางหู ไม่สะบัดหาง งวงนิ่งแข็ง หยุดอยู่นิ่ง จ้องมองมาทางเหยื่อเหมือนจะพุ่งเข้าชาร์จ นอกจากนี้ากช้างโกรธ หรือรู้สึกไม่ไว้ใจ อาทิ ช้างแม่ลูกอ่อน อาจตรงเข้าทำร้ายผู้รบกวนได้แม้จะอยู่ในระยะไกล ก็ตาม

#6 วิธีเอาตัวรอดจาก "แมงกะพรุน"

หลายครั้งที่เราไปเที่ยวทะเลแล้วถูกพิษของแมงกะพรุนโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ทำดังนี้

หากมีหนวดแมงกะพรุนติดอยู่ตามร่างกาย ให้นำเอาหนวดออกไป ด้วยการใช้ไม้เขี่ยออกหรือใช้ที่คีบออก นอกจากนี้หากผู้ปฐมพยาบาลสวมถุงมือด้วยก็จะดีมาก

หากถูกพิษของแมงกะพรุนที่ตา ให้ล้างตาด้วยน้ำเกลือ Normal saline และใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำส้มสายชูซับผิวหนังรอบๆ ดวงตา โดยระวังอย่าให้น้ำส้มสายชูสัมผัสกับดวงตาโดยตรงเด็ดขาด

หากถูกพิษของแมงกะพรุนบริเวณปาก ให้ใช้น้ำส้มสายชูความเข้มข้น 1 ใน 4 โดยผสมน้ำส้มสายชู 1/4 แก้ว กับน้ำสะอาด 3/4 แก้ว กลั้วปากแล้วบ้วนออก อย่าดื่มเข้าไปเด็ดขาด

การดูแลตัวเองหากมีอาการปวดและคันจากพิษแมงกะพรุน รับประทานยาแก้ปวด ได้แก่ พาราเซตามอล (Paracetamol) ขนาดเม็ดละ 325 มก. 1-2 เม็ดทุก 4-6 ชั่วโมงถ้ามีอาการปวด หากถ้ามีอาการคันร่วมด้วย ให้รับประทานยาแอนติฮิสตามีน (Antihistamine) หรือใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ทาบริเวณที่ถูกต่อยก็ได้

หลังจากนั้นให้นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

เคล็ดลับในการป้องกันพิษแมงกะพรุน

1. เมื่อจะลงไปเล่นน้ำทะเล ควรสวมใส่ชุดที่สามารถป้องกันไม่ให้แมงกะพรุนต่อย เช่น Wet suit หรือชุดที่ทำจากไลครา (Lycra)
2. อย่าเก็บแมงกะพรุนที่ตายแล้วมาเล่น เพราะต่อมพิษอาจจะยังทำงานอยู่
3. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณที่มีแมงกะพรุนชุกชุม หากมีความจำเป็นต้องเข้าไป ควรรู้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าบริเวณนั้นมีแมงกะพรุนชนิดใดอาศัยอยู่มากที่สุด
4. ควรเล่นน้ำทะเลอยู่ในบริเวณที่ยามประจำฝั่งสามารถดูแลได้ทั่วถึง โดยในบางพื้นที่ที่มีแมงกะพรุนชุกชุมและมีอันตราย อาจมีการล้อมบริเวณนั้นไว้ด้วยตาข่าย

#5 วิธีการเอาตัวรอดจาก "จระเข้และอัลลิเกเตอร์"

น้ำท่วมทีไร ชาวบ้านหลายๆ จังหวัดมักเจอแจ็คพ็อตแตก ต้องหวาดระแวงกับจระเข้ที่หลดออกมาาจากฟาร์ม โดยควรระวังไม่ให้มันงับถูกส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายได้ เนื่องจากขากรรไกรของพวกมันถือได้ว่าแข็งแรงที่สุดกว่าสัตว์ใดในโลก

หากคุณพบกับมันเข้าพอดีโดยไม่ทันตั้งตัว ให้รีบต่อยไปที่เบ้าตาของมันอย่างแรง เนื่องจากตาและคอของพวกนับเป็นจุดที่เปราะบางมากที่สุด ทว่าหากถูกมันวิ่งไล่บนบก ให้ตะโกน ตบมือ หรือทำอะไรก็ได้ให้เกิดเสียงดัง พร้อมกับวิ่งหนีแบบซิกแซก อาจวิ่งไปด้วยตะโกนไปด้วยก็ได้

หากกำลังว่ายน้ำอยู่ แล้วมีจระเข้ว่ายเข้ามาใกล้ อย่าตะโกนร้อง อย่าทำน้ำกระเซ็นกระสาย ให้ค่อยๆ ว่ายน้ำออกมาช้าๆ ออกห่างมันอย่างช้าๆ และหากคว้าไม้ได้ให้ใช้ไม้ตีน้ำ เพื่อให้จระเข้ตกใจและว่ายน้ำหนีไป

#4 วิธีเอาตัวรอดจาก "ผึ้ง ต่อ แตน"

ผึ้งจะปกป้องรังของมันเท่าชีวิต และพร้อมจะสละชีวิตของมันเพื่อต่อยคุณได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้สีดำยังดึงดูดผึ้งให้เข้ามาทำร้ายเรามากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นหากถูกผึ้งต่อยและตามไล่ล่า ให้ฉะนั้น ถ้าใส่เสื้อสีดำก็พยายามอยู่ห่างๆรังมันไว้ดีกว่าลองหามมุมมืดแล้วเข้าไปซ่อนตัวจนกว่าพวกมันจะไป เนื่องจากผึ้งจะใช้แสงนำทางในการตามไล่ล่าใครสักคนที่ทำร้ายรังของมัน

ถ้าผู้แมลงเหล่านี้ต่อยมีอาการรุนแรงตั้งแต่แรก อาทิเช่น หายใจไม่ออก เหงื่อออกมาก มีผื่นขึ้นทั้งตัว แน่นหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว เป็นลม ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลด่วน

ทว่าหากผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง ให้ล้างบริเวณที่ถูกต่อยเบาๆ ให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด จากนั้นให้ใช้สันของบัตรแข็งๆ อาทิ บัตรเครดิต บัตรประชาชน หรือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกัน ขูดเบาๆ บริเวณที่ถูกต่อยเพื่อเอาเหล็กในพวกมันออก อย่าใช้วิธีบีบหรือกดเพราะจะทำให้เนื้อเยื่อบวมช้ำและได้รับพิษสูงขึ้นอีก จากนั้นให้ประคบบริเวณที่ถูกต่อยด้วยน้ำแข็งห่อผ้าเช็ดหน้าสะอาด เพื่อลดการปวด บวม และอาการคัน

#3 วิธีเอาตัวรอดจาก "ฉลาม"

ไม่ใช่ฉลามทุกชนิดที่จะทำร้ายมนุษย์ แต่หากเราเกิดโชคร้ายต้องพบกับมันเข้าให้ตั้งสติ และอยู่นิ่งๆ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้มันสงสัยและลังเลใจในการเข้ามาชิม พร้อมๆ กับหันหน้าไปมองทิศทางที่ฉลามอยู่ตลอดเวลา โดยธรรมชาติฉลามมักจะเลือกจู่โจมเหยื่อที่ไม่ทันระวังตัว และพยายามเข้าทางข้างหลังมากกว่าพุ่งหาตรงๆ

ทว่าหากฉลามเตรียมพร้อมจะโจมตีเรา ให้เรากางแขนกางขาออก พยายามทำตัวให้ใหญ่ที่สุดเพื่อเป็นการข่มขวัญ แต่หากมันเพียงแค่กำลังว่ายน้ำผ่านมา ก็ให้รีบหดตัวเล็กเก็บแขนเก็บขา เพื่อไม่ให้มันมองเห็นว่าเราคืออาหารหรือคู่แข่ง นอกจากนี้อย่าแกล้งตายเป็นอันขาด ยิ่งถ้าถูกมันทำร้ายให้ใช้ทุกอย่างที่มีแทนอาวุธต่อสู้กับมัน โดยจุดที่บอบบางที่สุดของฉลาม ได้แก่ จมูกและเหงือก พยายามอย่าเปิดช่องว่าง จงหันหลังเข้าแนวปะการังหรือโขดหินเพื่อปิดช่องว่างจากข้างหลัง ขณะที่ตายังคงมองตามตำแหน่งที่ฉลามอยู่อยู่ตลอดเวลา ก่อนจะค่อยๆ ว่ายขึ้นผิวน้ำช้าๆ เพื่อกลับขึ้นเรือ

วิธีการหลีกเลี่ยงการพบเจอฉลาม จงจำไว้ว่าบริเวณปากแม่น้ำไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย เนื่องจากจัดเป็นโซนที่อยู่ของฉลามขาว (great white sharks) ฉลามเสือ (tiger sharks) และฉลามหัวบาตร (bull sharks) นอกจากนี้เรือหาปลาก็นับเป็นสัญญาณเตือนภัยชั้นดี เพราะในกระบวนการจับปลา ย่อมหนีไม่พ้นกลิ่นคาวเลือด ซึ่งเป็นเหยื่อล่อฉลามชั้นเยี่ยม

นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเช้าตรู่และตอนค่ำ เพราะมักเป็นช่วงที่คนถูกฉลามโจมตีมากที่สุด รวมไปถึงอย่าปัสสาวะลงในน้ำ หรือปล่อยเลือดหรือเือดประจำเดือนให้ไหลลงน้ำเด็ดขาด เพราะฉลามมีประสาทรับกลิ่นที่ไวกว่าที่เราคิดไว้มาก

#2 วิธีเอาตัวรอดจาก "หมี"

ถูกสอนมาแต่ไหนแต่ไรว่าเจอหมีให้แกล้งตาย ทั้งที่ความจริงแล้ว หากเราเจอหมี ให้รีบออกมาจากบริเวณนั้นทันทีแบบเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ทว่าหากกำลังจะถูกมันโจมตี ให้หาอาวุธเหมาะมือตีไปที่จมูกซึ่งเป็นจุดรวมประสาทของมัน เพื่อให้มันรู้สึกเจ็บปวดและเลิกยุ่งกับเรา โดยห้ามแกล้งตายอย่างเด็ดขาด

#1 วิธีเอาตัวรอดจาก "ฮิปโปเตมัส"

แม้จะดูเป็นสัตว์มึนๆ ที่ไม่น่าจะดุร้าย ทว่าในช่วงเวลา 1 ปี กลับมีผู้เสียชีวิตจากการถููกฮิปโปโปเตมัสทำร้ายมากกว่าการถูกจระเข้ทำร้ายเสียอีก โดยพวกมันจะชื่นชอบพุ่มไม้ใหญ่เป็นพิเศษในฤดูร้อน เราจึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปใกล้สถานที่ของมัน ทว่าหากโดนมันวิ่งไล่็ควรรีบวิ่งและมองหาต้นไม้ หรือหินก้อนใหญ่ๆ สูงๆ แล้วปีนขึ้นไปอยู่บนนั้นจนกว่ามันจะเลิกให้ความสนใจเราและเดินหนีไป

รู้จักทริคเด็ดในการเอาชีวิตรอดจากสัตว์ร้ายทั้ง 7 ใครที่บังเอิญไปพบเจอสัตว์ร้ายเหล่านี้เข้า ก็อย่าลืมตั้งสติและนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันนะ

เพื่อนๆ คิดว่าจะสามารถเอาชีวิตรอดจากสัตว์ร้ายเหล่านี้ได้ไหม?

Preload

Author

Thumb lg 0c1d5d79 0482 479f b136 d0fdd48d4e23

Ploynil Chitima

นักเขียนตัวเล็กๆ

โพสคอมเม้นต์

Bt delete image

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!