ชัยวัฒน์ ตรงจิตโสภณ อัพเดทเมื่อ 15:30 04/08/2559
Thumb lg brazil cap

10 ผู้เล่นแซมบ้าที่ติดทีมชาติมากที่สุดตลอดกาล!

4762 Pepper

บราซิล ประเทศที่เปรียบ “ฟุตบอล” ดั่ง “ลมหายใจ” นั้นแข้งรายใดก้าวไปติดธงสูงสุดกันบ้าง บทความฉบับนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ บรรดาสตาร์ดังเหล่านี้ ว่ามีใครกันบ้าง

Brazil football

10. Pele (1957–1971)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 92 นัด

ไม่มีใครไม่รู้จัก “เปเล่” แต่ทั้งนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายคนอาจแปลกใจอยู่บ้างที่นักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของบราซิล จะมาอยู่ในอันดับ 10 ของเราในบทความนี้เป็นแน่

“ไข่มุกดำ” เริ่มติดทีมชาติ ขณะที่อายุได้เพียง 16 ปีเท่านั้น และเพราะเขาคือนักเตะระดับหนึ่งเดียวคนนี้ แม้ในนัดประเดิมสนามทีมชาติบราซิล จะพ่ายต่อ อริไม่เผาผี อาร์เจนติน่า แต่เขาก็สร้างสถิติทำประตูแรกได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม ด้วยสถิติแข้งอายุน้อยที่สุดที่ 16 ปี 9 เดือน! และหลังจากนั้นทุกเรื่องราวของดาวรุ่งรายนี้คือเลื่องเล่าขาน เขาคว้าแชมป์โลก 3 สมัย ยิงไป 77 ประตู ทั้งนี้ว่ากันว่าตลอดอาชีพค้าแข้ง ตำนานเมืองกาแฟรายนี้ซัดไป 1,281 ประตู จากการลงสนามในทุกเกมการแข่งขันที่ 1,363 แมตช์เลยทีเดียว!

10. Rivellino (1965–1978)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 92 นัด

"ริเวลลิโน่" นอกจากตำนานของโลกลูกหนังแล้ว ยังมีอีก 2 แข้งที่ติดทีมชาติเทียบเท่ากันที่ 92 นัด คือ โรเบอร์โต้ ริเวลิโน่ คีย์แมนคนสำคัญให้ทีมชาติบราซิลชุดแชมป์เวิลด์คัพ 1970 ที่ว่ากันว่านี่คือทีมชุดแชมป์ที่ดีที่สุดตลอดกาล เจ้าของเสื้อหมายเลข 11 เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ฝั่งซ้ายให้กับทัพ เซเลเซา และช่วยทีมพัง 3 ประตูในรายการดังกล่าว ก่อนติดทีมชาติในอีก 2 สมัยถัดจากนั้น ที่พาทีมคว้าที่ 4 และ 3 ตามลำดับ

10. Ricardo Kaka (2002–ปัจจุบัน)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 92 นัด

"ริคาร์โด้ กาก้า" เพลย์เมกเกอร์รูปหล่อ เริ่มต้นกับทีมชาติในฐานะดาวรุ่งของทีมชุดแชมป์เวิลด์คัพ 2002 โดยเขามีส่วนร่วมกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่นี้เพียง 25 นาทีเท่านั้น ก่อนที่จะเริ่มกลายเป็นกำลังหลักให้ทัพ เซเลเซา ในเวลาต่อมา แม้อดีตเจ้าของสถิติค่าตัวสูงสุดของโลกลูกหนัง ไม่อาจพาทีมชาติก้าวสู่จุดสูงในเวิลด์คัพเหมือนที่รุ่นพี่ทำไว้ได้ แต่ตลอดระยะเวลา 14 ปี ความสำเร็จ 2 ครั้งในศึกคอนเฟดเดอร์เรชั่น ก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร

ส่วนในระดับสโมสรฯ นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บพรากพรสวรรค์ของสตาร์รายนี้ไม่น้อย เพราะหลังจากดังเป็นพลุแตกกับ เอซี มิลาน จนได้ย้ายไปสู่ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติแล้ว ฟอร์มที่เคยสร้างปรากฎการณ์ในโลกลูกหนังก็ค่อยๆ จางหายไปด้วยอาการบาดเจ็บ

9. Gilberto Silva (2001–2010)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 93 นัด

"กิลเบอร์โต้ ซิลวา" สร้างชื่อกับสโมสรในประเทศอย่าง อัตเลติโก้ มิเนโร่ ก่อนถูก หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เรียกติดทัพ เซเลเซา ชุดลุยฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่น แบบเซอร์ไพรส์ โดยที่ใครหลายคนต่างคาดการณ์ว่าเขาจะได้รับบทบาทในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกนี้เพียงน้อยนิด เท่านั้น อย่างไรก็ดีการบาดเจ็บแบบสุดวิสัยของกัปตันทีมอย่าง เอเมอร์สัน ก่อนออกสตาร์ทนัดแรกเวิลด์คัพ ส่งผลให้ “โอกาส” ก้าวสู่แข้งหลักของทีมทันที ตลอดทัวร์นาเมนต์ จิลเบอร์โต้ ซิลวา ได้ลงสนามทุกวินาทีในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ และมีส่วนสำคัญในการพาทัพ เซเลเซา ชุดนั้นก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้สำเร็จ

จากนั้นเขาได้โอกาสติดธงรับใช้ชาติต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่บทบาทกัปตันทีม โดยตลอด 93 นัดที่ลงรับใช้ชาติ เขาประสบความสำเร็จไม่น้อย ทั้งแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 2002, แชมป์ฟีฟ่าคอนเฟดเดอร์เรชั่น ปี2005 และแชมป์โคปา อเมริกา ปี 2007 ส่วนผลงานในระดับสโมสรฯ นั้น ดังเป็นพลุแตกหลังเป็นขุนพลสำคัญให้กับ อาร์เซน่อล ชุดแชมป์ไร้พ่าย นั่นเอง

9. Dani Alves (2006–ปัจจุบัน)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 93 นัด

"ดานี่ อัลเวส" ชื่อนี้เชื่อว่าคอลูกหนังยุคปัจจุบันไม่มีใครไม่รู้จัก แบ็กขวาจอมบุกที่ล่าสุดเพิ่งย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุส เริ่มติดทีมชาติหนแรกเมื่อปี 2006 ในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติ เอกวาดอร์ ก่อนถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดลุย โคปา อเมริกา ปี 2007 ที่ทีมก้าวสู่แชมป์ และเขาเองก็มีส่วนร่วมไม่น้อย เมื่อได้โอกาสลงสนามถึง 4 นัดด้วยกัน

อย่างไรก็ดีแบ็กขวาค่าตัวแพงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังไม่อาจยึดตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริงในทัพ เซเลเซา ได้ตลอดเมื่อมี ไมค่อน ที่เป็นตัวเลือกแรกขวางทางอยู่ จนทัวร์นาเมนต์ ฟีฟ่าคอนเฟดเดอร์เรชั่น ปี 2009 เขาก็ได้รับบทบาทในทีมชาติมากขึ้น และนับจากนั้น หากไม่เจ็บ ไม่ป่วย ดาเนี่ยล อัลเวส ก็จะอยู่ใน 11 ตัวจริงอย่างแน่นอน และสถิติ 93 นัดคงยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เมื่อแบ็กวัย 33 ปี ที่รับหน้าที่กัปตันทีมชาติในเวลานี้ยังคงไม่อำลาทีมชาติแต่อย่างใด

ด้านผลงานในระดับสโมสรฯ อย่างที่ทราบกันว่าปัจจุบันเข้าย้ายแบบไร้ค่าตัวมาสู่ ยูเวนตุส แต่หลายคนอาจหลงลืมไปแล้วว่าเขาเริ่มต้นจาก บาเฮีย ทีมในบราซิล ก่อนมาดังในยุโรปกับ เซบีย่า ก่อนก้าวไปเป็นแบ็กขวาที่แพงที่สุดในโลกลูกหนัง ด้วยการย้ายมาร่วมทีม บาร์เซโลน่า ด้วยมูลค่ากว่า 35.5 ล้านยูโร

8. Gilmar dos santos (1953–1969)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 94 นัด

"กิลมาร์ ดอส ซานโตส" ตำนานผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล ที่จากลาโลกไปแล้วเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมาในวัย 83 ปี เขาคือใครนั้นเชื่อว่าแฟนฟุตบอลยุคปัจจุบันแทบไม่รู้จัก แต่เขาคนนี้มีดีกรีแชมป์โลกชุดเดียวกับเทพเจ้าลูกหนังนามอุโฆษ อย่าง เปเล่! กิลมาร์ ดอส ซานโตส อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิลชุดลุยฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน โดยใน 2 สมัยแรกเขาไปถึงตำแหน่งแชมป์โลก นับเป็นผู้รักษาประตูในโลกลูกหนังคนแรก และคนเดียว ที่สร้างสถิติคว้าแชมป์เวิลด์คัพ 2 สมัยติดต่อกัน ส่วนผลงานในระดับสโมสรเขาลงเฝ้าเสาให้กับ 2 สโมสรยักษ์ใหญ่ของลีกบราซิลอย่าง โครินเธียนส์ และซานโตส และแน่นอนว่าเขากวาดแชมป์กับต้นสังกัดชนิดนับกับไม่หวาดไม่ไหว

7. Ronaldinho (1999–2013)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 97 นัด

"โรนัลดิญโญ่" เชื่อว่าแฟนบอลยุคปัจจุบัน ยังไม่มีใครลืมเลือนลีลาแพรวพราวในสนามหญ้าของ “เหยินเล็ก” อย่างแน่นอน เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิเลี่ยน เริ่มติดทีมชาติตั้งแต่ชุดเยาวชนไล่ขึ้นมากระทั้งก้าวสู่ทีมชาติชุดใหญ่ ในปี 1999 ขณะที่มีอายุเพียง 19 ปี โดยทัวร์นาเมนต์ใหญ่รายการแรกอย่าง เวิลด์คัพฉบับเอเชีย ที่เขาสัมผัส ก็สร้างชื่อให้เขาอย่างจังทันที และแน่นอนผู้อ่านหลายๆ ท่านคงคุ้นกับจังหวะพังประตูที่เขี่ยอังกฤษตกรอบ 8 ทีม ด้วยแนวรุกสุดอันตรายจากการประสานงานของ 3อาร์ (โรนัลโด้, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่) ก็ช่วยส่งบราซิลคว้าแชมป์โลก สมัยที่ 5 ได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขามีส่วนร่วมกับทัพเซเลเซา ในศึกเวิลด์คัพในอีก 2 ครั้งจากนั้น แต่ไม่อาจโชว์ผลงานได้เปรี้ยงปร้างเฉกเช่นเมื่อปี 2002 อีกเลย

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 14 ปี เขาประสบความสำเร็จในระดับชาติด้วยแชมป์ โคปา อเมริกา 1999, เวิลด์คัพ 2002 และฟีฟ่าคอนเฟดเดอร์เรชั่น 2005 โดยทำไปทั้งสิ้น 33 ประตู

ส่วนในระดับสโมสรฯ โรนัลดินโญ่ เริ่มถูกจับตาตั้งแต่ยังค้าแข้งในประเทศกับ เกรมิโอ ก่อนมาค้าแข้งในยุโรปกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนย้ายมาร่วมทีม บาร์เซโลน่า ที่เป็นช่วงพีกที่สุดในอาชีพค้าแข้งของ “เหยินเล็ก” โดยตลอด 5 ปีที่ค้าแข้งเขาลงสนามให้ทัพเลือดหมูกว่า 200 นัด ยิงไป 94 ประตู กับอีก 64 แอสซิสต์ ด้วยกัน หลังจากนั้นเขานำพรสวรรค์ไปอวดต่อสายตาแฟนบอลอีกหลายต่อหลายสโมสรฯ ไม่ว่าจะเป็น เอซี มิลาน, ฟลาเมงโก้, อัตเลติโก้ มิเนโร่, กัวเรตาโร่, ฟลูมิเนนเซ่ ปัจจุบันในวัย 36 โรนัลดินโญ่ ที่ยังไร้สังกัด ยังไม่มีวี่แววแขวนสตั๊ดแต่อย่างใด

6. Djalma Santos (1952–1968)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 98 นัด

"ดิญัลม่า ซานโตส" ตำนานแบ็กขวาทีมชาติบราซิล สิ้นลมไปเมื่อปี 2013 ขณะที่อายุได้ 84 ปี ในอดีตติดธงเซเลเซา ร่วมแข่งขันในศึกเวิลด์คัพ 4 ครั้ง โดยมีถึง 2 สมัยที่ก้าวไปถึงแชมเปี้ยนส์ ในปี 1958 และปี 1962 ว่ากันว่า ซานโตส คือแบ็กขวาที่ดีที่สุดตลอดกาล เขาเป็นหนึ่งในสามดาวเตะ ที่เคยติดทีมฟีฟ่าออลสตาร์ ในฟุตบอลโลก 3 สมัยติด

ส่วนผลงานในระดับสโมสร ดิญัลม่า ซานโตส คล้ายกับสตาร์บราซิลในอดีตรายอื่นๆ ที่เลือกค้าแข้งในประเทศเป็นหลัก โดยตลอดอาชีพค้าแข้ง เขาเล่นให้เพียง 3 สโมสร ได้แก่ โปตูกีล่า, พัลไมรัส, อัตเลติโก้ พาราเนนเซ่

6. Ronaldo (1994–2011)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 98 นัด

"โรนัลโด้" ศูนย์หน้าที่ว่ากันว่าดีที่สุดในยุคของเขา เริ่มต้นสู่ทำเนียบทีมชาติในวัยเพียง 17 ปี โดยมีชื่ออยู่ในทีมชาติชุดสู้ศึกเวิลด์คัพ 1994 ชุดแชมป์ แม้ไม่มีส่วนร่วมลงสนามเลยก็ตาม ก่อนที่ 4 ปีถัดมา เขาก้าวสู่กำลังหลักของทัพเซเลเซา และมีส่วนสำคัญในการพาทีมกรุยทางสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบเจ้าภาพฝรั่งเศส ก่อนพ่ายไปชนิดคาใจคนทั้งโลก ก่อนที่ปี 2002 ในเวิลด์คัพ ฉบับเอเชีย โรนัลโด้ แก้ตัวพาทีมชาติซิวแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมสถิติดาวซัลโวสูงสุดที่ 8 ประตู โดยตอลดการรับใช้ชาติ 17 ปี เขายิงไปทั้งสิ้น 62 ประตูด้วยกัน

ด้านผลงานระดับสโมสรฯ โรนัลโด้ เริ่มต้นในฐานะดาวรุ่งกับ ครูไซโร ก่อนตระเวนค้าแข้งกับทีมชั้นนำทั่วยุโรปไล่ตั้งแต่ พีเอสวี ไอโฮเฟ่น, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด, เอซี มิลาน และปิดท้ายที่โครินเธียนส์ โดยแม้อาการบาดเจ็บจะหยุดยั้งการลงสนามของเขาไปหลายช่วง แต่ตลอดการค้าแข้งในระดับสโมสรฯ เขาก็ทำประตูได้อย่างมากมาย 247 ประตู จากการลงสนาม 343 นัด

5. Robinho (2003–ปัจจุบัน)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 99 นัด

"โรบินโญ่" ติดทีมชาติครั้งแรกในศึกคอนคาเคฟ โกลคัพ 2003 ก่อนค่อยๆ ขยับยึดตำแหน่งตัวหลักในทีมชาติในที่สุด แม้ตลอด 99 นัด ไม่มีความสำเร็จในระดับสูงให้น่าจดจำเท่าใดนักก็ตาม โดยความสำเร็จกับทัพแซมบ้าของเขามีเพียง 2 แชมป์คอนเฟดฯ และโคปา อเมริกา ในปี 2007 เท่านั้น เรียกว่าห่างไกลจากความสำเร็จของสตาร์รุ่นพี่อยู่หลายกระพีก

เช่นเดียวกับในระดับสโมสร ที่แม้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธในพรสวรรค์ของดาวเตะร่างเล็กรายนี้ แต่คล้ายๆ ว่ามีบางอย่างที่ทำให้เขาไปไม่สุด และลุ่มๆ ดอนๆ ในอาชีพมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายออกจาก ซานโตส ที่ปลุกปั้นขึ้นมา ก็แทบไม่สามารถพูดได้เลยว่าเขาประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดอื่นๆ ในยุโรปเลย ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เอซี มิลาน รวมถึงหนักกว่านั้นคือการย้ายไปขุดทองในลีกจีน กับ กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ก็พอบอกได้ในระดับหนึ่งว่าเขาไปไม่สุดในเส้นทางลูกหนังอย่างแท้จริง

4. Cláudio Taffarel (1988–1998)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 101 นัด

"เคลาดิโอ ทัฟฟาเรล" ผู้รักษาประตูอีกหนึ่งรายที่ติดในทำเนียบรับใช้ชาติสูงสุดในตำแหน่งปราการด่านสุดท้าย ทัฟฟาเรล ถือเป็นผู้รักษาประตูมือดีที่เริ่มรับใช้ชาติครั้งแรกในปี 1988 จนกระทั้งปี 1998 โดยมีส่วนร่วมกับเวิลด์คัพ 3 สมัยด้วยกัน แถมยังประสบความสำเร็จคว้าแชมป์โลกในปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ถัดจากนั้นในอีก 4 ปีถัดมาแม้ไม่อาจพาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ แต่เขาก็ระเบิดฟอร์มซุปเปอร์เซฟช่วยทีมผ่านไปถึงรอบชิงฯ กับ ฝรั่งเศส ได้สำเร็จอีกด้วย

ในระดับสโมสรฯ แม้ ทัฟฟาเรล อาจไม่ได้ดังเป็นพลุแตก แต่ก็ถือว่าเป็นผู้รักษาประตูระดับท็อป โดยกวาดความสำเร็จกับปาร์ม่า และกาลาตาซาราย มามากมาย

3. Lúcio (2000–2011)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 105 นัด

"ลูซิโอ้" เซนเตอร์ฮาล์ฟระดับแนวหน้าของยุค เริ่มติดทีมชาติหนแรกในปี 2000 ก่อนก้าวเป็นกำลังสำคัญให้ทัพ เซเลเซา ในปี 2002 ชุดแชมป์ โดยเขาเป็น 1 ใน 3 แข้งบราซิลที่ได้ลงสนามตลอดทัวร์นาเมนต์ และนับจากนั้นก็เรียกได้ว่าปราการหลังจอมบุกรายนี้เป็นขาประจำในทีมชาติ

ในปี 2006 คาร์ลอส ดุงก้า กุนซือทีมในเวลานั้นทำการแต่งตั้งเขาเป็นกัปตันทีมชาติ แม้หลังจากนั้นเขาไปม่อาจนำชาติของเขาขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้อีกเลย แต่คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธทักษะความสามารถของเซนเตอร์ฮาล์ฟจอมลุยรายนี้ได้อย่างแน่นอน

ในระดับสโมสรฯ ลูซิโอ ตระเวนค้าแข้งกับทีมชั้นนำทั้งใน และต่างประเทศ โดยเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะปราการหลังชุดรองแชมป์ ชปล. กับ เลเวอร์คูเซ่น ก่อนย้ายไปเป็นกำลังหลักกับ บาเยิร์น มิวนิค , อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุสฯลฯ ปัจจุบันในวัย 38 ปี เขายังคงค้าแข้งกับ เอฟซี กัว ทีมในซุปเปอร์ลีก อินเดีย

2. Roberto Carlos (1992–2006)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 125 นัด

"โรแบร์โต้ คาลอส" แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดตลอดกาล บนโลกลูกหนัง นี่คำนิยามที่คงไม่เกินไปนัก เชื่อว่าไม่ว่าแฟนฟุตบอลยุคไหนๆ ก็เคยได้ชมลูกยิงฟรีคิกไซด์โค้ง “บานาน่าชู๊ต” อันลือลั่น ที่ยังคงตราตรึงในความทรงจำ คาร์ลอส พกพาส่วนสูงเพียง 168 ซม. แต่ทดแทนด้วยสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง และความฟิตแบบวิ่งไม่มีหมด เขาติดทีมชาติระหว่างปี 1992-2006 มีส่วนร่วมกับศึกเวิลด์คัพ 3 สมัย (1998, 2002, 2006) โดยคว้าแชมป์โลก 2002 ได้สำเร็จ นอกเหนือจากนั้นยังประสบความสำเร็จในรายการ คอนเฟดฯ 1 สมัย และโคปา อเมริกา 2 สมัย โดยตลอดการรับใช้ชาติเขาช่วยทำประตูให้ทีมทั้งสิ้น 11 ประตูด้วยกัน

ในระดับสโมสรฯ แบ็กซ้ายจอมบุกนับได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะสมัยค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ที่คว้าแชมป์ลาลีกา 4 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 3 สมัย

1. Marcos Cafu (1990–2006)

ลงเล่นในนามทีมชาติ : 142 นัด

"มาร์กอส คาฟู" เจ้าของตำแหน่งติดทีมชาติสูงสุดของชนชาติบราซิล ได้แก่ แบ็กขวาตำนานทีมชาติบราซิล เล่นทีมชาติระหว่างปี 1990-2006 ครองสถิติรับใช้ชาติสูงสุด 142 นัด ในจำนวนนี้เป็นเกมเวิลด์คัพถึง 21 นัด โดยในจำนวนนี้เป็นชัยชนะถึง 15 นัดด้วยกัน โดย คาฟู ประสบความสำเร็จซิวแชมป์บอลโลกในปี 1994 และปี 2002 จากการลงเล่นในเวิลด์คัพ 3 ครั้ง

นอกจากนี้หลังประสบความสำเร็จในปี 2002 เขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีม พร้อมพาทีมคว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2 สมัย คอนเฟดเดอเรชั่นอีก 1 สมัย

ในระดับสโมสรฯ คาฟู ก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการค้าแข้งกับ โรม่า และ เอซี มิลาน ที่เขาคว้าถ้วยรางวัลกับต้นสังกัดอย่างต่อเนื่อง

และนี่คือที่สุด ของที่สุด ของยอดฟูลแบ็กที่คงต้องใช้เวลาอีกนานนับ 10 ปีกว่าดาวเตะรุ่นน้องสักคนจะอาจหาญทุบทำลายโคตรสถิติของ ชายที่ชื่อ มาร์กอส คาฟู ลงไปได้

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 72276525 7c92 4eda 9d0c 398d1f0b8640

ชัยวัฒน์ ตรงจิตโสภณ