S.R dan อัพเดทเมื่อ 15:39 09/08/2559
Thumb lg dortmund

เด็กปั้นคล็อปป์ทั้งนั้น! กับ 10 การเซ็นต์สัญญายอดเยี่ยมของ Dortmund!

4375 Pepper

ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย มาดูตัวอย่างการทำทีมของดอร์ทมุนด์สิ เงินเล็กน้อยแต่สร้างสตาร์ได้!

Footballer Borussia Dortmund Bundesliga

เสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ หนึ่งในทีมยักษ์หลับมาอย่างยาวนาน จนได้ยอดกุนซืออย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่พลิกประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลได้อีกครั้ง โดยการปลุกปั้นสร้างทีมขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง และใช้ความสามารถในการฝึกซ้อมนักเตะมากกว่าการทุ่มเงินซื้อ วันนี้เราพามาดูนักเตะที่ค่าตัวไม่ได้แพง แต่ทีมสามารถปั้นขึ้นมาให้เป็นสตาร์ได้ จนโดนทีมยักษ์ใหญ่ดูดตัวไปแทบหมดทีม

10) Lukasz Piszczek

ย้ายจากทีม : แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (ฟรี) / ปี 2010–ปัจจุบัน

"ลูคัส พิสเซ็ค" แบ็คขวาชาวชาวโปแลนด์ มาร่วมทีมดอร์ทมุนด์ในปี 2010 หลังจากนักเตะหมดสัญญาจากแฮร์ธ่า เบอร์ลิน และลงเล่นกับดอร์ทมุนมา 6 ฤดูกาลแล้ว พิสซ์เซ็คเป็นกำลังหลักของทีมในช่วง 3 ฤดูกาลแรกที่ย้ายมา สามารถช่วยพาดอร์ทมุนคว้าแชมป์บุสเดสลีกา 2 สมัย (2010–11, 2011–12) ดีเอฟบีโพคาลl 1 สมัย (2011–12) และยังช่วยพาดอร์ทมุนเข้าชิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ในปี 2013 แต่น่าเสียดายที่พ่ายให้กับคู่แข่งร่วมลีกอย่างบาเยิร์นมิวนิคไป พิสซ์เซ็คถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญของฟิลิปป์ ลาห์มในการพิสูจน์ว่าใครคือแบ็คขวาที่ดีที่สุดของเยอรมัน แต่น่าเสียดายในช่วงหลังเขามีปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้ไม่สามารถช่วยทีมได้เท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตามการคว้าตัวเขามาร่วมทีมถือว่ามีความคุ้มค่าและสร้างความสำเร็จให้กับสโมสรอย่างมาก

9) Lucas Barrios

ย้ายจากทีม : โคโล โคโล่ (4.2 ล้านยูโร) / ปี 2009–2012

"ลูคัส บาริออส" ศูนย์หน้าชาวปารากวัย หลายคนอาจลืมเขาไปแล้วเนื่องจากย้ายออกจากทีมไปตั้งแต่ปี 2012 บาร์ริออสย้ายมาร่วมทีมในปี 2009 โดยดอร์ทมุนด์ซื้อตัวมาจากทีม โคโลโคโล่ ในชิลีด้วยค่าตัวเพียง 4.2 ล้านยูโร แต่เป็นศูนย์หน้าคนสำคัญของสโมสรโดยใน 2 ฤดูกาลแรกสามารถยิงประตูจนเป็นดาวซัลโวของสโมสร และช่วยพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาในฤดูกาล 2010-11 โดยในฤดูกาลดังกล่าวเขายิงประตูในลีกไป 16 ประตู แต่น่าเสียดายที่เขามักมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ต้องเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ในฤดูกาล 2011-12 แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มีส่วนช่วยให้ดอร์ทมุนด์คว้าดับเบิลแชมป์ (บุสเดสลีกา และ ดีเอฟบี โพคาล) ได้ในฤดูกาลดังกล่าว ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ของจีนในฤดูกาลถัดไปด้วยค่าตัว 8.5 ล้านยูโร ถือว่านอกจากเขาจะช่วยสร้างความสำเร็จแล้วยังสร้างกำไรอย่างงามให้กับสโมสรอีกด้วย

8) Julian Weigl

ย้ายจากทีม : 1860 มิวนิว (2.5 ล้านยูโร) / ปี 2015-ปัจจุบัน

"จูเลียน ไวเกิ้ล" กองกลางวัย 20 ปีชาวเยอรมัน ย้ายมาจากสโมสร 1860 มิวนิค ในปี 2015 เซ็นสัญญาอยู่กับทีมเป็นเวลา 4 ปี โดยไม่มีการเปิดเผยค่าตัว แต่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5 ล้านยูโรเท่านั้น ในสมัยที่เล่นให้กับ 1860 มิวนิค เป็นกองกลางดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ในช่วงที่ลงเล่นให้กับ1860 มิวนิค มีโอกาสสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุ 18 ปี กลายเป็นกัปตันทีมที่มีอายุน้อยที่สุดของสโมสร ในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้กับดอร์ทมุนด์ไวเกิ้ลถือเป็นตัวหลักของทีมได้ลงสนามไปทั้งสิ้น 51 เกมส์ ในทุกรายการที่ลงแข่งขัน นอกจากนี้ยังถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่และลงเล่นไปแล้ว 1 เกมส์ ถือได้ว่าเป็นนักเตะที่น่าจับตามองและในอนาคตก็น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมชาติเยอรมันได้

7) Henrikh Mkhitaryan

ย้ายจากทีม : ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (25 ล้านยูโร) / ปี 2013-2016

"เฮนริค มคิตาร์ยาน" กองกลางตัวรุกชาวอาเมเนีย ย้ายมาร่วมทีมดอร์ทมุนด์ในปี 2013 ด้วยค่าตัวถึง 25 ล้านยูโร แม้ในฤดูกาล 2014-15 มคิทาร์ยานจะโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักจนต้นสังกัดอย่างดอร์ทมุนด์ต้องตกอยู่ในสภาพทีมหนีตกชั้น แต่ในฤดูกาลถัดมาเขาสามารถเรียกฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมกลับมาได้อีกครั้ง จนเป็นคีย์แมนตัวหลักที่ช่วยพาดอร์ทมุนด์ขยับจากทีมหนีตกชั้นในฤดูกาลก่อนกลับมาสู่ทีมรองแชมป์บุนเดสลีกา ด้วยสถิติการจ่ายบอลมากที่สุดในบุนเดสลีกา 15 ครั้ง และยังได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมบุนเดสลีกาในฤดูกาลดังกล่าว โชว์ฟอร์มดีจนไปเข้าตาทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยแมนยูฯ ยอมควักกระเป๋ากว่า 40 ล้านยูโรคว้าตัวมาร่วมทีม สร้างกำไรอย่างงามให้กับต้นสังกัดอย่างดอร์ทมุนด์

6) Shinji Kagawa

ย้ายจากทีม : เซเรโซ โอซาก้า (350,000 ยูโร) / ปี 2010–2012,2014–ปัจจุบัน

"ชินจิ คากาวะ" กองกลางชาวญี่ปุ่น ย้ายมาร่วมทีมดอร์ทมุนด์ในปี 2010 ด้วยค่าตัวเพียง 3.5 แสนยูโร เริ่มต้นเปิดตัวกับดอร์ทมุนด์โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียว แต่น่าเสียดายที่เขาได้รับบาดเจ็บจากการลงสนามรับใช้ทีมชาติญี่ปุ่นทำให้ไม่สามารถลงสนามได้ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ได้ลงสนามในลีกไปเพียง 18 เกมส์ ยิงไป 8 ประตู แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ในฤดูกาลดังกล่าว ในฤดูกาลต่อมาคากาวะกลายเป็นกำลังหลักของทีมช่วยพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ (บุสเดสลีกา และ ดีเอฟบี โพคาล) มาได้ โดยสามารถยิงประตูให้ทีมได้ 17 ประตูในทุกรายการ และยังได้รับรางวัลนักเตะเอเชียยอดเยี่ยมในปี 2012 จนกระทั่งทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมควักกระเป๋ากว่า 16 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีม

5) Ilkay Gundogan

ย้ายจากทีม : เนิร์นแบร์ก (4 ล้านยูโร) / ปี 2011–2016

"อิลคาย กุนโดกัน" กองกลางชาวเยอรมัน ย้ายมาร่วมทีมดอร์ทมุนด์ในปี 2011 ด้วยค่าตัว 4 ล้านยูโร แม้ช่วงแรกของการมาร่วมทีมยังจะไม่ใช่ตัวหลังของทีม แต่หลังจาก นูริ ซาฮิน ย้ายออกจากทีม เขาก็กลายเป็นตัวหลักของทีมหลักจนช่วยพาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ (บุสเดสลีกา และ ดีเอฟบี โพคาล) ฤดูกาล 2011–12 มาได้ และในฤดูกาลถัดมายังพาดอร์ทมุนเข้าชิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้แต่พลาดท่าพ่ายคู่แข่งร่วมลีกอย่างบาเยิร์นมิวนิคพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย แม้ในฤดูกาล 2013–14 เขาจะได้รับบาดเจ็บทำให้ทั้งฤดูกาลได้ลงสนามในลีกไปเพียง 1 เกมส์ แต่หลังจากนั้นเขาก็สามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้อีกครั้งและช่วยพาทีมคว้ารองแชมป์บุนเดสลีกาในฤดูกาล 2015-16 ได้ จนแมนเชสเตอร์ซิตี้ยอมควักกระเป๋ากว่า 20 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2016

4) Marco Reus

ย้ายจากทีม : เนิร์นแบร์ก (17.1 ล้านยูโร) / ปี 2012–ปัจจุบัน

"มาร์โก้ รอยส์" กองกลางชาวเยอรมัน ย้ายจากทีมโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค มาร่วมทีมดอร์ทมุนด์ด้วยค่าตัว 17.1 ล้านยูโร เป็นนักเตะที่มีความเร็ว มีทักษะการเล่น และการเลี้ยงบอลที่ดีเยี่ยม เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีช่วยให้ทีมยังคงรักษามาตรฐานของทีมลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาได้ แม้ในยามที่ซุปเปอร์สตาร์หลายคนย้ายจากทีมไป โดยตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลที่เล่นให้กับดอร์ทมุนด์ลงสนามในลีกไป 108 เกมส์ ยิงไปถึง 49 ประตู มีส่วนสำคัญช่วยพาดอร์ทมุนเข้าชิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ในปี 2013 แต่น่าเสียดายที่พ่ายให้กับคู่แข่งร่วมลีกอย่างบาเยิร์นมิวนิคไป ปัจจุบันยังคงล่นให้กับดอร์ทมุนด์และยังเป็นกัปตันทีมอีกด้วย

3) Mats Hummels

ย้ายจากทีม : บาเยิร์น มิวนิค (4 ล้านยูโร) / ปี 2009–2016

"มัทส์ ฮุมเมิลส์" เซ็นเตอร์แบ็ค ชาวเยอรมัน เริ่มเล่นฟุตบอลกับบาเยิร์นมิวนิคตั้งแต่สมัยเยาวชน จนขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของทีม แต่ไม่สามารถเบียดตำแหน่งตัวจริงได้ ลงสนามในลีกกับบาร์เยินมิวนิคไปเพียง 1 เกมส์ ก่อนจะถูกดอร์ทมุนด์ยืมตัวมาร่วมทีมในฤดูกาล 2008–2009 และคว้าตัวมาร่วมทีมอย่างถาวรในปี 2009 ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านยูโร ตลอดระยะเวลาที่ลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นตัวหลักของทีม และกลายเป็นตัวหลักของทีมชาติเยอรมัน ลงสนามในลีกให้ดอร์ทมุนด์ไป 227 เกมส์ ยิงไป 19 ประตู ช่วยพาดอร์ทมุนคว้าแชมป์บุสเดสลีกา 2 สมัย (2010–11, 2011–12) ดีเอฟบี โพคาล 1 สมัย (2011–12) และยังช่วยพาดอร์ทมุนเข้าชิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ในปี 2013 แต่น่าเสียดายที่พ่ายให้กับคู่แข่งร่วมลีกอย่างบาเยิร์นมิวนิคไป สำหรับเกมส์ระดับทีมชาติมีส่วนสำคัญที่ช่วยสกัดกันการทำประตูของทีมคู่แข่งจนสามารถพาเยอรมันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2014 ฮุมเมลส์โชว์ผลงานกับทั้งสโมสรและทีมชาติได้อย่างยอดเยี่ยมจนกระทั่งบาเยิร์นมิวนิคยอมทุ่มเงินกว่า 35 ล้านยูโร คว้าตัวมาร่วมทีมอีกครั้งในปี 2016

2) Pierre-Emerick Aubameyang

ย้ายจากทีม : แซงต์ เอเตียน (13 ล้านยูโร) / ปี 2013–ปัจจุบัน

"ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง" กองหน้าชาวกาบอง เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับสโมสรเอซีมิลาน แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้ ถูกปล่อยตัวไปให้สโมสรแซงต์ เอเตียน โชว์ผลงานได้ดีจนดอร์ทมุนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2013 ประกอบกับนักเตะอยากลงเล่นในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกด้วย ในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์สามารถโชว์ฟอร์มได้ตามมาตรฐานนักเตะชั้นดี แต่มาโชว์ฟอร์มโดดเด่นในฤดูกาล 2015-16 ลงสนามไป 46 เกมส์ยิงไปถึง 39 ประตู โดยเป็นการยิงประตูในลีก 25 ประตูเป็นรองดาวซัลโวสูงสุดของลีก และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบุนเดสลีกาในฤดูกาลดังกล่าว ปัจจุบันโอบาเมยองได้รับความสนใจจากทีมยักษ์หลายๆทีม ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ซิตี้ อาร์เซนอล โดยดอร์ทมุนด์ตั้งค่าหัวเขาไว้สูงถึง 60 ล้านยูโร แต่อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยังคงเลือกที่จะเล่นให้ดอร์ทมุนด์ต่อไป

1) Robert Lewandowski

ย้ายจากทีม : เลก พอซแนน (4.2 ล้านยูโร) / ปี 2010–2014

"โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้" ศูนย์หน้าชาวโปแลนด์ ย้ายมาร่วมทีมดอร์ทมุนด์ในปี 2010 ด้วยค่าตัวเพียง 4.2 ล้านยูโร ได้รับมอบหมายให้เป็นศูนย์หน้าหมายเลข 1 ของทีม แต่ในฤดูกาลแรกโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยน่าประทับใจนักยิงประตูในลีกได้เพียง 8 ประตู แต่ในฤดูกาลต่อมาสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ โดยเฉพาะในฤดูกาล 2013-14 สามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกามาได้ จากการยิงไปถึง 20 ประตู ตลอด 4 ฤดูกาลที่เล่นให้ดอร์ทมุนด์ลงสนามไป 187 เกมส์ ยิงไปถึง 103 ประตู ช่วยพาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุสเดสลีกา 2 สมัย (2010–11, 2011–12) ดีเอฟบี โพคาล 1 สมัย (2011–12) แต่น่าเสียดายที่ดอร์ทมุนด์ต้องเสียเค้าไปให้กับทีมคู่แข่งร่วมลีกอย่างบาเยิร์นมิวนิคแบบไม่มีค่าตัวเนื่องจากนักเตะหมดสัญญากับทีม อย่างไรก็ตามกับประตูที่เลวานดอฟสกี้ช่วยยิงให้ดอร์ทมุนด์ พร้อมกับความสำเร็จต่างๆ ที่ช่วยคว้ามาให้ดอร์ทมุนด์ถือว่าคุ้มค่ามากๆ

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan