TWENTY1 อัพเดทเมื่อ 09:14 13/08/2559
Thumb lg rio

ย้อนประวัติการแข่งขันกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ "Olympic Games" ก่อนจะถึง RIO 2016!

593 Pepper

ประวัติการก่อตั้งการแข่งขันโอลิมปิก การแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนจะถึงครั้งล่าสุดที่บราซิล

Olympic Rio 2016

เปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติ "โอลิมปิก เกมส์ 2016" ที่เมือง ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม ถึง 21 สิงหาคม 2016 นับเป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่ 31 มีนักกีฬามากกว่า 10,500 คนจาก 206 คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ และที่พิเศษกว่าครั้งอื่นๆก็คือโอลิมปิกในครั้งนี้มีนักกีฬาที่ไม่ได้มาแข่งขันในนามทีมชาติ แต่เป็นนักกีฬาที่มาในทีมของผู้อพยพมาเข้าร่วมแข่งขันด้วย

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกถือเป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลานานรายการหนึ่งของโลก บางเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของโลกนั้นอยู่ในการแข่งขันโอลิมปิกหลายเหตุการณ์ ในคราวนี้เราจะมาเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการแข่งขันที่มีความเป็นมาที่ยาวนานอย่างโอลิมปิกกัน

กีฬาโอลิมปิกโบราณ (Ancient Olympic Games)

กีฬาโอลิมปิกโบราณเป็นเทศกาลทางศาสนาและกรีฑาซึ่งจัดขึ้นทุก 4 ปี วันก่อตั้งกีฬาโอลิมปิกโบราณที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ 776 ปีก่อนคริสตกาล ตามรอยจารึกซึ่งพบที่โอลิมเปีย และมีการระบุรายชื่อผู้ชนะการวิ่งซึ่งจัดขึ้นทุกสี่ปีเริ่มตั้งแต่ 776 ปีก่อน คริสตกาล มีการแข่งขันกีฬาร่วมกับพิธีกรรมบูชายัญเพื่อถวายเกียรติแด่ทั้งซุส และฟีลอปส์ เทพวีรบุรุษและพระมหากษัตริย์ตามตำนานของโอลิมเปีย ฟีลอปส์มีชื่อเสียงในการแข่งรถม้ากับพระเจ้าอีโนมาอัสแห่งปีซาทิส

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจัด ณ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส ในประเทศกรีซ โดยนักกีฬาจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขัน เพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกาย กีฬาโอลิมปิกโบราณมีรายการแข่งขันวิ่ง ปัญจกีฬา ประกอบด้วยการกระโดด ขว้างจักร พุ่งแหลน วิ่ง และมวยปล้ำ ชกมวย มวยปล้ำ ศิลปะป้องกันตัวแพนแครชัน และขี่ม้า ความเชื่อมีอยู่ว่า คอโรเอบัส พ่อครัวจากนครเอลลิส เป็นผู้ชนะโอลิมปิกคนแรก ผู้ชนะจากการแข่งขันดังกล่าวจะได้รับการยกย่องและมีอนุสรณ์ในบทกวีและรูปปั้น

กีฬาโอลิมปิกโบราณรุ่งเรืองถึงขีดสุดในศตวรรษที่ 6 และ 5 ก่อนคริสตกาล แต่จากนั้น ค่อย ๆ เสื่อมความสำคัญลง เมื่อชาวโรมันมีอำนาจและอิทธิพลในกรีซ ขณะที่ยังไม่มีการเห็นพ้องต้องกันในทางวิชาการว่ากีฬาโอลิมปิกโบราณสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการเมื่อใด

โอลิมปิกสมัยใหม่

หลังจากโอลิมปิกโบราณได้ล้มเลิกไปเป็นเวลาถึง 15 ศตวรรษ โอลิมปิกยุคใหม่ก็ได้เกิดขึ้น โดยขุนนางชาวฝรั่งเศส "บารอน ปิแอร์ เดอ ดูเบอร์แตง" ผู้ซึ่งสนใจเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ปัญหาการเมืองและสังคม เมื่ออายุได้ 26 ปี เขาได้เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิก จึงได้ติดต่อบุคคลสำคัญของประเทศอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส เป็นเวลาถึง 4 ปี ในที่สุดได้เปิดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการขึ้นและได้ประกาศว่าโอลิมปิกสมัยใหม่จะได้รับการฟื้นฟูขึ้น คณะกรรมการผู้ริเริ่ม ได้ลงมติว่า ให้ทำการเปิดการแข่งขันโอลิมปิกปัจจุบันขึ้น โดยกำหนด 4 ปีต่อ 1 ครั้ง โดยให้ประเทศสมาชิกหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ แต่การเปิดแข่งขันครั้งแรกให้เริ่ม ณ กรุงเอเธนส์ ในปีค.ศ. 1896 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการกำเนิดกีฬาโอลิมปิกเมื่อครั้งโบราณ และที่สำคัญคือต้องมีการแข่งขันกรีฑาเป็นหลักและขาดไม่ได้

โอลิมปิกฤดูร้อน

โอลิมปิกฤดูร้อน หรือ โอลิมปิกเกมส์ ถูกจัดขึ้นในทุกๆ 4 ปี โดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee หรือ IOC) เป็นการแขงขันกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดรองมาจากฟุตบอลโลก การแข่งขันนั้นเริ่มต้นครั้งแรกด้วยกีฬาเพียง 42 ประเภท ด้วยนักกีฬาเพียง 250 คน จนมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงมากกว่า 10,000 คน ของนักกีฬาชายและหญิงจาก 206 ประเทศทั่วโลก ในโอลิมปิก 2016 นั้น เป็นการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งแรกของประเทศคอซอวอและประเทศเซาท์ซูดาน มีเพียง 4 ประเทศที่ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในโอลิมปิกฤดูร้อนทุกครั้ง ได้แก่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร กรีซ และสวิตเซอร์แลนด์

นักกีฬาถูกส่งเข้าแข่งขันโดยคณะกรรมการโอลิมปิกของประเทศต่าง ๆ (NOC-National Olympic Committee) เพื่อแสดงจำนวนพลเมืองในบังคับของประเทศตน เพลงชาติและธงชาติประกอบพิธีมอบเหรียญ และตารางแสดงจำนวนเหรียญที่ชนะ

"บารอน ปิแอร์ เดอ ดูเบอร์แตง" ได้คิดค้นสัญลักษณ์ของกีฬาโอลิมปิกขึ้นเป็นรูปห่วงห้าสี คือ ฟ้า เหลือง ดำ เขียว และ แดง ซึ่งหมายถึงทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา แอฟริกา และออสเตรเลีย ห่วง หมายถึง การที่คนจากทั่วโลกจับมือร่วมใจกัน ส่วนสีใดหมายถึงทวีปใดนั้นไม่ได้กล่าวไว้

กระบวนการโอลิมปิกประกอบด้วยสหพันธ์กีฬาระหว่างประเทศ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติ และคณะกรรมการจัดการแข่งขันของกีฬาโอลิมปิกแต่ละครั้ง เมืองเจ้าภาพเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการแข่งขันและการจัดหาเงินทุนเพื่อสมโภช (celebrate) กีฬาตามกฎบัตรโอลิมปิก โปรแกรมโอลิมปิก ซึ่งประกอบด้วยกีฬาที่จะมีการแข่งขันในโอลิมปิก ถูกกำหนดโดยไอโอซีเช่นกัน การสมโภชกีฬาโอลิมปิกหมายรวมพิธีการและสัญลักษณ์จำนวนมาก อาทิ ธงและคบเพลิงโอลิมปิก

โอลิมปิกกับประวัติศาสตร์

การแข่งขันโอลิมปิกมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์โลกหลากหลายเรื่อง เช่นในปี 1916 การแข่งขันถูกยกเลิกเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วน ปี1940 และ 1944 ไม่ได้ถูกจัดขึ้นเพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

- โอลิมปิก แอนต์เวิร์บ ประเทศเบลเยียม ปี 1920 จัดว่าไม่เป็นการแข่งขันโอลิมปิกแบบนานาชาติอย่างแท้จริงเนื่องจากได้กีดกันไม่ให้ประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 เข้าร่วมการแข่งขันด้วย

- โอลิมปิก เบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี หรือ นาซีเยอรมัน โดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นประธานในพิธี โดยฮิตเลอร์ใช้การแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้ชาวโลกได้รู้จักกับลัทธินาซี ประกาศว่าชาวเยอรมันเป็นเลิศและแข็งแกร่งกว่าชาติอื่นและมีการเหยียดสีผิวด้วย แต่นักวิ่งผิวสี เจสซี่ โอเว่นส์ ได้ลบคำสบประมาทนั้นด้วยการคว้าเหรียญทองถึง 4 เหรียญ ต่อมาเรื่องราวของเขาได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อีกด้วย

- โอลิมปิก เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ สหภาพโซเวียตได้เข้าร่วมโอลิมปิกเป็นครั้งแรก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยครั้งนั้นประเทศไทยส่งนักกีฬาไป 11 คนเป็นนักกรีฑาทั้งหมด

- โอลิมปิก โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปี 1964 ถือเป็นครั้งแรกที่โอลิมปิกได้จัดขึ้นในเอเชีย

คบเพลิงโอลิมปิก

โคมไฟโอลิมปิก เมื่อมีการแข่งขันโอลิมปิกจะมีการจุดไฟกองใหญ่ขึ้นบนยอดเขาโอลิมปัส เพื่อให้ความสว่างไสว และเพื่อเป็นสัญญาณประกาศให้คนทั่วไปได้ทราบว่า การเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว พิธีการจุดไฟนั้น เริ่มแรกทำบนยอดเขาโอลิมปัส โดยใช้แว่นรวมแสงอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิง เมื่อติดไฟแล้ว จึงนำตะเกียงต่อเอาไว้ ไฟกองใหญ่จะคงลุกโชติช่วงต่อไปจนตลอดงานฉลอง ส่วนตะเกียงนั้นจะมีการวิ่งถือไปทั่วทุกนครรัฐ ด้วยการส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ จากนักวิ่ง คนละ 2 ไมล์ หากผ่านทะเลหรือแม่น้ำก็จะลงเรือข้ามฟากโดยไฟไม่ดับ ไฟนี้ชาวกรีก ถือว่าเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ และความสงบสุขของชาวกรีก ซึ่งพระเจ้าจะทรงพระพิโรธต่อบุคคลที่ไม่สนใจในกิจการนี้

โอลิมปิกในปัจจุบัน ยังคงรักษาประเพณีเรื่องการจุดไฟไว้ดังเดิมทุกประการ กล่าวคือ ก่อนจะมีการแข่งขันจะมีพิธีจุดไฟ ณ เขาโอลิมปัส ผู้จุดคือ สาวพรหมจารีย์ผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้ต่อไฟจากแว่นรวมแสงของดวงอาทิตย์ด้วยคบเพลิง และไฟนี้จะถูกแจกจ่ายไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก และข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ประเทศเจ้าภาพ และมีการวิ่งถือคบเพลิงส่งต่อกันไปจุดที่กระถางใหญ่บริเวณงานในวันแรกของพิธีเปิดการแข่งขัน ไฟจะต้องไม่ดับตั้งแต่เริ่มจุด ณ ภูเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้น ๆ

พิธีเปิดการแข่งขัน

พิธีเปิดการแข่งโอลิมปิกสมัยใหม่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน พิธีเปิดการแข่งขันจะมี การเดินพาเหรดของนักกีฬาที่เข้าร่วมโดยจะมีตัวแทนของประเทศนั้นๆถือธงเดินเข้าสู่สนาม และไฮไลท์สำคัญของพิธีเปิดก็คงไม่พ้นการจุดคบเพลิง ซึ่งเจ้าภาพในแต่ละประเทศต่างก็ต้องคิดกันอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรให้ประทับใจผู้ชมที่สุด ซึ่งพิธีเปิดการแข่งขันไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงให้รู้ว่ากีฬาโอลิมปิกนั้นได้เริ่มต้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศ หรือ เมืองเจ้าภาพให้คนทั่วโลกได้รู้จักผ่านการแสดงอันสวยงาม และ เป็นการแสดงถึงศักยภาพของเจ้าภาพอีกด้วย

พิธีจุดคบเพลิงที่ได้รับเสียงฮือฮามากที่สุด และนับได้ว่าเป็นการจุดคบเพลิงที่สร้างสรรค์ที่สุดคงไม่พ้นการยิงธนูเพื่อจุดไฟในกรถางคบเพลิงในการแข่งขันโอลิมปิก บาเซโลน่า ที่ประเทศสเปน ปี 1992

การปรากฏตัวของ ร็อคเก็ตแมน ในพิธีเปิดโอลิมปิกที่ลอสแองเจอลิส สหรัฐอเมริกา ปี 1984 สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวโลกไม่น้อย

พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก ที่ปักกิ่งประเทศจีน ปี 2008 จัดได้ว่าเป็นพิธีเปิดที่อลังการมากที่สุด

เหรียญรางวัล

รางวัลของการแข่งขันในสมัยโบราณผู้ที่ชนะจะได้รับ กิ่งไม้มะกอกซึ่งตัดมาจากยอดเขาโอลิมปัส อันเป็นที่สิงสถิตของซุส แล้วทำเป็นวงคล้ายมงกุฎ จักรพรรดิจะเป็นผู้พระราชทานครอบลงบนศีรษะของผู้ชนะนั้น ๆ พร้อมทั้งได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้ชนรุ่นหลังศึกษาและชื่นชมต่อไป

แต่ในโอลิมปิกสมัยใหม่นั้นในการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1896 ที่ประเทศกรีซ ผู้ชนะได้รับเหรียญเงินและช่อมะกอกเหมือนในโอลิมปิกยุคโบราณ ส่วนอันดับที่สองเป็นเหรียญทองแดงและช่อมะกอกเช่นกัน แต่ใน 8 ปีต่อมา ปี 1904 โอลิมปิกที่เมืองเซนส์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา มีการเปลี่ยนแปลงเหรียญรางวัล สามระดับได้แก่ เหรียญทอง เหรียญเงิน และ เหรียญทองแดง สำหรับผู้ที่ชนะเลิศอันดับ หนึ่ง สอง และ สามตามลำดับ โดยผู้ที่ได้ลำดับที่สี่ถึงหกจะได้รับประกาศนียบัตรแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้เข้าร่วมแข่งขัน

และข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอีกประการคือ ถึงแม้ว่าผู้ชนะเลิศจะได้รับเกียรติยศสูงสุดอย่างการครอบครองเหรียญทอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ได้รับจะเป็นโลหะมูลค่าสูงอย่าง “ทอง” จริงๆ แต่อย่างใด ยกเว้นแค่เพียง 2 ครั้ง คือโอลิมปิกเกมส์ ปี 1904 และปี 1908 เท่านั้นที่เจ้าภาพใจป้ำมอบเหรียญทองแท้ๆ ให้กับนักกีฬา

เหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ 2016

ด้านหน้าของเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ 2016

ด้านหลังของเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ 2016

มูลค่าของเหรียญรางวัล

เหรียญทอง ประกอบด้วยทองแท้เพียง 1% นอกจากนั้นเป็นเงินแท้ 92.5% และ ทองแดง 6.16%
เหรียญเงิน ส่วนประกอบนั้นเหมือนกับเหรียญทอง แต่ไม่มีส่วนผสมของทองคำแท้สักเปอร์เซ็นต์
เหรียญทองแดง ประกอบด้วย ทองแดง 97% สังกะสี และดีบุก 0.5%

เงินรางวัลสำหรับผู้ชนะ

รางวัลของผู้ชนะไม่ได้มีแค่เหรียญรางวัลเท่านั้นแต่ยังมีเงินรางวัลจากสหพันธ์โอลิมปิกในแต่ละประเทศอีกด้วย โดยประเทศที่ให้รางวัลเป็นเงินอัดฉีดนักกีฬา นอกเหนือจากของสหพันธ์โอลิมปิกสูงที่สุดในโลกมี 18 ประเทศ ซึ่งประเทศที่จ่ายเงินส่วนนี้ให้กับนักกีฬาเป็นเวลามากกว่า 20 ปีก็คือ ไทย ฟิลิปปินส์ และประเทศที่ให้รางวัลเงินอัดฉีดมากที่สุดได้แก่ มาเลเซีย ซึ่งเหรียญทองจะได้เงินประมาณ 600,000 ดอลล่าร์สหรัฐ เหรียญเงินและเหรียญทองแดง ได้เงินรางวัลประมาณ 300,000 และ 150,000 ดอลล่าร์สหรัฐตามลำดับ อันดับสองได้แก่ประเทศ อาเซอไบจานและคาซัคสถาน ส่วนอันดับที่สามคือประเทศไทย

ในตอนนี้ที่ริโอเกมส์2016 โอลิมปิกที่ริโอ เดอ จาเนโรที่ประเทศบราซิล นักกีฬาของไทยสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 2 เหรียญ 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดงจากกีฬายกน้ำหนักทั้งหมด หวังว่านักกีฬาไทยจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญเพิ่มให้กับประเทศไทยได้อีก และเราก็ต้องเป็นกำลังใจส่งแรงเชียร์ไปให้กับนักกีฬาไทยกันต่อไป

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg ac74b72a 6296 45c8 890e 3de3b7acbdb5

TWENTY1