S.R dan อัพเดทเมื่อ 15:12 22/08/2559
Thumb lg relegated

10 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลเกาะอังกฤษที่ตกชั้นแบบช็อคโลก!

6951 Pepper

ตั้งแต่ลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษเปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกในปี 1992 มีกว่า 38 สโมสรที่เคยตกชั้น แต่ที่น่าแปลกใจก็คือทีมยักษ์ใหญ่หลายทีมก็เคยตกชั้นมาก่อน!

premier league Footballer Relegation

ต้องยอมรับว่าฟุตบอลในยุคปัจจุบันเป็นยุคทุนนิยมอย่างแท้จริง แม้ทีมยักษ์ใหญ่จะโชว์ผลงานได้ย่ำแย่กันแค่ไหน อย่างมากก็อาจจะตกมาไม่กี่อันดับเท่านั้น ต่างจากในอดีตของฟุตอังกฤษที่ทีมยักษ์ใหญ่เคยพลาดพลั้งตกชั้นแบบช็อคแฟนๆ ทั้งโลกมาแล้ว และบางทีมถึงขั้นตกต่ำจนไม่สามารถกลับขึ้นมาได้อีกเลยก็มี

1992 : Nottingham Forest

นอร์ทติงแฮม ฟอร์เรส อดีตสโมสรชั้นนำของอังกฤษ เป็น 1 ใน 22 สโมสรที่เล่นพรีเมียร์ลีกยุคเริ่มต้นในปี 1992 ภายใต้การคุมทีมของ ไบรอัน คลัฟ อดีตกุนซือคนแรกและคนเดียวของสโมสรที่พาฟอร์เรสคว้าแชมป์ ยูโรเปียน คัพ 2 สมัย และแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 1 สมัย แต่ไม่น่าเชื่อว่ากุนซือฝีมือระดับเทพอย่าง คลัฟกลับพาสโมสรตกชั้น โดยเหตุการณ์เริ่มจากจากปล่อยนักเตะคนสำคัญของทีมอย่าง เดส วอร์คเกอร์ และเท็ดดี้ เชอริงแฮม ออกจากทีมไปในปี 1992 ส่งผลให้ในฤดูกาลแรกของการเริ่มต้นพรีเมียร์ลีก ฟอร์เรส โชว์ฟอร์มย่ำแย่ได้อันดับสุดท้ายของตารางต้องตกชั้นไป และ คลัฟ ต้องตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นผู้จัดการทีมทันที หลังจากคุมทีมฟอร์เรสมากว่า 18 ปี แต่ฟอร์เรสก็ได้กลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้หลังจากตกชั้นไปเพียงฤดูกาลเดียว และในฤดูกาลดังกล่าวยังสามารถคว้าอันดับ 3 ในลีกได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่แล้วในฤดูกาล 1996-97 ก็ต้องตกชั้นไปอีกครั้งด้วยการคว้าอันดับสุดท้ายของตารางเช่นเดิม แต่สโมสรก็สามารถสร้างทีมกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งในปี 1998-99 แต่ขึ้นมาเล่นได้ฤดูกาลเดียวก็ตกชั้นด้วยอันดับสุดท้ายอีกเช่นเดิมและก็เช่นเดิม หลังจากนั้น ฟอร์เรสก็ไม่สามารถกลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีก ปัจจุบันสโมสรเล่นอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

1995 : Norwich City

ในฤดูกาลแรกของการเริ่มต้นพรีเมียร์ลีก นอริช ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของไมค์ วอคเกอร์โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สโมสรพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด ด้วยการคว้าอันดับ 3 มาครองได้และได้ไปเล่นบอลถ้วยสโมสรยุโรปอย่างถ้วยยูฟ่า คัพ และการเล่นยูฟ่า คัพ ในฤดูกาลต่อมาก็สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับแฟนบอลเป็นอย่างมากด้วยการเป็นทีมแรกของสหราชอาณาจักรที่บุกไปขย่ำเอาชนะเสือใต้บาร์เยิน มิวนิคได้ถึงในบ้าน และก็เขี่ยบาร์เยิน มิวนิคตกรอบไป แต่ในเดือนมกราคมปี 1994 เกิดเรื่องช็อคเกิดขึ้นกับนอร์ริชนั่นคือ ไมค์ วอคเกอร์ ลาออกเพื่อไปคุมทีมเอฟเวอร์ตัน และนอริชได้ตั้ง จอห์น ดีแฮน ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ดีแฮน สามารถพาทีมคว้าอันดับที่ 12 ในลีกมาได้ในฤดูกาล 1993-94 แต่ในฤดูกาลต่อมาแม้ในช่วงแรกของฤดูกาล นอริชจะโชว์ผลงานได้ดีโดยในช่วงคริสมาสต์สามารถขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของตารางได้ แต่หลังจากนั้นผลงานกลับดิ่งเหวอย่างไม่น่าเชื่อเอาชนะเกมส์ในลีกได้เพียงเกมส์เดียว จาก 20 เกมส์ที่ลงเล่น โดยก่อนจะจบฤดูกาลดีแฮนตัดสินใจลาออกเพื่อรับผิดชอบผลงานอันย่ำแย่ของทีม และสโมสรได้ตั้งแกรี่ เมสันผู้ช่วยของดีแฮน ขึ้นมาทำหน้าที่แทน แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้จบฤดูกาลด้วยอันดับ 20 ต้องตกชั้นไป และถือเป็นการตกชั้นครั้งแรกในรอบ 9 ฤดูกาล

1996 : Manchester City

ที่ผ่านมา สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ไม่ใช่ทีมที่อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกดั่งในเช่นปัจจุบัน แต่ก็สามารถรักษาผลงานได้ตามมาตรฐานพรีเมียร์ลีก แม้ในบางฤดูกาลจะต้องอยู่ในโซนหนีการตกชั้นก็ตามแต่ก็สามารถอยู่รอดปลอดภัยมาได้ จนกระทั่งฤดูกาล 1995-96 แมนซิตี้ต้องอยู่ในสถานการณ์หนีตกชั้นอีกฤดูกาลหนึ่ง แต่ฤดูกาลนี้กลับไม่สามารถรอดพ้นความหายนะ โดยนัดสุดท้ายในการเจอกับลิเวอร์พูลจากสถานการณ์การลุ้นผลระหว่างเกมส์ในขณะที่แมนซิตี้ เสมอลิเวอร์พูลอยู่ 2 ต่อ 2 หากชนะได้จะทำให้ทีมรอดตกชั้นทันที แต่แมนซิตี้ก็ไม่สามารถทำได้จบเกมส์เสมอกับลิเวอร์พูลไป ทีมต้องตกชั้นด้วยแต้มที่เท่ากับทีมอันดับที่ 16 และทีมอันดับ17 แต่ผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่าทำให้แมนซิตี้ตกชั้นไปอย่างน่าเจ็บใจและถือเป็นการตกชั้นครั้งที่ 5 นับจากก่อตั้งสโมสรมาในปี 1880 หลังจากนั้นแมนซิตี้ก็สามารถกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2000-01 แต่เล่นได้ฤดูกาลเดียวก็ตกชั้นไปอีก และในฤดูกาล 2002-03 ก็สามารถขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง จนในที่สุดสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกของสโมสรในฤดูกาล 2011-12

1997 : Middlesbrough

มิดเดิลสโบรห์ เป็นอีกหนึ่งสโมสรชื่อดังที่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย โดยในฤดูกาล 1995-96 มิดเดิลสโบรห์ ทำผลงานได้ดีจบฤดูกาลด้วยอันดับ 12 และในฤดูกาลต่อมาแม้ผลงานในลีกของทีมจะต้องอยู่ในโซนหนีตกชั้น กลับสร้างผลงานในการเล่นบอลถ้วยอย่างยอดเยี่ยม โดยสามารถเข้าชิงได้ทั้งเอฟ เอคัพ และลีกคัพ แต่การที่ต้องมีเกมส์การเล่นเพิ่มขึ้นจากเดิมเนื่องจากต้องเล่นในบอลถ้วยด้วยในขณะนักเตะมีจำกัด จึงเป็นเหตุให้เกิดเรื่องงี่เง่าขึ้นเมื่อเกมสุดท้ายที่ต้องเจอแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ทีมตกอยู่ในสภาพที่มีผู้เล่นทีมชุดใหญ่บาดเจ็บอยู่ถึง 16 ราย ไบรอัน ร็อบสัน ผู้จัดการทีมมิดเดิลสโบรห์ในขณะนั้น ตัดสินใจปฏิเสธที่จะส่งทีมลงเล่นในเกมส์ดังกล่าว ส่งผลให้ทีมโดนปรับแพ้ นอกจากนี้ยังถูกลงโทษด้วยการหักแต้มอีก 3 แต้ม จนทีมต้องร่วงตกชั้นไปแบบงี่เง่าที่สุด เพราะหากไม่โดนหัก 3 แต้มทีมจะรอดตกชั้นทันที นอกจากนี้ยังพลาดได้แค่รองแชมป์บอลถ้วยอีก แฟนบอลหลายคนอาจเกิดคำถามว่าการได้รองแชมป์บอลถ้วยคุ้มค่าพอกับการที่ทีมต้องตกชั้นหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามมิดเดิลสโบรห์ตกชั้นไปแค่ฤดูกาลเดียวก็สามรถกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 1998-99 และก็เล่นในพรีเมียร์ลีกเรื่อยมา จนกระทั่งฤดูกาล 2008-09 ก็ร่วงตกชั้นไปอีกครั้ง แต่การตกชั้นครั้งนี้ทำให้ทีมต้องลงไปเล่นในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพหลายฤดูกาล จนสามารถคว้ารองแชมป์และเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2016-17

1999 : Blackburn Rovers

หลังจากโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในยุคที่มีตำนานศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษอย่างอลัน เชียเรอร์ เป็นศูนย์หน้าตัวหลักของทีมจนสามารถคว้าแชมป์พรีเมียลีกมาครองได้ในฤดูกาล 1994-95 ดูเหมือนว่าแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส จะมาถึงจุดสูงสุดของสโมสรแล้ว ราวกับว่าสโมสรไม่ต้องการความสำเร็จอะไรอีก เพราะหลังจากนั้นแบล็คเบิร์นไม่สามารถทำอันดับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มทีมลุ้นแชมป์ได้อีกเลย อีกทั้งยังปล่อยเชียเรอร์ ไปให้นิวคสเซิลในปี 1996 แม้ในฤดูกาล 1997-98 จะสามารถทำผลงานได้ดีอีกคั้งนับจากได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมา ด้วยการคว้าอันดับ 6 ในลีก แต่ในฤดูกาลถัดมาแบล็คเบิร์น กลับโชว์ผลงานได้อย่างยอดแย่จนนายใหญ่อย่างรอย ฮอดจ์สันต้องถูกเฉดหัวออกจากทีมไป และสโมสรได้แต่งตั้งไบรอัน คิดด์อดีตมือขวาของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ขึ้นมาทำหน้าที่แทน เพื่อหวังจะให้มาช่วยพาทีมผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปให้ได้ แต่การเข้ามาของ คิดด์ ก็ไม่สามารถปลุกแบล็คเบิร์นให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้จบฤดูกาลด้วยอันดับรองบ๋วย ต้องตกชั้นลงไป จนกระทั่งปัจจุบันแบล็คเบิร์นก็ยังคงเล่นอยู่ในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพ

2001 : Coventry City

แม้โคเวนทรี ซิตี้ จะไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกมาได้มากมาย แต่ก็เป็นทีมที่สามารถรักษามาตรฐานของตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอเพราะไม่เคยตกชั้นเลยนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาในปี 1958 ด้วยการเล่นในลีกระดับดิวิชั่น 4 และไต่เต้าจนขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษได้ และเล่นอยู่ในลีกสูงสุดกว่า 34 ฤดูกาล แม้ส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในโซนทีมหนีตกชั้นก็ตามแต่ก็อยู่รอดปลอดภัยมาได้ทุกครั้ง จนกระทั่งในฤดูกาล 2000-01 ทีมไม่สามารถดิ้นรถหนีการตกชั้นได้ โชว์ผลงานได้อย่างยอดแย่ด้วยอันดับรองบ๋วยตกชั้นไปพร้อมทีมดังอย่างแมนซิตี้ หลังจากนั้นโคเวนทรีก็ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้อีกจนปัจจุบันต้องตกไปเล่นในระดับลีกวันหรือดิวิชั่น 3 เดิม และมีแววว่าในอนาคตอันใกล้โคเวนทรีอาจมีโอกาสกลับไปสู่จุดเริ่มต้นคือเล่นในลีกระดับดิวิชั่น 4 อีกครั้ง

2003 : West Ham United

เวสต์แฮมเป็นสโมสรฟุตบอลที่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย แม้ในฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ลีกเวสต์แฮมจะยังคงเล่นอยู่ในลีกรองคือระดับดิวิชั่น 1 แต่ในฤดูกาล 1993-94 ก็สามารถก้าวขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษได้อีกครั้ง โดยในฤดูกาลดังกล่าวสามารถคว้าอันดับ 13 มาครองได้ และยังสามารถรักษาฟอร์มการเล่นให้อยู่ในพรีเมียร์ลีกได้เรื่อยมาและยังสามารถคว้าอันดับ 5 ได้ในฤดูกาล 1998-99 จนกระทั่งในฤดูกาล 2002–03 ถึงแม้สโมสรจะมีนักเตะชั้นดีมากมายไม่ว่าจะเป็น เดวิด เจมส์, เจอร์เมน เดโฟ, โจ โคล, ไมเคิ่ล คาร์ริค, เฟร็ดเดอริค กานูเต้ และ เปาโล ดิคานิโอ แต่อาจเนื่องด้วยเกล็น โรเดอร์กุนซือของทีมประสบปัญหาด้านสุขภาพทำให้ไม่สามารถคุมทีมได้อย่างเต็มที่ทำให้ทีมมีผลงานย่ำแย้ แม้ตอนหลังสโมสรจะตั้งเซอร์เทรเวอร์ บรู๊กกิ้ง มาคุมทีมแทน แต่ก็ไม่สามารถช่วยยื้อชีวิตเวสต์แฮมได้จบฤดูกาลอันดับ 18 ต้องตกชั้นไปเล่นในระดับดิวิชั่น 1 ถึงจะตกชั้นไปแต่เวสต์แฮมก็สามารถสร้างทีมกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2005-06 และเล่นในพรีเมียร์ลีกเรื่อยมา จนกระทั่งฤดูกาล 2010-11 ทำผลงานได้ย่ำแย่ได้อันดับสุดท้ายในลีกต้องตกชั้นไปอีกครั้ง แต่ลงไปเล่นในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพฤดูกาลเดียวก็สามารถกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้และปัจจุบันยังคงเล่นอยู่ในพรีเมีบร์ลีก

2004 : Leeds United

อีกสโมสรที่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย ในฤดูกาล 1991-92 ฤดูกาลก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อลีกสูงสุดของอังกฤษมาเป็นพรีเมียร์ลีก ลีดส์ ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ และหลังจากเปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกแม้ลีดส์จะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลย แต่ก็สามารถรักษาฟอร์มการเล่นของทีมให้อยู่ในระดับหัวตารางของลีกได้ และในทีมก็มีนักเตะดังๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น มาร์ค วิดูกา ลีโบเยอร์ แฮร์รี คีเวลล์ ไนเจล มาร์ติน อลัน สมิท โจนาธาน วู้ดเกต เอียน ฮาร์ท ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นต้น และยังสามารถทะลุเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศในรายการยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้ในปี 2001 แต่หลังจากนั้นสโมสรประสบปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนักจำเป็นต้องขายนักเตะตัวหลักของทีมออกไป ทำให้ฟอร์มการเล่นของทีมเริ่มย่ำแย่ จนสุดท้ายในฤดูกาล 2003-04 ได้รองบ๋วยต้องตกชั้นไปเล่นในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิฟ และลีดส์ก็ไม่สามารถกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกเลย โดยในบางฤดูกาลต้องตกชั้นไปเล่นในลีกวัน ปัจจุบันลีดส์เล่นอยู่ในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิฟ

2005 : Southampton

เซาแธมป์ตัน เป็นสโมสรที่เล่นอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 1978 เป็นอีกสโมสรที่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย แม้ผลงานส่วนใหญ่มักจะอยู่อันดับกลางๆ ค่อนไปทางท้ายก็ตาม แต่ก็สามารถอยู่ในลีกสูงสุดมาได้กว่า 27 ฤดูกาล แต่สุดท้ายในฤดูกาล 2004-05 ภายใต้การคุมทีมของ พอล สเตอร็อค ที่เข้ามารับงานในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2004 แต่เขาคุมทีมเล่นในลีกได้เพียงสองเกมส์ก็ประกาศลาออก อาจเนื่องด้วยปัญหาภายในทีมเอง และหลังจากนั้น เซาแธมป์ตันได้ตั้งสตีฟ วีคลี่เข้ามาทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราว แต่กลับทำผลงานได้ย่ำแย่โดยตลอดเวลา 14 เกมส์ที่คุมทีมลงเล่นสามารถอาชนะได้เพียงเกมส์เดียวจึงถูกสโมสรยกเลิกสัญญาและแต่งตั้งแฮรี เรดแนปป์ ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ แต่เรดแนปป์ก็ไม่สามารถช่วยทีมได้จบฤดูกาลด้วยผลงานอันย่ำแย่ด้วยอันดับบ๋วยของตาราง สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เพียง 6 เกมส์เท่านั้น และหลังจากนั้นผลงานของทีมก็ตกต่ำลงไปจนต้องตกชั้นไปเล่นในลีกวัน แต่อย่างไรก็ตามเซาแธมป์ตันก็สามารถสร้างทีมขึ้นมาใหม่จนสามารถขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2012-13 และปัจจุบันยังคงเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก

2009 : Newcastle United

สโมสรชื่อดังของอังกฤษและเป็นอีกสโมสรที่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของเควิน คีแกนสามารถขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 1993-94 โดยในฤดูกาแรกที่ขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถคว้าอันดับ 3 มาครองได้และก็ยังรักษาฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยในฤดูกาล 1995-96 มีนักเตะดังๆ ในทีมมากมายไม่ว่าจะเป็น เลส เฟอร์ดินานด์, ดาวิด ชิโนลา, อลัน เชียเรอร์, ฟิลลิป อัลแบร์, คีธ กิลเลสพี, เดวิด แบ็ตตี้, ฟาอุสติโน อัสปริยา, วอร์เรน บาร์ตัน, ดาร์เร็น พีค็อค, พาเวลล์ เชอร์นิเช็ค สามารถขับเขี่ยวแย่งแชมป์กับทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้อย่างสุดมันโดยที่ก่อนช่วงคริสต์มาสทีมมีแต้มนำแมนยูถึง 12 แต้มแต่สุดท้ายจะได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีกก็ตาม และในฤดูกาลถัดมาก็ยังสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้ดีคว้ารองแชมป์มาได้อีกครั้ง หลังจากนั้นนิวคาสเซิลยังคงโลดแล่นในเวทีพรีเมียร์ลีกมาต่อเนื่อง จนกระทั่งในฤดูกาล 2008-09 นิวคาสเซิลได้แต่งตั้ง โจ คินเนียร์ ขึ้นมาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมเมื่อกันยายน แทนเควิน คีแกนที่ลาออกจากทีมไป โดยคินเนียร์ไม่ได้คุมทีมอย่างเต็มที่เนื่องจากป่วยและต้องผ่าตัดหัวใจ ทำให้ผลงานของทีมย่ำแย่ และได้ออกจากตำแหน่งในวันที่ 1 เมษายน ปี 2009 แม้สโมสรจะแต่งตั้ง อลัน เชียเรอร์ ขึ้นมาทำหน้าที่แทนเพื่อหวังที่ให้ช่วยพาทีมหนีรอดการตกชั้น แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยทีมให้อยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้ ต้องตกชั้นไปด้วยอันดับ 18 โดยมีแต้มห่างจากทีมที่รอดการตกชั้นอย่างฮัลล์ ซิตี้เพียงแต้มเดียว แต่ตกชั้นได้เพียงฤดูกาลเดียวนิวคาสเซิลก็สามารถกลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้จนล่าสุดในฤดูกาล 2016-17 ต้องกลับไปเล่นในลีกเดอะแชมป์เปี้ยนชิพอีกครั้ง

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan