RahXephon อัพเดทเมื่อ 15:00 24/08/2559
Thumb lg bad free

10 นักเตะย้ายทีมฟรียอดแย่ของพรีเมียร์ลีก!

7808 Pepper

การเซ็นต์สัญญาผู้เล่นซักคนในวงการลูกหนังปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในการทำธุรกิจราคาแพงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว โดยเฉพาะกับลีกชื่อดังอย่าง พรีเมียร์ลีก

football premier league EPL

แต่ไหนแต่ไรมาเราจึงมักจะเห็นบรรดาผู้บริหารทีมต่างๆคอยง่วนกับการจัดสรรปันส่วนงบประมาณในการซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพในแต่ละปี จวบจนกระทั่งมี กฎบอสแมน เข้ามามีบทบาทสำคัญและเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดนักเตะโดยการเพิ่มทางเลือกให้กับแต่ละสโมสรรวมถึงเปิดช่องว่างให้กับตัวนักเตะเองเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามของฟรีกับของดีก็อาจจะเดินสวนทางกันบ้างในหลายๆโอกาส

10. อังเดร โวโรนิน (ลิเวอร์พูล ปี 2007)

การได้ตัวศูนย์หน้าที่สร้างชื่อเรียงนามไว้พอสมควรจากเวที บุนเดสลีกา มาแบบฟรีๆ แถมยังเป็นคู่ขาของ อังเดร เชฟเชนโก้ ในยามลงทำหน้าที่รับใช้ชาติให้กับ ยูเครน ดูจะเป็นดีลที่โคตรคุ้มค่าสำหรับ หงส์แดง แต่สุดท้ายแล้ว ดาวยิงทรงหางม้า กลับไม่สามารถสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้เลยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในถิ่น เมอร์ซี่ย์ไซด์ เมื่อเจ้าตัวยิงได้เพียง 6 ประตูจากการลงสนาม 38 เกมส์ ก่อนจะย้ายออกไปอย่างเงียบๆในปี 2010

9. มิลาน โยวาโนวิช (ลิเวอร์พูล ปี 2010)

ถึงแม้ ปีกกระหม่อมบาง จะเคยเป็นขวัญใจของแฟนๆใน จูปิแลร์ ลีก เบลเยียม กับ สตองดาร์ด ลีแอช แต่หลังจากที่เจ้าตัวตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อนข้ามฟากมาเล่นอยู่ใน พรีเมียร์ลีก ก็ได้ค้นพบความจริงที่ว่าชีวิตมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โดย ดาวเตะทีมชาติเซอร์เบีย ที่ลงทำหน้ารับใช้ชาติไปแล้วร่วม 30 นัดในเวลานั้นกลับทำได้เพียง 2 ประตูจากโอกาสลงเล่น 18 เกมส์ ก่อนจะย้ายกลับไปเล่นใน เบลเยียม อีกครั้งในอีกฤดูกาลถัดมา

8. มารูยาน ชามัค (อาร์เซนอล ปี 2010)

หลังจากการประสานงานอันยอดเยี่ยมเคียงข้างกับ โยอันน์ กูร์กกุฟฟ์ ที่ช่วยให้ บอร์กโดซ์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ โลร็องต์ บล็องก์ ก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ ลีกเอิง ในปี 2009 อย่างเซอร์ไพรส์ ศูนย์หน้าชาวโมร็อกกัน ก็มุ่งหน้าสู่กรุงลอนดอนท่ามกลางความคาดหวังของสาวกเดอะกูนเนอร์ส แต่ท้ายที่สุดตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาลที่นี่เขาทำได้เพียง 8 ประตูจากการลงสนามในลีกทั้งสิ้น 40 เกมส์ก่อนจะย้ายออกไปอยู่กับ คริสตัล พาเลซ

7. มิเลนโก้ อาซิโมวิช (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปี 2002)

"เขาเป็นนักเตะหนุ่มที่เพียบพร้อมไปด้วยทักษะ และความสามารถในการทำประตูจากตำแหน่งมิดฟิลด์" เป็นคำอวยที่ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ได้กล่าวถึงลูกทีมคนใหม่ของเขาที่พึ่งคว้าตัวมาได้ฟรีๆหลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นใน ศึกฟุตบอลโลก 2002 แต่ท้ายที่สุด กองกลางพรสวรรค์ชาวสโลวีเนีย กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังรวมถึงการเป็นที่จดจำของแฟนๆแบบแย่ๆจากจังหวะพลาดการทำประตูแบบหมูหกในเกมส์ลีกที่พบกับ ฟูแล่ม เมื่อปี 2003

6. โบซิงวา (ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ปี 2012)

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ แบ็คขวาตัวกลั่นชาวโปรตุเกส ได้มีส่วนช่วยให้ สิงห์บลู ได้ชูถ้วยแชมป์ยุโรปใบใหญ่เป็นครั้งแรก ก็ถูก มาร์ค ฮิวจ์ส ที่กำลังทำหน้าที่คุมทีมคู่แข่งร่วมเมืองดึงตัวไปโดยเสนอค่าเหนื่อยก้อนโตเป็นจำนวน 65,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์มาให้ แต่หลังจากมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันไม่ทันข้ามปี โบซิงวา ก็ถูกปรับเงินค่าเหนื่อย 2 สัปดาห์จากการปฏิเสธที่จะอยู่บนม้านั่งสำรองในเกมส์ลีก ที่แสบกว่านั้นคือมีคนจับภาพได้ว่าเจ้าตัวหัวเราะร่าออกมาทันทีเมื่อคราวที่ ทีมทหารเสือราชินี ตกชั้นอย่างเป็นทางการ จนนำไปสู่การยกเลิกสัญญาในเวลาต่อมา

5. ไมกาห์ ริชาร์ดส์ (แอสตัน วิลล่า ปี 2015)

อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ที่มักถูกอาการบาดเจ็บรบกวนจนอนาคตกับ เรือใบสีฟ้า ดูไม่ค่อยสดใสนัก จนเจ้าตัวตัดสินใจออกไปหาความท้าทายใหม่ๆในลีกต่างแดนก่อนจะหวนคืนบ้านเกิดอีกครั้งด้วยการกลับมาซบรังอยู่กับ สิงห์ผงาด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจาก 38 เกมส์ผ่านไป ทีมจากถิ่นมิดแลนด์ เก็บไปได้เพียง 17 คะแนน พร้อมกับร่วงตกชั้นไปแบบชนิดอมบ๊วย แต่อย่างน้อยๆเขาก็ยังไม่ถูกแฟนๆรุมด่าเท่ากับ โจลีออน เลสค็อตต์

4. เลียม มิลเลอร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด ปี 2004)

หลังจากแจ้งเกิดได้อย่างน่าดูชมกับ เซลติก กองกลางชาวไอริช ก็ปฏิเสธจะต่อสัญญากับทีมออกไปเนื่องจากถูกวาจาหว่านล้อมจาก ทีมปีศาจแดง ที่หวังว่าจะให้เขาเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนของ รอย คีน ในระยะยาว ซึ่งหลังจากเปิดตัวกับยอดสโมสรของ พรีเมียร์ลีก ได้ไม่เลวเท่าไรนัก เขากลับค่อยๆเลือนหายออกไปจากทีมแบบชนิดกู่ไม่กลับ ก่อนจะถูกขายต่อไปให้กับทีมสาขา 2 อย่าง ซันเดอร์แลนด์ ที่ตอนนั้นมี 'คีโน่' เป็นผู้ทำหน้าที่คุมทีมในอีก 2 ฤดูกาลถัดมา

3. เคลาดิโอ ปิซาร์โร่ (เชลซี ปี 2007)

อันที่จริงเราสามารถจิ้มเลือกใครคนใดคนหนึ่งจากในสามการเซ็นต์สัญญาฟรีของ สิงโตน้ำเงินคราม เมื่อตอนซีซั่นนั้นมาก็ได้ แต่ถึงแม้ ทาล เบน ฮาอิม และ สตีฟ ซิดเวลล์ จะไม่ได้เข้ามาช่วยยกระดับใดๆให้กับทีมเลยก็ตาม แต่คนที่น่าผิดหวังที่สุดน่าจะเป็น หัวหอกจอมเก๋าขาวเปรู ที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยระเบิดสกอร์ให้กับ บาเยิร์น มิวนิค มาแล้วร่วมร้อยประตูตลอด 6 ฤดูกาลที่ค้าแข้งอยู่ในลีกเมืองเบียร์ แต่กับผลงานในทีมจากลอนดอนเขากลับยิงไปได้เพียง 2 ลูกจากการลงเล่น 32 เกมส์

2. เคลาดิโอ คาซาป้า (นิวคาสเซิล ปี 2007)

ไล่เรียงมาตั้งแต่ ฌอง อแลง-บูมซง, ไตตัส บรัมเบิล และ เคลาดิโอ คาซาป้า เรียกได้ว่า สาลิกาดง ถนัดนักกับการเฟ้นหาบ่อน้ำมันในแนวรับ แต่ดูเหมือนรายชื่อหลังสุดน่าจะเป็นอะไรที่ชวนปวดใจมากที่สุด เพราะถึงแม้พวกเขาจะได้ตัว ปราการหลังชาวแซมบ้า มาแบบฟรีๆก็ตาม แต่ด้วยดีกรีผู้เล่นตัวหลักที่เคยช่วยพา โอลิมปิก ลียง คว้าแชมป์ ลีกเอิง มาแล้วถึง 6 สมัยซ้อน ก็น่าจะทำให้เหล่าสาวกทูนอาร์มี่พอจะฝากผีฝากไข้กันได้บ้าง แต่ด้วยวัย 30 ปีของเจ้าตัวในเวลานั้นกลับไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความเร็วของเกมส์ในอังกฤษได้เลย ก่อนจะย้ายกลับไปอยู่กับ ครูไซโร่ ในบ้านเกิดหลังจากที่ทีมตกชั้นไปในปี 2009

1. โจ โคล (ลิเวอร์พูล ปี 2010)

ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนึ่งในนักเตะผู้มีพรสวรรค์สูงส่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ ทีมสิงโตคำราม เคยมีมา แต่ทว่า กองกลางจอมเทคนิค กลับไม่ฟิตพอสำหรับทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช หรือแม้แต่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หลังจากที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ผู้ที่นำเขาเข้ามาสู่ทีมถูกเขี่ยพ้นออกจากตำแหน่ง และการถูกใบแดงไล่ออกจากนัดเปิดตัวที่เจอกับ อาร์เซนอล ก็ดูมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้บรรยากาศชีวิตของเขาในรั้ว แอนฟิลด์ ดูหม่นหมองลงไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่งกับทีม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาก็น่าจะเป็นตอนที่ถูกส่งตัวไปให้ ลีลล์ ยืมตัวใช้งานใน ลีกเอิง

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon