RahXephon อัพเดทเมื่อ 11:30 06/05/2559
Thumb lg 20160601 no throphy

11 นักเตะซุปเปอร์สตาร์ ที่ไม่เคยได้ชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก

15134 Pepper

นักเตะฝีเท้าระดับโลกกับรางวัลความสำเร็จมักจะเป็นของที่อยู่คู่กันเสมอ แต่ยังมีซุปตาร์ระดับโลกบางคนที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสแชมป์สโมสรยุโรปใบใหญ่เลยซักครั้ง

UCL แชมเปี้ยนส์ลีก UEFA ฟุตบอล

ในขณะที่ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2015-16 เดินทางมาจนถึงโค้งสุดท้าย และเรากำลังจะได้เห็นโฉมหน้าของทีมจ้าวยุโรปในซีซั่นที่ 24 นับตั้งแต่ที่รายการนี้เปลี่ยนโฉมมาจนถึงปัจจุบัน ในศึกชิงแชมป์สโมสรยุโรปที่อัดแน่นไปด้วยสตาร์ชั้นนำระดับโลก ทราบไหมว่ายังมีผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสบางคนที่ยังคงผิดหวังจากเกียรติยศในรายการนี้

11. ผู้รักษาประตู: จานลุยจิ บุฟฟ่อน

ตำนานผู้รักษาประตูตัวเป็นๆที่ยังคงทำหน้าที่เฝ้าเสาในเกมส์ระดับสูงได้ตราบจนทุกวันนี้ ยอดนายทวารวัย 38 ปี ที่เคยคว้าแชมป์โลกกับ อิตาลี และเคยชูถ้วยสคูเด็ตโต้กับ ยูเวนตุส มาแล้ว 7 สมัย กลับทำผลงานในเกมส์ยุโรปได้ดีที่สุดเพียงแค่การคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ ร่วมกับ ปาร์ม่า ในฤดูกาล 1998-99 และ พา ทีมม้าลาย เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถ้วยบิ๊กเอียร์ 2 ครั้ง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ เอซี มิลาน ในซีซั่น 2002-03 และ บาร์เซโลน่า ในซีซั่น 2014-15

10. แบ็คขวา: ลิลิยอง ตูราม

ดาวเตะชาวฝรั่งเศส คือ ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังฝีเท้าระดับโลก ทั้งในยามที่เขาลงทำหน้าที่เป็นแบ็คขวา หรือแม้แต่ขยับเข้ามายืนเป็นปราการหลังตัวกลาง จากที่เคยคว้าเกียรติยศระดับสูงมาแล้วกับ ทีมตราไก่ ทั้งการคว้าแชมป์โลกในปี 1998 และ ได้ชูถ้วยแชมป์ยูโร 2000 แต่ชีวิตค้าแข้งในระดับอาชีพหลังจากเปิดตัวกับ โมนาโก ก่อนจะย้ายมาอยู่กับทั้ง ปาร์ม่า, ยูเวนตุส และ บาร์เซโลน่า โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดของ ตูราม ก็คือการได้เข้าถึงนัดชิงร่วมกับ ยูเวนตุส ในฤดูกาล 2002-03 เท่านั้น

9. เซ็นเตอร์แบ็ค: โลร็องต์ บล็องก์

'โลโล่' อาจจะยังมีโอกาสครองบัลลังก์จ้าวยุโรปร่วมกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฐานะผู้จัดการทีมอยู่ แต่กับช่วงเวลาในการเป็นนักเตะแล้ว อดีตกองหลังที่เคยเป็นผู้ประเดิมทำประตูชัยจาก กฏโกลเด้นโกล จนพา ฝรั่งเศส ไปได้ไกลจนได้ชูถ้วยเวิลด์คัพในบ้านเกิดเมื่อปี 1998 ยังไม่เคยประสบความสำเร็จกับรายการนี้เลยจากการร่วมทีมกับสโมสรระดับชั้นนำอย่าง บาร์เซโลน่า, โอลิมปิก มาร์กเซย, อินเตอร์ มิลาน หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด

8. เซ็นเตอร์แบ็ค: ฟาบิโอ คันนาวาโร่

หนึ่งในนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีขนาดตัวที่สวนทางกัน จากการลงเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลางด้วยความสูงเพียง 176 ซม. ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆสำหรับ คันนาวาโร่ เลย ด้วยการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมบวกกับการอ่านเกมส์ที่แม่นยำ ทำให้ไม่ว่าศูนย์หน้าฝีเท้าฉกาจหน้าไหนก็ไม่สามารถผ่านเขาไปได้ง่ายๆ จากความสำเร็จสูงสุดที่ได้สวมปอกแขนกัปตันทีมชาติอิตาลีชูถ้วยแชมป์โลกในปี 2006 แต่สำหรับชีวิตค้าแข้งร่วมกับ ปาร์ม่า, ยูเวนตุส และ รีล มาดริด เขายังไม่เคยได้สัมผัสถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยซักครั้ง

7. แบ็คซ้าย: จานลูก้า ซามบร็อตต้า

นักเตะผู้เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงจากตำแหน่งตัวริมเส้น ก่อนจะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนสูญเสียตำแหน่งตัวจริงภายในทีมไป จนกระทั่งได้รับโอกาสลงสนามอีกครั้งในตำแหน่งใหม่และนับแต่นั้นมาเขาก็สามารถแจ้งเกิดจนประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพ อดีตแบ็คจอมบุกของทีมม้าลาย ที่คว้าแชมป์โลกร่วมกับอิตาลีในปี 2006 ยังเคยมีโอกาสไปค้าแข้งร่วมกับ บาร์เซโลน่า และ เอซี มิลาน แต่ก็ไม่สามารถสร้างผลงานในเวทียุโรปที่น่าจดจำซักเท่าไร

6. มิดฟิลด์ตัวรับ: โลธ่าร์ มัทเธอุส

อดีตดาวเตะผู้เคยครองตำแหน่งแชมป์โลกร่วมกับ เยอรมัน ในปี 1990 รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในทีมที่คว้าแชมป์ยูโรเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านั้น 'ซูเปอร์แมน' ยังเป็นเจ้าของสถิติติดทัพอินทรีเหล็กสูงสุดตลอดกาลที่ 150 ครั้งอีกด้วย นักเตะกองกลางที่สามารถปรับเปลี่ยนลงไปทำหน้าที่ในตำแหน่งสวีปเปอร์ เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถทั้งด้านการผ่านบอล, การเข้าสกัดกั้นคู่แข่ง, การครอบครองบอล และลูกยิงไกลอันทรงพลัง แต่ถึงกระนั้นโอกาสใกล้เคียงที่สุดในบอลถ้วยยุโรปคือการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้งกับ บาเยิร์น มิวนิค เท่านั้น

5. มิดฟิลด์ตัวกลาง: มิคาเอล บัลลัค

หนึ่งในนักเตะระดับท็อปคลาสที่อาภัพอับโชคมากที่สุดคนหนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 เขาเคยพา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เข้าไปสู่นัดชิง UCL ก่อนจะถูกลูกยิงวอลเล่ย์ปลิดวิญญาณของ ซีเนดีน ซีดาน กระชากแชมป์ให้หลุดลอยไป ก่อนที่อีก 6 ปีให้หลังก็ยังมาพ่ายแพ้การดวลลูกโทษตัดสินให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดชิงอีกครั้งเมื่อคราวที่เขาอยู่กับ เชลซี นั่นยังไม่พอเขายังเป็นหนึ่งในขุนพลทีมอินทรีเหล็กชุดที่ทำได้เพียงแค่ตำแหน่ง 'รองแชมป์' ใน ฟุตบอลโลก 2002 และ ยูโร 2008 อีกด้วย

4. มิดฟิลด์ตัวกลาง: ปาทริค วิเอร่า

อดีตกัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของ อาร์เซนอล ผู้อัดแน่นไปด้วยทักษะเชิงลูกหนัง ความเป็นผู้นำ และหัวจิตหัวใจนักสู้เต็มร้อยในยามที่อยู่ในสนาม 'ปั๊ด' เป็นผู้บันดาลความสำเร็จมากมายมาสู่ถิ่น ไฮบิวรี่ ในยุคนั้น ทั้งถ้วยรางวัลพรีเมียร์ลีก 4 สมัย และ เอฟเอ คัพ อีก 3 ครั้ง ทั้งยังเป็นหนึ่งในขุนพลชุดแชมป์โลก 1998 และ ยูโร 2000 ของทีมตราไก่ แต่น่าเสียดายที่โทรฟี่รายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก คือเกียรติยศที่หายไปของเขาแม้กระทั่งสมัยที่โยกย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน ก็ตาม

3. มิดฟิลด์ตัวรุก: พาเวล เนดเวด

ซุปตาร์ชาวเช็ก ย้ายมาซบรัง เดลเล่ อัลปิ ในปี 2001 เพื่อทดแทนการจากไปของ ซีเนดีน ซีดาน ซึ่งหากเป็นผู้เล่นคนอื่นๆแล้วคงจะมีปัญหาเรื่องการแบกรับความกดดันเมื่อต้องเข้ามาสานต่อบทบาทของยอดนักเตะฝีเท้าระดับโลก แต่นั่นกลับไม่ได้สร้างปัญหาใดๆให้กับ เนดเวด เลยเมื่อเขาสามารถพา ยูเวนตุส คว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้อีก 2 สมัยรวมถึงการได้เข้าชิง UCL ในฤดูกาล 2002-03 ก่อนจะพ่ายให้กับ เอซี มิลาน อย่างไรก็ตามในอีก 1 ปีถัดมาเขาก็สามารถคว้า บัลลง ดอร์ มาครองเป็นรางวัลปลอบใจให้ตนเอง

2. ศูนย์หน้า: ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ดาวยิงจอมอหังการชาวสวีเดน ผู้ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ ทีมแดนไวกิ้ง คือยอดนักเตะที่แฟนๆคงรู้จักกันดีจากลีลาการทำประตูที่สุดหวือหวาอลังการ การันตีด้วยผลงาน ปุสกัส อวอร์ด ปี 2013 รวมถึงตำแหน่งดาวซัลโวจาก เซเรีย อา และ ลีกเอิง มาอย่างละ 2 สมัย แต่จากการที่ได้ร่วมทีมระดับบิ๊กเนมมาโดยตลอดทั้ง ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลน่า และ เอซี มิลาน ก็ไม่อาจช่วยให้เขาได้สัมผัสแม้แต่บรรยากาศนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยซักครั้ง

1. ศูนย์หน้า: โรนัลโด้

'เหยินทองคำ' คือสุดยอดดาวยิงหมายเลข 1 ของโลกในยุคของเขาอย่างไร้ข้อกังขา แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสตาร์ดังที่ไม่เคยได้แชมป์ในรายการสำคัญนี้ ทั้งๆที่ในช่วงพีค 'R9' คือกองหน้าที่แทบจะไม่มีใครหยุดยั้งได้ ด้วยสปีดระดับเกียร์ 5 ทักษะระดับ 5 ดาว บวกกับจังหวะจบสกอร์ที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็คท์ เขาคือเครื่องจักรถล่มประตูอย่างแท้จริงด้วยสถิติ 352 ประตูจาก 518 เกมส์ในระดับสโมสร ทั้งจากที่เคยค้าแข้งอยู่กับ บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน, รีล มาดริด และ เอซี มิลาน

โฉมหน้าทีมจอมอาภัพ UCL

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon