S.R dan อัพเดทเมื่อ 14:50 16/09/2559
Thumb lg 40

แข้งผู้เฒ่า! กับ 10 นักเตะที่รีไทร์อาชีพการค้าแข้งในวัย 40 ปี!

3025 Pepper

มีน้อยคนนักที่จะสามารถรักษาสภาพร่างกายให้สามารถเล่นฟุตบอลอาชีพได้จนถึงอายุ 40 ปี แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย มาดูกันว่าจะมีใครบ้างที่อายุเป็นเพียงตัวเลข

Footballer Retire Ages 40 football

Gordon Strachan

อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติสก็อตแลนด์ เลิกเล่นฟุตบอลในวัย 40 ปี ในขณะเล่นฟุตบอลอยู่กับสโมสรโคเวนทรี ซิตี้ โดยตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ค้าแข้ง (1974-1997) สตรัคคั่นโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เคยผ่านการค้าแข้งมาแล้วหลายสโมสรไม่ว่าจะเป็นดันดี ยูไนเต็ด อเบอร์ดีน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะการเล่นให้กับอเบอร์ดีนสามารถช่วยให้อเบอร์ดีนแย่งแชมป์มาจากสโมสรชั้นนำของสก็อตแลนด์อย่างกลาสโกว์ เรนเจอร์ส และเซลติก โดยสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสก็อตแลนด์มาได้ 2 สมัย (1979–80, 1983–84) และคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ ในปี1983 ด้วยการเอาชนะยอดทีมอย่างเรอัล มาดริด จากผลงานยอดเยี่ยมจึงทำให้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าตัวมาร่วมทีมแมนยู จนพาแมนยูคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ได้ 1 สมัย (1994-95) นอกจากนี้ในสมัยที่เล่นให้กับสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด สามารถช่วยพาลีดส์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมาได้ 1 สมัย (1991-92) อีกด้วย

Sir Stanley Matthews

อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ สโต้ค ซิตี้ เป็นสโมสรสุดท้ายก่อนที่จะเลิกเล่นไปด้วยวัย 40 ปี ในปี 1965 หรือ 1 ปี ก่อนที่อังกฤษจะคว้าแชมป์โลกในปี1966 โดยตลอดระยะเวลา 33 ปีที่เล่นฟุตบอล (1932-65) เขาลงเล่นฟุตบอลให้กับเพียง 2 สโมสร ได้แก่ สโต้ค ซิตี้ และแบล็คพูล โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถพาแบล็คพูลคว้าแชมป์เอฟเอคัพมาได้ในปี 1953 และยังเคยได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปี 1956 และรางวัล FWA Footballer of the Year ในปี 1948และ1963 อีกทั้งยังถูกบรรจุชื่อไว้ใน English Football Hall of Fame

Roger Milla

อดีตกองหน้าทีมชาติแคเมอรูน เลิกเล่นฟุตบอลในปี 1996 ด้วยวัย 44 ปี เคยเล่นฟุตบอลให้สโมสรชั้นนำในประเทศฝรั่งเศสอย่างสโมสรโมนาโก แซงต์ เอเตียน แต่ที่สร้างชื่อให้มิลลาเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกคือการที่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในปี 1990 ที่ประเทศอิตาลี ในขณะที่มีอายุถึง 38 ปี ซึ่งในทัวนาเมนต์ดังกล่าวเขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยพาแคเมอรูนทะลุเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทำให้แคเมอรูนเป็นทีมจากทวีปแอฟริกาทีมแรกที่สามารถทะลุได้ไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกได้ โดยมิลลายิงได้ถึง 4 ประตู ซึ่งแต่ละประตูที่ยิงได้มิลลาจะดีใจโดยการเต้นรอบมุมธง และท่าดีใจดังกล่าวเริ่มเป็นที่นิยมนับจากนั้นเป็นต้นมา นอกจากนี้ในฟุตบอลโลกปี 1994 ที่อเมริกา แม้แคเมอรูนจะตกรอบแรก แต่มิลลาได้สร้างชื่อเสียงอีกครั้งด้วยการยิงประตูในฟุตบอลโลกด้วยวัยถึง 42 ปี จนกลายเป็นนักเตะที่มีอายุเยอะที่สุดที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก

Teddy Sheringham

อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ เลิกเล่นฟุตบอลในปี 2008 ด้วยวัย 42 ปี ในขณะที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรโคเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในอดีตเคยเล่นกับสโมสรชั้นนำของประเทศอังกฤษมาแล้วหลายทีมไม่ว่าจะเป็นมิลล์วอลล์ น็อตติงแฮม ฟอร์เรส ทอตแนมฮอตสเปอร์ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยในสมัยที่เล่นให้กับแมนยูเชอริงแฮมได้สร้างชื่อให้เป็นที่จดจำของแฟนบอลทั่วโลกอย่างมากด้วยการยิงประตูตีเสมอบาเยิร์น มิวนิคในนาทีที่ 91 ในนัดชิงรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 1998-99 ทั้งที่แมนยูเกือบจะแพ้อยู่แล้วจนสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้ในที่สุด และในฤดูกาลดังกล่าวแมนยูยังสามารถคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ (ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก พรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ) มาครอง นอกจากนี้ยังช่วยพาแมนยูคว้าแชม์พรีเมียร์ลีกอีก 2 สมัย (1999–2000, 2000–01)

Peter Shilton

อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ เลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัย 47 ปี ผ่านการเล่นกับสโมสรชั้นนำของอังกฤษมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นเลสเตอร์ซิตี้ สโต๊ค ซิตี้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ โดยเฉพาะในสมัยที่เล่นให้กับฟอร์เรส สามารถพาฟอเรสต์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 1 สมัย (1977–78) ลีกคัพ 1 สมัย (1978–79) และยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย (1978–79, 1979–80) โดยตลอดระยะเวลา 31 ปี (1966-1997) ที่เล่นฟุตบอลลงเล่นในเกมส์ลีกมากถึง 1,005 เกมส์ นอกจากนี้ในสมัยที่เล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ช่วยพาอังกฤษคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลกปี 1990 โดยลงเล่นให้อังกฤษไปทั้งสิ้น 125 เกมส์ จนกลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษมากที่สุดตลอดกาล

Alessandro Costacurta

อดีตกองหลังทีมชาติอิตาลี เลิกเล่นฟุตบอลในปี 2007 ด้วยวัย 41 ปี ในสมัยที่ค้าแข้งอยู่กับเอซีมิลาน เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสร Monza ในอิตาลี โดยเป็นการยืมตัวจากมิลาน เล่นให้ Monza จนกระทั่งถึงปี 1987 ก็กลับมาเล่นให้กับต้นสังกัดอย่างมิลาน และหลังจากนั้นก็เล่นฟุตบอลให้กับมิลานสโมสรเดียวจนกระทั่งเลิกเล่นฟุตบอล โดยลงเล่นให้มิลานมากถึง 663 เกมส์ พามิลานประสบความสำเร็จมากมาย คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียเอ 7 สมัย (1987–88, 1991–92, 1992–93, 1993–94, 1995–96, 1998–99, 2003–04) โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย (2002–03) และยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 5 สมัย (1988–89, 1989–90, 1993–94, 2002–03, 2006–07) นอกจากนี้ในสมัยที่เล่นให้กับทีมชาติอิตาลียังพาอิตาลีได้รองแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1994

Javier Zanetti

อดีตกองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่า ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2004 ด้วยวัย 40 ปี ประสบผลสำเร็จอย่างสูงในการเล่นให้กับสโมสรอินเตอร์มิลานลงเล่นให้อินเตอร์ตั้งแต่ปี 1995-2014 จนกระทั่งเลิกเล่นฟุตบอล ลงสนามให้อินเตอร์ไปถึง 858 เกมส์ พาอินเตอร์ประสบความสำเร็จมากมาย คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียเอ 5 สมัย (2005–06, 2006–07, 2007–08, 2008–09, 2009–10) โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย (2004–05, 2005–06, 2009–10, 2010–11) และยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 1 สมัย (2009–10) ยูฟ่าคัพ 1 สมัย (1997–98) นอกจากนี้ในสมัยที่เล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาลงสนามไปถึง 143 เกมส์ ถือเป็นนักเตะที่ลงสนามให้ทีมชาติอาร์เจนติน่ามากที่สุดตลอดกาล

Dino Zoff

อดีตผู้รักษาประตูกัปตันทีมชาติอิตาลี ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในปี 1983 ด้วยวัย 41 ปี ซอฟฟ์เป็นผู้รักษาประตูรูปร่างไม่สูงใหญ่มากนักแต่มีความโดดเด่นในการเซฟประตู โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนพาอิตาลีคว้าแชมป์โลกในปี 1982 และยังเป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ด้วยวัย 40 ปี แต่ใครจะเชื่อว่าการติดทีมชาติครั้งแรกของซอฟฟ์คือการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างยูโรปี 1968 และสามารถช่วยให้อิตาลีคว้าแชมป์ในรายกานั้นมาครองได้เป็นครั้งแรกและยังคงเป็นครั้งเดียวจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นก็เป็นตัวจริงเรื่อยมาลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลีไปถึง 112 เกมส์

ในระดับสโมสรซอฟฟ์เริ่มเล่นฟุตบอลให้กับอูดิเนเซ่ เป็นสโมสรแรก แต่มาประสบความสำเร็จกับสโมสรยูเวนตุส โดยช่วยพาทีมหญิงชราคว้าแชมป์ Serie A ถึง 6 สมัย (1972–73, 1974–75, 1976–77, 1977–78, 1980–81, 1981–82) และยังคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ในปี 1976–77 เล่นให้หญิงชราจนกระทั่งเลิกเล่นฟุตบอล

RYAN GIGGS

อดีตปีกทีมชาติเวลส์ ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2014 ด้วยวัย 40 ปี ในชีวิตการค้าแข้งของกิกส์เล่นให้กับสโมสรเพียงสโมสรเดียวนั่นก็คือสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถือได้ว่าเป็นนักเตะที่จงรักภักดีต่อทีมปีศาจแดงมากๆ โดยตลอดระยะเวลา 24 ปี (1990–2014) ที่อยู่กับทีมปีศาจแดงลงเล่นไปทั้งสิ้น 963 เกมส์ ยิงไป 168 ประตู เป็นนักเตะที่ลงเล่นในเกมส์พรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาลลงเล่นไป 632 เกมส์ และยังเป็นนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมปีศาจแดงมากที่สุดตลอดกาลอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นนักเตะที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพมากที่สุดโดยคว้าแชมป์กับสโมสรเดียว ช่วยพาทีมปีศาจแดงคว้าแชมป์มามากมาย แชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 13 สมัย (1992–93, 1993–94, 1995–96, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03, 2006–07, 2007–08, 2008–09, 2010–11, 2012–13) เอฟเอคัพ 4 สมัย (1993–94, 1995–96, 1998–99, 2003–04) ลีกคัพ 4 สมัย (1991–92, 2005–06, 2008–09, 2009–10) และยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก 2 สมัย ๖(1998–99, 2007–08)

PAOLO MALDINI

อดีตกองหลังทีมชาติอิตาลี และตำนานกองหลังของทีมเอซี มิลาน ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในปี 2009 ด้วยวัย 41 ปี มัลดินี่ จัดเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของโลก เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับมิลานในปี 1985 และเป็นสโมสรเดียวที่ลงเล่นให้โดยลงเล่นให้กับมิลานไปทั้งสิ้น 902 เกมส์ ถือเป็นตำนานนักเตะที่ลงเล่นให้กับมิลานมากที่สุดตลอดกาล ประสบความสำเร็จมากมายกับมิลาน โดยพามิลานคว้าแชมป์กัลโช่ ซีรี่ เอถึง 7 สมัย และคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ/ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 5 สมัย เป็นนักเตะที่มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้มิลานเป็นทีมไร้เทียมทานในปลายยุค 80 จนถึงต้นยุค 90

ในระดับทีมชาติผลงานของเมาดินี่กลับเป็นได้แค่พระรอง ซึ่งกลับสวนทางกับผลงานในระดับสโมสรที่มักจะเป็นพระเอกเรื่อยมา โดยเมาดินี่ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกให้กับทีมชาติอิตาลีถึง 4 สมัยปี 1990, 1994, 1998 และ 2002 ทำผลงานได้ดีที่สุดคือคว้ารองแชมป์ในปี 1994 สำหรับฟุตบอลยูโร ลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลี 3 สมัยปี 1988, 1996, 2000 ทำผลงานได้ดีที่สุดคือคว้ารองแชมป์ในปี 2000 เช่นกัน เมาดินี่ลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลีทั้งสิ้น 126 เกมส์ ยิงได้ 7 ประตู ถือเป็นนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลีมากที่สุดตลอดกาลอันดับ 3

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan