S.R dan อัพเดทเมื่อ 15:34 21/09/2559
Thumb lg top wage goalkeeper

10 อันดับผู้รักษาประตูที่ทำเงินมากที่สุดใน Premier League!

7374 Pepper

ผู้รักษาประตูเป็นตำแหน่งสุดท้ายที่จะช่วยไม่ให้ทีมเสียประตูจึงไม่แปลกที่แต่ละทีมจะยอมทุ่มค่าเหนื่อยให้มือกาวเหล่านั้นมาดูกันว่าใครจะมีค่าเหนื่อยสูงสุดในพรีเมียร์

salary Footballer premier league Goalkeeper football

คอบอลส่วนใหญ่คงเห็นกันแต่นักบอลดังที่รับทรัพย์กันแบบจัดหนักจัดเต็ม เพราะเป็นผู้เล่นเกมรุก หลายคนคงไม่ได้มีโอกาสได้เห็นค่าเหนื่อยของผู้เล่นเกมรับตัวสุดท้ายอย่าง "ผู้รักษาประตู" กันมากมายนัก แต่รู้กันหรือไม่ว่ามือกาวระดับท็อปของลีกเค้าได้ค่าเหนื่อยหนักพอๆกับผู้เล่นตำแหน่งอื่นเช่นกัน มาดู 10 มือกาวที่รวยที่สุดจากพรีเมียร์ลีกกันดีกว่า

10. Fraser Forster (Southampton)

ค่าเหนื่อย 2.4 ล้านปอนด์ (110 ล้านบาทต่อปี)

ผู้รักษาประตูที่มีความสูงถึง 2.01 เมตร เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรนิวคาสเซิลแต่ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนาม ถูกปล่อยไปให้หลายสโมสรยืมตัว โดยกลาสโกว์ เซลติก เป็นสโมสรที่สร้างชื่อเสียงให้กับฟอสเตอร์ โดยใน 2 ฤดูกาลแรก (2010-12) ที่เล่นให้กับเซลติกเป็นการเล่นในฐานะนักเตะที่ถูกยืมตัว และในฤดูกาลแรกที่เล่นสามารถรักษาคลีนชีทได้ถึง 21 เกมส์ โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมจนเซลติกคว้าตัวมาร่วมทีมแบบถาวรในปี 2012 ซึ่งตลอด 4 ฤดูกาลลงเล่นให้เซลติกไปถึง 197 เกมส์ ช่วยเซลติกคว้าแชมป์ Scottish Premiership 3 สมัย (2011–12, 2012–13,2013–14 ) และ Scottish Cup อีก 2 สมัย (2010–11,2012–13) โชว์ผลงานดีจนถูกเรียกขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ และถูกสโมสรเซาแธมป์ตันคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2014 ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ยังก้าวขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงไม่แปลกใจที่เซาแธมป์ตันยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้เขามากถึง 2.4 ล้านปอนด์ต่อปี

9. Jack Butland (Stoke City)

ค่าเหนื่อย 2.65 ล้านปอนด์ (120 ล้านบาทต่อปี)

เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรเบอร์มิงแฮม ก่อนจะถูกสโมสรสโต้ค ซิตี้คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2013 ในฐานะผู้รักษาประตูมือ 3 ของทีม ในช่วงแรกของการย้ายมาร่วมทีมไม่ค่อยได้รับโอกาสได้ลงเล่นมากนักก่อนจะถูกปล่อยไปให้หลายสโมสรยืมตัว เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้ตัวนักเตะเอง หลังจากนั้นในฤดูกาล 2015-16 กลับมาเล่นให้สโต้คอีกครั้งโดยนัดที่สองของเกมส์พรีเมียร์ลีกบัตแลนด์ช่วยเชฟประตูให้สโต้คยันเสมอนอริช ซิตี้ และในนัดนั้นตัวเขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมอีกด้วย หลังจากนั้นก็โชว์ผลงานได้ดีจนกลายเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีม โดยฤดูกาลดังกล่าวลงสนามช่วยทีมไปถึง 35 เกมส์ ช่วยเซฟประตูสำคัญๆ จนได้รับนักเตะยอมเยี่ยมแห่งปีของสโมสร นอกจากนี้เขายังก้าวขึ้นไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยอายุอานามเพียง 20 ต้นๆ จึงไม่แปลกใจที่เซาแธมป์ตันยอมจ่ายค่าค่าเหนื่อยให้เขามากถึงประมาณ 2.65 ล้านปอนด์ต่อปี

8. Victor Valdes (Middlesbrough)

ค่าเหนื่อย 3.12 ล้านปอนด์ (140 ล้านบาทต่อปี)

บิกตอร์ บัลเดส ชื่อนี้เป็นที่คุ้นหูของแฟนบอลเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นอดีตผู้รักษาประตูมือ 1 ของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่า อยู่ในยุคที่บาร์ซ่าเรืองอำนาจ ลงเล่นให้บาร์ซ่าไปกว่า 535 เกมส์ ช่วยบาร์ซ่าคว้ามาแล้วทุกแชมป์ (แม้เขาจะไม่ค่อยได้รับเครดิตจากความสำเร็จดังกล่าวเท่าไหร่) เล่นให้บาร์ซ่าเป็นเวลาถึง 12 ปี (2002–2014) จนถึงจุดอิ่มตัวจึงตัดสินใจย้ายออกมาในปี 2014 ด้วยชื่อชั้นของเขาในสมัยอยู่บาร์ซ่า ทำให้หลายทีมพร้อมที่คว้ามาร่วมทีมและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นสโมสรที่เขาเลือกที่จะมาเล่น แม้จะในฐานะผู้รักษาประตูสำรองก็ตาม เล่นให้แมนฯยูได้ 2 ฤดูกาล ได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 2 เกมส์เท่านั้น หลังจากหมดสัญญากับแมนฯยู ก็ถูกมิดเดิลสโบรห์คว้าตัวมาร่วมทีมโดยมิดเดิลสโบรห์ยอมทุ่มค่าเหนื่อยถึง 3.12 ล้านปอนด์ต่อปี เพื่อดึงดูดให้ผู้รักษาประตูจอมเก๋าวัย 34 ปี มาร่วมทีม

7. Asmir Begovic (Chelsea)

ค่าเหนื่อย 3.12 ล้านปอนด์ (140 ล้านบาทต่อปี)

เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรพอร์ทสมัธ แต่ไม่ค่อยได้รับโอกาสได้ลงเล่น ส่วนใหญ่มักจะถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวจนกระทั่งสโมสรสโต้ค ซิตี้คว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2010 โดยในช่วงแรกของการย้ายมาเล่นให้สโต้คไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก แต่อัสมาร์ เบโกวิช ได้รับความคาดหมายว่าเป็นดาวรุ่งที่จะเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคต ในฤดูกาล 2010-11 แม้ในช่วงแรกเขาจะมีปัญหากับโทนี พูลิส ทำให้ไม่ลงสนาม แต่ก็ได้รับโอกาสอีกครั้งหลังจากผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมบาดเจ็บ ซึ่งเขาก็ไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือไปสามารถโชว์ผลงานจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมได้ และยังได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในปี 2013และ 2014 โชว์ฟอร์มดีจนสโมสรเชลซียอมควักกระเป๋ากว่า 8 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2015 เพื่อทดแทนการขาดหายไปของปีเตอร์ เช็ก ที่ย้ายไปอาร์เซนอล โดยเชลซียอมทุ่มค่าเหนื่อยให้เขาถึง 3.12 ล้านปอนด์ต่อปี

6. Simon Mignolet (Liverpool)

ค่าเหนื่อย 3.12 ล้านปอนด์ (140 ล้านบาทต่อปี)

เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร Sint-Truiden ทีมในลีกเบลเยี่ยมบ้านเกิดของเขาเอง ก่อนจะถูกสโมสรซันเดอร์แลนด์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2010 แม้ในช่วงแรกจะเป็นแค่ตัวสำรองของ เคร็ก กอร์ดอน แต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนามก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนยึดตำแหน่งมือหนึ่งของทีมเอาไว้ได้ เล่นให้ซันเดอร์แลนด์ 3 ฤดูกาลลงสนามไปกว่า 101 เกมส์และในบางฤดูกาลต้องเซฟจนอุตลุตเลยทีเดียว โชว์จังหวะการเซฟมหัศจรรย์ได้บ่อยครั้ง แม้ในบางช่วงเวลาจะมีจังหวะเฟอะฟะให้เห็นบ้าง แต่โดยรวมถือว่าโชว์ผลงานยอดเยี่ยม จนสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูล ยอมทุ่มเงินกว่า 9 ล้านปอนด์คว้าตัวมาร่วมทีม และยอมทุ่มค่าเหนื่อยให้เขาถึง 3.12 ล้านปอนด์ต่อปี

5. Hugo Lloris (Tottenham Hotspur)

ค่าเหนื่อย 4.16 ล้านปอนด์ (187 ล้านบาทต่อปี)

อูโก้ โยริส เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรนีซ ก่อนจะถูกลียงคว้าตัวมาร่วมทีมในฐานะผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม โดยตลอด 5 ฤดูกาลที่เล่นให้ลียง ลงสนามไปถึง 195 เกมส์ สามารถพาลียงคว้าแชมป์ Coupe de France ในฤดูกาล 2011-12 โชว์ผลงานยอดเยี่ยมจนได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของลีกฝรั่งเศสถึง 3 สมัย และได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2010 จนถูกสเปอร์คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2012 ด้วยค่าตัวถึง 10 ล้านยูโร และจากผลงานดังกล่าวจึงไม่น่าแปลกใจที่สเปอร์จะยอมทุ่มจ่ายค่าเหนื่อยกว่า 4.16 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีม

4. Petr Cech (Arsenal)

ค่าเหนื่อย 5.21 ล้านปอนด์ (235 ล้านบาทต่อปี)

เริ่มมีชื่อเสียงและโด่งดังในสมัยที่ย้ายมาเล่นให้สโมสรเชลซีเมื่อปี 2004 ในสมัยที่เล่นให้เชลซีโชว์ผลงานการเซฟได้อย่างเหนียวหนึบ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีทีสุดของโลก ณ ขณะนั้น โดยตลอด 11 ฤดูกาล (2004–2015) ที่ค้าแข้งอยู่กับเชลซีลงสนามไปถึง 486 เกมส์ พาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 4 สมัย (2004–05, 2005–06, 2009–10, 2014–15) เอฟเอคัพ 4 สมัย (2006–07, 2008–09, 2009–10, 2011–12) ลีกคัพ 3 สมัย (2004–05, 2006–07, 2014–15) ยูโรป้าลีก 1 สมัย (2012–13) และยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 1 สมัย (2011–12) นอกจากนั้นในเกมส์ระดับทีมชาติยังลงสนามให้สาธารณรัฐเช็กไปถึง 124 เกมส์ ถือเป็นนักเตะที่ลงสนามให้สาธารณรัฐเช็กมากที่สุดตลอดกาล หลังจากที่เช็กต้องสูญเสียตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมให้กับตีโบ กูร์ตัว จึงตัดสินใจย้ายมาเล่นให้อาร์เซนอลในปี 2015ด้วยค่าตัวประมาณ 10 ล้านปอนด์ และจากผลงานที่ได้กล่าวมาจึงไม่น่าแปลกใจอีกเช่นกันที่อาร์เซนอลจะยอมทุ่มค่าเหนื่อย 5.21 ล้านปอนด์ต่อปี เพื่อคว้าตัวเช็กมาร่วมทีม

3. Joe Hart (Manchester City)

ค่าเหนื่อย 5.74 ล้านปอนด์ (260 ล้านบาทต่อปี)

ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษ ถูกแมนเชสเตอร์ซิตี้คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2006 หลังจากเสร็จภาระกิจการรับใช้ทีมชาติอังกฤษชุดยู-19 ลงเล่นในรายการฟุตบอลยูโรรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี โดยถูกคว้าตัวมาร่วมทีมในฐานะนักเตะดาวรุ่งของทีม โดยแมนฯซิตี้ปล่อยให้หลายสโมสรยืมตัวจนกระทั่งฤดูกาล 2010-11 สามารถยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมมาได้ นอกจากนี้ยังก้าวขึ้นไปเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติอังกฤษอีกด้วย โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนแมนฯ ซิตี้ ยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้ถึง 5.74 ล้านปอนด์ ในระยะหลังฮาร์ทมักจะมีจังหวะผิดพลาด และเสียประตูง่ายๆ หลายครั้งทำให้ในฤดูกาล 2016-17 ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของเปป กวาร์ดิโอล่า ถูกปล่อยตัวให้สโมสรโตริโน่ยืมตัวไป

2. Thibaut Courtois (Chelsea)

ค่าเหนื่อย 6.25 ล้านปอนด์ (282 ล้านบาทต่อปี)

ผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติเบลเยี่ยม เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสร Genk ในลีกเบลเยี่ยม โชว์ฟอร์มดีจนถูกเชลซีคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2011 ด้วยค่าตัวถึง 9 ล้านยูโร ในฐานะผู้รักษาประตูดาวรุ่งของทีม แต่ยังไม่ทันได้ลงเล่นให้เชลซีก็ถูกปล่อยให้แอตเลติโก้ มาดริดยืมตัวไปเพื่อทดแทนเดวิด เดเคอาที่ย้ายทีมไปอยู่กับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เล่นให้แอตฯมาดริดในสัญญาแบบยืมตัวไปถึง 3 ฤดูกาล (2011–2014) สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมได้ตลอด 3 ฤดูกาลที่ถูกยืมตัวไป พาแอตฯ มาดริดคว้าแชมป์ลาลีการในฤดูกาล 2013–14 โคป่า เดอเรย์ในฤดูกาล 2012–13 และยูโรป้า ลีกในฤดูกาล 2011–12 และยังได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมลาลีกาในฤดูกาล 2013 หลังจากนั้นในปี 2014 ก็ถูกเชลซีต้นสังกัดตัวจริงดึงกลับมาเล่นในฐานะผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม โดยปัจจุบันกูร์ตัวได้รับค่าเหนื่อยจากเชลซีถึง 6.25 ล้านปอนด์ต่อปี ถือเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก

1. David de Gea (Manchester United)

ค่าเหนื่อย 10.42 ล้านปอนด์ (470 ล้านบาทต่อปี)

ไม่น่าแปลกใจที่เดวิด เดเคอา จะเป็นผู้รักษาประตูที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน ด้วยชื่อชั้นที่เป็นถึงผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติสเปน และครั้งหนึ่งเกือบถูกเรอัล มาดริดคว้าตัวไปร่วมทีม โดยแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตั้งค่าตัวสูงถึง 45 ล้านปอนด์ แต่การเจรจาก็ล้มเหลวไป เดวิด เดเคอา เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรแอตเลติโก้ มาดริด ในฤดูกาล 2010-11 ในช่วงแรกของฤดูกาลยังเป็นผู้รักษาประตูมือ 2 ของทีม จนกระทั่ง 30 กันยายน 2009 ได้รับโอกาสลงเล่นนัดแรกให้ทีมชุดใหญ่เพื่อทดแทนผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมที่บาดเจ็บในเกมที่ทีมไปเยือนสโมสรปอร์โตในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม และหลังจากนั้นสามารถพัฒนาฝีมือจนก้าวมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมได้ ลงเล่นให้แอตฯมาดริด 2 ฤดูกาล สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกได้ในฤดูกาล 2009-10 โชว์ความเหนี่ยวหนึบและเชฟประตูสำคัญๆ ที่ใครหลายคนไม่คิดว่าจะเซฟได้หลายต่อหลายครั้ง จนถูกแมนฯยูคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2011 เพื่อทดแทนเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ที่เลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ ด้วยค่าตัวสูงถึง 17.8 ล้านปอนด์ จนกลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวสูงที่สุดในเกาะอังกฤษ และด้วยค่าตัวการย้ายทีมที่สูงขนาดนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่แมนฯยูจะยอมทุ่มค่าเหนื่อยให้เดเคอาถึง 10.42 ล้านปอนด์ต่อปี จนกลายผู้รักษาประตูที่มีค่าเหนื่อยสูงที่สุดของเกาะอังกฤษเช่นกัน

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 6a337113 1584 4f41 a8dd c05f36f90cd6

S.R dan