Sujate Wanchat 2561/07/24 14:46
Thumb lg d8580b60 983e 4ae3 b079 df5d941336b7

ไขข้อสงสัย !? ทำไมถึงไม่มีการไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้ง

2800 Pepper

การกลับไปที่ดวงจันทร์อีกครั้งมีโอกาสเกิดขึ้นได้มั้ย ลองมาติดตามอ่านกันดูครับ !

สาระความรู้ วิทยาศาสตร์ อวกาศ ดวงจันทร์ เอเลี่ยน เรื่องลึกลับ เทคโนโลยี

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pepper ทุกคน กลับมาพบกันอีกเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระความรู้ดีๆที่เรานำมาฝากกันทุกวัน สำหรับเรื่องราวในวันนี้เป็นเรื่องราวในเเวดวงวิทยาศาสตร์อวกาศ ซึ่งหลายคนได้เห็นจากชื่อของหัวข้อเรื่องเเล้วคงคิดว่าผมจะมาพูดถึงเรื่องมนุษย์ต่างดาวตั้งฐานทัพลับอยู่ที่ด้านมืดของดวงจันทร์ หรือนาซ่าพบเอเลี่ยนบนดวงจันทร์สินะ ที่เป็นสาเหตุให้มนุษยเราไม่กล้าที่จะกลับไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้ง ต้องบอกเลยว่าวันนี้เราจะไม่ได้พูดกันที่ประเด็นนั้นครับ เเต่เป็นประเด็นอื่นที่เป็นสาเหตุที่อธิบายได้โดยไม่เเตะต้องประเด็นเรื่องเอเลี่ยนเเม้เเต่น้อย ที่พอจะอธิบายได้ว่าทำไมเราถึงไม่กลับไปที่ดวงจันทร์อีกเลย หากเพื่อนๆอยากรู้เเล้วเราลองมาหาคำตอบกัน

#1. ครั้งสุดท้ายที่มนุษย์ไปเยือนดวงจันมันผ่านมานานเท่าไหร่เเล้ว ?

ครั้งสุดท้ายที่มนุษยชาติไปเยือนดวงจันทร์นั้นเกิดขึ้นในปีค.ศ. 1972 โดยยานอะพอลโล 17 ซึ่งในครั้งนั้นเราได้นำรถโรเวอร์ขึ้นไปวิ่งเล่นบนดวงจันทร์ด้วย เเละภารกิจในครั้งนั้นก็จบลงอย่างสวยงามตามวัตถุประสงค์ ซึ่งนั่นก็ผ่านมานานกว่า 45 ปีเเล้ว เเละมนุษย์เราก็ไม่ได้กลับไปที่ดวงจันทร์อีกเลย

ซึ่งนับตั้งเเต่ปีค.ศ. 1969 ที่ยานอะพอลโล 11 ลงจอดบนดวงจันทร์สำเร็จเป็นครั้งเเรก ไปจนถึงความสำเร็จของอะพอลโล 17 ปีค.ศ. 1972 นับเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่เราสามารถไปเหยียบย่ำบนเเผ่นดินต่างพิภพได้สำเร็จ เเม้ดาวจันทร์จะไม่ได้อยู่ห่างไกลจากโลกเราเลย เเต่กว่าที่มนุษย์เราจะฝ่าฝันอุปสรรคไปยืนอยู่ที่นั่นได้ก็สาหัสเอาการครับ พวกเราได้ไปเหยียบย่ำที่นั่นเเละทำกิจกรรมมากมายบนนั้น ไม่ว่าจะ ปักธงชาติสหรัฐฯ เก็บตัวอย่างเศษดินเเละก้อนหิน รวมถึงทำการทดลองเล็กๆน้อย หลายคนจึงตั้งคำถามว่าเเล้วไงต่อ? เราไม่คิดจะทำอะไรต่อบนดวงจันทร์เเล้วเหรอ?

#2. เเล้วทำไมโปรเจ็คต่างๆที่เกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ถึงได้หายไปหมด ?

เพื่อนๆคงจะเห็นเเล้วว่าเทคโนโลยีของโลกเราในปัจจุบันก้าวหน้าไปมากเเค่ไหน รวมถึงเทคโนโลยีอวกาศด้วย ทั้งของอเมริกาเเละรัสเซียต่างคิดค้นจรวดขับดันรุ่นใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเมื่อ 4 ทศวรรษก่อนได้สำเร็จ มีการค้นพบใหม่ๆในเเวดวงอวกาศมากมาย เเล้วทำไมเราถึงไม่คิดที่จะสานต่อโปรเจ็คเดิมที่ได้ทำไว้ เเต่จะเลือกที่จะเก็บมันขึ้นหิ้งเพียงเเค่นี้เหรอ? ทำไมเราถึงไม่คิดไปสร้างโรงเเรมบนดวงจันทร์เพื่อการท่องเที่ยว หรือนิคมเล็กที่เป็นสถานีเติมเชื้อเพลิงไว้สำหรับเดินทางต่อไปดาวอังคาร?

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่าด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนั้นไม่ใช่ปัญหาเลยที่เราจะกลับไปที่ดวงจันทร์ รวมถึงการสร้างนิคมที่นั่นด้วย มันคงไม่ใช่เรื่องยากเหมือนกับการคิดที่จะไปเหยียบย่ำบนดวงจันทร์เหมือนเมื่อ 4 ทศวรรษก่อน เเต่ปัญหามันอยู่ที่เรื่องการเมืองมากกว่าที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายเเละงบประมาณให้กับโครงการอวกาศในเเต่ละปี ซึ่งเเน่นอนว่าโปรเจ็คการกลับไปที่ดวงจันทร์อีกครั้งนั้นมีราคาเเพงมากทำให้งบประมาณที่นาซ่าได้รับมาเเต่ละปีนั้นมีไม่เพียงพอที่จะทำโครงการดังกล่าวนี้ ดังเช่นที่ Chris Hadfield อดีตนักบินอวกาศได้กล่าวไว้ว่า

การวิจัยการอยู่อาศัยอย่างถาวรของมนุษย์บนดวงจันทร์คือก้าวต่อไปในทางตรรกะ เรามีข้าวของมากมากที่สามารถสร้างขึ้นมาได้ จากนั้นก็เอามาทดสอบตามลำดับขั้นเพื่อเรียนรู้ก่อนจะออกไปข้างนอกนั่น

#3. เเต่ละปี NASA ได้รับการจัดสรรค์งบประมาณเท่าไหร่ เเละโครงการตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์นั้นเเพงขนาดไหน?

ในปัจจุบันงบประมาณที่นาซ่าได้รับในการดำเนินโครงการอวกาศเเต่ละปีนั้นตัวเลขจะอยู่ที่ 19 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เเต่ในยุคของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์นาซ่าอาจได้เพิ่มเป็น 19.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เเต่นั่นก็ไม่เพียงพอสำหรับการทำโครงการไปเยือนดวงจันทร์อยู่ดีเเม้ว่าจะใช้งบทั้งหมดของเเต่ละปีที่ได้รับก็ยังห่างไกลจากความจริงมาก

พวกเราคนในเเวดวงวิทยาศาสตร์ได้ทราบข้อมูลนี้เเล้วรู้สึกน้อยใจมากเลยนะครับ เพราะงบประมาณที่รัฐบาลเจียดมาให้นาซ่าในเเต่ละปีนั้นเเม้ว่าดูเหมือนจะมาก เเต่จริงๆเเล้วไม่มากเลย เพราะจะต้องถูกเเบ่งไปใช้ในโครงการย่อยด้านอวกาศอื่นๆอีกมามาย รวมถึงเป็นค่าจ้างทีมงานในนาซ่าด้วย เเต่งบประมาณที่ทางการเเบ่งไปใช้ในกิจกรรมทางด้านการทหารนั้นกลับสูงถึงปีละ 6 เเสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เเตกต่างกันเเบบเทียบกันไม่ได้เลยครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสหรัฐฯเค้าจะทุ่มงบสร้างกองทัพไว้สู้กับเอเลี่ยนหรือเปล่านะ

หลายคนคงอยากทราบเเล้วสิว่างบประมาณที่ใช้ในการกลับไปเยือนดวงจันทร์นั้นเป็นเท่าไหร่กันเเน่? หากใช้การประมาณการที่นาซ่าได้ทำไว้ในปี 2018 คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 1.2 เเสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (ยังไม่รวมอัตราเงินเฟ้อในตอนนี้) เพื่อนๆคงเห็นเเล้วว่างบประมาณเเต่ละปีที่นาซ่าได้รับนั้นห่างไกลจากการที่นาซ่าจะทำโครงการกลับไปเยือนดวงจันทร์มาก หากไม่ได้งบประมาณที่สูสีกับทางด้านการทหาร หรือไม่มีเเรงผลักดันด้านการเมืองเเล้วเเทบเป็นไปไม่ได้เลยที่งบประมาณเพียงเท่านี้จะทำโครงการเช่นเดียวกับอะพอลโลได้สำเร็จ เเละผมต้องบอกเลยว่าที่อเมริกาตัดสินใจไปเหยียบดวงจันทร์ได้ใน 4 ทศวรรษก่อนก็เพราะเเรงผลักดันด้านการเมืองที่พวกเค้าต้องการเเสดงความล้ำหน้าเหนือโซเวียตจึงยอมทุ่มหมดหน้าตักเพือทำโครงการอะพอลโล ดังเช่นที่ Walter Cunningham อดีตนักบินอวกาศอะพอลโล 7 เปิดเผยกับสื่อมวลชน ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนไว้ว่า

“การส่งคนออกไปสำรวจอวกาศเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทุนสูง โดยส่วนมากแล้วจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางฝ่ายการเมือง ยกเว้นเสียแต่ว่าทางสภาจะเจียดเงินมาใส่ใจตรงนี้ ที่ผ่านมาเกิดเพียงแค่การหารือเท่านั้น

ในส่วนของภารกิจสำรวจดาวอังคารและกลับไปเยือนดวงจันทร์นั้น งบประมาณของนาซ่ามีน้อยเกินไปที่จะทำอะไรแบบนั้นได้”

#4. เรื่องการสืบทอดอำนาจทางการเมืองก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาโครงการอวกาศ

นอกจากเรื่องงบประมาณที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโครงการอวกาศเเล้ว การสืบทอดอำนาจทางการเมืองของผู้นำสหรัฐฯเเต่ละคนก็เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านอวกาศไม่น้อย เพราะเเต่ละคนที่เข้ามาก็ให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าทางด้านอวกาศที่เเตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2004 สมัยที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เค้าสนใจที่จะนำมนุษย์กลับไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้ง โดยสั่งให้นาซ่าดำเนินโครงการจัดหาจรวดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงเเละราคาประหยัดลง นาซ่าจึงได้ดำเนินโครงการ Constellation เพื่อหาทางจัดส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ด้วยจรวด Ares เเละกระสวยโอไรออน ซึ่งโครงการวิจัยนี้ได้ใช้งบประมาณไปถึง 5 พันล้านเหรียญฯสหรัฐ ใช้เวลาในการวิจัยกว่า 5 ปี เเต่พอเปลี่ยนผ่านอำนาจมาสู่ยุคของบารัค โอบาม่า พี่เเห้งเเกกลับไม่สนใจโครงการ Constellation ของบุชเเละสั่งให้ยกเลิกไปซะดื้อๆ เพราะไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณเเล้วสั่งโยกงบประมาณให้ไปพัฒนาวิธีการอื่นทดเเทน

โอบาม่าได้สั่งให้พัฒนาระบบกระสวยอวกาศเเละทรัมป์ก็เข้ามาสานต่อโดยไม่ได้ล้มโครงการกระสวยอวกาศของโอบาม่า เเต่เป้าหมายของทรัมป์เปลี่ยนไป เค้าไม่ได้อยากกลับไปที่ดวงจันทร์ เเต่เค้าอยากส่งคนไปเหยียบดาวเคราะห์น้อยเเละดาวอังคารมากกว่า

นี่ก็คือตัวอย่างที่เเสดงให้เห็นว่าทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ความต่อเนื่องของการพัฒนาโครงการอวกาศก็จะสะดุดลง บางโครงการที่โชคดีก็ได้เดินต่อ เเต่โครงการไหนที่โชคร้ายก็ถูกยกเลิก เเล้วมันก็เป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไปโลกเราเลยไม่ไม่ไหนมาไหนซักที ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้สหรัฐฯเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ไปเป็นจำนวนมหาศาล รวมถึงเสียเวลาไปมากด้วย จนจีนกับรัสเซียเค้าหายใจรดต้นคอเเล้วนะครับ เพราะฝั่งนั้นผู้นำเค้าสตรองมาก เเละอยู่ในอำนาจนาน เเละวิสัยทัศน์ด้านอวกาศเป็นเลิศ ถึงมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจก็มีการสืบทอดทายาทอสูร ซึ่งสอดคล้องกับที่ Jim Lovell นักบินอวกาศอะพอลโล 8 ได้ให้ความเห็นไว้ว่า

ผมรู้สึกผิดหวังที่พวกเขาทำอะไรได้เชื่องช้าและหันไปทำอย่างอื่นแทน ผมไม่ตื่นเต้นกับอะไรอีกต่อไปแล้วในอนาคต ผมทำได้แค่รอให้มันเกิดขึ้นเท่านั้น

#5. ความหวังใหม่ของวงการอวกาศสหรัฐฯเเละของโลก

เเต่สำหรับประเทศอย่างอเมริกานั้นไม่มีคำว่าหมดหวัง เพราะดินเเดนเเห่งเสรีภาพเเห่งนี้ย่อมมีคนที่มีความคิดไม่เหมือนชาวบ้านชาวเมืองจึงทำให้โครงการอวกาศสหรัฐฯไม่หมดหวังไปซะทีเดียว ดังเช่นที่ Jeffrey Hoffman ได้กล่าวไว้ว่า

ยังดีที่มีมหาเศรษฐีรุ่นใหม่ที่เป็นพวกคลั่งอวกาศ นวัตกรรมอวกาศได้ก้าวหน้าไปมากตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และมันจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามีแค่นาซ่า โบอิ้ง และล็อกฮีด เพราะไม่มีทางที่จะลดต้นทุนกับวิธีการในแบบของเราได้เลย

กลายเป็นว่าตอนนี้คนที่เหล่านักบินอวกาศเเละผู้รักการบุกเบิกอวกาศทั้งหลายตั้งความหวังกับพวกเค้าไว้สูงกลับไม่ใช่นาซ่า ล็อคฮีตมาร์ติน หรือโบอิ้ง (ซึ่งเป็นองค์กรรัฐฯเเละเอกชนที่พัฒนาด้านอวกาศโดยรอเงินจากรัฐบาลอย่างเดียว) อีกต่อไป เเต่ความหวังใหม่กับเกิดขึ้นกับชายอย่าง อิลอน มัสค์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทขนส่งอวกาศเอกชนอย่าง SpaceX ที่มีความบ้า คลั่งไคล้ในเรื่องอวกาศมาก เเละ Jeff Bezos ชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคนปัจจุบันที่สนใจมาจับธุรกิจอวกาศโดยเปิดบริษัทที่มีชื่อว่า Blue Origin ที่เป็นคู่เเข่งโดยตรงกับอิลอน มัสค์

“ผมไม่มีคำถามคาใจอะไร ถ้าเราอยากจะก้าวหน้าไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะถ้าเราจะไปได้ไกลกว่าดวงจันทร์ เราต้องมีกระสวยแบบใหม่ ตอนนี้เรายังย่ำอยู่กับที่วนเวียนกับเรื่องเดิมๆ…” Hoffman เสริม

ผมหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะผ่านพ้นไป เมื่อพวกเขาตั้งใจจะกลับไปดวงจันทร์และตั้งใจจะไปดาวอังคารจริงๆ อาจจะไม่เกิดในชั่วชีวิตของผม แต่ผมหวังว่าพวกเขาจะทำได้สำเร็จ” Lovell ปิดท้าย

หลังจากที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆคงเข้าใจเหตุผลที่นอกเหนือจากเรื่องเอเลี่ยนเเล้วนะครับว่าอะไรเป็นสาเหตุให้มนุษย์เราไม่ไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง เเต่หลายคนสงสัยว่าเเล้วเรื่องเอเลี่ยนบนดวงจันทร์ล่ะมีจริงมั้ย? ผมก็อยากจะตอบว่าอาจมีหรือไม่มีก็ได้ ของเเบบนี้ต้องพิสูจน์ครับ เพราะปัจจุบันไม่ได้มีอเมริกาชาติเดียวที่มีศักยภาพไปเหยียบดวงจันทร์ได้ เพราะปัจจุบันเเม้รัสเซียอาจไม่สนใจที่จะไปที่นั้นเพราะมันเเพง เเล้วเค้าก็ให้เหตุผลว่าจะไม่ทำอะไรซ้ำกับที่อเมริกาทำไว้ ถ้าจะทำต้องทำให้ไกลกว่า เเต่พี่จีนเรานี่สิครับพร้อมจะพิสูจน์ความเป็นอากู๋ มีเเผนจะส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์เร็วๆนี้ เเละไปที่ด้านมืดที่มีคำร่ำลือว่าเป็นฐานทัพลับของเอเลี่ยนด้วย

เเล้วเพื่อนๆล่ะคิดว่าการที่มนุษย์จะกลับไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้งมีความสำคัญเเค่ไหน?

Preload

Author

Thumb lg 89e7a0ba 6595 4012 b477 c984552a42b2

Sujate Wanchat

เบ้ง พรีเมี่ยม คอนเทนด์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!