RahXephon อัพเดทเมื่อ 14:35 26/09/2559
Thumb lg late debut

อายุไม่ใช่ปัญหา! 10 แข้งเทพที่แจ้งเกิดช้ากว่าคนอื่นๆ!

4580 Pepper

มาพบกับสุดยอดนักเตะที่ไม่เคยได้ใกล้เคียงกับคำว่า 'ดาวรุ่ง' เลย เมื่อพวกเขาเหล่านี้เป็นม้าตีนปลายที่สามารถแจ้งเกิดได้ในช่วงครึ่งหลังของอาชีพค้าแข้ง

football Late Debut Legends

ในโลกของกีฬาไม่เว้นแม้แต่ในวงการฟุตบอลที่ผู้เล่นแต่ละคนจะมีจุดเปลี่ยนในการพัฒนาตนเองที่แตกต่างกันออกไป บางคนกว่าจะมีสภาพร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่จะแสดงศักยภาพในระดับสูงก็เลยวัย 20 ปีไปพอสมควร ในขณะที่บางคนอาจจะมีสภาพร่างกายที่ดีอยู่แล้วแต่ยังมีเรื่องของทัศนคติและจิตใจที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ ในรายชื่อเหล่านี้คือบรรดาผู้เล่นที่ผ่านช่วงวัยรุ่นมาแบบไม่มีอะไรน่าจดจำแต่มาเริ่มโชว์ฟอร์มได้เปรี้ยงปร้างในช่วงกลางหรือครึ่งหลังของอาชีพ

10. เลส เฟอร์ดินานด์

อดีตดาวยิงร่างยักษ์ทีมชาติอังกฤษ กว่าจะได้เริ่มต้นโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก ก็มีอายุ 23 ปีเข้าไปแล้วกับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ด้วยผลงานเปิดตัว 2 ประตูจากการลงสนาม 9 เกมส์ในซีซั่นแรก ก่อนจะมาโชว์ฟอร์มฮ็อตด้วยการยิงไป 20 ประตูจาก 37 เกมส์ในลีก จนทำให้ 'ทหารเสือราชินี' จบฤดูกาลในอันดับ 5 และกลายเป็นทีมจาก ลอนดอน ที่ทำอันดับดีที่สุดด้วย เฟอร์ดินานด์ ยังเป็นเจ้าของสถิติ 149 ประตูใน พรีเมียร์ลีก ซึ่งสูงที่สุดเป็นอันดับ 8 ตลอดกาลจนถึงทุกวันนี้

9. โอริเบ เปรัลต้า

ดาวยิงเลือดเม็กซิกัน เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในปี 2002 และใช้เวลาร่วม 10 ปีในการเป็นนักเตะดาดๆที่พบเห็นได้ทั่วไปในลีกประเทศบ้านเกิด เขายังทำประตูเฉลี่ยน้อยกว่า 1 ลูกต่อ 5 เกมส์ด้วยซ้ำในฤดูกาล 2011/12 แต่ใครเลยจะคาดคิดว่าในซีซั่นต่อมาจู่ๆเขาจะกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดด้วยการซัดไป 28 ประตูจากการลงเตะ 40 เกมส์ ฟอร์มอันร้อนแรงของ เปรัลต้า ยังคงดำเนินต่อเนื่องไปอีก 2 ปีจนถึงวัย 30 ปี เขาก็ได้กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลของ ลีก เม็กซิโก ด้วยการย้ายไปอยู่กับ คลับ อเมริกา ด้วยราคา 10 ล้านดอลล่าร์

8. ดาโด้ แปร์โซ่

รู้หมือไร่? ในวัย 21 ปี หัวหอกทีมชาติโครเอเชีย ยังลงเตะฟุตบอลเป็นงานพาร์ทไทม์ในเวลาว่างจากการเป็นช่างซ่อมรถอยู่เลย จนวัย 23 ปีเขาถึงเริ่มเล่นอาชีพในลีกระดับ 3 ที่ ฝรั่งเศส พออายุ 26 ปีเขาสามารถคว้าแชมป์ ลีกเอิง ร่วมกับ โมนาโก ก่อนมาสร้างสถิติยิง 4 ประตูในแมตช์เดียวจากรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และผ่านเข้าไปเล่นในนัดชิงชนะเลิศด้วยวัย 30 ปี แปร์โซ่ เคยลงเล่นให้ ทีมตราหมากรุก ทั้งใน ศึกยูโร 2004 และ ฟุตบอลโลก 2006 โดยลงสนามรับใช้ชาติไปทั้งหมด 32 เกมส์และยิงได้ 9 ประตู

7. เอียน ไรท์

ในวัย 22 ปี ยอดดาวยิงผิวสี แทบจะล้มเลิกความหวังที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพเมื่อสอบตกในการทดสอบฝีเท้ากับ ไบรท์ตัน และ เซาธ์เอนด์ แต่แล้วความฝันของเขาก็กลับกลายเป็นจริงในระหว่างที่ลงเตะให้กับทีมนอกลีก และมีแมวมองจาก คริสตัล พาเลซ เกิดประทับใจและเรียกตัวไปทดสอบจนได้เซ็นต์สัญญาอาชีพในปีนั้น จนกระทั่งวัย 26 ปีเขาถึงได้เริ่มลงเตะใน พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก และสามารถติดเป็นหนึ่งในขุนพล ทีมสิงโตคำราม เมื่อวัย 28 ปี พร้อมกับได้ย้ายไปอยู่กับ 'ทีมปืนใหญ่' ในปีเดียวกัน และกลายมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลให้กับทีม ก่อนจะมาถูก เธียร์รี่ อองรี ทำลายสถิติลงอย่างราบคาบ

6. ฟาบิโอ กรอสโซ่

ยอดแบ็คซ้ายผู้ทำหน้าที่สังหารจุดโทษคนสุดท้ายก่อนจะพา อิตาลี ชนะเลิศในศึก ฟุตบอลโลก ปี 2006 เริ่มต้นลงเตะใน เซเรีย อา เป็นครั้งแรกเมื่ออายุได้ 24 ปี และเริ่มต้นสร้างความท้าทายให้กับชีวิตเมื่อจู่ๆก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ปาแลร์โม่ ใน เซเรีย บี ก่อนทีมจะเลื่อนชั้นกลับมาได้ในระยะเวลาไม่นาน จนมาประสบความสำเร็จถึงขีดสุดกับทัพ 'อัซซูรี่' ในวัย 28 ปี และออกตระเวนย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน, โอลิมปิก ลียง และ ยูเวนตุส ซึ่งนอกเหนือจากเกียรติยศในการคว้าแชมป์โลกแล้ว กรอสโซ่ ยังเคยคว้าแชมป์ลีกทั้งในประเทศบ้านเกิดและที่ ฝรั่งเศส อีกด้วย

5. อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่

'ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด' น่าจะใช้เปรียบเปรย ดาวยิงชาวอิตาเลียน คนนี้ได้ดี เพราะหากย้อนกลับไปไม่นานด้วยวัย 37 ปีของอดีตหัวหอกกัปตันทีม อูดิเนเซ่ ที่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าเมื่อครั้งที่มีอายุ 27 ปีด้วยซ้ำ เขาเริ่มต้นลงเตะใน เซเรีย บี เป็นครั้งแรกด้วยวัย 23 ปี และกว่าจะได้สัมผัสเกมส์ เซเรีย อา ก็เมื่ออายุ 25 ปี แต่ฟอร์มอันสุดยอดของ ดิ นาตาเล่ มาเริ่มต้นในวัยที่ปาเข้าไปเลข 3 แล้ว จากที่ถล่มไป 29 ประตูด้วยวัย 32 ในปี 2009 และ 28 ประตูด้วยวัย 33 ในปี 2010 จากเมื่อฤดูกาล 2007-08 เขาพึ่งทำไปได้เพียง 17 ประตู

4. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

ดาวยิงร่างยักษ์ผู้เป็นตำนานของเชลซี ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าตัวเป้าที่ครบเครื่องที่สุดในยุคของเขา ทั้งเรื่องของความแข็งแกร่ง ความเร็ว พละกำลัง การจบสกอร์ที่รุนแรงและแม่นยำจากทั้งสองเท้า รวมไปถึงทีเด็ดจากลูกกลางอากาศ แต่กว่าที่ ดร็อกบา จะเริ่มเป็นที่รู้จักกันในแวดวงเขาต้องเพาะบ่มฝีเท้าจนมีอายุได้ 25 ปี ซึ่งเริ่มจากการที่ โอลิมปิก มาร์กเซย ตัดสินใจซื้อตัวเขามาจาก แก็งก็อง และทำผลงานได้ดี จนถูก 'เดอะ บลูส์' ดึงตัวไปในซีซั่นถัดมา ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับศูนย์หน้าที่ทำไปได้เพียง 3 ประตูจากฤดูกาลเปิดตัวใน ลีกเอิง ด้วยวัย 24 ปี

3. มิโรสลาฟ โคลเซ่

ดาวยิงทีมอินทรีเหล็กเชื้อสายโปล ทำลายสถิติผู้ทำประตูสูงสุดใน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายของ โรนัลโด้ จากสัญชาตญาณในการเข้าทำประตู ความแข็งแกร่ง และลูกกลางอากาศอันเป็นเครื่องหมายการค้า เขายังเป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ เยอรมัน อีกด้วย โคลเซ่ ผ่านการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ เวิลด์คัพ มาแล้วถึง 4 หน โดยยิงไปทั้งสิ้น 16 ประตูและคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้ 1 ครั้งเมื่อมีอายุได้ 36 ปีเต็ม ทั้งหมดนี้มาจากการเริ่มต้นอาชีพนักเตะตัวในวัย 21 ปี ที่มาเริ่มเปล่งประกายชัดเจนในอีก 2 ปีถัดมา

2. มาร์โก มาเตรัซซี่

ปราการหลังชาวอิตาเลียน กลายเป็นยอดดาวร้ายในสายตาแฟนบอลทั่วโลกนับตั้งแต่นัดชิง ฟุตบอลโลก 2006 จากวีรกรรมที่ยากจะลืมเลือนด้วยการยั่วยุ ซีเนดีน ซีดาน จนน็อตหลุดและเอาหัวโขกใส่เขาจนโดนใบแดงไล่ออกไป มาเตรัซซี่ ไม่เคยได้ลงเล่นใน เซเรีย อา เลยจนกระทั่งอายุได้ 24 ปี และมาได้ลงสนามในฐานะขุนพล 'อัซซูรี่' เป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 28 ปี ก่อนจะเดินหน้าเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากการคว้าแชมป์ สคูเด็ตโต้ 5 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ครั้ง และการคว้าแชมป์โลกแบบชนิดลือลั่นในวัยที่เลยเลข 3 ไปแล้ว

1. ลูก้า โทนี่

ดาวยิงร่างยักษ์ชาวอิตาเลียนผู้ไม่ยอมแก่ ใช้เวลา 6 ปีแรกของชีวิตค้าแข้งวนเวียนอยู่ในลีกระดับ 2 และ 3 ของประเทศ ก่อนจะมีโอกาสขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศใน เซเรีย อา เป็นครั้งแรกในวัย 23 ปี แต่แล้วก็กลับเลือกลงไปอยู่ใน เซเรีย บี กับ ปาแลร์โม่ เมื่ออายุ 26 ปี พร้อมกับจุดเริ่มต้นของความฮ็อตเมื่อกระหน่ำไป 30 ประตูพร้อมพาทีมเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาได้สำเร็จ และออกเดินทางไปอยู่กับ ฟิออเรนติน่า ที่ โทนี่ พีคถึงขีดสุดด้วยการยิงไป 31 ประตูในซีซั่นเดียวจนถูก บาเยิร์น มิวนิค มาขอซื้อตัวไป และล่าสุดหากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนในวัย 36 ปี เขายังสามารถคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของ เซเรีย อา มาครองได้ด้วยการกดไป 22 ประตูให้กับ เวโรน่า

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon