RahXephon อัพเดทเมื่อ 14:54 29/09/2559
Thumb lg suck

10 แข้งดังที่ไปไม่ถึงดวงดาว!

13655 Pepper

บางครั้งนักเตะดาวรุ่งก็ไม่ได้พุ่งแรงไปเสียทุกคน มีผู้เล่นหลายๆคนที่โด่งดังตั้งแต่สมัยยังวัยรุ่นจากฝีเท้าที่เก่งกล้าเกินวัย แต่สุดท้ายกลับไปไม่สุดทาง

football potential Burden worst Footballer

เหล่านี้คือ 10 รายชื่อนักเตะที่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเปรี้ยงปร้างตั้งแต่ยังวัยเยาว์ พร้อมกับความคาดหวังอย่างสูงจากบรรดาแฟนๆและผู้สันทัดกรณีทั้งหลายที่ฝันจะเห็นสตาร์ดาวรุ่งเหล่านี้ก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะระดับท็อปของวงการ แต่ด้วยหลากหลายเหตุผลที่พวกเขาเหล่านี้กลับ 'แป้ก' จากการพัฒนาขึ้นมาแบบไม่สุด ซ้ำร้ายบางคนยังเลือนหายไปจากวงการตั้งแต่อายุยังห่างไกลเลข 3 อยู่อีกหลายปีด้วยซ้ำ

10. อันแดร์สัน

มิดฟิลด์ดาวโรจน์ชาวแซมบ้า เจ้าของรางวัล โกลเด้นบอย ในปี 2008 เริ่มต้นสร้างชื่อให้กับตนเองกับ ปอร์โต้ จากการลงเตะทั้งในเกมส์ลีกและในบอลยุโรป จน แมนฯ ยูไนเต็ด จัดการไปรับตัวมาในปี 2007 และช่วยทีมสังหารจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เฉือนเอาชนะ เชลซี ลงได้ในปี 2008 แต่หลังจากนั้นกราฟชีวิตของเขาก็กลับดิ่งลงเรื่อยๆ จากทั้งอาการบาดเจ็บเรื้อรัง และเรื่องของวินัยนอกสนามที่ส่งผลกระทบถึงสภาพร่างกายและความฟิต

9. พอล แกสคอยน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงส่งที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ 'ทีมสิงโตคำราม' เคยมีมา แต่ สุรา ตัวเดียวที่คอยขัดขวางไม่ให้เขาทะยานไปจนถึงดวงดาว อย่างไรก็ตามชีวิตค้าแข้งกับสโมสรต่างๆของ ยอดมิดฟิลด์ชาวผู้ดี ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว จากที่เคยลงเตะให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, ลาซิโอ และ เอฟเวอร์ตัน โดย จุดสูงสุดของ 'แกซซ่า' น่าจะอยู่ที่ ฟุตบอลโลก 1990 จากการพาทีมทะลุเข้าไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยขยับเข้าใกล้ฟอร์มในแบบทัวร์นาเมนต์นั้นอีกเลย

8. เฟรดดี้ อาดู

ในวัย 14 ปี ทุกสิ่งทุกอย่างแทบจะมาหยุดอยู่ตรงแทบเท้าของ ดาวรุ่งชาวอเมริกันเชื้อสายกาน่า ไม่ว่าจะเป็นสัญญาการเล่นอาชีพและสปอนเซอร์ต่างๆที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับฉายา 'นิว เปเล่' ที่ทำให้ชีวิตเด็กวัยรุ่นคนนึงกระเจิดกระเจิงไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น จากที่เหล่ากูรูทั้งหลายเคยฟันธงว่าเขาจะได้ลงเล่นให้กับ 'ทีมแยงกี้' ไปเป็นร้อยนัด แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย ปัจจุบันในวัย 27 ปี อาดู เคยติดทีมชาติไปเพียงแค่ 17 ครั้ง และพเนจรลงเล่นให้กับสโมสรยิบย่อยต่างๆมาแล้ว 12 แห่งจาก 8 ประเทศทั่วโลก

7. โรบินโญ่

อีกหนึ่งเจ้าของฉายา 'นิว เปเล่' ที่แจ้งเกิดกับ ซานโตส ด้วยผลงาน 45 ประตูจาก 110 เกมส์ใน 3 ฤดูกาลกับสโมสรในบ้านเกิด ก่อนจะย้ายไปยัง รีล มาดริด ที่ถึงแม้ฟอร์มการเล่นของเขาที่ เบอร์นาบิว จะไม่ได้ขี้เหร่อะไรนัก แต่ก็ยังห่างไกลจากความคาดหวังของแฟนๆนัก และถูกขายต่อไปอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ที่ก็เหมือนจะดูดีในช่วงแรกๆ แต่ก็ค่อยๆเลือนหายไปในซีซั่นถัดมา ก่อนจะถูกเซ้งต่อไปอยู่กับ เอซี มิลาน อีกทอด จนสุดท้ายทำให้ โรบินโญ่ ถึงขั้นต้องออกไปกอบโกยเงินหยวนในช่วงบั้นปลายที่ ไชนีส ซูเปอร์ลีก

6. โจ โคล

หากพิจารณาด้วยใจเป็นกลางเราอาจสรุปได้ว่า อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งเมื่อมองไปถึงสโมสรที่เขาเคยสังกัดด้วยทั้ง เวสต์แฮม, เชลซี, ลิเวอร์พูล และ ลีลล์ รวมถึงถ้วยรางวัลที่เคยได้รับไม่ว่าจะเป็นการครองแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ มาอย่างละ 3 สมัย แต่น่าจะด้วยโชคชะตาที่ไม่เอื้ออำนวยให้ โคล ได้โชว์ฝีเท้าเต็มอย่างศักยภาพ จากการรับบทบาทเป็นแค่ตัวริมเส้นที่ เดอะ บริดจ์ รวมถึงอาการบาดเจ็บที่แทบจะไม่ให้โอกาสเขาได้ลงสนามให้กับ 'หงส์แดง' ซักเท่าไร

5. สแตน คอลลีมอร์

ช่วงปี '90 ถือเป็นยุครุ่งเรืองของ 'ทีมสิงโตคำราม' ที่อุดมไปด้วยยอดดาวยิงระดับชั้นนำ อย่าง อลัน เชียร์เรอร์, เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, แอนดี้ โคล หรือ เลส เฟอร์ดินานด์ แต่ก็ยากที่จะหาใครเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์เท่ากับ คอลลีมอร์ ด้วยรูปร่างที่กำยำสูงใหญ่ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเร็วและทักษะอันแพรวพราว แต่จากปัญหาด้านสภาพจิตใจ และโรคซึมเศร้า ทำให้ดาวยิงเจ้าของสถิติค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์เมื่อตอนย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล มีช่วงเวลาพีคอยู่ได้ไม่นาน ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตี๊ดไปในวัยเพียง 30 ปีเท่านั้น

4. จานลุยจิ เลนตินี่

เมื่อคราวที่ อดีตปีกตัวกลั่นชาวอิตาเลียน ย้ายจาก โตริโน่ มาอยู่กับ 'ปีศาจแดง-ดำ' ในปี 1992 เขาก็ได้กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกในเวลานั้นด้วยสนนราคา 13 ล้านปอนด์ จากลีลากระชากลากเลื้อย เทคนิคอันยอดเยี่ยม และการเปิดบอลที่แม่นยำ ก็ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา มาครองได้สำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายเข้ามา แต่ในช่วงปรี-ซีซั่นหลังฉลองแชมป์ เลนตินี่ กลับควบ ปอร์เช่ 911 ไปประสบอุบัติเหตุจนทำให้กระโหลกศรีษะแตกและอยู่ในอาการโคม่าถึง 2 วัน และนับจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยกลับมาเป็นยอดนักเตะคนเดิมได้อีกเลย

3. มาริโอ บาโลเตลลี่

หัวหอกเกรียนเรียกพ่อชาวอิตาเลียน เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับนักเตะดาวรุ่งที่พุ่งไปไม่สุดจากพฤติกรรมของเจ้าตัว หลังจากแจ้งเกิดได้อย่างเปรี้ยงปร้างกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมมีส่วนสำคัญในการช่วยทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา 3 สมัยซ้อน และด้วยวัยเพียง 22 ปีกับการเป็นศูนย์หน้าตัวหลักให้กับ 'ขุนพลอัซซูรี่' ใน ศึกยูโร 2012 จนกระทั่งมาช่วยให้ 'เรือใบสีฟ้า' คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ประวัติศาสตร์ ได้สำเร็จ เส้นทางชีวิตของ 'ซูเปอร์มาริโอ' ควรจะรุ่งโรจน์กว่านี้ แต่ด้วยวีรกรรมแสบสะเด็ดทั้งในและนอกสนามบวกกับระเบียบวินัยที่ไม่ว่าโค้ชคนใดก็ส่ายหน้า ทำให้ล่าสุดการค้าแข้งอยู่กับ นีซ ใน ลีกเอิง ดูจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายสำหรับการกอบกู้ชื่อเสียงของตนเอง

2. ​เซบาสเตียน ไดส์เลอร์

อีกหนึ่ง โกลเด้น บอย ผู้เป็นความหวังของ 'ทัพอินทรีเหล็ก' ในยุคปี 2000 ที่อนาคตของเขาถูกทำลายลงเพราะอาการบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้าข้อเข่า สตาร์ดาวรุ่งเริ่มต้นอาชีพนักเตะกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ก่อนจะย้ายไปแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน จนติดเป็นหนึ่งในผู้เล่น ทีมชาติเยอรมัน ที่ได้ไปตะลุยใน ศึกยูโร 2000 และได้ย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2002 แต่โชคร้ายที่อาการบาดเจ็บคอยตามรบกวน ไดส์เลอร์ มาโดยตลอด จนทำให้เขาอดลงเล่นใน ฟุตบอลโลก 2002 และ 2006 และสุดท้ายก็ประกาศแขวนสตั๊ดไปในวัยเพียง 27 ปีอย่างน่าเศร้า

1. อาเดรียโน่

อดีตหัวหอกทีมชาติบราซิล ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้เล่นที่ไม่ว่าผู้เล่นแนวรับทีมใดในโลกนี้ก็ยากที่จะต่อกรด้วย ทั้งพละกำลัง ความเร็ว รวมถึงเทคนิคและทักษะที่เป็นดั่งพรสวรรค์ติดตัวมา เริ่มต้นติดทีมชาติครั้งแรกด้วยวัยเพียง 18 ปี และเซ็นต์สัญญาอาชีพกับ อินเตอร์ มิลาน ในวัย 19 ปี ตลอด 5 ฤดูกาลแรกใน อิตาลี เขายิงไปถึง 70 ประตูจาก 125 เกมส์ แต่แล้วจู่ๆหลังจากเปิดฤดูกาล 2005-06 อาเดรียโน่ ก็เปลี่ยนเป็นคนละคนจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น ความกระตือรือร้นในเกมส์ที่ลดน้อยลง รวมถึงการถูกพบเห็นตามไนท์คลับในยามราตรีแทบจะทุกค่ำคืน ซึ่งน่าจะมีส่วนมาจากปัญหาทางจิตใจในการสูญเสียบิดา ที่ทำให้เขาติดสุราอย่างหนักจนถูก 'เนรัซซูรี่' ยกเลิกสัญญาไปในปี 2009

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon