RahXephon อัพเดทเมื่อ 15:37 03/10/2559
Thumb lg peak again

10 แข้งดังพรีเมียร์ลีกที่ฟอร์มกลับมาเทพอีกครั้งในฤดูกาลนี้

4163 Pepper

นักเตะค่าตัวแพงบางครั้งก็ถูกแรงกดดันถาโถมเข้ามาจนโชว์ฟอร์มไม่ออก แต่สตาร์ฝีเท้าคุณภาพตัวจริงเสียงจริงเมื่อเวลาผ่านไปก็จะสามารถกลับคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง

football EPL premier league

บรรดา 'เดอะ ค็อป' ในเวลานี้ต่างคงกำลังปลื้มปริ่มอยู่กับฟอร์มอันร้อนแรงของผู้เล่นในทีม โดยเฉพาะ อดัม ลัลลาน่า ที่สามารถงัดฟอร์มเทพเหมือนสมัยที่ยังอยู่กับ เซาแธมป์ตัน กลับคืนมาได้สำเร็จ แต่ไม่เพียงเฉพาะ กองกลางรูปหล่อ เท่านั้นที่สามารถกลับมาแจ้งเกิดได้อีกครั้ง ยังมีนักเตะดังอีกหลายคนใน พรีเมียร์ลีก ที่สามารถสลัดฟอร์มอันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากเมื่อซีซั่นที่แล้ว และกลับกลายมาเป็นซูเปอร์สตาร์คนเดิมดั่งที่แฟนๆได้คาดหวังไว้

10. มารูยาน เฟลไลนี่ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

สาวก 'ปีศาจแดง' บางคนก็อาจยังรู้สึกคลางแคลงใจในตัว มิดฟิลด์หัวฟูชาวเบลเยี่ยม อยู่นิดๆ แต่ในซีซั่นนี้เขากลายมาเป็นผู้เล่นขาประจำที่ โชเซ่ มูรินโญ่ มักจะส่งลงไปช่วยทำลายเกมส์คู่ต่อสู้ในแดนกลางอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้บางคนอาจจะรู้สึกเสียดายที่ทีมน่าจะใช้ประโยชน์ เฟลไลนี่ จากตำแหน่งที่สนับสนุนเกมส์รุกเหมือนที่เคยทำได้ดีกับ เอฟเวอร์ตัน แต่ด้วยผลงานนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมานี้ก็แสดงให้เห็นว่าเขากลับมามีประโยชน์กับทีมอยู่ไม่น้อย

9. ชาร์ลี ออสติน (เซาแธมป์ตัน)

ในขณะที่แฟนๆของ 'เดอะ เซนต์ส' อาจรู้สึกใจตุ๊มๆต่อมๆเมื่อสตาร์ดังหลายคนเดินออกจากทีมไปในช่วงซัมเมอร์ และยังรวมไปถึง โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวดัตช์ฝีมือดี ที่ถูก เอฟเวอร์ตัน ย่องมาฉกตัวไปอีก แต่แล้ว อดีตดาวยิงจาก ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ที่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงต้นปีและทำไปได้เพียงประตูเดียวตลอดซีซั่นที่ผ่านมา ก็กลับกลายมาเป็นศูนย์หน้าตัวความหวังของพวกเขา เมื่อ ออสติน สามารถยิงไปแล้ว 5 ประตูจาก 7 เกมส์ในทุกถ้วย

8. นิโกลัส โอตาเมนดี้ (แมนฯ ซิตี้)

แฟนๆของ 'เรือใบสีฟ้า' คงจะยิ้มกริ่มกันแล้วว่าเงินค่าตัว 32 ล้านปอนด์ ที่ทีมลงทุนควักกระเป๋าจ่ายไปให้กับ บาเลนเซีย เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วเริ่มจะกลับมาคุ้มค่า เมื่อ ปราการหลังเคราดกเลือดฟ้า-ขาว สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีและยึดตำแหน่งตัวจริงภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จากที่มักจะกลายเป็นบ่อในซีซั่นเปิดตัว แต่กลับสามารถทำสถิติการเข้าแย่งบอลเฉลี่ยได้ 3.4 ครั้งต่อเกมส์ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในทีมเวลานี้

7. เควิน มิรัลลาส (เอฟเวอร์ตัน)

หลังจากถูกจับดองโดย โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จนก้นแทบด้าน แต่ ปีกจอมพริ้วชาวเบลเยี่ยม เหมือนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งภายใต้ร่มเงาของ โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชชาวดัตช์ ที่ก้าวเข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงต้นซีซั่น และกลายเป็นโอกาสสำคัญที่จะเขาจะลบเลือนความผิดหวังจากการหลุดโผในศึก ยูโร 2016 ซึ่งเหล่า 'เอฟเวอร์โตเนี่ยน' น่าจะได้ยลโฉมผลงานของ มิรัลลาส คนเดิมไปบ้างแล้วในเกมส์ที่ทีมบุกไปเชือด ซันเดอร์แลนด์ และ เวสต์บรอมวิช ถึงถิ่น

6. เจมส์ มิลเนอร์ (ลิเวอร์พูล)

แฟนๆของ 'หงส์แดง' หลายๆคนอาจจะตั้งข้อสังเกตว่าอันที่จริงแล้ว รองกัปตันทีมจอมขยัน เริ่มโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว แต่ถ้าหากลองเปรียบเทียบกับตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาลล่าสุดมานี้ต้องถือว่า มิลเนอร์ ทำผลงานได้แบบจะแจ้งสุดๆ โดยถึงแม้จะถูกโยกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ไม่เคยทำหน้าที่มาก่อนก็ตาม แต่ด้วยสถิติ 3 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ ใน 6 เกมส์จากทุกรายการก็น่าจะบ่งบอกอะไรได้อย่างชัดเจน

5. ดีเอโก้ คอสต้า (เชลซี)

หัวหอกใบหน้าเกินอายุ อาจจะมีทั้งคนรักและคนชังในสไตล์การเล่นที่ดุดันก้าวร้าวและตีบวกด้วยลูกตุกติกแบบครบครัน แต่เขาก็สามารถกลับมาพิสูจน์ตนเองได้อีกครั้งว่ายังเป็นดาวยิงตัวความหวังของ 'เดอะ บลูส์' ในซีซั่นนี้ จากมรสุมที่พัดผ่านทีมในฤดูกาลก่อนจนทำให้เจ้าตัวยิงไปได้เพียง 12 ประตู แต่มาซีซั่นนี้จากการลงสนามในเกมส์ลีกไปเพียง 6 นัด คอสต้า กระหน่ำไปแล้วถึง 5 ลูก พร้อมกับหวนคืนกลับมาติด ทีมชาติสเปน ได้อีกครั้ง

4. ซอง เฮือง-มิน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ศูนย์หน้าพลังโสม ย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มายัง ลอนดอน ด้วยความคาดหวังว่าจะเข้ามาช่วยเติมเต็มแนวรุกให้กับ 'ไก่เดือยทอง' ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่หนึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเขาจะมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับเกมส์ใน พรีเมียร์ลีก จนมีข่าวแว่วๆว่าจะย้ายออกไปในช่วงต้นซีซั่น แต่ไปๆมาๆ ซอง น่าจะทำให้แฟนๆใน ไวท์ ฮาร์ท เลน แทบจะลืม แฮร์รี่ เคน ที่บาดเจ็บไปเลยด้วยซ้ำจากการซัดไปแล้วถึง 5 ประตูจาก 5 เกมส์ในทุกถ้วย

3. ธีโอ วัลค็อตต์ (อาร์เซนอล)

อีกหนึ่งดาวเตะที่แฟนๆ 'ทีมปืนใหญ่' มักจะคอยปรามาสว่าเป็นลูกรักของ อาร์แซน เวนเกอร์ แต่มาในซีซั่นนี้ด้วยผลงาน 5 ประตูจากทั้งหมด 7 เกมส์ของ ดาวยิงตีนจรวด จึงทำให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ศูนย์หน้าตัวหลักของทีมเจ้าภาพในศึก ยูโร 2016 ต้องตกไปเป็นตัวสำรอง บางทีความผิดหวังจากการหลุดโผ 'ทีมสิงโตคำราม' ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เมื่อกลางปีที่ผ่านมาได้ช่วยจุดประกายให้ วัลค็อตต์ กลับมาคืนฟอร์มร้อนแรงอีกครั้ง

2. อดัม ลัลลาน่า (ลิเวอร์พูล)

นับตั้งแต่ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก้าวเข้ามากุมบังเหียนอยู่ใน แอนฟิลด์ มิดฟิลด์หน้าหวานทีมชาติอังกฤษ ก็ค่อยๆทำผลงานขยับดีขึ้นเป็นลำดับ จนล่าสุดแฟนๆ 'หงส์แดง' น่าจะรู้สึกว่า 25 ล้านปอนด์ที่จ่ายไปให้กับ เซาแธมป์ตัน เริ่มคุ้มค่าแล้ว จากฉายา 'เทพม้วน' ที่มักครองบอลพลิกไปพลิกมาแล้วไปไหนต่อไม่ได้ จนกลายมาเป็นกองกลางจอมขยันที่ตะลุยไปทุกพื้นที่ พร้อมกับเทคนิคอันแพรวพราวที่เริ่มนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง และจารึกผลงานไปแล้วกับ 3 ประตูบวกอีก 3 แอสซิสต์จาก 6 เกมส์ในลีก

1. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนฯ ซิตี้)

ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว 'เดอะ ค็อป' ทั่วโลกอาจจะรู้สึกโล่งใจที่ทีมสามารถปล่อยตัวนักเตะจอมขบถออกไปในราคาสูงถึง 49 ล้านปอนด์ และพวกเขาคงแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจเมื่อเห็นฟอร์มของ 'ปีกอพอลโล่' ตลอดทั้งซีซั่น 2015-16 แต่ในเวลานี้เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะเริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาตะหงิดๆ เมื่อ สเตอร์ลิ่ง ภายใต้การชี้แนะของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับกลายมาเป็นผู้เล่นในแนวรุกที่อันตรายสุดๆ จากผลงาน 4 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ในลีกที่ทำให้ 'เรือใบสีฟ้า' รั้งอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงแบบไร้เทียมทานในขณะนี้

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon