RahXephon อัพเดทเมื่อ 14:44 04/10/2559
Thumb lg golden boy

ใครปังใครแป้ก? แอบส่องอดีต 13 ดาวรุ่งโกลเด้นบอย!

7957 Pepper

การประกาศรางวัล โกลเด้น บอย หรือ นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของทวีปยุโรป ได้ถูกจัดขึ้นมาแล้ว 13 ครั้ง มาดูกันว่าที่ผ่านมามีใครคว้ารางวัลนี้ไปครองบ้าง

football Golden Boy Wonderkid

ตั้งแต่ปี 2003 ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อชื่อดังจากแดนมักกะโรนี ก็เริ่มเป็นตัวตั้งตัวตีในการเฟ้นหาผู้เล่นดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในแต่ละรอบปี โดยมีแนวร่วมเป็นสำนักข่าวดังจากหลากหลายประเทศทั่วทั้งทวีป เช่น บิลด์(เยอรมัน), เลกิ๊ป(ฝรั่งเศส), มาร์ก้า(สเปน), เดอะ ไทม์ส(อังกฤษ), อา โบล่า(โปรตุเกส) และ เด เทเลกราฟ(ฮอลแลนด์) มาเข้าร่วมโหวตเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักเตะอายุน้อยกว่า 21 ปีที่ลงเล่นอยู่ในลีกของยุโรป

ปี 2003: ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท (อาแจ็กซ์)

อีกหนึ่งผลิตผลชั้นดีจากแคมป์เยาวชน อาแจ็กซ์ ที่เริ่มก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่วัย 17 ปี จนสามารถขยับขึ้นมาเป็นกัปตันทีมภายหลังจากการคว้ารางวัล โกลเด้น บอย และย้ายไปเป็นสตาร์ที่ ฮัมบูร์ก ก่อนจะออกเดินทางไปอยู่กับ รีล มาดริด แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ถึงแม้ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท อาจจะมีฟอร์มที่ไม่เลวนักกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีที่ใดที่เขาจะสร้างอิมแพ็คได้เทียบเท่ากับสมัยยังอยู่กับทีมบ้านเกิด

ปี 2004: เวย์น รูนี่ย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

หลังจากย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ 'ปีศาจแดง' ยังไม่ทันจะข้ามปี เจ้าหนูวัย 18 ปี ก็สามารถโชว์ฝีเท้าได้อย่างกลมกลืนกับต้นสังกัดใหม่อย่างชนิดไร้รอยต่อจนสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศมาครองได้ในปีนั้น และนับแต่นั้นมา 'ชายหมู' ก็กลายเป็นขุมกำลังหลักที่ช่วยกอบโกยความสำเร็จมากมายเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 5 สมัยหรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 ครั้ง

ปี 2005: ลีโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า)

นับตั้งแต่ปี 2005 โลกก็ได้จารึกชื่อซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของวงการลูกหนัง โดยหลังจากที่ ดาวเตะชาวอาร์เจนติน่า สามารถสอดแทรกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ใน คัมป์ นู เขาก็เริ่มต้นโชว์ทักษะที่เก่งกล้าเกินวัยให้ใครๆได้เห็น นอกจากการมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกที่แจ้งเกิดให้กับทีม การครองถ้วยแชมป์เยาวชนโลกในปี 2005 ก็ยิ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้ เมสซี่ คว้ารางวัล โกลเด้น บอย ในปีนั้นมาครอง

ปี 2006: เชสก์ ฟาเบรกัส (อาร์เซนอล)

มิดฟิลด์เลือดกระทิงดุ กลายเป็นเจ้าของปลอกแขนกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ของ 'ทีมปืนใหญ่' ในวัย 21 ปีกับอีก 206 วัน โดยเป็นรองเพียงแค่ โทนี่ อดัมส์ แต่ก็ยังคงรั้งสถิติผู้เล่นชุดใหญ่ที่อายุน้อยที่สุดของทีมด้วยวัยเพียง 16 ปีกับ 177 วัน ฟาเบรกัส ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ สเปน ด้วยการคว้าแชมป์โลกในปี 2010 รวมถึงการคว้าแชมป์ยูโรอีก 2 ครั้งในปี 2008 และ 2012 ก่อนจะกลับมาชูถ้วย พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกได้กับ เชลซี

ปี 2007: เซร์คิโอ อเกวโร่ (แอตเลติโก มาดริด)

ดาวยิงเลือดฟ้า-ขาว ผู้ช่วยบันดาลแชมป์ประวัติศาสตร์สุดดราม่าให้กับ 'เรือใบสีฟ้า' และยังนำความสำเร็จต่อเนื่องมาให้ในอีก 2 ปีถัดมา ครั้งหนึ่งเขาเคยสร้างชื่อด้วยการยืนเป็นหัวหอกดาวรุ่งพุ่งแรงให้กับ 'ทีมตราหมี' อยู่ในลีกสเปน ด้วยการจับคู่กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ช่วยกันยิงกระจาย บวกกับความสำเร็จจากการคว้าแชมป์เยาวชนโลกชุด U-20 ในปี 2007 จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ 'กุน' จะคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของยุโรปไปครอง

ปี 2008: อันแดร์สัน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

หากจะเลือกดาวเตะเจ้าของรางวัล โกลเด้น บอย ที่เฟลที่สุดก็คงหนีไม่พ้น กองกลางชาวบราซิลเลี่ยน ที่ย้ายเข้าสู่รั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2007 จาก ปอร์โต้ ถึงแม้เขาจะเริ่มต้นได้ดีในช่วงปีแรกๆด้วยการช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จากการชนะการดวลจุดโทษกับ เชลซี แต่ด้วยอาการบาดเจ็บเรื้อรังบวกกับวินัยทั้งนอกและในสนามที่ค่อยๆหย่อนยานลงทุกวัน จึงทำให้ชื่อเสียงของ อันแดร์สัน ค่อยๆเลือนหายออกไปจากวงการลูกหนัง

ปี 2009: อเล็กซานเดร ปาโต้ (เอซี มิลาน)

ดาวยิงชาวแซมบ้าในวัย 18 ปี ทำผลงานประเดิมซีซั่นแรกกับ 'รอสโซเนรี่' ได้ 9 ประตูจากทั้งหมด 20 เกมส์ในทุกๆถ้วย และกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการลูกหนังอิตาลีในเวลานั้น จนกระทั่งอีกฤดูกาลถัดมาที่เจ้าตัวสามารถกระหน่ำไปถึง 18 ประตูจนกลายเป็นดาวซัลโวของทีม และก้าวขึ้นไปรับรางวัล โกลเด้น บอย ได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บทำให้ ปาโต้ มีช่วงเวลาพีคอยู่หลังจากนั้นได้ไม่เกิน 3-4 ปี

ปี 2010: มาริโอ บาโลเตลลี่ (แมนฯ ซิตี้)

ดาวยิงแบดบอยตัวพ่อของวงการลูกหนัง แจ้งเกิดกับ อินเตอร์ มิลาน ในยุคของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ก่อนจะย้ายมาเป็นกลจักรสำคัญในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับเจ้านายเก่าที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยถึงแม้ความเกรียนทั้งในและนอกสนามของเขาจะมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งแววอัจฉริยะในเชิงลูกหนังจนก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลดาวเด่นของทวีปในปีนั้นลงได้ ปัจจุบัน 'ซูเปอร์มาริโอ' กำลังพยายามกอบกู้เส้นทางอาชีพอยู่กับ นีซ ใน ลีกเอิง

ปี 2011: มาริโอ เกิตเซ่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

ผลผลิตอันน่าภาคภูมิใจของ 'เสือเหลือง' ที่ถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ ผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในช่วงปลายปี 2009 ก่อนที่อีกหนึ่งฤดูกาลถัดมาเขาจะระเบิดฟอร์มได้สมกับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของทวีปด้วยการพาทีมคว้าถาดแชมป์ บุนเดสลีกา และย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 ถึงแม้อาการบาดเจ็บจะทำให้เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าที่ควรใน อัลลิอันซ์ อารีน่า แต่ เกิตเซ่ ก็ยังเป็นฮีโร่ของ ขุนพลอินทรีเหล็ก ที่ช่วยยิงประตูชัยให้ทีมคว้าแชมป์โลกในปี 2014 มาครอง

ปี 2012: อิสโก้ (มาลาก้า)

อดีตเด็กปั้นของ บาเลนเซีย ที่ไปฉายแววเจิดจ้าอยู่กับ มาลาก้า ด้วยพรสวรรค์ของเขาได้ช่วยพาทีมชื่อชั้นระดับรองจาก สเปน ทะลุเข้าไปจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก 2012-13 ซึ่งหลังจากที่รับรางวัล โกลเด้น บอย ไปแล้วและฤดูกาลนั้นจบลงเขาก็ได้ย้ายไปอยู่กับ รีล มาดริด ปัจจุบัน อิสโก้ อาจจะไม่ได้รับการการันตีตำแหน่งตัวจริงภายในทีม แต่เขาก็มีส่วนในการครองบัลลังก์ยุโรปร่วมกับ 'ราชันชุดขาว' มาแล้วถึง 2 ครั้ง

ปี 2013: พอล ป็อกบา (ยูเวนตุส)

ดาวเตะเจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนปัจจุบัน เคยคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของยุโรป ในสมัยที่ยังอยู่กับ 'ทีมม้าลาย' เมื่อสามารถสอดแทรกตำแหน่งตัวจริงในทีมได้อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ซีซั่นแรก จากการลงเตะในเกมส์ลีกไปถึง 27 นัดและยิงได้ 5 ประตู จนถึงปัจจุบันในวัย 23 ปี ป็อกบา คว้าแชมป์ เซเรีย อา มาแล้วถึง 4 ครั้ง รวมถึงการก้าวเข้าไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และใน ศึกยูโร ครั้งหลังสุด

ปี 2014: ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (ลิเวอร์พูล)

นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของ 'หงส์แดง' กับการยอมควักกระเป๋าไปเป็นจำนวน 1 ล้านปอนด์ให้กับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส เพื่อคว้าตัว ปีกดาวรุ่งร่างเล็ก ก่อนจะขายต่อไปให้กับ แมนฯ ซิตี้ ด้วยราคาสูงถึง 49 ล้านปอนด์ อันที่จริง สเตอร์ลิ่ง เกือบจะได้เป็นนักเตะชุดประวัติศาสตร์ของทีมจากที่จวนเจียนจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกได้ในฤดูกาล 2013-14 แต่ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขาอาจจะมีโอกาสประสบความสำเร็จดั่งใจหวังในเร็ววันนี้ก็เป็นได้

ปี 2015: อองโตนี่ มาร์กซิยาล (แมนฯ ยูไนเต็ด)

หัวหอกเฟรนช์แมน ถูก หลุยส์ ฟานกัล ซื้อตัวมาจาก โมนาโก ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วด้วยค่าตัวกว่า 36 ล้านปอนด์ พร้อมกับความงุนงงของเหล่าแฟนบอลทั่วโลกว่าหมอนี่เป็นใคร แต่เพียงแค่นัดประเดิมสนามเขาก็สามารถซื้อใจสาวก 'ปีศาจแดง' ได้ทันทีเมื่อสามารถยิงประตูตอกฝาโลงใส่ ลิเวอร์พูล ทีมคู่ปรับลงได้ในเกมส์ที่คว้าชัยไป 3-1 ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และหลังจากนั้น มาร์กซิยาล ก็สามารถสร้างผลงานในซีซั่นเปิดตัวได้ด้วยการทำไป 20 ประตูรวมกันจากทุกรายการ

บทความที่ได้ถูกแนะนำ


ถ้าคุณชอบบทความนี้ กด "Like"เลย!

มีบทความเด็ดๆแซ่บๆจากสไปซ์อีกเพียบ!

Author

Thumb lg 030c6fd7 bbf5 4570 b6dc d8ef319b25dc

RahXephon